ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > นักวิชาการชี้ ‘มาตรฐานการศึกษาชาติ’ เด็กปฐมวัยควรได้เรียนรู้แบบเตรียมความพร้อม ทั้งสังคม อารมณ์ สติปัญหา ไม่เน้นอ่าน ออก เขียนได้

นักวิชาการชี้ ‘มาตรฐานการศึกษาชาติ’ เด็กปฐมวัยควรได้เรียนรู้แบบเตรียมความพร้อม ทั้งสังคม อารมณ์ สติปัญหา ไม่เน้นอ่าน ออก เขียนได้

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 5 มี.ค. 2561 เปิดอ่าน : 6,421 ครั้ง

ลิงก์ผู้สนับสนุน

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
นักวิชาการชี้ ‘มาตรฐานการศึกษาชาติ’ เด็กปฐมวัยควรได้เรียนรู้แบบเตรียมความพร้อม ทั้งสังคม อารมณ์ สติปัญหา ไม่เน้นอ่าน ออก เขียนได้ หวั่นทำความคิดสร้างสรรค์เด็กหาย ‘อดีต รมช.ศธ.’ เสนอตั้งหน่วยงานเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย และดูแลคุณภาพโดยรวม ขณะที่ครูสับสนตัวชี้วัดกำหนดไม่ถึงเด็กอายุต่ำกว่า 3 ขวบหวั่นปฏิบัติไม่ถูกทาง  
 
สำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชนและครอบครัว (สำนัก 4) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับภาคีเครือข่ายองค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม กลุ่มเด็กและเยาวชน ที่เกี่ยวข้อง ในการร่วม สร้างเสริมสุขภาวะให้กับคนทุกช่วงวัย จัดมหกรรมสร้างเสริมสุขภาวะเด็ก เยาวชนและครอบครัว “กว่าทศวรรษ พัฒนาครอบครัวอบอุ่น สร้างคุณค่าคน คือผลงานของเรา” ภายในงานจัดให้มีการเสวนาวิชาการ 13 ปี ของมาตรฐานการศึกษาชาติ :เด็กปฐมวัยในวันนั้น = ผู้ใหญ่ในวันนี้” โดยมี ดร.รุ่ง แก้วแดง นักวิชาการด้านการศึกษา อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) น.ส.กรณัฐ โรจน์ไพรินทร์ ผู้รับใบอนุญาตจัดตั้งสถานศึกษาเอกชน  นางสุจิรา อรุณพิพัฒน์ ผู้ปกครอง และนายเสฏฐนันท์ จารุเกษมกิจ นักศึกษาคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี  มหาวิทยาลัยมหิดล โดยมีครู นักวิชาการด้านการศึกษาปฐมวัยเข้าร่วมกว่า 50 คน ที่อาคารอิมแพคฟอรั่ม เมืองทองธานี จ.นนทบุรี
 
ดร.รุ่ง กล่าวว่า มาตรฐานการศึกษาชาติ เป็นเรื่องสำคัญและถูกกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560  และ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรฐานการศึกษา หมายความว่า ข้อกำหนดเกี่ยวกับคุณลักษณะ คุณภาพที่พึงประสงค์และมาตรฐานที่ต้องการให้เกิดขึ้นในสถานศึกษาทุกแห่ง เพื่อใช้เป็นหลักในการเทียบเคียงสำหรับการส่งเสริมและกำกับดูแล การตรวจสอบ การประเมินผลและการประกันคุณภาพทางการศึกษา สำหรับการศึกษาปฐมวัยเป็นเรื่องใหม่ของประเทศไทย และเป็นเรื่องสำคัญ เพราะในรัฐธรรมนูญฯ กำหนดให้การศึกษาปฐมวัยเป็นการศึกษาภาคบังคับ จากที่ผ่านมาไม่ได้กำหนดไว้ เพราะเห็นว่าเด็กวัยนี้ควรอยู่กับพ่อแม่ จึงมีการส่งเสริมการเรียนการสอนรูปแบบโฮมสคูล แต่ก็เกิดปัญหาเพราะระบบราชการไม่ยอมปล่อย และไม่สนับสนุนงบประมาณเท่าที่ควร  
 
ดร.รุ่ง กล่าวอีกว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้จัดการศึกษาปฐมวัยหลายกลุ่ม ตอนนี้เลยไปจนถึงรับเด็กอายุ 2 ขวบเข้าเรียน  สาเหตุจากอัตราการเกิดน้อยลง จากเดิมมีเด็กเกิดปีละ 1 ล้านคน เหลือเพียงปีละประมาณ 6 แสนคน  ทำให้โรงเรียนอาจต้องปิดตัวลงอีกมาก หลายแห่งจึงพยายามดึงตัวเด็กให้อยู่กับโรงเรียนให้นานที่สุด ซึ่งปัจจุบันไม่มีหน่วยงานที่ดูแลการศึกษาปฐมวัยโดยเฉพาะ ดังนั้น จึงเสนอให้จัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาปฐมวัยขึ้น โดยให้เป็นองค์กรมหาชนไม่ใช่หน่วยงานรัฐ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการบริหารจัดการ โดยทำหน้าที่ส่งเสริมและประสานงานการพัฒนาเด็กปฐมวัยของทุกหน่วยงานให้อยู่ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน พัฒนาบุคลากร ครู ผู้บริหาร พี่เลี้ยงเด็กปฐมวัยให้มีคุณภาพ รวมถึงพัฒนาสื่อและเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาเด็กปฐมวัยให้ทัดเทียมสากล 
 
“การศึกษาในวัยนี้มีความสำคัญ เด็กแต่ละคนเหมือนเพิ่งออกจากบ้าน จึงอยากให้เน้นว่า การศึกษาสำหรับเด็กวัยนี้ ควรใช้คำว่าเตรียมความพร้อม ทั้งความพร้อมทางสังคม อารมณ์ สติปัญญา เพราะเด็กวัยนี้ในทางการแพทย์ สมองยังพัฒนาไม่เต็มที่ กล้ามเนื้อยังโตไม่เต็มวัย บางคนอาจจะยังไม่สามารถจับดินสอได้มั่นคง ซึ่งไม่ใช่สิ่งผิดปกติ  จึงไม่จำเป็นต้องเร่งให้เขาอ่าน ออก เขียนได้ แต่ควรส่งเสริมพัฒนาการเรียนรู้ที่สมวัยอย่างเหมาะสม ซึ่งต้องพยายามอธิบายให้ผู้ปกครองเข้าใจในเรื่องนี้ด้วย”ดร.รุ่ง กล่าว  
 
ด้าน น.ส.กรณัฐ ในฐานะผู้บริหารโรงเรียนเอกชนและครูปฐมวัย กล่าวว่า ในมุมมองความเป็นครูปฐมวัยมานานกว่า 20 ปี ทำให้เข้าใจปัญหา ซึ่งครูทุกคนอยู่ภายใต้กรอบหรือเป้าประสงค์ที่กำหนด จากการพูดคุยกับครูหลายคน พบปัญหาความยากลำบากในการถูกประเมิน หรือการปฏิบัติตามตัวชี้วัด และเป้าประสงค์ที่กำหนด  โดยครูส่วนใหญ่สามารถจัดกิจกรรมได้ค่อนข้างดี แต่ครูไม่มั่นใจว่า กิจกรรมดังกล่าวตอบสนองต่อเป้าประสงค์ ตามวัยของเด็กหรือไม่  เพราะครูอนุบาลถูกสอนให้จัดกิจกรรมสำหรับเด็ก 3-5 ปี แต่ปัจจุบันมีเด็กที่เข้ามาเรียนอายุต่ำกว่า 3 ปี ทำให้เกิดความสับสนว่า ต้องทำอย่างไร อีกทั้ง ยังมีเสียงสะท้อนจากศิษย์เก่าด้วยว่า ควรให้เด็กได้เรียนรู้ตามธรรมชาติ ได้รับการศึกษาแบบที่ไม่จำเป็นต้องเร่ง อ่านออก เขียนได้ ทำให้เขาสามารถปรับตัวกับการเรียนในอนาคตได้อย่างดี แม้ช่วงแรกที่เข้าเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 อาจจะลำบากเพราะอ่าน เขียนไม่ได้ แต่สิ่งที่เด็กเหล่านี้มีคือ พัฒนาการที่สมวัย ความมุ่งมั่นไม่ย่อท้อ และใช้เวลาเพียง 6 เดือนเด็กเหล่านี้จะไล่ตามคนอื่นทัน 
            
นางสุจิรา  ผู้ปกครองเด็กปฐมวัย กล่าวว่า เด็กทุกคนไม่เหมือนกัน โดยจากประสบการณ์ส่วนตัวอยากให้เน้น สอนโดยให้เด็กเป็นศูนย์กลาง ซึ่งไม่ใช่การตามใจเด็ก แต่เป็นการใช้ความเข้าใจว่า วัยอย่างเขาอยากทำอะไร เข้าใจเขาและช่วยส่งเสริม ไปในทิศทางที่ถูกต้อง ทั้งนี้ ส่วนตัวอยากให้กำลังใจครูทุกคนในการพัฒนาการสอน เพราะครูทุกคนล้วนมีความสำคัญ โดยเฉพาะครูที่ดูแลเด็กเล็กซึ่งต้องเหนื่อยมาก 
 
นายเสฏฐนันท์ กล่าวว่า เด็กควรได้รับการจัดการศึกษาที่แตกต่าง เพราะแต่ละคนมีความถนัดที่ไม่เหมือนกัน โรงเรียนในประเทศไทยจะเน้นสอนทฤษฎี เช่น เน้นให้เด็กต้องเรียนวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ซึ่งทำให้ความคิดสร้างสรรค์ ที่มีในตัวเด็กน้อยลง ทั้งนี้ ตนอยากให้ผู้ปกครองทุกคนพยายามเข้าใจธรรมชาติของเด็ก เด็กแต่ละคนมีความแตกต่างกัน อย่าเอาความคิดของผู้ใหญ่ไปใส่ให้กับเด็ก เพราะจะเป็นการไปฝืนธรรมชาติ ทำให้กระบวนการเรียนรู้ของเขาหายไป
 

คำบรรยายภาพ
คำบรรยายภาพ
คำบรรยายภาพ
คำบรรยายภาพ
คำบรรยายภาพ
คำบรรยายภาพ

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> นักวิชาการชี้ ‘มาตรฐานการศึกษาชาติ’ เด็กปฐมวัยควรได้เรียนรู้แบบเตรียมความพร้อม ทั้งสังคม อารมณ์ สติปัญหา ไม่เน้นอ่าน ออก เขียนได้ , , นักวิชาการชี้ , ‘มาตรฐานการศึกษาชาติ’ , เด็กปฐมวัยควรได้เรียนรู้แบบเตรียมความพร้อม , ทั้งสังคม , อารมณ์ , สติปัญหา , ไม่เน้นอ่าน , ออก , เขียนได้ << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องล่าสุดในหมวดหมู่นี้ ≡
สสวท.ขอเชิญครูผู้สอนวิชาวิทยาการคำนวณ อบรมออนไลน์ ฟรี! หลักสูตร “การจัดการเรียนรู้วิทยาการคำนวณ” ปี 2561 รุ่น 2☕ 17 ธ.ค. 2561
สสวท.ขอเชิญครูผู้สอนวิชาวิทยาการคำนวณ อบรมออนไลน์ ฟรี! หลักสูตร “การจัดการเรียนรู้วิทยาการคำนวณ” ปี 2561 รุ่น 2
เปิดอ่าน 80 ครั้ง
สพฐ.กำหนดแนวปฏิบัติการให้และรับของขวัญแก่ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่หรือผู้บังคับบัญชาในเทศกาลปีใหม่ พุทธศักราช 2562☕ 17 ธ.ค. 2561
สพฐ.กำหนดแนวปฏิบัติการให้และรับของขวัญแก่ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่หรือผู้บังคับบัญชาในเทศกาลปีใหม่ พุทธศักราช 2562
เปิดอ่าน 166 ครั้ง
ปูพรมทำความเข้าใจประเมินรอบ 4 กัน รร.เฉื่อย☕ 17 ธ.ค. 2561
ปูพรมทำความเข้าใจประเมินรอบ 4 กัน รร.เฉื่อย
เปิดอ่าน 215 ครั้ง
กสศ. ขยายเวลา ให้โรงเรียนส่งชื่อนร.ยากจนพิเศษถึง 21 ธค.นี้☕ 17 ธ.ค. 2561
กสศ. ขยายเวลา ให้โรงเรียนส่งชื่อนร.ยากจนพิเศษถึง 21 ธค.นี้
เปิดอ่าน 144 ครั้ง
แนะทบทวนเพิ่มสัดส่วนผู้เรียนสายอาชีพ☕ 17 ธ.ค. 2561
แนะทบทวนเพิ่มสัดส่วนผู้เรียนสายอาชีพ
เปิดอ่าน 90 ครั้ง

Advertisement
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

การแปรผลเมื่อใช้เครื่องมือรวบรวมข้อมูลแบบมาตราส่วนประมาณค่าการแปรผลเมื่อใช้เครื่องมือรวบรวมข้อมูลแบบมาตราส่วนประมาณค่า
เปิดอ่าน 18,384 ครั้ง
ก.ค.ศ. : เว็บไซต์ก.ค.ศ. : เว็บไซต์
เปิดอ่าน 12,899 ครั้ง
ระบบโทรทัศน์ในประเทศไทย ระบบโทรทัศน์ในประเทศไทย
เปิดอ่าน 9,749 ครั้ง
iPhone 6 เปิดตัวแล้ว ไอโฟน6 มีอะไรใหม่บ้าง มาดูกันiPhone 6 เปิดตัวแล้ว ไอโฟน6 มีอะไรใหม่บ้าง มาดูกัน
เปิดอ่าน 26,951 ครั้ง
เคล็ดลับดี ๆ ที่อยากส่งต่อเคล็ดลับดี ๆ ที่อยากส่งต่อ
เปิดอ่าน 6,752 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย


เว็บไซต์พันธมิตร

  • IELTS
  • TOEIC Online
  • chulatutor
  •  
     
    สนามเด็กเล่น
    เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
    หมวดหมู่เนื้อหา
    [ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
    ข่าวล่าสุด

    ครูบ้านนอกดอทคอม

    เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

          kroobannok.com

    © 2000-2020 Kroobannok.com  
    All rights reserved.


    Design by : kroobannok.com


    ครูบ้านนอกดอทคอม
    เป็นเว็บไซต์อันดับที่เท่าไหร่?
    ของเว็บการศึกษาในประเทศไทย

    การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

    วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
     

    ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

    ครูอดิศร ก้อนคำ
    ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอกดอทคอม

    Tel : 081-3431047

    เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

    Email1 : kornkham@hotmail.com

    สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
    คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ

    Google+
    ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านน้ำเที่ยง"วันครู2501"
    ศิษย์เก่าโรงเรียนคำชะอีวิทยาคาร
    ศิษย์เก่าสถาบันราชภัฏสกลนคร
    ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม