ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


Advertisement

ข่าวการศึกษา     ความรู้ทั่วไป     งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคมข่าวการศึกษา  ▶ ข่าว/บทความ ▶ หน้าแรก

แนะเพิ่มสอนการอ่านอัพคะแนนโอเน็ต-พิซา


ข่าวการศึกษา 27 ก.ย. 2561 เวลา 02:41 น.

8,709

views
Advertisement


แนะเพิ่มสอนการอ่านอัพคะแนนโอเน็ต-พิซา

สกศ.จัดเสวนายกเครื่องโอเน็ต-พิซา ด้านที่ปรึกษาพิซาไทย จวกนโยบายลดเวลาเรียนสวนทางนานาชาติ แนะเพิ่มสอนการอ่านสร้างนิสัยให้เด็กผูกพันอยู่กับการอ่าน คะแนนพุ่งแน่

วันนี้ (26 ก.ย.) ที่สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) มีการประชุมวิชาการ เรื่อง การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนจากผลการทดสอบโอเน็ต และ พิซา โดย ดร.สมศักดิ์ ดลประสิทธิ์ รองเลขาธิการ สกศ.กล่าวว่า แผนการศึกษาแห่งชาติ ได้กำหนดดัชนีคุณภาพการศึกษาไว้ ว่า การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน(โอเน็ต) ในปี 2561 - 2564 ตั้งเป้าหมายไว้ที่ ร้อยละ 50 ขณะที่ผลสอบโครงการประเมินผลนักเรียนร่วมกับนานาชาติ หรือ พิซา ของนักเรียนอายุ 15 ปี ตั้งเป้าหมายเพิ่มคะแนนระดับ 500 คะแนน ทั้งนี้ ข้อสรุปและความเห็นที่เป็นประโยชน์ สกศ.จะนำไปปรับใช้จัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายด้านการศึกษาชาติต่อไป

ดร.สุนีย์ คล้ายนิล ที่ปรึกษาโครงการประเมินผลนักเรียนร่วมกับนานาชาติ หรือ พิซา ประเทศไทย กล่าวว่า ตนทำเรื่องการสอบพิซา มาตั้งแต่ปี 2543 ท้อจนอยากถอย ผลการสอบพิซาครั้งล่าสุดปี 2558 ประเทศไทยคะแนนต่ำลงทุกวิชา คำถามที่ทุกคนต้องมาช่วยกันคิด ว่า เกิดอะไรขึ้นกับการเรียนการสอนของประเทศไทย ทั้งนี้ เมื่อดูพบว่าสิ่งที่หลายประเทศที่มีเด็กสอบพิซาได้คะแนนดีทำมานานแล้ว คือ เพิ่มการสอนการอ่าน เน้นเรื่องการอ่านในทุกวิชา ว่าอ่านอะไร เช่น อ่านกราฟได้ อ่านสูตรได้ อ่านและจับใจความได้ เน้นให้นักเรียนผูกพันอยู่กับการอ่านทุกที่ ไม่ใช่นั่งจิ้มโทรศัพท์ เช่น โปรแลนด์ เพิ่มชั่วโมงการอ่านมากขึ้นสัปดาห์ละ 4 ชั่วโมง ขณะไทยมีที่ชั่วโมงเรียนภาษาไทย หรือภาษาแม่ของประเทศไทยต่ำที่สุด นอกจากนี้ชั่วโมงเรียนที่มากขึ้น ยังส่งผลให้เด็กเกิดการเรียนที่มีประสิทธิภาพ แต่ของประเทศไทยกลับลดชั่วโมงเรียน โดยไม่ดูข้อมูล เป็นการคิดเองแล้วก็ทำเลย

“โอเน็ตก็มีความสำคัญ และจะต้องจัดสอบให้สัมพันธ์กับการอ่าน ไม่ใช่แค่อ่านออก แต่ไม่รู้ความหมาย อธิบายไม่ได้ ไม่เข้าใจ ซึ่งผู้ที่สำคัญที่สุด คือ ครู ทั้งนี้ ที่ประเทศบราซิล ครู คือ กุญแจสำคัญของประเทศ ผู้บริหารต้องประกันว่า ครูได้รับการสนับสนุน ครูและผู้บริหารต้องได้รับการสนับสนุนที่เพียงพอ นักการเมืองไม่ใช่นักการศึกษา จะกำหนดอะไรต้องถามนักการศึกษาก่อน ไม่ใช่บอกว่าจบจากประเทศอังกฤษแล้วจะทำอะไรก็ได้ ขณะเดียวกันยังพบว่า หลายประเทศที่ประสบความสำเร็จ ไม่การคัดเลือกเด็กเข้าเรียนในระดับมัธยมศึกษา ไม่แยกเรียนตามความสามารถ เช่น ห้องเด็กเก่ง เด็กอ่อน สายวิทยาศาสตร์ หรือคณิตศาสตร์ เพราะจะทำให้เด็กอ่อนไม่เห็นวิธีการเรียนของเพื่อน ไปมั่วสุมกันเหมือนเด็กถูกคัดทิ้ง ไม่มีความทะเยอทะยาน ไม่เห็นคุณค่าของตนเอง เลยออกไปทำเรื่องไม่ดี แต่จะแยกได้เมื่อเด็กอยู่ในระดับที่สามารถตัดสินใจได้แล้วว่าชอบและถนัดอะไร” ดร.สุนีย์กล่าว และว่า มีผลการสำรวจออกมาว่า ยิ่งกวดวิชา คะแนนยิ่งต่ำ โดยที่ประเทศเวียดนามมีกฎหมาย ว่า ครูไม่สามารถสอนกวดวิชาได้ ถ้ามีหลักฐานว่า ครูรับเงินจากเด็กจะมีโทษถึงติดคุก

 

ขณะที่ รศ.สัมพันธ์ พันธุ์พฤกษ์ ผอ.สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) กล่าวว่า การวัดประเมินผลการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลาง มี 4 ระดับ คือ ระดับชั้นเรียน สถานศึกษา เขตพื้นที่การศึกษา และระดับชาติ ซึ่งการประเมินทุกระดับมีวัตถุประสงค์เดียวกัน คือ ตรวจสอบความก้าวหน้าในการเรียนรู้ของนักเรียน เพื่อนำผลไปใช้เป็นข้อมูลในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ในระดับชั้นเรียน คือ แบบบันทึกผลการเรียนรายวิชา (ปพ.5) ครูเปรียบเสมือนหมอต้องวินิจฉัยตลอดและพัฒนา ถ้าทำต่อเนื่องก็จะไม่มีใครตกและไม่กลัวการทดสอบไม่ว่าจะระดับใด ทั้งนี้ โอเน็ตเป็นการประเมินระดับชาติ ผลการสอบโอเน็ต จะมีผลทั้งระดับตัวเด็ก ซึ่งจะรู้ว่าตัวเองมีผลการเรียนในระดับใด อ่อนวิชาใด สามารถพยากรณ์การเรียนในระดับที่สูงขึ้นต่อไปได้ ขณะที่ครู และโรงเรียนก็สามารถนำผลคะแนนไปพัฒนาการเรียนการสอน ซึ่งตนย้ำมาตลอดว่า ผลการประเมินที่สะท้อนคุณภาพสถานศึกษาได้อย่างแท้จริง ต้องเน้นการเรียนการสอนในห้องเรียน อย่าติว อย่าเพิ่มภาระ และอย่าแยกส่วนการเรียนกับการสอบออกจากกัน

ขอบคุณที่มาเนื้อหาข่าวจาก เดลินิวส์ วันพุธที่ 26 กันยายน 2561

 

 

บ้านน็อคดาวน์ทรงโมเดิร์น

฿65,000

https://s.shopee.co.th/2Vm01N027C?share_channel_code=6


แนะเพิ่มสอนการอ่านอัพคะแนนโอเน็ต-พิซา

Advertisement

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

:: เรื่องปักหมุด ::

ว 6/2569 หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ

ว 6/2569 หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ

เปิดอ่าน 1,501 ☕ 11 เม.ย. 2569

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
คืบหน้า สพฐ.เปลี่ยนจ้างเหมาเป็น อัตราจ้าง ปีงบ 70 และการจ้างอัตราจ้าง 7,588 อัตรา ที่ คปร.อนุมัติเฉพาะปีงบ 69
คืบหน้า สพฐ.เปลี่ยนจ้างเหมาเป็น อัตราจ้าง ปีงบ 70 และการจ้างอัตราจ้าง 7,588 อัตรา ที่ คปร.อนุมัติเฉพาะปีงบ 69
เปิดอ่าน 3,490 ☕ 24 เม.ย. 2569

ด่วนที่สุด! การคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปี พ.ศ. 2569
ด่วนที่สุด! การคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปี พ.ศ. 2569
เปิดอ่าน 1,564 ☕ 23 เม.ย. 2569

ศธ.ถกสำนักงบฯจัดทำคำของบประมาณปี 70 ตั้งเป้า 4.5 แสนล้าน ครอบคลุมนโยบาย 5 ด้าน เพิ่ม 20% จากปี 69
ศธ.ถกสำนักงบฯจัดทำคำของบประมาณปี 70 ตั้งเป้า 4.5 แสนล้าน ครอบคลุมนโยบาย 5 ด้าน เพิ่ม 20% จากปี 69
เปิดอ่าน 344 ☕ 23 เม.ย. 2569

"ประเสริฐ" กางแผนใหญ่ 5 ปี ลดงานครู รื้อสูตรจัดสรรงบประมาณ ชู AI โรงเรียนปลอดภัย ดันคลอดกฎหมายการศึกษา
"ประเสริฐ" กางแผนใหญ่ 5 ปี ลดงานครู รื้อสูตรจัดสรรงบประมาณ ชู AI โรงเรียนปลอดภัย ดันคลอดกฎหมายการศึกษา
เปิดอ่าน 497 ☕ 23 เม.ย. 2569

ว 8/2569 หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการ ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงาน กรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ
ว 8/2569 หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการ ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงาน กรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ
เปิดอ่าน 1,298 ☕ 20 เม.ย. 2569

กรมบัญชีกลาง เร่งเครื่อง!! ส่วนราชการให้เร่งรัดการก่อหนี้ผูกพันให้แล้วเสร็จ ภายใน 30 เม.ย. 69
กรมบัญชีกลาง เร่งเครื่อง!! ส่วนราชการให้เร่งรัดการก่อหนี้ผูกพันให้แล้วเสร็จ ภายใน 30 เม.ย. 69
เปิดอ่าน 643 ☕ 17 เม.ย. 2569

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ความหมายของครู
ความหมายของครู
เปิดอ่าน 151,984 ครั้ง

ทำไมเบอร์โทรศัพท์เลข 2 ถึงอ่านว่า "โท"
ทำไมเบอร์โทรศัพท์เลข 2 ถึงอ่านว่า "โท"
เปิดอ่าน 25,607 ครั้ง

พันธุ์ไม้ในในป่าชายเลน
พันธุ์ไม้ในในป่าชายเลน
เปิดอ่าน 89,853 ครั้ง

กรมอนามัยแนะ4ขั้นตอนออกกำลังกายให้ปลอดภัย
กรมอนามัยแนะ4ขั้นตอนออกกำลังกายให้ปลอดภัย
เปิดอ่าน 17,472 ครั้ง

คู่มือหลักสูตรการพัฒนาฯ ก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
คู่มือหลักสูตรการพัฒนาฯ ก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
เปิดอ่าน 11,494 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


· Technology
· บทความเทคโนโลยีการศึกษา
· e-Learning
· Graphics & Multimedia
· OpenSource & Freeware
· ซอฟต์แวร์แนะนำ
· การถ่ายภาพ
· Hot Issue
· Research Library
· Questions in ETC
· แวดวงนักเทคโนฯ

· ความรู้ทั่วไป
· คณิตศาสตร์
· วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
· ภาษาต่างประเทศ
· ภาษาไทย
· สุขศึกษาและพลศึกษา
· สังคมศึกษา ศาสนาฯ
· ศิลปศึกษาและดนตรี
· การงานอาชีพ

· ข่าวการศึกษา
· ข่าวตามกระแสสังคม
· งาน/บริการสังคม
· คลิปวิดีโอยอดนิยม
· เกมส์
· เกมส์ฝึกสมอง

· ทฤษฎีทางการศึกษา
· บทความการศึกษา
· การวิจัยทางการศึกษา
· คุณครูควรรู้ไว้
· เตรียมประเมินวิทยฐานะ
· ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
· เครื่องมือสำหรับครู

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ