ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > คณะกรรมการนโยบายและพัฒนาการศึกษา รับทราบความคืบหน้าการดำเนินงานการปฏิรูปการศึกษาที่สำคัญ

คณะกรรมการนโยบายและพัฒนาการศึกษา รับทราบความคืบหน้าการดำเนินงานการปฏิรูปการศึกษาที่สำคัญ

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 12 ก.ย. 2561 เปิดอ่าน : 5,531 ครั้ง

ลิงก์ผู้สนับสนุน

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

คณะกรรมการนโยบายและพัฒนาการศึกษา รับทราบความคืบหน้าการดำเนินงานการปฏิรูปการศึกษาที่สำคัญ

Advertisement

คณะกรรมการนโยบายและพัฒนาการศึกษา เห็นชอบโครงการขยายระยะเวลา การเพิ่มการผลิตและพัฒนาการจัดการศึกษา สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ ผลิตพยาบาลเพิ่ม 5,268 คนในปีการศึกษา 2561-2562 

นายกรัฐมนตรีเป็นประธานประชุมคณะกรรมการนโยบายและพัฒนาการศึกษา ครั้งที่ 1/61 เห็นชอบโครงการขยายระยะเวลาการเพิ่มการผลิตและพัฒนาการจัดการศึกษา สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ ให้ดำเนินการปีการศึกษา 2561-2562 เพื่อผลิตพยาบาลเพิ่ม 5,268 คน

วันนี้ (10 ก.ย.61) เวลา 13.30 น. ณ ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายและพัฒนาการศึกษา ครั้งที่ 1/2561 โดยมี พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุม สรุปสาระสำคัญดังนี้


นายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบายแนวทางการพัฒนาการศึกษาควรน้อมนำพระราชดำรัสของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 10 และต้องมุ่งผลลัพธ์ของผู้เรียน ทั้งนี้ ควรกำหนดจุดเน้นในการพัฒนาผู้เรียนในแต่ละช่วงวัยและระดับการศึกษาที่ชัดเจน อาทิ ระดับอนุบาล ประถมศึกษา ควรเน้นพัฒนาการ ทักษะความรู้ที่เหมาะสม ระดับมัธยมศึกษา อาชีวศึกษา และระดับอุดมศึกษา เน้นการพัฒนาทักษะความรู้ ทักษะอาชีพที่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่และทิศทางการพัฒนาประเทศ นอกจากนี้ การขับเคลื่อนการพัฒนาจะต้องให้ความสำคัญกับการสร้างความร่วมมือกับภาคีการพัฒนาทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในระดับพื้นที่เพื่อยกระดับคุณภาพมาตรฐานการศึกษา อาทิ การพัฒนาโรงเรียนร่วมพัฒนา การพัฒนาโรงเรียน/ห้องเรียนกีฬา การพัฒนานวัตกรรมการศึกษา โดยควรมีการขยายผลให้ครอบคลุมทุกกลุ่มจังหวัด รวมทั้งต้องให้ความสำคัญกับการส่งเสริมให้นักเรียน/ประชาชนค้นคว้าหาความรู้ผ่านห้องสมุด เพื่อให้นำความรู้มาถกแถลงและต่อยอดองค์ความรู้ให้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ควรมีการสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนถึงประโยชน์ของการพัฒนาการศึกษาทั้งในมิติของนักเรียน ครู และสถานศึกษาให้ชัดเจน และที่สำคัญในการจัดทำแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ควรจัดทำแผนแม่บทที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาให้ชัดเจนด้วย

ที่ประชุมได้พิจารณาให้ความเห็นและมีมติใน 2 เรื่อง ดังนี้

1. โครงการขยายระยะเวลาการเพิ่มการผลิตและพัฒนาการจัดการศึกษา สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ (ปีการศึกษา 2561 – 2565) เพื่อพัฒนาสุขภาวะของประชาชนและตอบสนองยุทธศาสตร์ประเทศ ระยะที่ 1 (ปีการศึกษา 2561–2562) ของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เพื่อผลิตพยาบาลวิชาชีพในระดับปริญญาตรีรองรับการขยายศักยภาพการให้บริการด้านสาธารณสุข โดยเห็นชอบให้ดำเนินการในปีการศึกษา 2561-2562 เพื่อผลิตพยาบาลเพิ่มจำนวน 5,268 คน ทั้งนี้ เห็นควรพิจารณากำหนดเงื่อนไข/มาตรการให้ผู้สำเร็จการศึกษาอยู่กับภาครัฐได้ยาวนานขึ้น และหาแนวทางในการร่วมผลิตกับภาคเอกชน

2. โครงการพัฒนาระบบดิจิทัลแพลตฟอร์มการศึกษาแห่งชาติเพื่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ของสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงและบูรณาการข้อมูลระหว่างกระทรวง/หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาการศึกษาและทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ ทั้งนี้ ที่ประชุมเห็นควรให้นำโครงการดังกล่าวไปหารือร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) เพื่อจัดทำโครงการในลักษณะภาพรวมของประเทศ ให้มีความครอบคลุมทั้งเรื่องทักษะความเข้าใจในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Literacy) นโยบาย (Policy) วิธีการสอน (Pedagogy) และโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) รวมทั้งคำนึงถึงการออกแบบและการบริหารจัดการข้อมูลโดยควรมีนักการศึกษาที่เชี่ยวชาญด้าน Big data ร่วมด้วย

พร้อมกันนี้ ที่ประชุมรับทราบความคืบหน้าการดำเนินงานการปฏิรูปการศึกษาที่สำคัญใน 2 ส่วน กล่าวคือ (1) การดำเนินการในลักษณะของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ (Disruption reform) อาทิ การประกันคุณภาพการศึกษารูปแบบใหม่ การพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของครู การเปิดให้ต่างชาติเข้ามาจัดการศึกษาในไทย การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และ (2) การเพิ่มประสิทธิภาพในระบบจัดการศึกษา อาทิ โรงเรียนร่วมพัฒนา พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา การบริหารศูนย์ประสานงานการผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา การผลิตอาชีวะพันธุ์ใหม่และบัณฑิตพันธุ์ใหม่ โดยมีรายละเอียดสำคัญ ดังนี้

  • การประกันคุณภาพการศึกษารูปแบบใหม่ เพื่อปรับปรุงระบบประเมินให้ชัดเจน ไม่เป็นภาระแก่ครูและนักเรียน เป็นการประกันคุณภาพเพื่อการพัฒนา และให้หน่วยงานทำหน้าที่สอดคล้องและไม่ซ้ำซ้อนกัน โดยจะเริ่มการประเมินคุณภาพการศึกษาภายนอกรอบที่ 4ในเดือนนี้
  • Boot Camp for English Teachers การเปลี่ยนวิธีฝึกครูให้มีพื้นฐานภาษาอังกฤษที่ดีขึ้น โดยการอบรมแบบมีประสิทธิภาพสูงครบวงจร ตั้งแต่เนื้อหา และการสอนนักเรียน ทั้งนี้จะให้มหาวิทยาลัยราชภัฏจำนวน 15 แห่งรับเป็น Bootcamp center โดยมี British Council ทำหน้าที่ประเมินผลต่อไป
  • การเปิดให้ต่างชาติเข้ามาจัดการศึกษาในไทย ได้แก่ (1) มหาวิทยาลัย Carnegie Mellon พัฒนาหลักสูตรระดับปริญญาโทและปริญญาเอกในสาขาหุ่นยนต์และวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ (2) Pearson พัฒนาหลักสูตรฺ BTEC ระดับ TVET สาขา 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย (3) มหาวิทยาลัยอมตะร่วมกับ National Taiwanese University ในการจัดหลักสูตรระดับปริญญาโทสาขา Intelligent Manufacturing System
  • การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โดยจัดให้โรงเรียนมี high-speed internet และพัฒนาระบบ PISA Online เพื่อเตรียมความพร้อมในการสอบ PISA ให้กับนักเรียน รวมถึงพัฒนาการประเมินทักษะภาษาอังกฤษ (English Assessment) ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ British Council โดยใช้ AI ในการวัดทักษะการพูดและการเขียน
  • โรงเรียนร่วมพัฒนา (Partnership School) เป็นการสร้างการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่าง ๆในการบริหารจัดการเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา โดยให้มีความอิสระในการออกแบบหลักสูตรเอง ที่เชื่อมโยงและร่วมแก้ปัญหาของชุมชน อิสระการออกแบบจัดการเรียนการสอนเอง ที่เน้นการเรียนจากประสบการณ์จริงเพิ่มขึ้น และอิสระในการบริหารจัดการเอง ให้มีความคล่องตัว มีประสิทธิภาพ และมุ่งผลสัมฤทธิ์เป็นสำคัญ ทั้งนี้ มีการดำเนินการแล้ว 34 จังหวัด จำนวน 50 แห่ง และมีแผนจะเปิดในภาคเรียนที่ 2 เพิ่มอีก 24 แห่ง
  • เขตพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา เพื่อให้มีนวัตกรรมออกแบบการเรียนการสอนและการจัดหลักสูตรที่มีความคล่องตัวในการทำงาน โดยมีการขับเคลื่อนประกาศจัดตั้งพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาใน 3 จังหวัด ได้แก่ ระยอง ศรีสะเกษ และสตูล มีโครงสร้างการบริหารในระดับพื้นที่ คือ คณะกรรมการบริหารเขตพื้นที่ มีอำนาจในการวางหลักเกณฑ์การกำหนดหลักสูตรการเรียนการสอนของสถานศึกษานำร่อง โดยมีข้อเสนอแนะให้ขยายผลการดำเนินงานให้ครอบคลุมทั้ง 18 กลุ่มจังหวัด
  • การบริหารศูนย์ประสานงานการผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา มีการจัดทำฐานข้อมูลกลางความต้องการกำลังคนอาชีวะจำแนกรายสาขาที่เป็นที่นิยมและที่ขาดการเปิดหลักสูตร S-Curve และหลักสูตรพัฒนาครู ทั้งนี้ มีศูนย์ครบทุกภูมิภาคแล้ว
  • โครงการผลิตอาชีวะพันธุ์ใหม่และบัณฑิตพันธุ์ใหม่ เพื่อสร้างกำลังคนสมรรถนะสูง เน้นกระบวนการจัดการเรียนการสอนแบบ Work Integrated Learning (WIL) แบบเข้มข้น มุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้ฝึกทักษะฝีมือควบคู่กับการทํางาน เพื่อให้มีสมรรถนะตรงตามความต้องการของสถานประกอบการ รวมถึงการฝึกทักษะระยะสั้น (6 เดือน – 1 ปี) มีสถานศึกษาอาชีวศึกษานำร่อง 27 แห่ง ใน 6 สาขาวิชา และสถาบันอุดมศึกษาที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ จํานวน 23 แห่ง ใน 99 หลักสูตร
  • โครงการคูปองพัฒนาครู เป็นการกำหนดกรอบวงเงินให้ครูรายบุคคล เพื่อใช้เป็นทุนในการพัฒนาตนเองรายละ 10,000 บาท/ปี โดยเป็นการลงทะเบียนออนไลน์ในหลักสูตรที่ผ่านการรับรองจากสถาบันคุรุพัฒนา ผลจากการดำเนินโครงการ พบว่า ทำให้การใช้งบประมาณในการพัฒนาครูลดลงจากเก้าพันล้านบาทเหลือสองพันล้านบาท
  • การก่อตั้งสถาบันการศึกษารูปแบบโคเซ็น (KOSEN) ในประเทศไทย เพื่อผลิตนวัตกรให้กับประเทศ โดยมี 2 วิทยาเขตที่ญี่ปุ่นให้การรับรองเป็นสถาบัน KOSEN ได้แก่ KOSEN KMITL (สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง) และ KOSEN KMUTT (มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี)

-------------------------------

กลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักโฆษก
(ข้อมูลจากฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการนโยบายและพัฒนาการศึกษา)

ที่มาภาพและข่าวจาก เว็บไซต์รัฐบาลไทย วันที่ 10 กันยายน 2561

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> คณะกรรมการนโยบายและพัฒนาการศึกษา รับทราบความคืบหน้าการดำเนินงานการปฏิรูปการศึกษาที่สำคัญ , , คณะกรรมการนโยบายและพัฒนาการศึกษา , รับทราบความคืบหน้าการดำเนินงานการปฏิรูปการศึกษาที่สำคัญ << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!

  • ≡ เรื่องล่าสุดในหมวดหมู่นี้ ≡
    ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง มาตรฐานการอาชีวศึกษา พ.ศ.2561☕ 18 ก.ย. 2561
    ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง มาตรฐานการอาชีวศึกษา พ.ศ.2561
    เปิดอ่าน 870 ครั้ง
    สรุปยอดครูคืนถิ่นปี 61 ได้ 2,874คน☕ 18 ก.ย. 2561
    สรุปยอดครูคืนถิ่นปี 61 ได้ 2,874คน
    เปิดอ่าน 1,575 ครั้ง
    ยันทบทวน "ว13" เสร็จทัน 30 ก.ย. "พินิจศักดิ์" เผยเหลือตกค้างแค่ 4 ราย☕ 18 ก.ย. 2561
    ยันทบทวน "ว13" เสร็จทัน 30 ก.ย. "พินิจศักดิ์" เผยเหลือตกค้างแค่ 4 ราย
    เปิดอ่าน 2,219 ครั้ง
    "หมอธี" ยันอบรม Boot Camp ไม่ได้บังคับครู☕ 17 ก.ย. 2561
    "หมอธี" ยันอบรม Boot Camp ไม่ได้บังคับครู
    เปิดอ่าน 14,539 ครั้ง
    ครูคืนถิ่นคัดจากปี 5 เตรียมบรรรจุ ต.ค.นี้ 2,696 คน☕ 17 ก.ย. 2561
    ครูคืนถิ่นคัดจากปี 5 เตรียมบรรรจุ ต.ค.นี้ 2,696 คน
    เปิดอ่าน 9,781 ครั้ง

    Advertisement
    Advertisment

    ≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

    ไข่ดิบมีประโยชน์จริงหรือไข่ดิบมีประโยชน์จริงหรือ
    เปิดอ่าน 6,718 ครั้ง
    ปฏิรูปโครงสร้างการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยโอนโรงเรียนให้ท้องถิ่นปฏิรูปโครงสร้างการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยโอนโรงเรียนให้ท้องถิ่น
    เปิดอ่าน 7,198 ครั้ง
    วิธีการสอนนกแก้ว นกขุนทองพูดวิธีการสอนนกแก้ว นกขุนทองพูด
    เปิดอ่าน 41,459 ครั้ง
    เมื่อ "เสือ" เจอ "อนาคอนดา" ใครจะโดนกินมาดูกันเมื่อ "เสือ" เจอ "อนาคอนดา" ใครจะโดนกินมาดูกัน
    เปิดอ่าน 7,669 ครั้ง
    การอ่านแบบ  Skimmingการอ่านแบบ Skimming
    เปิดอ่าน 37,716 ครั้ง

    เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
    สนามเด็กเล่น

    แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย


    เว็บไซต์พันธมิตร

  • IELTS
  • TOEIC Online
  • chulatutor
  •  
     
    สนามเด็กเล่น
    เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
    หมวดหมู่เนื้อหา
    [ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
    ข่าวล่าสุด

    ครูบ้านนอกดอทคอม

    เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

          kroobannok.com

    © 2000-2020 Kroobannok.com  
    All rights reserved.


    Design by : kroobannok.com


    ครูบ้านนอกดอทคอม
    เป็นเว็บไซต์อันดับที่เท่าไหร่?
    ของเว็บการศึกษาในประเทศไทย

    การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

    วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
     

    ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

    ครูอดิศร ก้อนคำ
    ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอกดอทคอม

    Tel : 081-3431047

    เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

    Email1 : kornkham@hotmail.com

    สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
    คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ

    Google+
    ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านน้ำเที่ยง"วันครู2501"
    ศิษย์เก่าโรงเรียนคำชะอีวิทยาคาร
    ศิษย์เก่าสถาบันราชภัฏสกลนคร
    ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม