ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > ผลการประชุม ก.ค.ศ. ครั้งที่ 11/2561 เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2561

ผลการประชุม ก.ค.ศ. ครั้งที่ 11/2561 เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2561

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 27 ก.ย. 2561 เปิดอ่าน : 15,567 ครั้ง

ลิงก์ผู้สนับสนุน

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

ผลการประชุม ก.ค.ศ. ครั้งที่ 11/2561 เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2561

Advertisement

เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2561 เว็บไซต์กระทรวงศึกษาธิการ ได้เผยแพร่ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ ข่าวที่ ข่าวที่ 360/2561 ผลการประชุม ก.ค.ศ. 11/2561 โดยมีรายละเอียด ดังนี้

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 11/2561 เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2561 ว่าที่ประชุมได้มีการพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่สำคัญ ดังนี้

 

- เห็นชอบการย้ายและแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อประโยชน์ของทางราชการ จำนวน 10 ราย ดังนี้

1) นายอาดุลย์ พรมแสง ผอ.สพป.สงขลา เขต 3 ไปดำรงตำแหน่ง ผอ.สพป.กาญจนบุรี เขต 2
2) นายณรงค์ ศรีละมุล ผอ.สพป.สตูล ไปดำรงตำแหน่ง ผอ.สพป.กาญจนบุรี เขต 3
3) นายนิพัฒน์ มณี ผอ.สพป.นราธิวาส เขต 3 ไปดำรงตำแหน่ง ผอ.สพป.กาญจนบุรี เขต 4
4) นายนพพร มากคงแก้ว ผอ.สพป.สงขลา เขต 1 ไปดำรงตำแหน่ง ผอ.สพป.กำแพงเพชร เขต 2
5) นายมนูญ จันทร์สุข ผอ.สพป.ยะลา เขต 3 ไปดำรงตำแหน่ง ผอ.สพป.ระนอง
6) นายประหยัด สุขขี ผอ.สพป.นราธิวาส เขต 1 ไปดำรงตำแหน่ง ผอ. สพป.ราชบุรี เขต 2
7) นายนิตย์ พรหมประสิทธิ์ ผอ.สพป.สตูล ไปดำรงตำแหน่ง ผอ.สพป.สุพรรณบุรี เขต 2
8) นายประสิทธิ์ หนูกุ้ง ปฏิบัติหน้าที่ราชการที่ สพป.สงขลา เขต 1 ดำรงตำแหน่ง ผอ.สพป.สงขลา เขต 1
9) นายอรรถสิทธิ์ รัตนแคล้ว ปฏิบัติหน้าที่ราชการที่ สพป.พังงา ดำรงตำแหน่ง ผอ.สพป.พังงา
10) นายธวัช แซ่ฮ่ำ ผอ.สพม.เขต 15 (นราธิวาส ปัตตานี ยะลา) ไปดำรงตำแหน่ง ผอ.สพม. เขต 5 (สิงห์บุรี ลพบุรี ชัยนาท อ่างทอง)

- เห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้ม ตำแหน่งครูผู้ช่วย พร้อมทั้งรายละเอียดแนบท้ายหลักเกณฑ์และวิธีการฯ โดยสรุปสาระสำคัญ ได้ดังนี้

1) ให้สถานศึกษาและหน่วยงานต้นสังกัดดำเนินการเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้มให้กับครูผู้ช่วยเป็นเวลา 2 ปี ในสถานศึกษาที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้ง นับตั้งแต่วันที่เข้าปฏิบัติหน้าที่ราชการ ก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งครู

2) กรณีครูผู้ช่วยที่ลาคลอดบุตร ลาป่วย ลาเข้ารับการตรวจเลือก หรือเข้ารับการเตรียมพล สามารถนับวันลาดังกล่าว รวมเป็นระยะเวลาในการเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้มได้ไม่เกิน 90 วัน หากลาเกิน 90 วัน ให้เตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้มตามจำนวนวันที่ลาเกินให้ครบ 2 ปี

3) ให้ผู้มีอำนาจตามมาตรา 53 แต่งตั้งคณะกรรมการเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้ม จำนวน 3 คน โดยมีองค์ประกอบ ดังนี้ ผู้อำนวยการสถานศึกษา เป็นประธานกรรมการ ผู้ดำรงตำแหน่งครูในสถานศึกษา และผู้ทรงคุณวุฒิอื่นจากภายนอกสถานศึกษา เป็นกรรมการ

4) ให้กรรมการฯ ประเมินเป็นระยะ ๆ อย่างต่อเนื่องทุกหกเดือน รวม 4 ครั้ง เป็นเวลา 2 ปี

5) กำหนดให้มีผลการประเมินจากกรรมการทุกคนเฉลี่ยในแต่ละครั้ง ดังนี้

ครั้งที่ 1 ต้องมีคะแนนในแต่ละด้านไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60
ครั้งที่ 2 ต้องมีคะแนนในแต่ละด้านไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60
ครั้งที่ 3 ต้องมีคะแนนในแต่ละด้านไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70
ครั้งที่ 4 ต้องมีคะแนนในแต่ละด้านไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70

6) หากครูผู้ช่วยมีผลการประเมินในแต่ละครั้งต่ำกว่าเกณฑ์การประเมินที่ ก.ค.ศ. กำหนด และผู้มีอำนาจตามมาตรา 53 เห็นว่าควรทบทวนการประเมิน ก็สามารถทำได้ และหากผลการประเมินยังต่ำกว่าเกณฑ์การประเมินที่ ก.ค.ศ. กำหนด โดยไม่สมควรให้รับราชการต่อไป ไม่ว่าจะครบกำหนดการเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้มหรือไม่ก็ตาม ให้ผู้มีอำนาจตามมาตรา 53 ดำเนินการสั่งให้ผู้นั้นออกจากราชการต่อไป

- อนุมัติจัดสรรคืนอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุราชการของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เมื่อสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 ให้กับส่วนราชการต่าง ๆ โดยแบ่งตามสังกัด ดังนี้

1) สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สถาบันวิทยาลัยชุมชน) จำนวน 4 อัตรา
2) สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ จำนวน 76 อัตรา
3) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน จำนวน 3 อัตรา
4) สำนักงาน กศน. จำนวน 138 อัตรา
5) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จำนวน 941 อัตรา
6) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 23,998 อัตรา

- เห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค.(2) ในศูนย์ประสานงานและบริหารการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ โดยสรุปสาระสำคัญ ดังนี้

1) หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกนี้ ใช้ในการคัดเลือกบุคคลเพื่อเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค.(2) ในศูนย์ประสานงานและบริหารการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ในวาระแรกเท่านั้น

2) ผู้มีสิทธิเข้ารับการคัดเลือก ต้องเป็นพนักงานราชการ ลูกจ้างประจำ หรือลูกจ้างชั่วคราวจากเงินงบประมาณหรือเงินรายได้ของหน่วยงานการศึกษา และปัจจุบันปฏิบัติหน้าที่ในศูนย์ประสานงานและบริหารการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ มาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน นับถึงวันรับสมัครวันสุดท้าย มีคุณสมบัติทั่วไปตามมาตรา 30 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 และ มีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับผู้ดำรงตำแหน่งตรงตามมาตรฐานตำแหน่งของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2)

3) ให้ อ.ก.ค.ศ. สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ดำเนินการคัดเลือกโดยการประเมิน ตามองค์ประกอบดังนี้

3.1) ประเมินผลการปฏิบัติงานที่ผ่านมา และผลงานที่ประสบความสำเร็จ 40 คะแนน
3.2) แนวคิดในการพัฒนาศูนย์ประสานงานและบริหารการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ 30 คะแนน
3.3) สัมภาษณ์ 30 คะแนน

4) ผู้ผ่านการคัดเลือกต้องผ่านการประเมินทุกข้อตามข้อ 3 และได้คะแนนแต่ละข้อไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 โดยเรียงลำดับจากผู้ได้คะแนนสูงสุดจากมากไปหาน้อย

5) ผู้ผ่านการคัดเลือกที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้ง จะต้องปฏิบัติหน้าที่ในศูนย์ประสานงานและบริหารการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 4 ปี

- เห็นชอบการกำหนดกรอบอัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ในสถาบันการอาชีวศึกษา และสถาบันการอาชีวศึกษาเกษตร สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา รวม 23 แห่ง จำนวน 1,390 อัตรา โดยอนุมัติให้กำหนดตำแหน่งผู้อำนวยการสำนัก/ศูนย์ ในสถาบันการอาชีวศึกษา และสถาบันการอาชีวศึกษาเกษตร รวม 23 สถาบัน เป็นตำแหน่งประเภทอำนวยการ ระดับต้น

- เห็นชอบ (ร่าง) แบบประเมินผลการปฏิบัติงานของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อใช้ในการประเมินผลการปฏิบัติงานฯ ในรอบการประเมินตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2561 ซึ่งจะใช้สำหรับระบบการเลื่อนเงินเดือนแบบเปอร์เซ็นต์ (อ่านเพิ่มเติมที่ข่าว 359/2561)

Written by ดรุวรรณ บุญมาก
Rewriter/Editor บัลลังก์ โรหิตเสถียร

ที่มา เว็บไซต์กระทรวงศึกษาธิการ วันที่ 27 กันยายน 2561

 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> ผลการประชุม ก.ค.ศ. ครั้งที่ 11/2561 เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2561 , , ผลการประชุม , ก.ค.ศ. , ครั้งที่ , 11 , 2561 , เมื่อวันที่ , 27 , กันยายน , 2561 << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!

  • ≡ เรื่องล่าสุดในหมวดหมู่นี้ ≡
    "หมอธี" เตือน ผอ.รร.ดังห้ามรับเงินแลกที่นั่งเรียน☕ 19 ต.ค. 2561
    "หมอธี" เตือน ผอ.รร.ดังห้ามรับเงินแลกที่นั่งเรียน
    เปิดอ่าน 5,810 ครั้ง
    แฉต้นตอการศึกษาไทยล้าหลัง สร้างพลเมืองเฉื่อยชา เด็กอ่านหนังสือไม่ออก☕ 19 ต.ค. 2561
    แฉต้นตอการศึกษาไทยล้าหลัง สร้างพลเมืองเฉื่อยชา เด็กอ่านหนังสือไม่ออก
    เปิดอ่าน 58,664 ครั้ง
    สถานี ก.ค.ศ. การเลื่อนเงินเดือนของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา☕ 18 ต.ค. 2561
    สถานี ก.ค.ศ. การเลื่อนเงินเดือนของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
    เปิดอ่าน 34,181 ครั้ง
    ประกาศสำนักงาน ก.ค.ศ.  เรื่อง ผลการพิจารณาคุณสมบัติของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา  ผู้ขอมีวิทยฐานะหรือเลื่อนเป็นวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ|เชี่ยวชาญ☕ 18 ต.ค. 2561
    ประกาศสำนักงาน ก.ค.ศ. เรื่อง ผลการพิจารณาคุณสมบัติของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ผู้ขอมีวิทยฐานะหรือเลื่อนเป็นวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ|เชี่ยวชาญ
    เปิดอ่าน 10,155 ครั้ง
    "หมออุดม"ย้ำจะผลิตครู 4 หรือ 5 ปีก็ได้อยู่ที่สภามหาวิทยาลัย☕ 18 ต.ค. 2561
    "หมออุดม"ย้ำจะผลิตครู 4 หรือ 5 ปีก็ได้อยู่ที่สภามหาวิทยาลัย
    เปิดอ่าน 7,801 ครั้ง

    Advertisement
    Advertisment

    ≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

    มาดูซิว่า คนญี่ปุ่นฝึกเด็กให้เป็นคนมีคุณภาพ มีมารยาทและระเบียบวินัยได้อย่างไร?มาดูซิว่า คนญี่ปุ่นฝึกเด็กให้เป็นคนมีคุณภาพ มีมารยาทและระเบียบวินัยได้อย่างไร?
    เปิดอ่าน 29,276 ครั้ง
    อนามัยโลกเตือนไม่ควรดื่มเครื่องดื่ม "ร้อนเกินไป"อนามัยโลกเตือนไม่ควรดื่มเครื่องดื่ม "ร้อนเกินไป"
    เปิดอ่าน 12,142 ครั้ง
    เผยรายชื่อ 10 ประเทศที่ประกาศแบนเฟซบุ๊กเผยรายชื่อ 10 ประเทศที่ประกาศแบนเฟซบุ๊ก
    เปิดอ่าน 5,375 ครั้ง
    หลักสูตรใหม่กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยหลักสูตรใหม่กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
    เปิดอ่าน 14,051 ครั้ง
    รู้จัก รู้ใช้ ถุงลมนิรภัยรู้จัก รู้ใช้ ถุงลมนิรภัย
    เปิดอ่าน 6,267 ครั้ง

    เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
    สนามเด็กเล่น

    แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย


    เว็บไซต์พันธมิตร

  • IELTS
  • TOEIC Online
  • chulatutor
  •  
     
    สนามเด็กเล่น
    เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
    หมวดหมู่เนื้อหา
    [ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
    ข่าวล่าสุด

    ครูบ้านนอกดอทคอม

    เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

          kroobannok.com

    © 2000-2020 Kroobannok.com  
    All rights reserved.


    Design by : kroobannok.com


    ครูบ้านนอกดอทคอม
    เป็นเว็บไซต์อันดับที่เท่าไหร่?
    ของเว็บการศึกษาในประเทศไทย

    การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

    วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
     

    ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

    ครูอดิศร ก้อนคำ
    ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอกดอทคอม

    Tel : 081-3431047

    เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

    Email1 : kornkham@hotmail.com

    สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
    คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ

    Google+
    ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านน้ำเที่ยง"วันครู2501"
    ศิษย์เก่าโรงเรียนคำชะอีวิทยาคาร
    ศิษย์เก่าสถาบันราชภัฏสกลนคร
    ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม