ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


Advertisement

ข่าวการศึกษา     ความรู้ทั่วไป     งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคมข่าวการศึกษา  ▶ ข่าว/บทความ ▶ หน้าแรก

"ยึดทรัพย์-ขึ้นเครดิตบูโร" ถึงเวลา กยศ.ใช้"ยาแรง"


ข่าวการศึกษา 25 ต.ค. 2558 เวลา 06:30 น.

13,544

views
Advertisement

"ยึดทรัพย์-ขึ้นเครดิตบูโร" ถึงเวลา กยศ.ใช้"ยาแรง"

กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) สร้างโอกาสให้แก่น้องๆ ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ได้มีโอกาสเข้าถึงการศึกษามากขึ้น นับตั้งแต่ก่อตั้งกองทุนจนปัจจุบัน 20 ปี กยศ.ใช้เงินจากภาษีประชาชนปล่อยกู้ไปแล้วกว่า 4 ล้านราย วงเงินกว่า 4 แสนล้านบาท แต่ผลตอบแทนกลับมาน่าใจหาย เมื่อพบว่ามีน้องๆ ที่ครบกำหนดชำระเงินกู้ ได้ชำระคืนแค่ 40% ส่วนอีก 60% ค้างชำระ!!

กลุ่มที่ค้างชำระ 60% แยกเป็นกลุ่มที่ไม่ตั้งใจเบี้ยวหนี้ แต่เพราะตกงานหรือมีเงินเดือนไม่เพียงพอต่อการชำระหนี้ กลุ่มนี้นับเป็นความสูญเสียที่เกิดจากรัฐบาลบริหารผิดพลาดโดยไม่ได้พิจารณาว่าสาขาตลอดจนตัวผู้กู้เอง มีศักยภาพพอที่จะชดใช้หนี้ได้หรือไม่ อีกกลุ่มคือกลุ่มที่มีงานทำและได้รับเงินเดือนเพียงพอที่จะชดใช้หนี้ แต่กลับละเลยไม่ชำระซึ่งเคยมีการสำรวจพบว่าผู้ที่จบสาขาแพทย์ พยาบาล และสาธารณสุข มีอัตราการค้างชำระหนี้สูงถึง 50% ทั้งที่เป็นวิชาชีพที่ไม่น่าจะมีปัญหาด้านการเงิน สะท้อนถึงความล้มเหลวของระบบการศึกษาที่ไม่อาจปลูกฝังให้เด็กมีจิตสำนึกรับผิดชอบต่อสังคม ถือเป็นความสูญเปล่า และน่าเป็นห่วงกว่ากลุ่มแรกที่ตั้งใจจะชำระหนี้ เพียงแค่ไม่อาจทำได้

รัฐไม่ได้ร่ำรวยถึงขั้นสามารถเติมเงินให้กับกองทุนได้มากมายทุกปี ฉะนั้น ถ้ารุ่นพี่ไร้จิตสำนึกที่จะชดใช้คืน เงินหมุนเวียนที่จะนำมาปล่อยกู้ให้รุ่นน้องย่อมไม่เพียงพอ เห็นได้ชัดในปีการศึกษา 2558 ที่ กยศ.จำกัดผู้กู้รายใหม่ไม่ให้เกิน 200,000 ราย

การรณรงค์โดยพยายามกระตุ้นจิตสำนึกให้เด็กชำระคืนไม่ได้ผล กยศ.สูญเสียค่าใช้จ่ายในการจ้างทนายความติดตามทวงหนี้กว่า 3,200 ล้านบาท ขณะที่ได้เงินกลับคืนมา 3,000 ล้านบาท แต่ยังจำเป็นที่จะต้องจ้างทนายต่อ ไม่เช่นนั้นคดีความจะหมดอายุซึ่ง กยศ.จะมีความผิด ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ที่ผ่านมา กยศ.ยกเลิกโครงการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเมื่อปี 2557 และรณรงค์ให้หน่วยงานราชการและบริษัทเอกชนร่วมโครงการหักเงินเดือน ณ ที่จ่ายแทนซึ่งวิธีนี้จะได้ผลมากกว่า โดยกรณีผู้กู้ยืมยินยอมให้นายจ้างหักเงินเดือน สำหรับผู้ที่ไม่ค้างชำระ เมื่อชำระเสร็จสิ้นแล้ว จะได้เงินคืนร้อยละ 1 ของเงินต้นคงเหลือ สำหรับผู้กู้ที่ค้างชำระ หากยินยอมชำระหนี้เป็นปกติ จะได้ลดเบี้ยปรับ 100% หรือหากไม่สามารถชำระหนี้ให้เป็นปกติได้ กองทุนจะปรับโครงสร้างหนี้ใหม่พร้อมลดเบี้ยปรับ 50% และมีระยะเวลาผ่อนชำระหนี้ตามระยะเวลาที่เหลืออยู่ตามสัญญา

ส่วนกรณีผู้กู้ยืมปิดบัญชี สำหรับผู้กู้ที่ไม่ค้างชำระจะได้เงินคืนร้อยละ 3 ของเงินต้นคงเหลือ แต่สำหรับผู้กู้ที่ค้างชำระ จะได้ลดเบี้ยปรับ 100%

นอกจากนี้ กยศ.ยังงัดมาตรการดัดหลังผู้กู้ที่เบี้ยวหนี้ด้วยการส่งรายชื่อเข้าสู่ระบบเครดิตบูโร รวมถึงฟ้องยึดทรัพย์ ล่าสุดมีผู้ถูกฟ้องและไม่มาชำระคดีตามที่ถูกบังคับคดี จึงถูกยึดทรัพย์ไปแล้ว 786 ราย รวมเป็นเงิน 22 ล้านบาท และมีผู้ที่เข้าข่ายจะถูกยึดทรัพย์อีกจำนวน 4,175 ราย รวมเป็นเงิน 109 ล้านบาท ทั้งหมดเป็นผู้กู้ที่อยู่ในช่วงปีการศึกษา 2547 สำหรับปี 2558 กยศ.ได้ฟ้องร้องผู้ที่ผิดนัดชำระหนี้แล้ว 120,622 ราย และปี 2559 กยศ.จะฟ้องอีก 1.3 แสนราย

เมื่อการรณรงค์ให้ผู้กู้มีจิตสำนึกไม่ได้ผลกับคนบางกลุ่ม ก็ถึงเวลาแล้วที่ กยศ.ต้องใช้ยาแรง ไม่เช่นนั้นคนกลุ่มนี้ก็จะไม่ตระหนัก ละเลยและขาดจิตสำนึกอยู่อย่างนี้ ซึ่งสุดท้ายผลเสียจะตกกับรุ่นน้องที่จะขาดโอกาส ทั้งสะท้อนถึงความล้มเหลวของระบบการศึกษาที่ไม่อาจสอนและปลูกฝังให้เด็กมีจิตสำนึกรับผิดชอบต่อสังคมได้ 

 

ที่มา

คอลัมน์ คลื่นคิดข่าว
โดย ขติยา มหาสินธ์

มติชนรายวัน 24 ตุลาคม 2558

บ้านน็อคดาวน์ทรงโมเดิร์น

฿65,000

https://s.shopee.co.th/2Vm01N027C?share_channel_code=6


"ยึดทรัพย์-ขึ้นเครดิตบูโร" ถึงเวลา กยศ.ใช้"ยาแรง"ยึดทรัพย์-ขึ้นเครดิตบูโรถึงเวลากยศ.ใช้ยาแรง

Advertisement

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

:: เรื่องปักหมุด ::

คำสั่ง สพฐ. เรื่อง รับโอนข้าราชการพลเรือนสามัญ และ คำสั่ง สพฐ. เรื่อง ย้ายข้าราชการพลเรือนสามัญ เพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหาร ระดับต้น ตำแหน่งผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

คำสั่ง สพฐ. เรื่อง รับโอนข้าราชการพลเรือนสามัญ และ คำสั่ง สพฐ. เรื่อง ย้ายข้าราชการพลเรือนสามัญ เพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหาร ระดับต้น ตำแหน่งผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

เปิดอ่าน 5,410 ☕ 23 ก.พ. 2569

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
ก.ค.ศ. อนุมัติให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีและเลื่อนเป็นวิทยฐานะเชี่ยวชาญ จำนวน 6 ราย (18 กุมภาพันธ์ 2569)
ก.ค.ศ. อนุมัติให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีและเลื่อนเป็นวิทยฐานะเชี่ยวชาญ จำนวน 6 ราย (18 กุมภาพันธ์ 2569)
เปิดอ่าน 2,293 ☕ 26 ก.พ. 2569

ซักซ้อมการเลื่อนเงินเดือนข้าราชการและเลื่อนขั้นค่าจ้างลูกจ้างประจำ ครั้งที่ 1 (1 เมษายน 2569)
ซักซ้อมการเลื่อนเงินเดือนข้าราชการและเลื่อนขั้นค่าจ้างลูกจ้างประจำ ครั้งที่ 1 (1 เมษายน 2569)
เปิดอ่าน 1,486 ☕ 26 ก.พ. 2569

สพฐ.ย้ายและรับโอนตำแหน่งผู้อำนวยการสำนัก ส่วนกลาง 5 ตำแหน่ง
สพฐ.ย้ายและรับโอนตำแหน่งผู้อำนวยการสำนัก ส่วนกลาง 5 ตำแหน่ง
เปิดอ่าน 1,013 ☕ 25 ก.พ. 2569

"สพฐ."เตรียม ถก ผอ.สพท.หาทิศทางบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กทั่วประเทศ
"สพฐ."เตรียม ถก ผอ.สพท.หาทิศทางบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กทั่วประเทศ
เปิดอ่าน 235 ☕ 25 ก.พ. 2569

คุรุสภาเร่งขับเคลื่อนจรรยาบรรณวิชาชีพทางการศึกษา พัฒนา E-PLC-บทเรียนออนไลน์-เครื่องมือประเมินมาตรฐาน พร้อมเปิดตัวครู AI ต้นแบบ "ครูจรรยา-ครูบรรณ"
คุรุสภาเร่งขับเคลื่อนจรรยาบรรณวิชาชีพทางการศึกษา พัฒนา E-PLC-บทเรียนออนไลน์-เครื่องมือประเมินมาตรฐาน พร้อมเปิดตัวครู AI ต้นแบบ "ครูจรรยา-ครูบรรณ"
เปิดอ่าน 218 ☕ 25 ก.พ. 2569

ตั้งแล้ว 10 บริหารต้น สป.ศธ. 1 ผู้ช่วยเลขาธิการ กอศ. และ 2 ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. ตามโผ
ตั้งแล้ว 10 บริหารต้น สป.ศธ. 1 ผู้ช่วยเลขาธิการ กอศ. และ 2 ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. ตามโผ
เปิดอ่าน 5,618 ☕ 23 ก.พ. 2569

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

รู้ไว้เพื่อระวัง กรุ๊ปเลือดบอกความสุ่มเสี่ยงของโรคได้นะ
รู้ไว้เพื่อระวัง กรุ๊ปเลือดบอกความสุ่มเสี่ยงของโรคได้นะ
เปิดอ่าน 21,967 ครั้ง

ปวดคอ แบบไหนอันตราย
ปวดคอ แบบไหนอันตราย
เปิดอ่าน 6,433 ครั้ง

เตือนผู้ป่วยเบาหวานหมั่นตรวจตา ลดความเสี่ยงตาบอด
เตือนผู้ป่วยเบาหวานหมั่นตรวจตา ลดความเสี่ยงตาบอด
เปิดอ่าน 12,058 ครั้ง

พบวิธีป้องกันโรคไข้เลือดออกระบาด เร่งวันตายยุงให้สั้น
พบวิธีป้องกันโรคไข้เลือดออกระบาด เร่งวันตายยุงให้สั้น
เปิดอ่าน 12,216 ครั้ง

3 ข้อควรรู้ ก่อนพาลูก ไปหาหมอ
3 ข้อควรรู้ ก่อนพาลูก ไปหาหมอ
เปิดอ่าน 9,826 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


· Technology
· บทความเทคโนโลยีการศึกษา
· e-Learning
· Graphics & Multimedia
· OpenSource & Freeware
· ซอฟต์แวร์แนะนำ
· การถ่ายภาพ
· Hot Issue
· Research Library
· Questions in ETC
· แวดวงนักเทคโนฯ

· ความรู้ทั่วไป
· คณิตศาสตร์
· วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
· ภาษาต่างประเทศ
· ภาษาไทย
· สุขศึกษาและพลศึกษา
· สังคมศึกษา ศาสนาฯ
· ศิลปศึกษาและดนตรี
· การงานอาชีพ

· ข่าวการศึกษา
· ข่าวตามกระแสสังคม
· งาน/บริการสังคม
· คลิปวิดีโอยอดนิยม
· เกมส์
· เกมส์ฝึกสมอง

· ทฤษฎีทางการศึกษา
· บทความการศึกษา
· การวิจัยทางการศึกษา
· คุณครูควรรู้ไว้
· เตรียมประเมินวิทยฐานะ
· ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
· เครื่องมือสำหรับครู

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ