ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ > นโยบาย-แนวทางพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็ก

นโยบาย-แนวทางพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็ก

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 20 ต.ค. 2558 เปิดอ่าน : 17,162 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
นโยบาย-แนวทางพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็ก

Advertisement

รมว.ศธ.พบผู้บริหารโรงเรียนขนาดเล็กที่เชียงใหม่

จังหวัดเชียงใหม่ - พลเอกดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มอบนโยบายพร้อมทั้งรับฟังข้อเสนอในการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กในเขตพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ 80 โรงเรียน เมื่อวันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม 2558 ที่โรงเรียนบ้านห้วยทราย อำเภอเมืองเชียงใหม่ โดยมีผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) เชียงใหม่ เขต 1-6, ผู้อำนวยการโรงเรียนขนาดเล็กสังกัด สพป.เชียงใหม่ เขต 1 จำนวน 45 แห่ง, โรงเรียนในสังกัด สพป.เชียงใหม่ เขต 2-6 และศึกษานิเทศก์ เข้าร่วมประชุมประมาณ 100 คน


การจัดการศึกษาของโรงเรียนบ้านห้วยทราย : ใช้ DLTV ในปี 2555 ส่งผลให้คะแนนสอบ O-NET ปี 2557 สูงกว่าเฉลี่ยระดับประเทศทั้ง 6 กลุ่มสาระ

นางมณทิรา ตรีวงศ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยทราย ได้กล่าวรายงานการจัดการศึกษาของโรงเรียนบ้านห้วยทราย ว่า เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก ตั้งอยู่ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ มีนักเรียนรวม 90 คน มีครูและบุคลากรทางการศึกษา 6 คน ปัจจุบันเปิดสอนตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยโรงเรียนได้เข้าร่วมโครงการการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม DLTV ในระดับประถมศึกษาทุกชั้นเรียนตั้งแต่ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2555 เป็นต้นมา เพื่อแก้ไขปัญหามีครูไม่ครบชั้นเรียนและครูจบไม่ตรงสาขาวิชาที่สอน นอกจากนี้จะมีการสอนเสริมในแต่ละวิชาภายหลังการจัดการเรียนการสอนทางไกลผ่านดาวเทียม เนื่องจากบางวิชามีความยากอาจทำให้นักเรียนบางส่วนเรียนตามไม่ทัน เช่น วิชาคณิตศาสตร์

โดยในปีการศึกษา 2557 ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาจากผลการทดสอบทางการศึกษาขั้นพื้นฐานระดับชาติ (O-Net) ของโรงเรียนบ้านห้วยทราย มีคะแนนสูงกว่าค่าเฉลี่ยระดับประเทศทั้ง 6 กลุ่มสาระ นอกจากนี้ ในกลุ่มสาระวิชาภาษาไทยและศิลปะยังอยู่ใน 10 อันดับคะแนนสูงสุดของโรงเรียนในสังกัด สพป.เชียงใหม่ เขต 1 ด้วย

มอบนโยบายการขับเคลื่อนคุณภาพการจัดการศึกษาของโรงเรียนขนาดเล็ก

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวแสดงความชื่นชมผู้บริหารโรงเรียนดังกล่าว รวมทั้งโรงเรียนขนาดเล็ก ที่จัดการเรียนการสอนให้กับลูกหลานของเราอย่างเต็มความสามารถ โดยมุ่งหวังให้มีคุณภาพการศึกษาที่ดีขึ้น แต่ก็ต้องยอมรับความเป็นจริงว่าขณะนี้เรามีโรงเรียนขนาดเล็กอยู่หลายหมื่นแห่งที่ประสบปัญหาการขาดแคลนครู มีผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ ตลอดจนมีงบประมาณที่จำกัดในการบริหารจัดการ เพราะเป็นค่าใช้จ่ายรายหัวที่เชื่อมโยงกับจำนวนผู้เรียน

การเดินทางมาครั้งนี้ จึงต้องการมารับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากผู้อำนวยการโรงเรียน ครู และศึกษานิเทศก์ เพื่อจัดระบบช่วยเหลือดูแลให้การดำเนินงานให้เกิดความคล่องตัวมากขึ้น

โอกาสนี้ รมว.ศึกษาธิการ ได้มอบแนวทางในการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก ดังนี้

1) การขาดแคลนครู เป็นปัญหาหลักของโรงเรียนขนาดเล็กส่วนใหญ่ โดยนอกจากจะต้องจัดสรรให้มีครูครบทุกชั้นแล้ว การบรรจุตำแหน่งทดแทนอัตราเกษียณอายุราชการก็มีความสำคัญ ซึ่งในความเป็นจริงจะมีการขอคืนอัตราเกษียณทั้ง 100% อยู่แล้ว แต่ขอให้มีการจัดสรรครูให้กับโรงเรียนที่มีความขาดแคลนก่อนเป็นอันดับแรก และในขณะนี้มีความแนวคิดที่จะจ้างครูที่เกษียณอายุราชการที่ต้องการสอนหนังสือต่อ โดยอยู่ระหว่างเตรียมหลักเกณฑ์ในการจ้างอย่างเป็นระบบ ซึ่งจะนำประวัติและผลงานของครูมาเป็นหลักเกณฑ์หนึ่งในการพิจารณา รวมทั้งเร่งดำเนินการจัดหาบุคลากรตำแหน่งธุรการและนักการภารโรงให้โรงเรียนขนาดเล็กต่อไปด้วย

2) การสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษ นายกรัฐมนตรีได้มอบให้กระทรวงศึกษาธิการเร่งส่งเสริมการเรียนการสอนและการสื่อสารภาษาอังกฤษของนักเรียนนักศึกษา ตลอดจนพ่อแม่ผู้ปกครอง และประชาชน ซึ่งกำลังพิจารณาแนวทางดำเนินการใน 2 ส่วน คือ

- ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ขณะนี้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ดำเนินการอยู่แล้วในโรงเรียนต่างๆ แต่ต้องการจะขยายการสื่อสารไปยังพ่อแม่ผู้ปกครองมากขึ้นด้วย โดยอาจใช้วิธีจัดทำป้ายบอกทางเป็นภาษาไทยควบคู่กับภาษาอังกฤษ หรือการรู้คำศัพท์ง่ายๆ ผ่านการทำการบ้านกับบุตรหลาน

- ระดับอุดมศึกษา กำลังหารือกับสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) เกี่ยวกับการออกแบบการประเมินทักษะภาษาอังกฤษในระดับปริญญาตรี เพื่อต้องการให้มีการทดสอบภาษาอังกฤษเพื่อจบการศึกษา แต่หากสอบไม่ผ่านจะจัดอบรมภาษาอังกฤษให้ ก่อนที่จะมีการสอบใหม่อีกครั้ง ทั้งนี้เมื่อออกแบบการประเมินเสร็จแล้ว จะประชาสัมพันธ์ให้นักศึกษาทราบตั้งแต่เข้าเรียนปีที่ 1 ปีการศึกษา 2559 เพื่อให้ได้เตรียมตัวแต่เนิ่นๆ

3) การทบทวนอำนาจหน้าที่ของผู้บริหารเขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งจะต้องมีความชัดเจนเกี่ยวกับรายละเอียดในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นงานด้านบริหารหรืองานด้านวิชาการ ขอให้มีการรวบรวมมานำเสนอเพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณา รวมทั้งประเด็นปัญหาขัดข้องของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั้งหมด 225 เขต ที่ได้มอบหมายให้เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานรวบรวมประเด็นในทุกแง่มุม เพื่อหาทางจัดรูปแบบการบริหารงานอย่างเป็นระบบต่อไป

4) นโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ซึ่งมีโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่สมัครเข้าร่วมโครงการถึง 7 แห่ง เนื่องจากเล็งเห็นถึงความสำคัญของการจัดกิจกรรมสร้างเสริมทักษะของนักเรียนทั้ง 4 ด้าน คือ ด้านสติปัญญา (Head) ด้านทัศนคติ (Heart) ด้านเรียนรู้และปฏิบัติจริง (Hand) ด้านสุขภาพ (Health) ที่จะช่วยให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาทั้งทางด้านวิชาการและทักษะชีวิตที่สมดุลกัน อันจะนำมาซึ่งการทำให้นักเรียนมีความสุข ครูมีความสุข และผู้ปกครองมีความสุข

จึงขอให้โรงเรียนจัดกิจกรรมสร้างเสริมทักษะทั้ง 4 ด้านอย่างมีเป้าหมายและทิศทางที่ชัดเจน ตลอดจนผสมผสานกิจกรรมในแต่ละทักษะให้มีความสมดุลในแต่ละสัปดาห์ โดยโรงเรียนสามารถออกแบบการจัดกิจกรรมได้เองว่าจะเน้นทักษะด้านใดในแต่ละกิจกรรม หรือจะเน้นทุกทักษะภายในกิจกรรมเดียว เช่น กิจกรรมลูกเสือ ซึ่งจะตอบโจทย์เรื่องความมีระเบียบวินัย ความสามัคคี ความเสียสละ ความโอบอ้อมอารี หรือกิจกรรมกีฬาที่จะช่วยฝึกให้เด็กรู้จักการรู้แพ้รู้ชนะ มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ในขณะเดียวกันจะเกิดความผูกพันขึ้นระหว่างรุ่นพี่รุ่นน้อง เพราะกีฬาในช่วงบ่ายจะแตกต่างจากการเรียนวิชาพลศึกษาในช่วงเช้า คือจะจัดให้นักเรียนเล่นกีฬาแบบคละชั้น

นอกจากนี้ กิจกรรมการเรียนการสอนของโรงเรียนหลายแห่งก็สอดคล้องกับกิจกรรมของโครงการอยู่แล้ว อาทิ มัคคุเทศก์น้อย โครงการเศรษฐกิจพอเพียง การสอนอาชีพให้นักเรียนบนพื้นที่สูง การสอนเสริมในกลุ่มสาระวิชาต่างๆ ดนตรีไทย กีฬา และศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น เป็นต้น

5) การจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ขณะนี้ทางมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมกำลังเตรียมจัดหาวิทยากรและครูที่มีความรู้ความสามารถ มีเทคนิคการสอนที่ดี มาเป็นครูต้นแบบการจัดการเรียนการสอนที่โรงเรียนต้นทาง เพื่อให้นักเรียนในโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการปลายทางได้เรียนกับครูดีครูเก่ง ทั้งนี้ขอให้ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษารวบรวมประเด็นปัญหาอุปสรรคจากการเรียนทางไกล เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในการจัดการเรียนการสอนอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

 

รับฟังและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นจากผู้บริหารโรงเรียนขนาดเล็ก

ในการนี้ รมว.ศึกษาธิการ ได้เปิดโอกาสให้ผู้บริหารให้ข้อเสนอแนะ สภาพปัญหาความต้องการเกี่ยวกับการดำเนินงานโรงเรียนขนาดเล็ก ดังนี้

- งบประมาณ ขอให้มีการจัดสรรงบประมาณให้กับพื้นที่ เพื่อให้โรงเรียนสามารถดำเนินโครงการตามนโยบายและแก้ไขปัญหาตามบริบทของแต่ละพื้นที่ได้
(รมว.ศึกษาธิการ : ต้องยอมรับว่ากระทรวงศึกษาธิการเป็นองคาพยพใหญ่ และมีโรงเรียนกระจายอยู่ทั่วประเทศ ทั้งในพื้นที่ห่างไกล-พื้นที่สูง-ชายขอบ ดังนั้นจำเป็นที่จะต้องสื่อสารนโยบายหรือแนวทางการทำงานให้ทุกคนไม่ว่าจะอยู่ที่ใด ได้มีความเข้าใจถูกต้องชัดเจนตรงกันเสียก่อน มิฉะนั้นแต่ละพื้นที่ก็จะบริหารงานตามความรู้สึก ไม่เป็นไปในทิศทางและเป้าหมายเดียวกัน อย่างไรก็ตามขอเวลานี้เป็นช่วงเวลาในการทำความเข้าใจกับคนกระทรวงศึกษาธิการอย่างถ่องแท้ก่อนจะสื่อสารไปยังสาธารณชน จากนั้นจึงจะขับเคลื่อนตาม Road Map การปฏิรูปการศึกษาที่มีแผนงานพร้อมกรอบระยะเวลาในการดำเนินงานที่เชื่อมโยงกันทั้งระบบ รวมทั้งงบประมาณด้วย)

- สร้างแรงจูงใจครูอาสาสมัคร ขอให้มีการสนับสนุนค่าใช้จ่ายสำหรับครูอาสาสมัครที่เดินทางไปช่วยสอนให้กับโรงเรียนขนาดเล็กที่ขาดแคลนครู
(รมว.ศึกษาธิการ : ในประเด็นนี้สอดคล้องกับการบริหารงบประมาณของ สพฐ. ที่จะต้องมีการสร้างระบบจัดสรรงบประมาณที่มีความเที่ยงตรงมากขึ้น จึงขอให้คิดกรอบ กติกา และหลักเกณฑ์เพื่อให้การสนับสนุนค่าใช้จ่ายแก่ครูอาสาสมัคร ทั้งค่าพาหนะ ค่าน้ำมัน และความดีความชอบที่ควรจะได้จากความทุ่มเทและเสียสละ)

- การประเมินคุณภาพภายนอก ต้องการให้มีการทบทวนวิธีการประเมินคุณภาพภายนอกของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) เพราะยังไม่แน่ใจว่าจะสามารถวัดผลการจัดการศึกษาได้อย่างเที่ยงตรง ซึ่งโรงเรียนขนาดเล็กส่วนใหญ่ก็ยังไม่ผ่านการประเมิน
(รมว.ศึกษาธิการ : ขณะนี้ได้หารือกับ สมศ.เกี่ยวกับการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสี่ (พ.ศ.2559-2563) และได้ให้นโยบายไปแล้วว่า อาจจะต้องมีการแยกประเภทโรงเรียนออกเป็นกลุ่มตามจำนวนนักเรียนและพื้นที่ตั้งโรงเรียน เช่น โรงเรียนในเมืองขนาดใหญ่-กลาง-เล็ก โรงเรียนห่างไกล/ชายขอบขนาดกลาง-เล็ก จากนั้นจึงทำการประเมินและจัดผลคะแนนการประเมินโรงเรียนแต่ละกลุ่ม อาทิ ระดับดีเด่น-ดี-พอใช้ เพื่อให้โรงเรียนในแต่ละกลุ่มซึ่งมีปัจจัยและบริบทที่มีความคล้ายคลึงกันได้มีการแข่งขันกันเองมากขึ้น)

- การขาดผู้อำนวยการโรงเรียน ขณะนี้มีโรงเรียนใน สพป.เชียงใหม่ เขต 6 ที่ไม่มีผู้อำนวยการโรงเรียนถึง 26 แห่ง เนื่องจากไม่สามารถสอบผ่านเกณฑ์ที่คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) กำหนด
(รมว.ศึกษาธิการ : ได้มีการหารือกับ ก.ค.ศ.แล้วว่า อาจจะต้องมีการทบทวนเกณฑ์การสอบคัดเลือกผู้อำนวยการสถานศึกษาและตัวชี้วัดต่างๆ ที่จะต้องมีการประเมินความรู้ความสามารถของผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งที่ชัดเจนและสามารถวัดได้เที่ยงตรง แต่จะไม่ให้มีการสอบเลย คงไม่ได้ เพราะผู้ที่จะเป็นผู้อำนวยการ ต้องมีความสามารถรอบด้านและมีหน้าที่ความรับผิดชอบที่สูงกว่ารองผู้อำนวยการเป็นอย่างมาก)

- ครูทวิภาษา ขอให้ช่วยจัดหาครูที่รู้ภาษาถิ่นให้แก่โรงเรียนชายขอบหรือในพื้นที่สูง ซึ่งมีนักเรียนส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ เพราะจะสื่อสารกับนักเรียนได้เร็วและเข้าใจกว่าครูที่ไม่รู้ภาษาถิ่น
(รมว.ศึกษาธิการ : มอบให้ สพป.เชียงใหม่ รวบรวมข้อมูลจำนวนความขาดแคลนครูทวิภาษาของโรงเรียนในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อจะได้หาทางช่วยเหลือต่อไป)

- หลักเกณฑ์การพักนอน ขอให้มีการทบทวนหลักเกณฑ์การรับนักเรียนเข้าพักนอนในโรงเรียนสังกัด สพป.เชียงใหม่ เขต 6 เนื่องจากโรงเรียนจะต้องรับผิดชอบนักเรียนนอกเขตจำนวนมาก
(รมว.ศึกษาธิการ : มอบ สพฐ.ทบทวนหลักเกณฑ์ กติกา และกระบวนการทั้งหมดอย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งประกาศให้ทราบและถือปฏิบัติอย่างต่อเนื่องด้วย)

- หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ควรปรับหลักสูตรให้นักเรียนได้เรียนในกลุ่มสาระที่มีความจำเป็นตามแต่ละช่วงวัย ไม่ควรเรียนมากเกินไป
(รมว.ศึกษาธิการ : ขณะนี้กระทรวงศึกษาธิการกำลังปรับหลักสูตรควบคู่ไปกับการดำเนินโครงการลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ โดยจะตัดกลุ่มสาระที่ไม่จำเป็น หรือที่เป็นไขมันออก แต่ยังคงเวลาเรียนในห้องเรียน 840 ชั่วโมงเช่นเดิม ซึ่งโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการทั้ง 3,800 แห่งจะเรียนเฉพาะวิชาที่มีความจำเป็นเท่านั้น อย่างไรก็ตามจะได้มีการหารือเรื่องตัวชี้วัดต่างๆ กับคณะกรรมการจัดทำหลักสูตร รวมทั้งเรื่องหนังสือเรียนและแบบเรียนที่จะต้องสอดคล้องกับหลักสูตรที่จะปรับปรุงใหม่ด้วย)

 

 

ที่มา กระทรวงศึกษาธิการ วันที่ 20 ตุลาคม 2558 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> นโยบาย-แนวทางพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็ก , << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
มติ ครม.(1 พฤศจิกายน 2556) ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ☕ คลิกอ่านเลย
มติ ครม.(1 พฤศจิกายน 2556) ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ
เปิดอ่าน 12,517 ครั้ง
คณะกรรมาธิการปฏิรูปการศึกษาฯ เข้าพบ รมว.ศึกษาธิการ เพื่อมอบพิมพ์เขียวข้อเสนอการปฏิรูปการศึกษาฯ☕ คลิกอ่านเลย
คณะกรรมาธิการปฏิรูปการศึกษาฯ เข้าพบ รมว.ศึกษาธิการ เพื่อมอบพิมพ์เขียวข้อเสนอการปฏิรูปการศึกษาฯ
เปิดอ่าน 4,260 ครั้ง
ผลประชุม ก.ค.ศ.ครั้งที่ 4/2554 เมื่อวันที่ 31 มี.ค.2554☕ คลิกอ่านเลย
ผลประชุม ก.ค.ศ.ครั้งที่ 4/2554 เมื่อวันที่ 31 มี.ค.2554
เปิดอ่าน 15,648 ครั้ง
สมเด็จพระเทพฯ พระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี☕ คลิกอ่านเลย
สมเด็จพระเทพฯ พระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี
เปิดอ่าน 4,155 ครั้ง
ผลประชุม ก.พ.อ.ครั้งที่ 2/2556☕ คลิกอ่านเลย
ผลประชุม ก.พ.อ.ครั้งที่ 2/2556
เปิดอ่าน 6,677 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

กันไว้ดีกว่าแก้ ผู้ใช้งานธนาคารออนไลน์ต้องอ่าน !กันไว้ดีกว่าแก้ ผู้ใช้งานธนาคารออนไลน์ต้องอ่าน !
เปิดอ่าน 7,827 ครั้ง
4 อาหารอัพสมองให้ใสในยามบ่าย คิดงานอะไรก็เวิร์ก4 อาหารอัพสมองให้ใสในยามบ่าย คิดงานอะไรก็เวิร์ก
เปิดอ่าน 14,610 ครั้ง
ทำไมหิงห้อยจึงมีแสงทำไมหิงห้อยจึงมีแสง
เปิดอ่าน 69,554 ครั้ง
มงคลชีวิต ทำบุญ ไหว้พระ ตามวัน-ปีเกิด ยิ่งดี!มงคลชีวิต ทำบุญ ไหว้พระ ตามวัน-ปีเกิด ยิ่งดี!
เปิดอ่าน 9,538 ครั้ง
โรคของเส้นผม ขน และเล็บโรคของเส้นผม ขน และเล็บ
เปิดอ่าน 17,044 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ