ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ความรู้ทั่วไป > ใครว่าการเขียนด้วยลายมือนั้นล้าสมัย?

ใครว่าการเขียนด้วยลายมือนั้นล้าสมัย?

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 11 ธ.ค. 2560 เปิดอ่าน : 48,726 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

ใครว่าการเขียนด้วยลายมือนั้นล้าสมัย?

Advertisement

ใครว่าการเขียนด้วยลายมือนั้นล้าสมัย?
 
ยุคนี้คงเถียงไม่ได้ว่าการเขียนหรือเล่าเรื่องต่างๆ ส่วนใหญ่มักสื่อสารผ่านคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟน เพราะว่ารวดเร็วและสะดวกสบายกว่า หลายๆ คนจึงลืมการเขียนสื่อสารด้วยมือ โดยเฉพาะกับเด็กๆ สมัยใหม่ที่ห่างเหินจาการเขียนด้วยลายมือ เพราะเทคโนโลยีในปัจจุบัน แต่หากเด็กสามารถฝึกเขียนสื่อสารด้วยลายมือของตัวเอง ไม่เพียงจะช่วยให้การเขียนดูมีเอกลักษณ์และดูมีชีวิตชีวามากกว่าการพิมพ์แล้ว การเขียนด้วยมือยังช่วยเสริมสร้างพัฒนาการหลายๆ อย่าง ติดตามทางด้านล่างนี้ว่าการเขียนด้วยลายมือนั้นสามารถให้ประโยชน์อะไรกับเด็กๆ บ้าง
 
 
6 ประโยชน์ของการเขียนด้วยลายมือ
 
·      การเขียนด้วยมือช่วยพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็ก
การเขียนช่วยพัฒนาทักษะในการใช้มือทั้งสองของเด็กปฐมวัย ช่วยให้กล้ามเนื้อมัดเล็กแข็งแรงซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการใช้ชีวิตประจำวัน การฝึกเขียนจะช่วยเพิ่มทักษะให้เด็กมีความพร้อมมากขึ้นเมื่อเริ่มไปโรงเรียน คุณสามารถให้เด็กฝึกเขียนด้วยดินสอ สีเมจิก หรือปากการหมึกแห้ง แล้วแต่ว่าอุปกรณ์ชนิดไหนจะดึงดูดให้เด็กอยากเขียนมากที่สุด อย่างไรก็ตามคุณควรปล่อยให้เด็กได้สนุกกับการฝึกเขียนอย่างเต็มที่โดยไม่ต้องห่วงเรื่องเสื้อผ้าเปื้อนหมึก แต่หากคุณอดกังวลไม่ได้ คลิกที่นี่สำหรับวิธีซักเสื้อผ้าเปื้อนหมึก
 
·      การเขียนด้วยลายมือช่วยให้การเขียนผิดพลาดน้อยลง
การเขียนด้วยมือนั้นมีความปราณีตกว่าการพิมพ์ เพราะคนเขียนจะมีเวลาไตร่ตรอง รวมถึงยังได้นึกถึงสำนวนและการวางประโยคที่สละสลวยกว่าการพิมพ์ที่เน้นในเรื่องของความเร็วเป็นหลัก ซึ่งอาจทำให้เกิดการผิดพลาดบ่อยกว่าการเขียนด้วยลายมือ ทำให้ภาษาเขียนจากการพิมพ์ในบางครั้งอ่านไม่ราบรื่นเท่าที่ควร
 
·      การเขียนด้วยลายมือช่วยฝึกสมาธิ การเขียนสามารถช่วยฝึกสมาธิเด็กเพราะช่วยให้เด็กได้คิดทบทวนสิ่งที่ต้องการเขียนก่อน แล้วจึงเขียนออกมาเป็นลายลักษณ์อักษรซึ่งช่วยให้เกิดความสงบและเกิดสมาธิ การเขียนช่วยให้เด็กได้คิดทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นแล้วและเขียนความทรงจำที่ดีออกมา
 
·      การเขียนเป็นตัวอักษรช่วยผ่อนคลายความเครียด
การเขียนนอกจากจะช่วยฝึกสมาธิแล้ว ยังช่วยผ่อนคลายความเครียดเพราะสมองต้องใช้ความคิด เพื่อถ่ายทอดออกมาเป็นตัวหนังสือ จึงทำให้ได้หยุดคิดเรื่องอื่นๆ ทั้งนี้การเขียนเป็นตัวอักษรยังช่วยบรรเทาความอัดอั้นตันใจ เป็นวิธีการระบายความในใจได้อีกหนึ่งรูปแบบหนึ่งซึ่งสามารถช่วยปรับอารมณ์ให้ดีขึ้นได้ การเขียนด้วยลายมือจึงไม่เคยล้าสมัยและเทคโนโลยีก็ไม่สามารถเข้ามามีบทบาทแทนที่ได้ร้อยเปอร์เซนต์
 
·      การเขียนด้วยปากกาและกระดาษช่วยเสริมสร้างการประสานของมือและตา
การเขียนยังช่วยเสริมสร้างพัฒนาการการประสานสัมพันธ์ของมือและตา เพราะต้องใช้สายตาในการบังคับการเขียนให้เป็นแนวทางเดียวกัน การเขียนด้วยมือ ยังช่วยให้เด็กเรียนรู้การสัมผัสและรับรู้อีกด้วย
 
·      การเขียนด้วยลายมือช่วยเสริมสร้างการเรียนรู้ทางภาษา
การเขียนด้วยมือช่วยให้เด็กได้พัฒนาการอ่านและฝึกการสะกดคำเพราะไม่มีตัวช่วยต่างๆ อย่างการเขียนด้วยคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟนที่มีตัวช่วยแก้คำสะกดให้ จึงช่วยให้เด็กสามารถจำคำศัพท์ที่เขียนออกมาได้ดีกว่า การเขียนด้วยมือยังสามารถฝึกการอ่านได้ง่ายขึ้นเพราะเด็กจะสามารถอ่านลายมือของตัวเองได้ง่ายกว่าการอ่านจากการพิมพ์

คำบรรยายภาพ
คำบรรยายภาพ
คำบรรยายภาพ

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> ใครว่าการเขียนด้วยลายมือนั้นล้าสมัย? , << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
การปลูกต้นไม้ตามทิศ☕ คลิกอ่านเลย
การปลูกต้นไม้ตามทิศ
เปิดอ่าน 9,449 ครั้ง
หัวเผือก-หัวมัน กินเล่น ๆ แต่ได้ประโยชน์จริง☕ คลิกอ่านเลย
หัวเผือก-หัวมัน กินเล่น ๆ แต่ได้ประโยชน์จริง
เปิดอ่าน 11,902 ครั้ง
แอสเพอร์เกอร์ซินโดรม อีกหนึ่งอาการที่ไม่ควรมองข้าม☕ คลิกอ่านเลย
แอสเพอร์เกอร์ซินโดรม อีกหนึ่งอาการที่ไม่ควรมองข้าม
เปิดอ่าน 7,663 ครั้ง
คลิปเณรน้อยอายุแค่ 3 ขวบ สวดมนต์ให้พรคล่องปรื๋อ (ชมคลิป)☕ คลิกอ่านเลย
คลิปเณรน้อยอายุแค่ 3 ขวบ สวดมนต์ให้พรคล่องปรื๋อ (ชมคลิป)
เปิดอ่าน 13,029 ครั้ง
ทำไมคำว่า"ไทย" ต้องมี "ย" ยักษ์ ☕ คลิกอ่านเลย
ทำไมคำว่า"ไทย" ต้องมี "ย" ยักษ์
เปิดอ่าน 10,080 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

แบบเต็ม ๆ อีกครั้ง สำหรับชุดประจำชาติไทยสู่เวทีสากลแบบเต็ม ๆ อีกครั้ง สำหรับชุดประจำชาติไทยสู่เวทีสากล
เปิดอ่าน 20,319 ครั้ง
คีเลชั่น (Chelation) คืออะไร คีเลชั่น (Chelation) คืออะไร
เปิดอ่าน 9,149 ครั้ง
กฏ ก.ค.ศ. ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการครูฯออกจากราชการกรณีไม่สามารถปฏิบัติราชการให้มีประสิทธิภาพกฏ ก.ค.ศ. ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการครูฯออกจากราชการกรณีไม่สามารถปฏิบัติราชการให้มีประสิทธิภาพ
เปิดอ่าน 15,083 ครั้ง
"นักวิทย์-นักคิด" ผู้ทรงอิทธิพลใน TIME 100"นักวิทย์-นักคิด" ผู้ทรงอิทธิพลใน TIME 100
เปิดอ่าน 10,211 ครั้ง
วิเคราะห์พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ หมวดที่ 9 เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา มาตรา 63-69 วิเคราะห์พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ หมวดที่ 9 เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา มาตรา 63-69
เปิดอ่าน 48,819 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ