ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > จดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรี ฉบับที่ 2 : นายรัชชัยย์ ศรสุวรรณ นายกสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย

จดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรี ฉบับที่ 2 : นายรัชชัยย์ ศรสุวรรณ นายกสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 29 ก.ค. 2562 เปิดอ่าน : 11,149 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
จดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรี ฉบับที่ 2 : นายรัชชัยย์ ศรสุวรรณ นายกสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย

Advertisement

 
จดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรี ฉบับที่ 2 : นายรัชชัยย์ ศรสุวรรณ นายกสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย

 

เรื่อง นโยบายด้านการศึกษา

กราบเรียน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ที่เคารพอย่างสูง

ด้วยกระผมนายรัชชัยย์ ศรสุวรรณ นายกสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย( ส.บ.ม.ท.) ขอเรียนว่าสมาคมนี้ก่อตั้งมาเป็นเวลาร่วม ๔๘ ปี โดยหม่อมหลวงปิ่น มาลากุล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นผู้ริเริ่มดำริให้เกิดองค์กรกลางในการร่วมยกระดับคุณภาพมัธยมศึกษาและ ดร.ก่อ สวัสดิพาณิชย์ อดีตอธิบดีกรมวิสามัญศึกษาได้สานต่อเจตนารมณ์โดยได้จัดตั้งสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทยขึ้นมามีวัตถุประสงค์เพื่อเสนอความคิดเห็นต่อกระทรวงศึกษาธิการในเรื่องการพิจารณาคุณภาพการศึกษาให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลโดยมีคุณหญิงบุญเลื่อน เครือตราชู เป็นนายกสมาคมคนแรก

โดยส่วนตัวแล้วกระผมรู้สึกยินดีที่ ฯพณฯ ได้รับความไว้วางใจให้เป็นนายกรัฐมนตรีและได้มีโอกาสสานงานต่อจากงานเดิมที่ฯพณฯได้เคยวางแผนงานไว้และขอแสดงความยินดีที่นโยบายของรัฐบาลได้ผ่านการพิจารณาจากรัฐสภาไปด้วยดีอย่างไรก็ตามในส่วนของกระผมซึ่งถือว่าเป็นภาคประชาชนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาก็ขอใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญเสนอแนะรัฐบาลในส่วนที่เกี่ยวข้องกับนโยบายทางการศึกษาดังนี้

๑. ฯพณฯ เป็นผลผลิตทางการศึกษาที่ดีและเป็นตัวอย่างที่ดีที่สามารถยกย่องได้เพราะ ฯพณฯ เป็นผู้ประสบความสำเร็จในการเรียนในระบบที่สามารถไปศึกษาต่อโรงเรียนเตรียมทหารและต่อเนื่องจนกระทั่งเรียนจบจากโรงเรียนนายร้อย จปร. และ ฯพณฯ ยังได้สร้างคุณูปการให้กับประเทศด้วยการดำเนินการระงับยับยั้งมิให้เกิดสงครามกลางเมืองจนชาติบ้านเมืองดำรงอยู่อย่างสงบสุขจนทุกวันนี้

๒. หน่วยงานและบุคคลสำคัญที่สร้างให้ ฯพณฯ เป็นบุคคลที่มีคุณภาพเช่นนี้ย่อมประกอบด้วยสถานศึกษาทั้งระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษาและระดับที่สูงขึ้นไปและยังหมายความรวมถึงคุณครูที่อบรมสั่งสอน ฯพณฯ ทั้งในระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษาและระดับที่สูงขึ้นไปที่สอนให้ ฯพณฯ เป็นคนเก่ง เป็นคนดี มีจิตสาธารณะ จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

๓. หลักสูตรที่ ฯพณฯ ร่ำเรียนในขณะนั้นคือหลักสูตรการศึกษา ปี พ.ศ. ๒๔๙๓ /พ.ศ. ๒๔๙๕ และหลักสูตร พ.ศ. ๒๕๐๓

๔. หลักสูตรที่ ฯพณฯ ได้ศึกษารวมถึงคุณครูที่สอนให้ฯพณฯเป็นคนเก่งและเป็นคนดีนั้นล้วนแล้วแต่มีเจตนารมณ์และกำหนดหน้าที่ในการสอนให้รู้ สอนให้เก่งและอบรมให้เป็นคนดี ถ้า ฯพณฯ มีโอกาสค้นดูหลักสูตรเดิมๆ รวมถึงมีโอกาสสอบถามคุณครูเก่าๆ ที่เคยสอน ฯพณฯ จะพบว่าคุณครูทุกท่านที่เคยสอน ฯพณฯ ไม่ต้องทิ้งห้องเรียนไปเตรียมเอกสารหลักฐานเพื่อรายงานหรือบรรจุลงในแผนการสอนในเรื่องเกี่ยวกับโครงการต่างๆเช่นโรงเรียนในฝัน/โรงเรียนดีใกล้บ้าน/โรงเรียนสุจริต/โรงเรียนมาตรฐานสากล/โรงเรียนผู้นำเศรษฐกิจพอเพียง/โรงเรียนสีขาว/โรงเรียนประชารัฐ โรงเรียนต้นแบบการลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ ฯลฯ และทำรายงานกิจกรรม การทำ PLC การทำ LOGBOOK เป็นต้น

๕. ในส่วนของการวัดการประเมินผลตามหลักสูตรการศึกษาที่ ฯพณฯ ร่ำเรียนนั้นในแต่ละภาคเรียนก็จะมีสอบซ้อมหนึ่งครั้งและสอบไล่อีกหนึ่งครั้งโดยไม่มีการสอบ LAS / ONET / NT/ GAT/PAT /PIZZA

๖. กระผมขอกราบเรียนว่าโครงการต่างๆที่เข้าสู่โรงเรียนในปัจจุบันมากมายรวมถึงการสอบที่หลากหลายนั้น ส่งผลกระทบอย่างยิ่งต่อคุณภาพการจัดการศึกษาการเรียนการสอน ทำให้ครูต้องทิ้งห้องเรียนทิ้งนักเรียนเพื่อไปจัดเตรียมและจัดทำเอกสาร โดยเรื่องเหล่านี้ได้มีการแจ้งให้ผู้มีอำนาจของกระทรวงศึกษาธิการที่ ฯพณฯ ได้ส่งมาดูแลจัดการศึกษาและมีการรับทราบแล้วแต่ก็ไม่มีความจริงใจที่จะจัดการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ปล่อยให้มีการดำเนินการต่อไปจนคุณภาพการศึกษาตกต่ำอย่างเห็นได้ชัด

๗. การบริหารจัดการศึกษาในยุครัฐบาลของ ฯพณฯ นั้นได้มีการปล่อยปละละเลยในเรื่องที่สำคัญและได้กระทำการในเรื่องที่ไม่ควรกระทำการหลายประการส่งผลให้การศึกษาตกต่ำที่สุดอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนดังนี้

๗.๑ ปล่อยปละละเลยให้โรงเรียนว่างเว้นจากผู้อำนวยการโรงเรียนและรองผู้อำนวยการโรงเรียนรวมทั้งสิ้นร่วมหมื่นอัตราเป็นเวลานานถึงสองปีทั้งๆที่อัตรากำลังก็มีพร้อมแต่ไม่ยอมดำเนินการจัดสรรอัตรากำลังให้กับโรงเรียน ถือว่าเป็นข้อบกพร่องอย่างยิ่ง โรงเรียนที่ขาดผู้นำถึงสองปีนั้นย่อมก่อให้เกิดความเสียหายต่อนักเรียนอย่างมากมาย

๗.๒ ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ มีทัศนคติทางลบต่อผู้ใต้บังคับบัญชามองว่าผู้ใต้บังคับบัญชาส่วนใหญ่เป็นคนทุจริตจนถึงขั้นส่งเจ้าหน้าที่จาก ปปช. จังหวัด ให้ไปอยู่ประจำโรงเรียนเพื่อจับผิด ทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชาขาดความเคารพและขาดศรัทธา กระผมอยากทราบว่ามีกระทรวงไหนหรือประเทศไหนบ้างที่กระทำเยี่ยงนี้ทั้งๆที่ปัญหาเรื่องการทุจริตรายใหญ่ที่กระทบกับงบประมาณที่สูงมากของประเทศล้วนแล้วแต่กระจุกอยู่ในกระทรวงศึกษาธิการทั้งนั้น

๗.๓ ผู้บริหารระดับสูงที่ ฯพณฯ มอบหมายให้มาดูแลจัดการศึกษานั้นมีความเห็นว่าควรมีเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาให้ครบทุกจังหวัดเพื่อแก้ปัญหาในเรื่องความไม่สะดวกในการเดินทางและการไม่เท่าเทียมกันทางการศึกษาจึงได้เสนอเรื่องต่อสภาการศึกษาให้เป็นผู้พิจารณาจัดตั้งเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเพิ่มเติมให้ครบทุกจังหวัด เมื่อสภาการศึกษาพิจารณาแล้วเห็นว่าการเพิ่มเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาให้ครบทุกจังหวัดนั้นมีความจำเป็น ทั้งยังไม่เป็นการเพิ่มคน เพิ่มเงิน เพิ่มอาคารสถานที่จึงมีมติเห็นชอบให้มีการเพิ่มเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาให้ครบทุกจังหวัดได้ โดยเรื่องนี้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการร่างประกาศเพิ่มเขตพื้นที่การศึกษาให้ครบทุกจังหวัดเพื่อเสนอผู้มีอำนาจให้ลงนามในประกาศดังกล่าวแล้ว แต่กลับมีการดำเนินการให้มีการซุกเรื่องซุกร่างประกาศดังกล่าวเป็นเวลาหลายปี ความเพิ่งมาแตกเมื่อรัฐบาลของ ฯพณฯ ชุดแรกกำลังหมดวาระ จนปัจจุบันก็ยังไม่มีการประกาศเพิ่มเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาให้ครบทุกจังหวัด การกระทำเช่นนี้จะต้องมีผู้ที่รับผิดชอบในความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบทำให้ราชการหรือผู้มีส่วนได้เสียได้รับความเสียหาย

๗.๔ ฯพณฯ ได้มีคำสั่งแต่งตั้งกลุ่มบุคคลหลายคนที่ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์บ้าง อาชีพอื่นที่ไม่ใช่อาชีพครูและไม่มีความรู้ด้านการจัดการศึกษา ไม่มีประสบการณ์ในเรื่องการสอนหรือการบริหารจัดการศึกษาในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานให้เป็นผู้ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปการศึกษาและยังให้กลุ่มบุคคลดังกล่าวร่างกฎหมายการศึกษาโดยขาดการมีส่วนร่วมจากข้าราชการครูและบุคคลากรทางการศึกษา มีการหมกเม็ดบางเรื่องที่ตัดโอกาสและตัดสิทธิประโยชน์ทางการศึกษาที่ข้าราชการครูพึงได้รับไว้ในกฎหมายการศึกษาที่กลุ่มพวกตนได้ร่างไว้ แต่กลับบัญญัติไว้ในบทเฉพาะกาลให้บุคคลกลุ่มนี้กลับเข้ามามีอำนาจต่อไปหลังจากมีรัฐบาลใหม่ นอกจากนี้ยังไม่มีการนำร่างกฎหมายทั้งฉบับดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการประชาพิจารณ์ที่ถูกต้องและเหมาะสมแต่มีความพยายามนำร่างกฎหมายการศึกษาที่ไม่ผ่านการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติให้ประกาศใช้เป็นพระราชกำหนดทั้งๆที่เป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญอย่างเห็นได้ชัด

๗.๕ กระผมขอกราบเรียนถาม ฯพณฯ ว่าหากต่อไปมีปัญหาสำคัญและมีความจำเป็นที่จะต้องมีการปฏิรูปกองทัพ ฯพณฯ จะแต่งตั้งบรรดานายแพทย์ทั้งหลายเหล่านี้เป็นกรรมการปฏิรูปกองทัพโดยตัดไม่ให้บรรดาแม่ทัพนายกองเป็นคณะกรรมการปฏิรูปด้วยหรือไม่และจะประสบความสำเร็จหรือไม่

๗.๖ ฯพณฯ ได้ใช้อำนาจตามมาตรา๔๔ สั่งให้ยกเลิก อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาโดยอ้างเหตุผลว่ามีการทุจริตในเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการครูและ ฯพณฯ ก็ยังได้ออกกฎหมายให้มีคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดทำหน้าที่ในเรื่องการบริหารงานบุคคลแทนโดยไม่ให้มีผู้แทนครูในองค์คณะดังกล่าว กระผมขอกราบเรียนถาม ฯพณฯ ว่าบัดนี้เวลาได้ล่วงเลยมานานหลายปีแล้ว ฯพณฯ ได้ตัวผู้กระทำผิดในเรื่องดังกล่าวมาลงโทษสักรายหรือไม่ ที่สำคัญคือการที่ ฯพณฯ แต่งตั้งองค์คณะบุคคลพิจารณาเรื่องการจัดการศึกษาและการบริหารงานบุคคลในจังหวัดโดยไม่มีข้าราชการครูสักรายหนึ่งร่วมเป็นคณะกรรมการนั้น เป็นการจัดการศึกษาในจังหวัดซึ่งจัดการโดยผู้ที่ไม่รู้ไม่เข้าใจเรื่องการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานนั้น จะไปรอดหรือไม่และหากจะมีโอกาสใดโอกาสหนึ่งมีการให้บุคคลภายนอกไปบริหารกองทัพโดยไม่มีทหารร่วมเป็นคณะเลยฯพณฯ คิดว่าตรรกะเช่นนี้ใช้ได้หรือไม่

๗.๗ ข้าราชการครูในแต่ละเขตพื้นที่การศึกษาล้วนแล้วแต่เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา มีวัฒนธรรมองค์กรร่วมกัน มีสายสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน วันดีคืนดี ฯพณฯก็ใช้อำนาจตามมาตรา ๔๔ ออกคำสั่งที่ ๑๙ ตัดอำนาจการบริหารงานบุคคลจากผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาไปเป็นอำนาจของศึกษาธิการจังหวัดซึ่งเป็นข้าราชการต่างกรมกองกัน ไม่มีนิติสัมพันธ์กัน ไม่มีวัฒนธรรมองค์กรร่วมกัน ขาดความไว้เนื้อเชื่อใจกัน อย่างนี้ก็ทำได้ด้วยใช่ใหมครับ ทุกวันนี้งานในจังหวัดมีความล่าช้ามากเพราะทำงานซ้ำซ้อน ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาไม่มีอำนาจบังคับบัญชาผู้ใต้บังคับบัญชาแต่ต้องรับผิดชอบต่อคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาในบังคับบัญชา อย่างนี้แล้วงานจะไปข้างหน้าได้อย่างไร ขณะนี้ก็มีข้อถกเถียงและข้อสงสัยกันในข้อกฎหมายว่าเจ้าหน้าที่บนสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดที่ทำหน้าที่เป็นศึกษานิเทศ แต่ไม่ได้ออกนิเทศโรงเรียนเลยตามหน้าที่อย่างนี้จะกระทบต่อการได้รับเงินวิทยะฐานะหรือไม่ 

 ๗.๘ มีการออกกฎเกณฑ์ที่เป็นการกดดันข้าราชการครูบรรจุใหม่โดยไม่อนุญาตให้ย้ายเพื่อกลับภูมิลำเนาเป็นระยะเวลาถึงสี่ปีทำให้ข้าราชการครูเหล่านี้ขาดขวัญกำลังใจอย่างยิ่ง ขาดโอกาสในการดูแลบุพการีและครอบครัว กระผมอยากทราบว่าข้าราชการอาชีพอื่นๆต้องอยู่ภายใต้ความกดดันเช่นนี้หรือไม่

๗.๙ มีการกำหนดให้มีคูปองครูโดยให้งบประมาณครูคนละหนึ่งหมื่นบาทไปเข้ารับการอบรมกับหลักสูตรตามบริษัทหรือหน่วยงานต่างๆ โดยส่วนใหญ่ใช้เวลาในการอบรมเพียงสองวันหากใครไม่ไปเข้ารับการอบรมก็จะขาดคุณสมบัติในการเลื่อนวิทยะฐานะ โครงการดังกล่าวดูเหมือนดีแต่คุณครูส่วนใหญ่เห็นว่าเป็นการสิ้นเปลืองอย่างยิ่ง เนื้อหาที่จะต้องไปอบรมก็ไม่ได้เกิดประโยชน์ต่อวิชาที่ตนเองสอน หากนำเงินดังกล่าวมาจัดสรรให้เขตพื้นที่การศึกษาดำเนินการสำรวจและพัฒนาจะประหยัดกว่าและตรงตามความต้องการของครูและสถานศึกษามากกว่า อีกทั้งยังมีการวิพากษ์วิจารณ์กันในเรื่องของความไม่โปร่งใสและส่อไปในทางทุจริตเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วยเนื่องจากเป็นการใช้เงินมากมายมหาศาลและมีการออกกฎเกณฑ์บังคับให้ทุกคนต้องใช้เงินดังกล่าว

๗.๑๐ มีการยกเลิกการเลื่อนวิทยฐานะของข้าราชการครูในส่วนที่เกี่ยวข้องกับผลงานวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา (ว.๑๗) ส่งผลให้คุณครูเสียโอกาสในเรื่องการเลื่อนวิทยะฐานะและเป็นการไม่สนับสนุนการวิจัยเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา การคิดอ่านเช่นนี้ก็ทำได้ด้วยหรือครับ

ด้วยบรรดาเหตุผลดังกล่าวข้างต้นกระผมจึงขอกราบเรียน ฯพณฯ ขอได้โปรดดำเนินการดังนี้

๑. ให้คุณครูปฏิบัติหน้าที่สอนและอบรมนักเรียนอย่างเดียวอย่าได้เอาภาระอื่นใดมาเพิ่มให้อีกอย่างเด็ดขาด
๒. การวัดและการประเมินผลนั้นให้เป็นการสอบของโรงเรียนอย่างเดียวไม่ต้องมีการสอบอื่นๆอีก
๓. ดำเนินการให้มีอัตรากำลังทดแทนทันทีที่ขาดแคลนหรือมีอัตราว่าง
๔. ดำเนินการให้มีเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาจังหวัดให้ครบทุกจังหวัดทันที
๕. ให้ยุบคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดและให้มี อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาโดยให้มีผู้แทนครูร่วมเป็นคณะกรรมการด้วยในทุกเขต
๖. ให้ยกเลิกคำสั่ง คสช. ฉบับที่๑๙ โดยเร็ว
๗. ให้แก้หลักเกณฑ์โดยให้มีการประเมินครูบรรจุใหม่ให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งปี และบรรจุเป็นครูทันทีและให้เกิดสิทธิการย้ายได้ทันทีหลังจากผ่านการประเมิน
๘. ให้ยกเลิกคูปองครูแล้วให้นำงบประมาณดังกล่าวมอบให้เขตพื้นที่การศึกษาหรือสถานศึกษาเพื่อใช้ในการพัฒนาบุคคลากรตามความประสงค์ของครูและสถานศึกษาต่อไป
๙. ให้มีการเปิดโอกาสให้คุณครูได้ส่งผลงานวิจัยเชิงปฏิบัติการด้านการเรียนการสอน เพื่อรับการประเมินเพื่อเลื่อนวิทยฐานะตามแนวทางที่เคยปฏิบัติ ( ว.๑๗)

กระผมขอประทานกราบเรียนว่าจดหมายเปิดผนึกฉบับนี้จัดทำขึ้นตามความเป็นจริงและจัดทำด้วยความจริงใจที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการทำให้การจัดการศึกษาของชาติบ้านเมืองรุดไปข้างหน้าโดยเร็ว อย่างไรก็ตามหากไม่ได้รับการแก้ไขเยียวยา กระผมและคณะครูทั้งประเทศรวมถึงผู้ที่มีส่วนได้เสียทางการศึกษา จะดำเนินการในทุกช่องทางที่รัฐธรรมนูญให้สิทธิไว้ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงตามที่ได้ประทานกราบเรียนไว้ข้างต้น

จึงขอประทานกราบเรียนมาด้วยความเคารพอย่างสูง

ขอแสดงความนับถือ


นายรัชชัยย์ ศรสุวรรณ
นายกสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย
โทร ๐๘๖ – ๓๓๔๑๒๐๒
 

 



Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> จดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรี ฉบับที่ 2 : นายรัชชัยย์ ศรสุวรรณ นายกสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย , , จดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรี , ฉบับที่ , 2 , : , นายรัชชัยย์ , ศรสุวรรณ , นายกสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
กรมบัญชีกลางชี้แจง ยังไม่มีการยกเลิกหรือลดเงินบำนาญ☕ 8 ก.ค. 2563
กรมบัญชีกลางชี้แจง ยังไม่มีการยกเลิกหรือลดเงินบำนาญ
เปิดอ่าน 905 ครั้ง
"ครูตั้น"ชี้รร.ต้องทำความเข้าใจระเบียบทรงผมเด็ก☕ 8 ก.ค. 2563
"ครูตั้น"ชี้รร.ต้องทำความเข้าใจระเบียบทรงผมเด็ก
เปิดอ่าน 595 ครั้ง
"กมว."ลั่นอีก2เดือนคลอดจรรยาบรรณครูเวอร์ชั่นใหม่☕ 8 ก.ค. 2563
"กมว."ลั่นอีก2เดือนคลอดจรรยาบรรณครูเวอร์ชั่นใหม่
เปิดอ่าน 663 ครั้ง
ศธ.ร่อนหนังสือจี้โรงเรียน ยึดระเบียบทรงผมฉบับใหม่☕ 8 ก.ค. 2563
ศธ.ร่อนหนังสือจี้โรงเรียน ยึดระเบียบทรงผมฉบับใหม่
เปิดอ่าน 1,663 ครั้ง
สพฐ.เร่งวิเคราะห์ผลกระทบเพิ่มสพม.ทุกจังหวัด ☕ 8 ก.ค. 2563
สพฐ.เร่งวิเคราะห์ผลกระทบเพิ่มสพม.ทุกจังหวัด
เปิดอ่าน 313 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

8 วิธีลดความเครียดให้แก่เด็ก 8 วิธีลดความเครียดให้แก่เด็ก
เปิดอ่าน 27,741 ครั้ง
ฮาร์วาร์ด : สุดยอดมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของโลก ฮาร์วาร์ด : สุดยอดมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของโลก
เปิดอ่าน 8,924 ครั้ง
สัตว์เลี้ยงมงคล เกื้อหนุนชะตา 12 ราศีสัตว์เลี้ยงมงคล เกื้อหนุนชะตา 12 ราศี
เปิดอ่าน 11,135 ครั้ง
การพัฒนาการศึกษาภายใต้กรอบประเทศไทย 4.0 สู่ศตวรรษที่ 21การพัฒนาการศึกษาภายใต้กรอบประเทศไทย 4.0 สู่ศตวรรษที่ 21
เปิดอ่าน 10,131 ครั้ง
เคล็ดเด็กเก่งวิชา เรขาคณิต-พีชคณิตเคล็ดเด็กเก่งวิชา เรขาคณิต-พีชคณิต
เปิดอ่าน 11,192 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ