ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


Advertisement

ข่าวการศึกษา     ความรู้ทั่วไป     งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคมข่าวการศึกษา  ▶ ข่าว/บทความ ▶ หน้าแรก

ไทยร่วมถอดบทเรียนฟินแลนด์-สิงคโปร์ เดินหน้าพัฒนาครุศึกษา


ข่าวการศึกษา 5 ส.ค. 2558 เวลา 23:17 น.

5,699

views
Advertisement


ไทยร่วมถอดบทเรียนฟินแลนด์-สิงคโปร์ เดินหน้าพัฒนาครุศึกษา

ช่วงที่ผ่านมามีปรากฏการข่าวเกี่ยวกับผลการวิจัย เรื่องระดับการศึกษาของเด็กไทยต่ำว่ามาตรฐาน “สถาบันครู” เป็นสถาบันที่สังคมมองว่าเป็นอีกปัจจัยหนึ่งซึ่งมีผลต่อมาตรฐานการศึกษา ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการที่รับผิดชอบเรื่องนี้กลายเป็นหน่วยงานที่ต้องแบกรับสภาพดังกล่าวไปโดยปริยาย กระทั่งต้องเร่งปรับนโยบายการพัฒนาบุคลากรครูขนานใหญ่เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น

หลังจากกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกิดขึ้นต่อเนื่อง ไทยจึงต้องเร่งเรียนรู้กรอบการทำงานเพื่อพัฒนาบุคลากรในวงการการศึกษาเพิ่มขึ้น โดยเมื่อไม่นานมานมานี้ถือเป็นข่าวดีที่บริษัท ปิโก (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้สื่อสารทางด้านการศึกษา ได้เชิญวิทยากร 2 ท่านเพื่อให้ความรู้เรื่องแนวทางบริหารการศึกษาเพื่อให้ตัวแทนผู้บริหารด้านการศึกษาของไทยได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ในรูปแบบเสวนาโต๊ะกลม โดยวิทยากรประกอบด้วย ศ.ดร.ฮันเนเล นีเอมี (Professor.Dr. Hannele Niemi) ประธานเครือข่ายโครงการความร่วมมือวิจัยการเรียนรู้ (CICERO Learning Network) สาขาการศึกษา คณะพฤติกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัย เฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ และ รศ. ดร. อี ลิง โลว์ (Associate Prof. Ee Ling Low) ผู้เชี่ยวชาญในทีมประเมินและพัฒนาสถาบันครุศึกษา (National Institute of Education:NIE) ของสิงคโปร์ ซึ่งนับเป็นประโยชน์อย่างมากที่ ปิโก้ร่วมสนับสนุนองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญให้มาเปิดประสบการณ์ที่ประเทศไทย โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิด้านการศึกษา คือ ดร.สุเมธ แย้มนุ่น อดีตเลขาคณะกรรมการการอุดมศึกษา เป็นผู้ดำเนินรายการ

สำหรับ ศ.ดร.ฮันเนเล ให้ข้อมูลอย่างตรงไปตรงมาว่า ปัญหาเรื่องการพัฒนาบุคลากรด้านการศึกษานั้นมีกันทั่วโลก บางประเทศก็มักบอกว่าการศึกษาด้อยเพราะครูวิสัยทัศน์แคบ หรือมีปัญหาเรื่องการพัฒนาองค์ความรู้ของครู ซึ่งจริงๆแล้วกรณีนี้สามารถปรับปรุงได้ในทุกประเทศ จุดบกพร่องที่พบทั่วไปคล้ายๆกัน คือ ประเด็นปัญหาบุคลากรนั้นมักจะถูกแยกออกจากระบบการศึกษาอื่น ไม่มีการประยุกต์แบบองค์รวม จึงจำเป็นจะต้องจัดตั้งสถาบันเพื่ออำนวยความสะดวกด้านครุศาสตร์หรือครุศึกษา เพื่อส่งเสริมงานด้านวิชาการและพัฒนาศักยภาพของครูโดยตรง อาจจะตั้งเป็นองค์กรอิสระ หรือภายใต้กระทรวงศึกษาธิการก็ได้ แต่ครูเองต้องเปิดใจให้กว้างๆว่าจะยอมรับกระบวนการแบบนโยบายรวมได้

“ที่พบบ่อยๆ คือ คณะกรรมการที่ศึกษาคุณภาพของครู ส่วนมากไม่ได้มีความสามารถในการทำวิจัยที่มีคุณภาพสูงและพวกเขาไม่ได้มีแผนระยะยาวเชิงกลยุทธ์ในการส่งเสริมการศึกษาวิจัยทางการศึกษาของครู โครงการมีขนาดเล็กมากที่แคบและไม่ได้มีความร่วมมือภายในมหาวิทยาลัยหรือคู่ค้าภายนอกมหาวิทยาลัยเช่นโรงเรียน และศูนย์การศึกษาอื่น จึงไม่เกิดการต่อยอดให้กับบุคลากร”ศ.ดร.ฮันเนเล กล่าว

เธอย้ำด้วยว่า การพัฒนาการศึกษาต้องไม่มีเป้าหมายเพียงเพื่อการเปลี่ยนแปลงความคิดที่มุ่งเน้นที่จะช่วยให้ครูมีประสิทธิภาพมากขึ้นเท่านั้น แต่หมายถึงการส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงในระบบการศึกษา และความรับผิดชอบในการตั้งกลยุทธ์ในระยะยาวสำหรับการปรับปรุงการศึกษาในประเทศด้วย

สำหรับกระบวนการเปลี่ยนแปลงของครุศึกษานั้นศ.ดร.ฮันเนเล แนะนำว่า ควรจะมีกรอบแนวทางในการดำเนินงานที่ชัดเจน โดยอาจจะใช้ Governance in Teacher Education หรือ การบริหารครุศึกษาเข้ามาดำเนินงานควบคู่ด้วย ซึ่งเชื่อว่าหากประเทศไทยกำลังประสบปัญหา น่าจะใช้วิธีดังกล่าวได้ อย่าลืมว่าครูแต่ละคนก็มีทักษะความสามารถต่างกันหากส่งเสริมอย่างถูกต้อง ก็จะช่วยได้อย่างไรก็ตาม กรณีที่ฟินแลนด์นั้น เน้นให้ครูทำงานแบบอิสระ คือ สร้างรูปแบบการสอนได้เอง ตามความถนัดของวิชานั้นๆ แต่ต้องมีผลงานทางวิชาการเพื่อบันทึกข้อมูลและใช้ประโยชน์ในอนาคตด้วย

ด้านรศ. ดร. อี ลิง โลว์ มองว่า เท่าที่มีประสบการณ์จากสิงคโปร์นั้น จากการวิจัยคุณภาพการศึกษาพบว่า การจัดการศึกษาในสิงคโปร์ยังคงมีปัญหา ตรงที่ค่านิยมของสังคมและผู้ปกครอง ที่ต้องการให้ลูกหลานเรียนมหาวิทยาลัย เพราะถือว่ามีเกียรติ ทั้งๆที่ประเทศต้องการช่างฝีมือ แต่ภายหลังจากปรับหลักสูตรการเรียนการสอนของสิงคโปร์ทั้งระดับ ประกาศวิชาชีพ และมหาวิทยาลัย ให้เคลื่อนย้ายหากันได้ก็พบว่าสามารถยกระดับการศึกษาได้มากขึ้น ดังนั้นโดยส่วนตัวมองว่า หากจะพัฒนาด้านครุศึกษา ก็ควรมีการประยุกต์ภาคปฏิบัติและภาควิชาการเข้าด้วยกัน ต่อทุกอย่างต้องมีแผนในการพัฒนา

รศ.ดร. อี ลิง โลว์ กล่าวด้วยว่า ในการพัฒนาด้านครุศึกษา มีความท้าทายตรงที่จะทำให้อย่างไรให้ระบอบการศึกษา มั่นคงและยั่งยืน ที่สิงคโปร์ได้รับการยอมรับสากล เป็นเพราะครูส่วนมากมีความพร้อมในการพัฒนาตนเองอยู่แล้ว และหากจะมีการส่งเสริม ก็คือการส่งเสริมทั้งงบประมาณด้านการวิจัย และการสัมมนาเชิงวิชาการทั่วประเทศ โดยเปิดโอกาสให้ครูและผู้เรียนมีชั่วโมงสัมมนาที่ต้องแลกเปลี่ยนระหว่างกัน อาจจะเป็นโครงการใด โครงการหนึ่งที่คิดค้นและพัฒนาขึ้นมาก็ได้ สำหรับ NIE แล้วการวิจัยการศึกษาแบบประเมินผลด้านครุศึกษา เป็นดังหัวใจสำคัญที่คณะนักวิชาการต้องทำ โดยเชื่อมั่นเสมอว่า ครูทุกคนคือมืออาชีพ เราจะส่งเสริมให้เด็กและครูต่างเป็นศูนย์กลางการศึกษา ซึ่งอาจไม่ต้องมีแผนอะไรซับซ้อน แต่ต้องคิดอย่างตรงไปตรงมา และสิ่งสำคัญที่สุด คือ คุณภาพครูจะดีขึ้นได้เมื่อประเทศนั้นๆ ส่งเสริมให้ครูนั้นมีความซื่อสัตย์ และจริงใจ ไม่ตัดสินอะไรบนความฉาบฉวย มีวินัยในตนเองและเป็นทั้งเบื้องหน้าเบื้องหลังของระบบการศึกษา และต้องไม่หยุดนิ่งที่จะคิดรูปแบบการเรียนการสอน ต้องไม่ยึดติด จึงจะสามารถพัฒนาการศึกษาได้ทั้งระบบเพราะยอมรับในความเปลี่ยนแปลง ซึ่งเชื่อว่าประเทศไทยทำได้ หากมีการวางแผนที่ดี

สำหรับ ดร.ดิเรก พรสีมา ประธานกรรมการคุรุสภา กล่าวว่า ประเทศไทยมีแผนการศึกษาดีอยู่แล้ว แต่ว่าครูส่วนมากจะไม่ค่อยให้ความสนใจ ภาระหน้าที่ส่วนใหญ่อยู่ที่กระทรวงศึกษาธิการของไทย ที่ต้องปรับปรุงและปฏิรูป อีกทั้งมีระบบการเมืองที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา บางครั้งก็ส่งผลต่อนโยบายการศึกษาด้วย สิ่งที่ไทยต้องก้าวข้ามให้ได้ คือ ความเฉื่อย ส่วนงบประมาณนั้น แม้ไทยจะตั้งสถาบันแบบสิงคโปร์กับฟินแลนด์ไม่ได้ แต่ก็พอจะมีหนทางในการพัฒนาบุคลากร รูปแบบอื่น เช่น ส่งเสริมงานวิจัยแก่ครูทั่วประเทศ และเพิ่มกำลังบุคลากร ตลอดจนมีการส่งเสริมด้านสวัสดิการเพื่อดึงครูเข้ามาในระบบให้มากที่สุด ทั้งนี้เป้าหมายของไทยคือพัฒนาทั้งระบบมัธยม และอุดมศึกษาที่เชื่อมต่อกันได้ง่ายในอนาคตทั้งสายอาชีพและสายสามัญ

--------------------------

 

[ซื้อ 1 แถม 1] ไฟโซล่าเซลล์ ไฟสปอร์ตไลท์ LED โซล่าเซลล์สปอตไลท์ solar light กันน้ำและกันฟ้าผ่ เปิดปิดอัตโนมัติ

฿74 - ฿1,153

https://s.shopee.co.th/801HUF4aRi?share_channel_code=6


ไทยร่วมถอดบทเรียนฟินแลนด์-สิงคโปร์ เดินหน้าพัฒนาครุศึกษาไทยร่วมถอดบทเรียนฟินแลนด์-สิงคโปร์เดินหน้าพัฒนาครุศึกษา

Advertisement

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

:: เรื่องปักหมุด ::

ว 6/2569 หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ

ว 6/2569 หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ

เปิดอ่าน 1,471 ☕ 11 เม.ย. 2569

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
คืบหน้า สพฐ.เปลี่ยนจ้างเหมาเป็น อัตราจ้าง ปีงบ 70 และการจ้างอัตราจ้าง 7,588 อัตรา ที่ คปร.อนุมัติเฉพาะปีงบ 69
คืบหน้า สพฐ.เปลี่ยนจ้างเหมาเป็น อัตราจ้าง ปีงบ 70 และการจ้างอัตราจ้าง 7,588 อัตรา ที่ คปร.อนุมัติเฉพาะปีงบ 69
เปิดอ่าน 3,360 ☕ 24 เม.ย. 2569

ด่วนที่สุด! การคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปี พ.ศ. 2569
ด่วนที่สุด! การคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปี พ.ศ. 2569
เปิดอ่าน 1,488 ☕ 23 เม.ย. 2569

ศธ.ถกสำนักงบฯจัดทำคำของบประมาณปี 70 ตั้งเป้า 4.5 แสนล้าน ครอบคลุมนโยบาย 5 ด้าน เพิ่ม 20% จากปี 69
ศธ.ถกสำนักงบฯจัดทำคำของบประมาณปี 70 ตั้งเป้า 4.5 แสนล้าน ครอบคลุมนโยบาย 5 ด้าน เพิ่ม 20% จากปี 69
เปิดอ่าน 309 ☕ 23 เม.ย. 2569

"ประเสริฐ" กางแผนใหญ่ 5 ปี ลดงานครู รื้อสูตรจัดสรรงบประมาณ ชู AI โรงเรียนปลอดภัย ดันคลอดกฎหมายการศึกษา
"ประเสริฐ" กางแผนใหญ่ 5 ปี ลดงานครู รื้อสูตรจัดสรรงบประมาณ ชู AI โรงเรียนปลอดภัย ดันคลอดกฎหมายการศึกษา
เปิดอ่าน 447 ☕ 23 เม.ย. 2569

ว 8/2569 หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการ ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงาน กรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ
ว 8/2569 หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการ ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงาน กรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ
เปิดอ่าน 1,201 ☕ 20 เม.ย. 2569

กรมบัญชีกลาง เร่งเครื่อง!! ส่วนราชการให้เร่งรัดการก่อหนี้ผูกพันให้แล้วเสร็จ ภายใน 30 เม.ย. 69
กรมบัญชีกลาง เร่งเครื่อง!! ส่วนราชการให้เร่งรัดการก่อหนี้ผูกพันให้แล้วเสร็จ ภายใน 30 เม.ย. 69
เปิดอ่าน 614 ☕ 17 เม.ย. 2569

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ฟิลเลอร์ หัตถการทางความงาม ตัวช่วยลดริ้วรอยได้อย่างชัดเจน
ฟิลเลอร์ หัตถการทางความงาม ตัวช่วยลดริ้วรอยได้อย่างชัดเจน
เปิดอ่าน 1,186 ครั้ง

นอร์เวย์มอบรางวัลไทย ปท.น่าเที่ยวที่สุด6ปีซ้อน
นอร์เวย์มอบรางวัลไทย ปท.น่าเที่ยวที่สุด6ปีซ้อน
เปิดอ่าน 12,321 ครั้ง

อาเซียน +3 และ อาเซียน +6 คืออะไร ?
อาเซียน +3 และ อาเซียน +6 คืออะไร ?
เปิดอ่าน 51,034 ครั้ง

พายุไต้ฝุ่น
พายุไต้ฝุ่น
เปิดอ่าน 33,244 ครั้ง

การผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ
การผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ
เปิดอ่าน 20,923 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


· Technology
· บทความเทคโนโลยีการศึกษา
· e-Learning
· Graphics & Multimedia
· OpenSource & Freeware
· ซอฟต์แวร์แนะนำ
· การถ่ายภาพ
· Hot Issue
· Research Library
· Questions in ETC
· แวดวงนักเทคโนฯ

· ความรู้ทั่วไป
· คณิตศาสตร์
· วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
· ภาษาต่างประเทศ
· ภาษาไทย
· สุขศึกษาและพลศึกษา
· สังคมศึกษา ศาสนาฯ
· ศิลปศึกษาและดนตรี
· การงานอาชีพ

· ข่าวการศึกษา
· ข่าวตามกระแสสังคม
· งาน/บริการสังคม
· คลิปวิดีโอยอดนิยม
· เกมส์
· เกมส์ฝึกสมอง

· ทฤษฎีทางการศึกษา
· บทความการศึกษา
· การวิจัยทางการศึกษา
· คุณครูควรรู้ไว้
· เตรียมประเมินวิทยฐานะ
· ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
· เครื่องมือสำหรับครู

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ