ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > กมธ.ศึกษาฯ ชี้ 84 วันครูหายจากห้องเรียน แนะแก้กลไกพิเศษ

กมธ.ศึกษาฯ ชี้ 84 วันครูหายจากห้องเรียน แนะแก้กลไกพิเศษ

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 11 มี.ค. 2558 เปิดอ่าน : 1,945 ครั้ง

ลิงก์ผู้สนับสนุน

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

Advertisement

สปช.รับทราบรายงาน กมธ.ปฏิรูปการศึกษา พบวันเรียน 200 วัน ครูหายไปทำกิจกรรมอื่น 84 วัน แนะแก้ปัญหามีกลไกพิเศษนอก ศธ.ภายใต้กำกับของนายกฯ ชี้ต้องกระจายอำนาจสู่สถานศึกษา แก้ปัญหา"แป๊ะเจี๊ยะ"

ที่รัฐสภา วันที่ 10 มี.ค.58 ผู้สื่อข่าวรายงานในการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ที่มีนายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานา สปช.เป็นประธานการประชุม ได้รับทราบรายงานการพิจารณาของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เรื่องยุทธศาสตร์การปฏิรูปการศึกษาและการพัฒนามนุษย์
โดยมี นางประภาภัทร นิยม เลขานุการกรรมาธิการปฏิรูปการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ชี้แจงว่า จากสภาพการณ์ด้านการศึกษาของไทยที่ผ่านมา พบว่ายังขาดการวางระบบหรือกลไกความรับผิดชอบของผู้สอน และผู้เรียน รวมถึงสถาบันการศึกษา ซึ่งผลการสำรวจของสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และพัฒนาคุณภาพเยาวชน (สสค.) ระบุว่า ในจำนวนวันเรียน 200 วัน ครูหายไปทำกิจกรรมอย่างอื่นประมาณ 84 วัน ทำให้ผู้เรียนไม่ได้รับการศึกษาอย่างเต็มที่ ขณะที่ผู้เรียนก็ถูกเน้นให้เป็นผู้ถูกติวมากกว่าทักษะการเรียนอย่างเข้าใจ รวมถึงปัญหาสังคม เช่น ท้องวัยใส ปัญหายาเสพติด

ขณะเดียวกัน ปัญหาการศึกษาอาชีวะของไทยยังถูกมองข้ามไม่ให้ความสำคัญ หรือแม้แต่ผู้ที่จบการศึกษาแล้ว ยังพบว่าขาดทักษะที่เพียงพอต่อการทำงาน รวมไปถึงปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นในแวดวงการศึกษา ซึ่งเป็นปัญหาการศึกษาของไทยในเชิงระบบ

นางประภาภัทร กล่าวต่อว่า ส่วนปัญหาเชิงประเด็น จากการสำรวจของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) พบว่าประเทศไทย ใช้งบประมาณเป็นอันดับ 2 เพื่อการศึกษา แต่ไม่เกิดการพัฒนาด้านการศึกษา ซึ่งไทยกำลังเผชิญปัญหาที่ลึกกว่าปรากฎการณ์ในอดีต จึงต้องเร่งแก้ปัญหาทั้งในระยะสั้นและระยะกลาง ดังนั้น การแก้ปัญหาต้องแก้ไขที่โรงเรียนและห้องเรียนจะต้องไม่แออัด ให้มีจำนวนผู้เรียนแต่ละห้องเรียนที่เหมาะสม การสร้างครูที่มีศักดิ์ศรี มีจิตวิญญาณแห่งความเป็นครู และเป็นโรงเรียนบ่มเพาะเด็กเยาวชนได้เป็นอย่างดี ทั้งในแง่การจัดสรรบุคลากร การจัดการเรื่องงบประมาณ และด้านวิชาการ รวมถึงต้องส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต

ขณะที่แผนยุทธศาสตร์พัฒนากำลังคนต้องรองรับความหลากหลายของอาชีพด้วย ทั้งนี้ความเป็นไปได้การปฏิรูประบบการศึกษาทั้งเชิงระบบและเชิงประเด็นนั้น สามารถทำได้ โดยให้มีกลไกพิเศษอยู่นอกระบบกระทรวงศึกษาธิการ โดยจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายศึกษาขับเคลื่อนมนุษย์ ภายใต้การกำกับของนายกรัฐมนตรีแทน

ด้านนายอมรวิชช์ นาครทรรพ กรรมาธิการฯ ชี้แจงว่าองค์กรส่วนท้องถิ่น ต้องมีส่วนร่วมในการปฏิรูปการศึกษาให้เกิดเป็นรูปธรรม โดยลดค่านิยมทางด้านการศึกษา สนับสนุนให้เด็กมาเรียนกับกลุ่มอาชีวะ ซึ่งขณะนี้ได้ตั้งหน่วยงานสภาการศึกษาระดับจังหวัดขึ้นแล้วกว่า 10 จังหวัด เพื่อพัฒนาระบบการศึกษาให้เข้มแข็ง ดังนั้น ครอบครัว ชุมชน องค์กรท้องถิ่นต้องมีการเตรียมความพร้อมและมีกลไกการปฏิรูปในระยะยาว เนื่องจากการศึกษาเป็นเรื่องจำเป็นของสังคมไทยและสามารถช่วยลดความเหลื่อมล้ำในสังคมได้

จากนั้นเปิดให้สมาชิกแสดงความคิดเห็น โดยนายเฉลิมชัย เฟื่องคอน สปช. เห็นด้วยกับแนวทางการแก้ไขปัญหาห้องเรียนและผู้เรียน รวมถึงการกระจายอำนาจสู่สถานศึกษา รวมถึงต้องแก้ปัญหาเรื่องแป๊ะเจี๊ยะ และสนับสนุนงบประมาณการศึกษาเป็นรายหัว ลดการทดสอบ O-NET ให้ทดสอบเฉพาะสมรรถนะหลักของหลักสูตรเท่านั้น และห้ามนำผลงานของเด็กไปประกอบการประมินของผู้บริหาร และต้องให้ผู้เรียนเข้าถึงอุปกรณ์การศึกษามากขึ้น

ส่วนนายเฉลิมศักดิ์ อบสุวรรณ สปช. เสนอให้นำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในการวางยุทธศาสตาร์การศึกษาชาติ เพื่อให้ได้บุคลากรของชาติที่มีคุณค่า และดึงองค์ความรู้จากปราชญ์ชาวบ้านมาช่วยในการสอนมากกว่ารองรับคุณวุฒิศาสตราจารย์ต่างๆ

อย่างไรก็ตาม หลังสมาชิกอภิปรายอย่างกว้างขวาง จึงถือว่าที่ประชุมได้รับทราบรายงานของ กมธ.ปฏิรูปการศึกษาฯ แล้ว และให้ กมธ.ฯ ไปศึกษาเพิ่มเติม เพื่อนำกลับมาเสนอต่อที่ประชุม สปช.อีกครั้ง จากนั้นปิดประชุมในเวลา 17:35 น.

 

 

ที่มา สยามรัฐ 9 มีนาคม 2558

 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> กมธ.ศึกษาฯ ชี้ 84 วันครูหายจากห้องเรียน แนะแก้กลไกพิเศษ , , กมธ.ศึกษาฯ , ชี้ , 84 , วันครูหายจากห้องเรียน , แนะแก้กลไกพิเศษ << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องล่าสุดในหมวดหมู่นี้ ≡
ส.บ.ม.ท.เสนอลดบทบาทกรรมการสถานศึกษา ลดอำนาจการอนุมัติอนุญาต เพื่อให้เกิดความคล่องตัวของโรงเรียน☕ 17 ก.ค. 2562
ส.บ.ม.ท.เสนอลดบทบาทกรรมการสถานศึกษา ลดอำนาจการอนุมัติอนุญาต เพื่อให้เกิดความคล่องตัวของโรงเรียน
เปิดอ่าน 6,949 ครั้ง
สมศ.มั่นใจสถานศึกษาพร้อมประเมินรอบ 4☕ 16 ก.ค. 2562
สมศ.มั่นใจสถานศึกษาพร้อมประเมินรอบ 4
เปิดอ่าน 2,267 ครั้ง
รมว.ศธ.คนใหม่ ชูนโยบายแก้ปัญหาหนี้สินครู☕ 15 ก.ค. 2562
รมว.ศธ.คนใหม่ ชูนโยบายแก้ปัญหาหนี้สินครู
เปิดอ่าน 7,141 ครั้ง
ขันน็อตผอ.เขตพื้นที่ฯทำงานเชิงรุก☕ 15 ก.ค. 2562
ขันน็อตผอ.เขตพื้นที่ฯทำงานเชิงรุก
เปิดอ่าน 4,466 ครั้ง
อาชีวะเปิดหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้นฐานสมรรถนะ “ช่างซ่อมบำรุงรถจักรยาน”☕ 13 ก.ค. 2562
อาชีวะเปิดหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้นฐานสมรรถนะ “ช่างซ่อมบำรุงรถจักรยาน”
เปิดอ่าน 1,378 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

แนะ5 ขั้นตอนใช้นิทานกล่อมลูกนอนหลับแนะ5 ขั้นตอนใช้นิทานกล่อมลูกนอนหลับ
เปิดอ่าน 10,693 ครั้ง
มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ปี 58 ใน 7 สาขา 32 รายการ มีอะไรบ้าง คลิกเลยมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ปี 58 ใน 7 สาขา 32 รายการ มีอะไรบ้าง คลิกเลย
เปิดอ่าน 11,739 ครั้ง
การดูแลรักษาตนเองเมื่อเจ็บคอการดูแลรักษาตนเองเมื่อเจ็บคอ
เปิดอ่าน 10,274 ครั้ง
อาหารกับการออกกำลัง อาหารกับการออกกำลัง
เปิดอ่าน 9,906 ครั้ง
เรื่องที่แม่ควรอ่าน "20 คำถามคำตอบ" ความจริง "นมแม่-นมผง"เรื่องที่แม่ควรอ่าน "20 คำถามคำตอบ" ความจริง "นมแม่-นมผง"
เปิดอ่าน 11,994 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย


เว็บไซต์พันธมิตร

  • IELTS
  • TOEIC Online
  • chulatutor
  •  
     
    สนามเด็กเล่น
    เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
    หมวดหมู่เนื้อหา
    [ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
    ข่าวล่าสุด

    ครูบ้านนอกดอทคอม

    เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

          kroobannok.com

    © 2000-2020 Kroobannok.com  
    All rights reserved.


    Design by : kroobannok.com


    ครูบ้านนอกดอทคอม
    การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

    วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
     

    ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

    เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

    Email : kornkham@hotmail.com
    Tel : 081-3431047

    สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
    คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ