ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > โต้“หมอธี”ตัวเลข"ผลิตครู"ผิด!!

โต้“หมอธี”ตัวเลข"ผลิตครู"ผิด!!

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 26 มี.ค. 2560 เปิดอ่าน : 56,375 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

โต้“หมอธี”ตัวเลข"ผลิตครู"ผิด!!

Advertisement

ประธาน ทปสท.โต้“หมอธี”ตัวเลขผลิตครูผิด ระบุผลิตครูสูงสุดปีละ6หมื่นคนแต่จบครูยังไม่ได้เป็นครูอีกนับแสนคน”แนะ“แก้ปัญหาขาดครูต้องไม่ทำลายระบบคุณธรรม

ผศ.ดร.รัฐกรณ์ คิดการ อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ประธานที่ประชุมประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการแห่งประเทศไทย(ทปสท.)ให้ความคิดเห็นต่อกรณีที่ นพ.ธีรเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ออกมาแถลง เหตุผลที่เปิดให้ผู้ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู(ไม่มีวุฒิครู) สามารถสอบบรรจุเป็นครูผู้ช่วยได้ก่อนแล้วค่อยดำเนินการให้มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูทีหลัง โดยให้เหตุผลว่าในอีก 10 ปีข้างหน้าจะมีครูเกษียณอายุ 270,000 คน จึงจำเป็นต้องจำเป็นต้องหาครูมาประจำการโดยอ้างเพื่อการปฏิรูปการศึกษา แล้วยังอ้างถึงความเสียสละของคนที่ไม่จบครูแล้วมาสอบเป็นครูที่ต้องไปเรียนหลักสูตรประกาศนีบัตรวิชาชีพครู(ป.บัณฑิต) หรือปริญญาโทเพื่อให้ได้ใบประกอบวิชาชีพครู รวมทั้งกล่าวว่าคนที่เรียนครูมา 5 ปีย่อมเก่งพอที่จะสามารถแข่งกับคนไม่เรียนครู คนเรียนมา 5 ปีก็ต้องแข่งขันได้ทั้งความเป็นครูและวิชาการด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการกล่าว

“ผมคิดว่า หมอธีเข้าใจคลาดเคลื่อนในหลายประเด็น ประเด็นแรก แม้ในรอบ 10 ข้างหน้าจะมีครูเกษียณ 270,000 จริง แต่ก็ไม่ได้เกษียณพร้อมกัน จึงไม่จำเป็นต้องใช้วิธีเอาคนที่ไม่ได้จบสายครูมาสอบเป็นครู และขณะในแต่ละปีสถาบันการศึกษาก็ผลิตคนออกมาเฉลี่ยปีละ 4-5 หมื่นคน โดยเฉพาะปีสูงสุดถึง 6 หมื่นคน ซึ่งทำให้จำนวนบัณฑิตครูเกินจำนวนความต้องการ ในแต่ละปีอยู่แล้ว รวมทั้งมีคนที่จบมาแล้วยังไม่ได้เป็นครูอีกนับแสนคน นี่ยังไม่ได้คิดเรื่องอัตราการเพิ่มของประชากรที่ลดลง ย่อมส่งผลต่อจำนวนนักเรียนและความต้องการครูที่ลดลงด้วย”ผศ.ดร.รัฐกรณ์ กล่าว


ผศ.ดร.รัฐกรณ์ กล่าวอีกว่า ประเด็นต่อมา การอ้างเรื่องการเสียสละของคนที่ไม่จบครูต้องไปเรียนเพิ่ม เพื่อให้ได้ใบประกอบวิชาชีพครู แล้วคนที่เขามุ่งมั่นตั้งใจเข้ามาเรียนครูตั้งแต่แรกละ ตนคิดเราว่าน่าจะให้ความสำคัญตรงนี้มากกว่า ประเด็นที่สาม ซึ่งตนคิดว่าสำคัญที่สุดคือการอ้างว่าเมื่อเรียนมา 5 ปี ต้องแข่งขันได้ทั้งความเป็นครูและวิชาการด้วย ในฐานะผู้เขียนเป็นทั้งอาจารย์ครุศาสตร์และมีโอกาสไปบรรยายให้นักศึกษาชั้นปีที่ 5 ที่เตรียมตัวไปสอบครูผู้ช่วย ขอเรียนว่า การสอบบรรจุนั้นเป็นการวัดความรู้(Knowledge)ในเชิงวิชาการเป็นหลักเท่านั้น ไม่ได้วัดทักษะความเป็นครู(Psychomotor) และคุณธรรมจริยธรรม จิตวิญญาณความเป็นครู(Affective)

ประธาน ทปสท. กล่าวอีกว่า ทั้งที่ทั้งสามด้านล้วนมีความสำคัญ ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของการเป็นครูที่ดี ซึ่งการวัดเฉพาะความรู้เป็นหลักนั้นคนที่ไม่ได้เรียนครูมา แต่มีสมองและความจำดี มีความขยันก็สามารถท่องตำรามาสอบได้ ส่วนคนที่เรียนครูมาแม้จะมีความสามารถครบทั้งสามด้าน แต่ก็อาจสอบแข่งขันสู้คนเก่งที่ไม่ได้เรียนครูมาไม่ได้ ถามว่า ณ สถานการณ์ปัจจุบัน เราต้องการใช้คนที่เก่งแต่ไม่แน่ใจว่าสามารถจัดการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับเด็กได้ หรือต้องการคนที่มีความสามารถในการจัดการเรียนรู้ที่เหมะสมกับเด็กและมีจิตวิญญาณความเป็นครูซึ่งผ่านการหล่อหลอมมาถึง 5 ปี โดยผ่านการรับรอง ทั้งจากสถาบันผู้ผลิตและคุรุสภา อันนี้น่าคิด

"ในประเด็นด้านกฎหมายนั้น หากพิจารณา พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 มาตรา 43 “ให้วิชาชีพครู ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้บริหารการศึกษาเป็นวิชาชีพควบคุมตามพระราชบัญญัตินี้ การกำหนดวิชาชีพควบคุมอื่น ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ห้ามมิให้ผู้ใดประกอบวิชาชีพควบคุม โดยไม่ได้รับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ เว้นแต่กรณีอย่างใดอย่างหนึ่ง ที่กำหนดไว้ 8 ประการ"ผศ.ดร.รัฐกรณ์ กล่าว

ผศ.ดร.รัฐกรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า โดยแต่ละประการกำหนดการยกเว้นการจัดกิจกรรมเฉพาะ เพื่อการจัดการศึกษา อาทิ วิทยากรพิเศษ ผู้จัดการศึกษาตามอัธยาศัย รวมทั้งเป็นข้อยกเว้น เช่น บุคลากรในสถาบันอุดมศึกษา ผู้บริหารระดับเหนือเขตพื้นที่ เป็นต้น” และมาตรา 46 “ห้ามมิให้ผู้ใดแสดงด้วยวิธีใดๆ ให้ผู้อื่นเข้าใจว่าตนมีสิทธิหรือพร้อมจะประกอบวิชาชีพ โดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากคุรุสภา และห้ามมืให้สถานศึกษารับผู้ไม่ได้รับใบอนุญาตเข้าประกอบวิชาชีพควบคุมในสถานศึกษา เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากคุรุสภา” ถ้าไม่ปฏิบัติกฎหมาย องค์กรวิชาชีพจะมีไว้เพื่ออะไร

ผศ.ดร.รัฐกรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้เจตนารมณ์ของการปฏิรูปการศึกษา ที่กำหนดไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ ปี 2559 มาตรา 258 จ (3) ที่ระบุว่า “ให้มีกลไก และระบบการผลิต คัดกรองและพัฒนาผู้ประกอบวิชาชีพครูและอาจารย์ ให้ได้ผู้มีจิตวิญญาณ ของความเป็นครู มีความรู้ความสามารถอย่างแท้จริง ได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับความสามารถและประสิทธิภาพในการสอน รวมทั้งมีกลไกสร้างระบบคุณธรรมในการบริหารงานบุคคลของผู้ประกอบวิชาชีพครู”

“จากเหตุและผลที่กล่าวมา ทั้งในแง่ของความเหมาะสม ความถูกต้อง รวมทั้งในแง่ของกฎหมาย ผมยิ่งไม่แน่ใจว่าการดำเนินการครั้งนี้ เป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมาย และทำลายระบบคุณธรรมในการพัฒนาครู รวมทั้งทำลายจิตวิญญาณของความเป็นครู ตามแนวทางการปฏิรูปการศึกษาในรัฐธรรมนูญหรือไม่ จึงอยากให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการพิจารณาทบทวนอีกครั้งครับ” ประธาน ทปสท.ฝากทิ้งท้าย


ขอบคุณที่มาเนื้อหาข่าวจาก คม ชัด ลึก วันที่ 26 มีนาคม 2560 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> โต้“หมอธี”ตัวเลข"ผลิตครู"ผิด!! , << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
จี้แก้หนี้ครูทั้งระบบเพิ่มสวัสดิการ-พักชำระ 2 ปี☕ 22 ต.ค. 2563
จี้แก้หนี้ครูทั้งระบบเพิ่มสวัสดิการ-พักชำระ 2 ปี
เปิดอ่าน 4,807 ครั้ง
มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี จัดประชุมวิชาการรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 3☕ 22 ต.ค. 2563
มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี จัดประชุมวิชาการรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 3
เปิดอ่าน 380 ครั้ง
สพฐ. ปิ๊งไอเดียสร้างรร.ต้นแบบประจำตำบล  ทำให้เหมือนยก รร.เตรียมฯ มาไว้ที่ตำบล☕ 22 ต.ค. 2563
สพฐ. ปิ๊งไอเดียสร้างรร.ต้นแบบประจำตำบล ทำให้เหมือนยก รร.เตรียมฯ มาไว้ที่ตำบล
เปิดอ่าน 2,571 ครั้ง
ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย กทม. ปี 2563 (ครั้งที่ 1/2562) เรียกบรรจุรอบแรก 585 อัตรา☕ 22 ต.ค. 2563
ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย กทม. ปี 2563 (ครั้งที่ 1/2562) เรียกบรรจุรอบแรก 585 อัตรา
เปิดอ่าน 7,413 ครั้ง
ก.ค.ศ.ปลดล็อกย้ายผู้บริหารโรงเรียนขนาดกลางขึ้นขนาดใหญ่พิเศษ ได้☕ 21 ต.ค. 2563
ก.ค.ศ.ปลดล็อกย้ายผู้บริหารโรงเรียนขนาดกลางขึ้นขนาดใหญ่พิเศษ ได้
เปิดอ่าน 16,713 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ฟุตซอล(Futsal): กติกาข้อ 15 การเตะโทษ ณ จุดโทษฟุตซอล(Futsal): กติกาข้อ 15 การเตะโทษ ณ จุดโทษ
เปิดอ่าน 18,176 ครั้ง
ตูนส์ศึกษา : เด็กจะกระตือรือร้นและมีความสุขในการเรียนเมื่อใด......ภาพนี้มีคำตอบตูนส์ศึกษา : เด็กจะกระตือรือร้นและมีความสุขในการเรียนเมื่อใด......ภาพนี้มีคำตอบ
เปิดอ่าน 8,005 ครั้ง
มดใช้อะไรดมกลิ่นมดใช้อะไรดมกลิ่น
เปิดอ่าน 14,394 ครั้ง
พ่อแม่สามารถส่งความรู้สึกให้ลูกก่อนเกิดได้ พ่อแม่สามารถส่งความรู้สึกให้ลูกก่อนเกิดได้
เปิดอ่าน 5,614 ครั้ง
ทำไมขี้จิ้งจกถึงมีสองสีทำไมขี้จิ้งจกถึงมีสองสี
เปิดอ่าน 14,721 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ