ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > บทความการศึกษา > ปฏิรูปการศึกษาแล้ว ปฏิรูปการลูกเสือด้วยครับ โดย จารึก อะยะวงศ์

ปฏิรูปการศึกษาแล้ว ปฏิรูปการลูกเสือด้วยครับ โดย จารึก อะยะวงศ์

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 31 ส.ค. 2559 เปิดอ่าน : 21,717 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

ปฏิรูปการศึกษาแล้ว ปฏิรูปการลูกเสือด้วยครับ โดย จารึก อะยะวงศ์

Advertisement

ปฏิรูปการศึกษาแล้ว ปฏิรูปการลูกเสือด้วยครับ
โดย จารึก อะยะวงศ์

นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานกำเนิดลูกเสือไทยเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ.2454 เป็นต้นมา การลูกเสือไทยก็เป็นองค์ประกอบส่วนหนึ่งของการจัดการศึกษาของชาติมาโดยตลอดเป็นเวลา 105 ปีแล้ว บัดนี้วันลูกเสือแห่งชาติเวียนมาบรรจบครบรอบอีกวาระหนึ่ง ในวาระที่รัฐบาลรวมทั้งรัฐธรรมนูญที่กำลังจะมีการลงประชามติ ได้กำหนดเป้าหมายอย่างชัดเจนว่ารัฐจะต้องปฏิรูปการศึกษาอย่างจริงจังและเร่งด่วน เพราะการศึกษาไทยอยู่ในยุคสมัยที่ตกต่ำที่สุด เมื่อการจัดการศึกษามีปัญหามาก การลูกเสือก็ตกต่ำมากเช่นกัน ซึ่งในวงเสวนาเล็กๆ แห่งหนึ่งของผู้ที่รักการลูกเสือเมื่อเร็วๆ นี้ ผู้บังคับบัญชาลูกเสือฝ่ายปฏิบัติการที่มีหน้าที่ให้การอบรมผู้บังคับบัญชาลูกเสือระดับประเทศมายาวนานท่านหนึ่ง ถึงกับระบายความในใจว่า

กิจการลูกเสือในประเทศไทยต้องยอมรับว่ากระบวนการถดถอย กล่าวคือกิจกรรมเข้าไปไม่ถึงตัวเด็กอย่างจริงจัง แต่กลับไปถึงบุคลากรทางลูกเสือที่ผลิตกันมากจนเกินไป คือไปมองที่ตัวผู้ใหญ่มากเกินไป เด็กลูกเสือสำรอง ลูกเสือสามัญ ลูกเสือวิสามัญ มีวิชาลูกเสือเป็นทักษะพิเศษที่น่าเรียน เช่น วิชาช่วยเหลือคนตกน้ำ แต่โรงเรียนไม่สนใจ ไม่เปิดให้มีการเรียนการสอน การเดินทางไกลก็มีบ้างแต่ค่อนข้างน้อยและมีสถิติกลับลดต่ำลงอย่างต่อเนื่อง หากไม่มีการปรับให้ทันสมัยจะเป็นปัญหาต่อกิจการลูกเสือในอนาคตอย่างแน่นอน สำหรับยุทธศาสตร์ของเยาวชนไทยในกิจการลูกเสือควรตั้งอยู่บนรากฐานและเตรียมความพร้อมให้เยาวชน มีส่วนร่วมในเวทีของสังคมไทยและเวทีสากล ซึ่งต้องการให้เยาวชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในวงการลูกเสือในกลุ่มของเยาวชนให้มากขึ้น

ที่สำคัญที่มองว่าเป็นปัญหาคือ ปัจจุบันบุคลากรที่อยู่ในวงการลูกเสือมีค่านิยมที่ต้องได้รับเครื่องหมายหรือตำแหน่งต่างๆ ในกิจการลูกเสือมากเกินไป เพราะในกิจการลูกเสือมีระดับชั้นมากมาย ที่ผ่านมาทุกคนทำเพื่อต้องการตำแหน่งแทบทั้งสิ้น แต่ตรงกันข้ามการขอเหรียญเชิดชูเกียรติให้เด็กกลับมีปริมาณน้อยมาก

ความในใจของบุคลากรที่คลุกคลีกับกิจการลูกเสือมายาวนาน แสดงสภาพแท้จริงของกิจการลูกเสือไทยว่าประโยชน์ของลูกเสือตกอยู่ที่ผู้ใหญ่ (บรรดาพ่อเสือ) มากกว่าเด็ก ฉะนั้นที่ปรารภกันว่า เด็กไทยคิดไม่เป็น ทำไม่เป็น ตัดสินใจไม่เป็น ขาดทักษะการที่จะเป็นผู้นำ จึงเกิดจากการที่ผู้ใหญ่ในวงการลูกเสือรักการเป็นผู้มีบทบาทในวงการลูกเสือมากกว่าการส่งเสริมให้เด็กมีส่วนร่วมในกิจกรรมลูกเสือด้วยตนเอง

กิจการลูกเสือ (ของเด็ก) ซบเซาและถดถอยแค่ไหนอย่างไร จะเห็นได้จากปัจจุบันไม่มีลูกเสือคอยช่วยเหลือตำรวจในการให้บริการจราจร ไม่มีการบริการขนส่งสิ่งของให้ผู้โดยสารตามสถานีรถไฟหรือสถานีขนส่งเหมือนเมื่อสามสิบปีก่อน กิจกรรม “บิ๊กคลีนนิ่งเดย์” หลังการชุมนุมทางการเมืองที่ราชประสงค์ และกรณีเกิดน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 ที่มีเด็กและเยาวชนจำนวนไม่น้อยไปช่วยทำความสะอาด ขนสิ่งของช่วยผู้ประสบภัย ช่วยบรรจุสิ่งของลงถุงยังชีพร่วมกับสภากาชาดและองค์กรการกุศลต่างๆ ซึ่งเด็กและเยาวชนเหล่านั้นส่วนใหญ่เป็นลูกเสือแต่กลับไม่แต่งเครื่องแบบลูกเสือขณะเข้าไปบำเพ็ญประโยชน์เลย เป็นไปได้หรือไม่ที่เขาไม่แต่งเครื่องแบบลูกเสือเพราะเขาไม่รู้สึกถึงคุณค่าของลูกเสือและเครื่องแบบลูกเสือ เคยสอบถามลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ (ชั้น ม.3) ว่า เมื่อได้เรียนต่อชั้น ม.4 จะเป็นลูกเสือวิสามัญต่อไปไหม คำตอบที่ได้คือ “ไม่”

ปัจจุบันกองลูกเสือวิสามัญ (ชั้น ม.4-5-6) จึงหดหายไปจากโรงเรียนมัธยมศึกษาเกือบทั้งหมด

สิ่งสำคัญที่ทำให้กิจการลูกเสือซบเซาและถดถอยอย่างยิ่งก็คือ หลักสูตรการสอนวิชาลูกเสือในปัจจุบันไม่สอดคล้องกับหลักการลูกเสือโลกและข้อบังคับคณะลูกเสือแห่งชาติโดยสิ้นเชิง เพราะหลักสูตรลูกเสือไทยจัดการสอนเป็นระดับชั้น เช่น หลักสูตรวิชาลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ ชั้น ม.1, ม.2, ม.3 ทั้งที่ ลอร์ดเบเดล โพเอล ผู้ให้กำเนิดลูกเสือโลกได้บอกอย่างชัดเจนว่า การลูกเสือไม่ใช่วิชาการ หากแต่เป็นเกมการเล่นสนุกสนานกลางแจ้ง เป็นสถานที่ที่ผู้ใหญ่กับเด็กสามารถจะออกไปผจญภัยร่วมกัน

ส่วนข้อบังคับคณะลูกเสือแห่งชาติก็ใช้การฝึกอบรม (ไม่ใช่สอน) โดยไม่ได้แบ่งตามระดับชั้น แต่ให้จัดลูกเสือทั้งหมดเป็นกอง แต่ละกองแบ่งเป็นหมู่ (2-6 หมู่) มีนายหมู่เป็นหัวหน้า ให้ผู้กำกับกองลูกเสือ (ครู) แต่งตั้งหัวหน้านายหมู่ และนายหมู่อื่นๆ ร่วมเป็นคณะกรรมการดำเนินงานของกองลูกเสือนั้น มีหัวหน้านายหมู่เป็นประธาน มีผู้กำกับ (ครู) เป็นที่ปรึกษา คณะกรรมการดำเนินงานมีหน้าที่ วางแผนและจัดกิจกรรมของกองลูกเสือ แต่งตั้งลูกเสือเป็นหัวหน้ากิจกรรมต่างๆ บริหารกิจการภายในกองลูกเสือ ควบคุมการรับจ่ายเงินของกองลูกเสือ เป็นต้น จะเห็นได้ว่าการจัดกิจกรรมในกองลูกเสือ เป็นหน้าที่ของลูกเสือจัดการกันเอง โดยมีผู้กำกับ (ครู) เป็นที่ปรึกษาเท่านั้น ไม่ใช่ให้ครูไปสอนวิชาลูกเสือ

ถ้าการฝึกอบรมลูกเสือเป็นไปตามข้อบังคับคณะลูกเสือแห่งชาติแล้ว กิจการลูกเสือจะเป็นที่น่าสนใจของเด็กและเยาวชน ลูกเสือก็จะมีความมั่นใจในตนเอง พร้อมที่จะสวมเครื่องแบบลูกเสือด้วยความภาคภูมิใจ ลูกเสือไทยก็จะเป็นลูกเสือที่มีศักยภาพการเป็นผู้นำ มีความรู้และประสบการณ์ที่พร้อมจะเป็นพลเมืองดีของชาติในอนาคต

ปฏิรูปการลูกเสือเถิดครับ การศึกษาไทยจะได้ก้าวหน้าอย่างแท้จริง

 

ข้อมูลผู้เขียน จารึก อะยะวงศ์ ประธานกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนวัดพุทธบูชา


ขอบคุณที่มาจาก มติชน วันที่: 31 ส.ค. 59 เวลา: 14:00 น.

 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> ปฏิรูปการศึกษาแล้ว ปฏิรูปการลูกเสือด้วยครับ โดย จารึก อะยะวงศ์ , , ปฏิรูปการศึกษาแล้ว , ปฏิรูปการลูกเสือด้วยครับ , โดย , จารึก , อะยะวงศ์ << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
การศึกษาไทย เราโง่อย่างมีหลักการ☕ คลิกอ่านเลย
การศึกษาไทย เราโง่อย่างมีหลักการ
เปิดอ่าน 25,829 ครั้ง
ปัญหาขาดแคลนครูในโรงเรียนขนาดเล็ก แก้ไขอย่างไรดี☕ คลิกอ่านเลย
ปัญหาขาดแคลนครูในโรงเรียนขนาดเล็ก แก้ไขอย่างไรดี
เปิดอ่าน 15,205 ครั้ง
ผลิต ใช้ และพัฒนาครูอย่างไร จึงจะนำไปสู่การเพิ่มคุณภาพผู้เรียน☕ คลิกอ่านเลย
ผลิต ใช้ และพัฒนาครูอย่างไร จึงจะนำไปสู่การเพิ่มคุณภาพผู้เรียน
เปิดอ่าน 6,563 ครั้ง
ปรับระบบสอบคัดเลือกปีการศึกษา 2561"เคลียริ่งเฮาส์" สะเทือนสังคมไทย : ใครได้-ใครเสีย...?☕ คลิกอ่านเลย
ปรับระบบสอบคัดเลือกปีการศึกษา 2561"เคลียริ่งเฮาส์" สะเทือนสังคมไทย : ใครได้-ใครเสีย...?
เปิดอ่าน 9,674 ครั้ง
ปฏิรูปการศึกษาให้ได้ผล ต้องตั้งต้นจากผลการประเมิน☕ คลิกอ่านเลย
ปฏิรูปการศึกษาให้ได้ผล ต้องตั้งต้นจากผลการประเมิน
เปิดอ่าน 5,591 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ตะลึง! พบตำราพิชัยสงคราม จ.เพชรบูรณ์ อายุ 200 ปี ตะลึง! พบตำราพิชัยสงคราม จ.เพชรบูรณ์ อายุ 200 ปี
เปิดอ่าน 12,000 ครั้ง
EQ กับวัยทำงานEQ กับวัยทำงาน
เปิดอ่าน 8,143 ครั้ง
11 สัญญาณเตือนว่าลูกกำลังโดนทำร้ายอยู่นะ11 สัญญาณเตือนว่าลูกกำลังโดนทำร้ายอยู่นะ
เปิดอ่าน 14,956 ครั้ง
รวมคำสั่ง RUN ที่จำเป็นต้องใช้รวมคำสั่ง RUN ที่จำเป็นต้องใช้
เปิดอ่าน 31,360 ครั้ง
สารานุกรมไทยฉบับย่อสารานุกรมไทยฉบับย่อ
เปิดอ่าน 12,796 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ