ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ > คณะกรรมาธิการปฏิรูปการศึกษาฯ เข้าพบ รมว.ศึกษาธิการ เพื่อมอบพิมพ์เขียวข้อเสนอการปฏิรูปการศึกษาฯ

คณะกรรมาธิการปฏิรูปการศึกษาฯ เข้าพบ รมว.ศึกษาธิการ เพื่อมอบพิมพ์เขียวข้อเสนอการปฏิรูปการศึกษาฯ

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 7 ก.ย. 2558 เปิดอ่าน : 4,115 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
คณะกรรมาธิการปฏิรูปการศึกษาฯ เข้าพบ รมว.ศึกษาธิการ เพื่อมอบพิมพ์เขียวข้อเสนอการปฏิรูปการศึกษาฯ

Advertisement

คณะกรรมาธิการปฏิรูปการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สภาปฏิรูปแห่งชาติ นำโดยนายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานคณะกรรมาธิการฯ เข้าหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นข้อเสนอแนวทางการจัดการศึกษา กับรัฐมนตรีและผู้บริหาร 5 องค์กรหลัก กระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันศุกร์ที่ 4 กันยายน 2558 ที่กระทรวงศึกษาธิการ

 

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา กล่าวว่า ได้นำตัวแทนคณะกรรมาธิการฯ 15 ท่านจากกรรมาธิการทั้งหมด 27 ท่าน เข้าพบ พลเอกดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ และนายแพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อส่งมอบพิมพ์เขียว (Blueprint) การศึกษาที่คณะกรรมาธิการใช้เวลากว่า 9 เดือน ไปรับฟังความคิดเห็นทั่วประเทศ ซึ่งมีข้อเสนอที่น่าสนใจหลายเรื่อง เพื่อให้กระทรวงศึกษาธิการนำไปขับเคลื่อนและเลือกทำ โดยคณะกรรมาธิการฯ แม้จะหมดวาระลงในวันที่ 6 กันยายนนี้ แต่พร้อมจะช่วยรัฐบาลและการปฏิรูปการศึกษาอย่างเป็นขั้นเป็นตอนต่อไป

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ประเด็นที่คณะกรรมาธิการเสนอและหารือในครั้งนี้มีหลายเรื่อง แต่ข้อเสนอการปฏิรูปการศึกษาในพิมพ์เขียวมี 3 เรื่องสำคัญ คือ การปฏิรูประบบการจัดการศึกษา การปฏิรูประบบการคลังด้านการศึกษาและด้านอุปสงค์ และการปฏิรูประบบการเรียนรู้ ซึ่งสอดคล้องกับสิ่งที่กระทรวงศึกษาธิการกำลังดำเนินการอยู่แล้วในปัจจุบัน แต่ก็ได้บอกคณะกรรมาธิการฯ ช่วยคิดว่า ปัญหาหรือข้อมูลที่เสนอมานั้น ทำไมต้องทำเรื่องนั้นๆ และข้อเสนอแต่ละหัวข้อ มองเห็นปัญหาอะไรบ้าง และควรจะทำอย่างไร เพื่อกระทรวงศึกษาธิการจะได้นำมาพิจารณาต่อไป

"สำหรับข้อเสนอดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของพิมพ์เขียว
ข้อเสนอการปฏิรูปประเทศ โดยยึดวิสัยทัศน์ประเทศไทยในปี 2575
คือ "มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน"
ซึ่งเน้นคนเป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดของการปฏิรูป"

โดยมีเป้าหมายพัฒนาคนไทยให้เป็นคนที่สมบูรณ์ อยู่ดี มีสุข เป็นพลเมืองที่ตื่นรู้ปรับตัวเองเข้ากับสถานการณ์โลกที่มีการเปลี่ยนแปลง และเป็นพลเมืองที่เข้มแข็งมีคุณสมบัติช่วยสนับสนุนความสามารถในการแข่งขันของชาติ โดยต้องการให้ตัวบ่งชี้ในปี 2575 จากการปฏิรูปตามพิมพ์เขียวนี้ เพื่อให้มีอัตราคนว่างงานบวกเงินเฟ้ออยู่ในระดับ 1-3 ที่ดีที่สุดของโลก มีผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาไทยอยู่ในลำดับที่ 2 ของอาเซียน และลำดับที่ 1-5 ของเอเชีย มีนวัตกรรมของไทยอยู่ในลำดับ 1 ใน 5 ของเอเชีย และค่าคะแนนการไม่ยอมรับการทุจริตประพฤติมิชอบสูงกว่า 60 ใน 100 คะแนน

หลักสำคัญที่เสนอในพิมพ์เขียวนี้มีหลายเรื่อง แต่ที่สำคัญคือวาระการปฏิรูปการศึกษา 3 เรื่องสำคัญ คือ 1) ปฏิรูประบบการจัดการศึกษา 2) ปฏิรูประบบการคลังด้านการศึกษา ด้านอุปสงค์ 3) ปฏิรูประบบการเรียนรู้ ดังนี้

ปฏิรูประบบการจัดการศึกษา โดยเน้น 5 ด้าน คือ 1) ปฏิรูปนโยบายการจัดการศึกษาและการจัดองค์กรในระบบการศึกษา ที่เน้นการกระจายอำนาจการจัดการสถานศึกษา การมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน 2) ปฏิรูปการเตรียมการผู้เข้าเรียน 3) ปฏิรูปการบริหารบุคลากรทางการศึกษา ทั้งการผลิต ปรับปรุงพัฒนา การประเมินผล และสร้างระบบคุณธรรมของบุคลากร 4) ปฏิรูประบบธรรมาภิบาลการจัดการศึกษา 5) ปฏิรูประบบการประกันคุณภาพการศึกษา

ปฏิรูปการคลังด้านการศึกษาฯ โดยเสนอให้มีการปรับเปลี่ยนวิธีการจัดสรรงบประมาณเพื่อการศึกษา โดยการจัดสรรงบประมาณเพื่อการศึกษา การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน การมีส่วนร่วมของประชาสังคม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และชุมชน มีการจัดทำระบบคูปองการศึกษาโดยจัดสรรให้แก่ผู้เรียนนำไปจ่ายให้แก่สถานศึกษาด้านอุปสงค์ตรงตามระดับการศึกษา มีการจัดสรรงบดำเนินการที่ต้องการเพิ่มพิเศษเพื่อจัดสรรงบประมาณให้แก่ผู้เรียนที่ต้องการความช่วยเหลือพิเศษในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานให้เพียงพออย่างมีคุณภาพและตามความเป็นจริง

ปฏิรูประบบการเรียนรู้ โดยปฏิรูปหลักสูตในการเรียนการสอนทุกระดับให้เหมาะสมและทันสมัยทั้งหลักสูตรแกนกลาง หลักสูตรตามภูมิสังคม และหลักสูตรเฉพาะ รวมทั้งมีวิธีการจัดการเรียน เพื่อให้ผู้เรียนรู้จักคิดด้วยเหตุและผล หาความรู้ได้ด้วยตนเอง ทั้งการเรียนในห้องเรียน การเรียนจากกิจกรรม การเรียนรู้ชีวิตในสังคมพหุวัฒนธรรม และการฝึกทักษะ ตลอดจนปฏิรูปวิธีการวัดผล เพื่อสะท้อนถึงผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา ทั้งการวัดความรู้ร่วม การวัดความรู้เฉพาะ การวัดทักษะ และการวัดผลการจัดการศึกษา โดยวัดผลจากการทำงานของผู้ที่จบไปแล้ว อีกทั้งควรมีการปฏิรูปการสร้างองค์ความรู้ใหม่ ที่สถาบันอุดมศึกษาและสถาบันวิจัยควรเน้นสร้างความรู้ใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีเสริมกับภูมิปัญญาท้องถิ่น" 

 

ที่มา กระทรวงศึกษาธิการ วันที่ 5 กันยายน 2558

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> คณะกรรมาธิการปฏิรูปการศึกษาฯ เข้าพบ รมว.ศึกษาธิการ เพื่อมอบพิมพ์เขียวข้อเสนอการปฏิรูปการศึกษาฯ , , คณะกรรมาธิการปฏิรูปการศึกษาฯ , เข้าพบ , รมว.ศึกษาธิการ , เพื่อมอบพิมพ์เขียวข้อเสนอการปฏิรูปการศึกษาฯ << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
ผลการประชุมร่วมกันระหว่างกระทรวงศึกษาธิการกับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)☕ คลิกอ่านเลย
ผลการประชุมร่วมกันระหว่างกระทรวงศึกษาธิการกับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
เปิดอ่าน 6,782 ครั้ง
การแถลงผลงาน 2 ปีของรัฐบาล (ด้านการศึกษา)☕ คลิกอ่านเลย
การแถลงผลงาน 2 ปีของรัฐบาล (ด้านการศึกษา)
เปิดอ่าน 127,938 ครั้ง
ผลประชุมกระทรวงศึกษาธิการ 9/2559 เมื่อวันพุธที่ 14 กันยายน 2559☕ คลิกอ่านเลย
ผลประชุมกระทรวงศึกษาธิการ 9/2559 เมื่อวันพุธที่ 14 กันยายน 2559
เปิดอ่าน 141,629 ครั้ง
มติ ครม.ที่เกี่ยวข้องด้านการศึกษา☕ คลิกอ่านเลย
มติ ครม.ที่เกี่ยวข้องด้านการศึกษา
เปิดอ่าน 8,222 ครั้ง
มติ ครม. 18 มิถุนายน 2556 ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ☕ คลิกอ่านเลย
มติ ครม. 18 มิถุนายน 2556 ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ
เปิดอ่าน 6,778 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ใช้กระดาษบางๆ ทำสะพานวางแก้วน้ำได้ ทำยังไง เทคนิคดีๆ เอาไว้สอนเด็กครับใช้กระดาษบางๆ ทำสะพานวางแก้วน้ำได้ ทำยังไง เทคนิคดีๆ เอาไว้สอนเด็กครับ
เปิดอ่าน 14,749 ครั้ง
อ่านกันชัดๆ ที่นี่ "อยากเป็นครู ทำอย่างไร?"อ่านกันชัดๆ ที่นี่ "อยากเป็นครู ทำอย่างไร?"
เปิดอ่าน 18,516 ครั้ง
ชี้เป็นเด็กอัจฉริยะต้องมี 6Qชี้เป็นเด็กอัจฉริยะต้องมี 6Q
เปิดอ่าน 8,157 ครั้ง
วันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคมวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม
เปิดอ่าน 13,733 ครั้ง
6 ประโยชน์ของการอาบน้ำที่คุณอาจยังไม่รู้6 ประโยชน์ของการอาบน้ำที่คุณอาจยังไม่รู้
เปิดอ่าน 13,582 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ