ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ > คณะกรรมาธิการปฏิรูปการศึกษาฯ เข้าพบ รมว.ศึกษาธิการ เพื่อมอบพิมพ์เขียวข้อเสนอการปฏิรูปการศึกษาฯ

คณะกรรมาธิการปฏิรูปการศึกษาฯ เข้าพบ รมว.ศึกษาธิการ เพื่อมอบพิมพ์เขียวข้อเสนอการปฏิรูปการศึกษาฯ

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 7 ก.ย. 2558 เปิดอ่าน : 3,742 ครั้ง

ลิงก์ผู้สนับสนุน

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

Advertisement

คณะกรรมาธิการปฏิรูปการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สภาปฏิรูปแห่งชาติ นำโดยนายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานคณะกรรมาธิการฯ เข้าหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นข้อเสนอแนวทางการจัดการศึกษา กับรัฐมนตรีและผู้บริหาร 5 องค์กรหลัก กระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันศุกร์ที่ 4 กันยายน 2558 ที่กระทรวงศึกษาธิการ

 

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา กล่าวว่า ได้นำตัวแทนคณะกรรมาธิการฯ 15 ท่านจากกรรมาธิการทั้งหมด 27 ท่าน เข้าพบ พลเอกดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ และนายแพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อส่งมอบพิมพ์เขียว (Blueprint) การศึกษาที่คณะกรรมาธิการใช้เวลากว่า 9 เดือน ไปรับฟังความคิดเห็นทั่วประเทศ ซึ่งมีข้อเสนอที่น่าสนใจหลายเรื่อง เพื่อให้กระทรวงศึกษาธิการนำไปขับเคลื่อนและเลือกทำ โดยคณะกรรมาธิการฯ แม้จะหมดวาระลงในวันที่ 6 กันยายนนี้ แต่พร้อมจะช่วยรัฐบาลและการปฏิรูปการศึกษาอย่างเป็นขั้นเป็นตอนต่อไป

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ประเด็นที่คณะกรรมาธิการเสนอและหารือในครั้งนี้มีหลายเรื่อง แต่ข้อเสนอการปฏิรูปการศึกษาในพิมพ์เขียวมี 3 เรื่องสำคัญ คือ การปฏิรูประบบการจัดการศึกษา การปฏิรูประบบการคลังด้านการศึกษาและด้านอุปสงค์ และการปฏิรูประบบการเรียนรู้ ซึ่งสอดคล้องกับสิ่งที่กระทรวงศึกษาธิการกำลังดำเนินการอยู่แล้วในปัจจุบัน แต่ก็ได้บอกคณะกรรมาธิการฯ ช่วยคิดว่า ปัญหาหรือข้อมูลที่เสนอมานั้น ทำไมต้องทำเรื่องนั้นๆ และข้อเสนอแต่ละหัวข้อ มองเห็นปัญหาอะไรบ้าง และควรจะทำอย่างไร เพื่อกระทรวงศึกษาธิการจะได้นำมาพิจารณาต่อไป

"สำหรับข้อเสนอดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของพิมพ์เขียว
ข้อเสนอการปฏิรูปประเทศ โดยยึดวิสัยทัศน์ประเทศไทยในปี 2575
คือ "มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน"
ซึ่งเน้นคนเป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดของการปฏิรูป"

โดยมีเป้าหมายพัฒนาคนไทยให้เป็นคนที่สมบูรณ์ อยู่ดี มีสุข เป็นพลเมืองที่ตื่นรู้ปรับตัวเองเข้ากับสถานการณ์โลกที่มีการเปลี่ยนแปลง และเป็นพลเมืองที่เข้มแข็งมีคุณสมบัติช่วยสนับสนุนความสามารถในการแข่งขันของชาติ โดยต้องการให้ตัวบ่งชี้ในปี 2575 จากการปฏิรูปตามพิมพ์เขียวนี้ เพื่อให้มีอัตราคนว่างงานบวกเงินเฟ้ออยู่ในระดับ 1-3 ที่ดีที่สุดของโลก มีผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาไทยอยู่ในลำดับที่ 2 ของอาเซียน และลำดับที่ 1-5 ของเอเชีย มีนวัตกรรมของไทยอยู่ในลำดับ 1 ใน 5 ของเอเชีย และค่าคะแนนการไม่ยอมรับการทุจริตประพฤติมิชอบสูงกว่า 60 ใน 100 คะแนน

หลักสำคัญที่เสนอในพิมพ์เขียวนี้มีหลายเรื่อง แต่ที่สำคัญคือวาระการปฏิรูปการศึกษา 3 เรื่องสำคัญ คือ 1) ปฏิรูประบบการจัดการศึกษา 2) ปฏิรูประบบการคลังด้านการศึกษา ด้านอุปสงค์ 3) ปฏิรูประบบการเรียนรู้ ดังนี้

ปฏิรูประบบการจัดการศึกษา โดยเน้น 5 ด้าน คือ 1) ปฏิรูปนโยบายการจัดการศึกษาและการจัดองค์กรในระบบการศึกษา ที่เน้นการกระจายอำนาจการจัดการสถานศึกษา การมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน 2) ปฏิรูปการเตรียมการผู้เข้าเรียน 3) ปฏิรูปการบริหารบุคลากรทางการศึกษา ทั้งการผลิต ปรับปรุงพัฒนา การประเมินผล และสร้างระบบคุณธรรมของบุคลากร 4) ปฏิรูประบบธรรมาภิบาลการจัดการศึกษา 5) ปฏิรูประบบการประกันคุณภาพการศึกษา

ปฏิรูปการคลังด้านการศึกษาฯ โดยเสนอให้มีการปรับเปลี่ยนวิธีการจัดสรรงบประมาณเพื่อการศึกษา โดยการจัดสรรงบประมาณเพื่อการศึกษา การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน การมีส่วนร่วมของประชาสังคม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และชุมชน มีการจัดทำระบบคูปองการศึกษาโดยจัดสรรให้แก่ผู้เรียนนำไปจ่ายให้แก่สถานศึกษาด้านอุปสงค์ตรงตามระดับการศึกษา มีการจัดสรรงบดำเนินการที่ต้องการเพิ่มพิเศษเพื่อจัดสรรงบประมาณให้แก่ผู้เรียนที่ต้องการความช่วยเหลือพิเศษในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานให้เพียงพออย่างมีคุณภาพและตามความเป็นจริง

ปฏิรูประบบการเรียนรู้ โดยปฏิรูปหลักสูตในการเรียนการสอนทุกระดับให้เหมาะสมและทันสมัยทั้งหลักสูตรแกนกลาง หลักสูตรตามภูมิสังคม และหลักสูตรเฉพาะ รวมทั้งมีวิธีการจัดการเรียน เพื่อให้ผู้เรียนรู้จักคิดด้วยเหตุและผล หาความรู้ได้ด้วยตนเอง ทั้งการเรียนในห้องเรียน การเรียนจากกิจกรรม การเรียนรู้ชีวิตในสังคมพหุวัฒนธรรม และการฝึกทักษะ ตลอดจนปฏิรูปวิธีการวัดผล เพื่อสะท้อนถึงผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา ทั้งการวัดความรู้ร่วม การวัดความรู้เฉพาะ การวัดทักษะ และการวัดผลการจัดการศึกษา โดยวัดผลจากการทำงานของผู้ที่จบไปแล้ว อีกทั้งควรมีการปฏิรูปการสร้างองค์ความรู้ใหม่ ที่สถาบันอุดมศึกษาและสถาบันวิจัยควรเน้นสร้างความรู้ใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีเสริมกับภูมิปัญญาท้องถิ่น" 

 

ที่มา กระทรวงศึกษาธิการ วันที่ 5 กันยายน 2558

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> คณะกรรมาธิการปฏิรูปการศึกษาฯ เข้าพบ รมว.ศึกษาธิการ เพื่อมอบพิมพ์เขียวข้อเสนอการปฏิรูปการศึกษาฯ , , คณะกรรมาธิการปฏิรูปการศึกษาฯ , เข้าพบ , รมว.ศึกษาธิการ , เพื่อมอบพิมพ์เขียวข้อเสนอการปฏิรูปการศึกษาฯ << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องล่าสุดในหมวดหมู่นี้ ≡
ผลประชุมองค์กรหลัก ศธ. เมื่อวันที่ 20 ก.ย. 2559☕ คลิกอ่านเลย
ผลประชุมองค์กรหลัก ศธ. เมื่อวันที่ 20 ก.ย. 2559
เปิดอ่าน 133,403 ครั้ง
การแถลงผลงาน 2 ปีของรัฐบาล (ด้านการศึกษา)☕ คลิกอ่านเลย
การแถลงผลงาน 2 ปีของรัฐบาล (ด้านการศึกษา)
เปิดอ่าน 127,110 ครั้ง
ผลประชุมกระทรวงศึกษาธิการ 9/2559 เมื่อวันพุธที่ 14 กันยายน 2559☕ คลิกอ่านเลย
ผลประชุมกระทรวงศึกษาธิการ 9/2559 เมื่อวันพุธที่ 14 กันยายน 2559
เปิดอ่าน 140,781 ครั้ง
มติครม. ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา วันที่ 30 สิงหาคม 2559 ☕ คลิกอ่านเลย
มติครม. ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา วันที่ 30 สิงหาคม 2559
เปิดอ่าน 157,653 ครั้ง
สรุปประเด็นการบรรยายพิเศษ ของรมว.ศธ. ในการประชุมสัมมนาผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย ที่เชียงใหม่☕ คลิกอ่านเลย
สรุปประเด็นการบรรยายพิเศษ ของรมว.ศธ. ในการประชุมสัมมนาผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย ที่เชียงใหม่
เปิดอ่าน 160,967 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

“มะระ”ป้องเบาหวาน-จัดการริดสีดวง!“มะระ”ป้องเบาหวาน-จัดการริดสีดวง!
เปิดอ่าน 9,295 ครั้ง
ทำไมต้องจ้างทำการบ้าน (ชมคลิป)ทำไมต้องจ้างทำการบ้าน (ชมคลิป)
เปิดอ่าน 10,098 ครั้ง
การติดตั้ง Windows และซอฟต์แวร์ต่าง ๆ ในเครื่องคอมพิวเตอร์ การติดตั้ง Windows และซอฟต์แวร์ต่าง ๆ ในเครื่องคอมพิวเตอร์
เปิดอ่าน 13,707 ครั้ง
"ครูพันธุ์วิจัย" สร้างเด็กไทยคิดได้ทำเป็น  "ครูพันธุ์วิจัย" สร้างเด็กไทยคิดได้ทำเป็น
เปิดอ่าน 4,668 ครั้ง
พระบรมรูปทรงม้าพระบรมรูปทรงม้า
เปิดอ่าน 11,655 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
 
สนามเด็กเล่น
เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
ข่าวล่าสุด

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ