ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


Advertisement

ข่าวการศึกษา     ความรู้ทั่วไป     งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคมข่าวการศึกษา  ▶ ข่าว/บทความ ▶ หน้าแรก

ศธ.เซ็นประกาศฟันผิดวินัยร้ายแรง ขรก.ฝืนไปปท.เสี่ยง


ข่าวการศึกษา 29 ก.พ. 2563 เวลา 14:50 น.

14,349

views
Advertisement

ศธ.เซ็นประกาศฟันผิดวินัยร้ายแรง ขรก.ฝืนไปปท.เสี่ยง

❝ รมว.ศึกษาธิการ ลงนามประกาศศธ.วาง 13 มาตรการสกัดไวรัสโคโรนา ใช้ยาแรง ครู นักเรียน และบุคลากรศธ.เดินทางไปประเทศกลุ่มเสี่ยง เจอโทษหนักผิดวินัยร้ายแรง ❞

เมื่อวันที่ 29 ก.พ.นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้ตนได้ลงนามคำสั่งประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง มาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ซึ่งมีมาตรการ

ดังนี้

1.ให้ชะลอการอนุมัติหรืออนุญาตการเดินทางไปฝึกอบรม ประชุม สัมมนา ศึกษาดูงาน และปฏิบัติ การวิจัยระหว่างประเทศ การไปปฏิบัติภารกิจส่วนตัวในประเทศที่มีความเสี่ยงตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุขของข้าราชการ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา บุคลากรของกระทรวงศึกษาธิการ และหน่วยงานในกำกับ และนักเรียน นักศึกษา ในสถานศึกษาสังกัดกระทรวงศึกษาธิการทุกระดับ

 

2.กรณีที่ได้รับอนุมัติหรืออนุญาติให้เดินทางไปประเทศที่มีความเสี่ยงตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุข ก่อนประกาศฯ ฉบับนี้ ให้ข้าราชการ ครูและบุคลากรทางการศึกษา บุคลากรของกระทรวงศึกษาธิการ และหน่วยงานในกำกับและนักเรียน นักศึกษา ในสถานศึษาสังกัดกระทรวงศึกษาธิการทุกระดับ งด หรือ เลื่อนการเดินทางออกไป จนกว่ากระทรวงสาธารณสุขจะประกาศยกเลิกประเทศที่มีความเสี่ยง

กรณีมีเหตุจำเป็นอย่างยิ่ง ไม่อาจหลีกเลี่ยงการเดินทางไปต่างประเทศให้แจ้งเหตุจำเป็นต่อผู้มีอำนาจอนุมัติหรืออนุญาตเพื่อพิจารณา การเดินทางไปต่างประเทศ หรือแวะผ่านประเทศที่มีความเสี่ยงตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุข โดยไม่ได้รับอนุญาต ขณะที่ประกาศฉบับนี้มีผลใช้บังคับ ถือเป็นความผิดวินัยร้ายแรง

3.กรณีนักเรียน นักศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการทุกระดับ ทุกประเภท มีเหตุจำเป็นต้องเดินทางไปประเทศที่มีความเสี่ยงตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุข ด้วยภารกิจส่วนตัว กระทรวงศึกษาธิการขอความร่วมมือให้ขะลอการเดินทางออกไปก่อน หากกรณีมีเหตุจำเป็นอย่างยิ่ง ไม่อาจหลีกเสี่ยงการเดินทางไปประเทศที่มีความเสี่ยงตามประกาศ ของกระทรวงสาธารณสุข ขอความร่วมมือให้นักเรียน นักศึกษาในสถานศึกษาสังกัดกระทรวงศึกษาธิการทุกระดับ ให้ผู้บริหารสถานศึกษารายงานถึงกรณีที่นักเรียน นักศึกษาในสังกัดเดินทางในประเทศที่มีความเสี่ยงตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข กำกับติดตามและรายงานผลการดำเนินการ

4.ผู้ที่เดินทางไปต่างประเทศ หรือแวะผ่าน หรือกลับจากประเทศที่มีความเสี่ยงตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุข เมื่อกลับมาถึงประเทศไทยให้ผู้นั้นเข้ารับการตรวจคัดกรองและเฝ้าระวังโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ที่โรงพยาบาล และพักเพื่อฝ้าดูอาการเป็นเวลา 14 วันโดยไม่ถือเป็นวันลาและให้รายงานตัวต่อผู้บังคับบัญชาทราบผ่านทางอีเมล์ แอปพลิเคชันไลน์ หรือซ่องทางสื่อสารออนไลน์อื่นๆ ตามที่ได้ตกลงกันไว้ทุกวันจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

โดยผู้บังคับบัญชาอาจมอบหมายให้ปฏิบัติงานที่บ้าน หรือที่พัก และรายงานการปฏิบัติงานต่อผู้บังคับบัญชด้วยรูปแบบตามที่เห็นสมควร หรือ ที่ได้ทำการตกลงกันไว้ ในระหว่างที่พัก สำหรับนักเรียน นักศึกษา ให้รายงานตัวผ่านทางอี้เมล์หรือแอปพลิเคชันไลน์ต่อครูที่ปรึกษาและครูที่ปรึกษารวบรวมข้อมูลรายงานต่อผู้บริหารสถานศึกษา และให้หยุดเรียนตามระยะเวลาโดยต้องจัดให้มีการเรียนการสอนเพิ่มเติมด้วยรูปแบบที่เหมาะสม เพื่อทดแทนช่วงที่ขาดเรียน

5.หากมีบุคคลจากต่างประเทศหรือเขตการปกครองกลุ่มประเทศเสี่ยงมาติดต่อราชการในหน่วยงานสถานศึกษา ให้หน่วยงาน สถานศึกษา ปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด. นอกจากนี้ให้ชะลอการเชิญบุคคลจากต่างประเทศมาร่วมการประชุม การสัมมนา หรือการดำเนินการใดๆที่เกี่ยวข้องออกไปจนกว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคจะคลี่คลาย กรณีมีความจำเป็นอย่างยิ่งให้เสนอเหตุจำเป็นต่อหัวหน้าหน่วยงานหรือผู้บังคับบัญชาพิจารณา และกำหนดมาตรการป้องกันการติดเชื้อที่เหมาะสม

6.กรณีข้าราชการ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา บุคลากรของกระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานในกำกับ และนักเรียน นักศึกษา ในสถานศึกษาสังกัดกระทรวงศึกษาธิการทุกระดับ มีบุคคลในครอบครัวหรือบุคคลใกล้ชิดเดินทางกลับจากต่างประเทศ หรือสัมผัสผู้ต้องสงสัยว่ามีความเสี่ยงต่อการติดต่อโรคนี้ให้งดเข้าชั้นเรียน หรือหยุดมาปฏิบัติงาน หรือหยุดมาปฏิบัติราชการเพื่อเฝ้าดูอาการ เป็นเวลา 14วัน โดยไม่ถือเป็นการขาดเรียน หรือขาดการปฏิบัติงาน

7.ให้ข้าราชการครูและบุคลากรของกระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานในกำกับ และนักเรียน นักศึกษา ในสถานศึกษาสังกัดกระทรวงศึกษาธิการทุกระดับ ระมัดระวังและป้องกันตัวเอง โดยล้างมือ สวมหน้ากากอนามัยทุกครั้ง

8.ให้สถานศึกษาสังกัดกระทรวงศึกษาธิการทุกระดับ ทำความสะอาดพื้นที่ภายในสถานศึกษาอย่างต่อเนื่องและส่งเสริมความรู้ในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาแก่เด็กนักเรียน หากพบเด็กนักเรียนในโรงเรียนป่วยให้แยกเด็กนักเรียนเพื่อฝ้ระวังและดำเนินการอย่างเหมาะสม


9.ให้ทุกหน่วยงานจัดวางเจลแอลกอฮอร์ล้างมือไว้ในจุดให้บริการสำหรับประชาชน และบุคลากรในสังกัดให้เพียงพอ 10.ให้ทุกหน่วยงานประชาสัมพันธ์ให้ความรู้แก่สถานศึกษาในสังกัดและบุคลากรทางการศึกษาในเรื่องนี้ให้ถือปฎิบัติอย่างเคร่งครัด

11. ครูและบุคลากรทางการศึกษา และนักเรียนในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ให้สช.ดำเนินการตามมาตรการทางการบริหารเพื่อให้บรรลุผลของประกาศฉบับนี้ต่อไป และเมื่อดำเนินการเป็นประการใดแล้ว ให้รายงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นระยะๆ

12.ให้องค์กรหลักและหน่วยงานในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ พิจารณาถึงความเหมาะสมในกิจกรรมการดำเนินการในช่วงระยะเวลาที่ประกาศฉบับนี้มีผลใช้บังคับ โดยกิจกรรมใดที่มีการชุมนุม หรือ พบปะของบุคคลจำนวนมากที่อาจส่งผลโดยตรงให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาให้ดำเนินการชะลอ หรือระงับการดำเนินการไว้ก่อน

13.ให้สำนักบูรณาการกิจการการศึกษา เป็นหน่วยงานประสานกลางเกี่ยวกับการดำเนินงานตามมาตรการฉบับนี้


ขอบคุณที่มาเนื้อหาข่าวและอ่านเพิ่มเติมได้จาก เดลินิวส์ วันเสาร์ที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 


ศธ.เซ็นประกาศฟันผิดวินัยร้ายแรง ขรก.ฝืนไปปท.เสี่ยงศธ.เซ็นประกาศฟันผิดวินัยร้ายแรงขรก.ฝืนไปปท.เสี่ยง

Advertisement

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

:: เรื่องปักหมุด ::

ประกาศรายชื่อ 30 ผู้ได้รับการคัดเลือก บรรจุแต่งตั้งเป็น ผอ.สพท. สังกัด สพฐ. แบ่งกลุ่มทั่วไป 12 ราย และกลุ่มประสบการณ์ 18 ราย

ประกาศรายชื่อ 30 ผู้ได้รับการคัดเลือก บรรจุแต่งตั้งเป็น ผอ.สพท. สังกัด สพฐ. แบ่งกลุ่มทั่วไป 12 ราย และกลุ่มประสบการณ์ 18 ราย

เปิดอ่าน 16,473 ☕ 27 ต.ค. 2569

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
สพฐ.มอบเกียรติบัตรผู้เข้าร่วมประชุมคลินิกวิชาการหลักสูตรการศึกษา พ.ศ. 2568 ผ่าน Facebook Live ครั้งที่ 1-6 พร้อมเปิดให้ดาวน์โหลดแล้ว
สพฐ.มอบเกียรติบัตรผู้เข้าร่วมประชุมคลินิกวิชาการหลักสูตรการศึกษา พ.ศ. 2568 ผ่าน Facebook Live ครั้งที่ 1-6 พร้อมเปิดให้ดาวน์โหลดแล้ว
เปิดอ่าน 241 ☕ 5 พ.ย. 2569

ศธ.เร่งขับเคลื่อน 5 นโยบาย ศธ. ชู AI Literacy Framework ประกาศสิ้น พ.ย.นี้ วางกรอบเรียนรู้ AI ตามช่วงชั้น สั่งสำรวจกองทุนการศึกษาหลายพันล้าน หวังใช้เงินให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ศธ.เร่งขับเคลื่อน 5 นโยบาย ศธ. ชู AI Literacy Framework ประกาศสิ้น พ.ย.นี้ วางกรอบเรียนรู้ AI ตามช่วงชั้น สั่งสำรวจกองทุนการศึกษาหลายพันล้าน หวังใช้เงินให้เกิดประโยชน์สูงสุด
เปิดอ่าน 271 ☕ 5 พ.ย. 2569

"ธนู" เซ็นย้าย 3 ผอ.สำนัก สพฐ. สลับเก้าอี้บริหาร มีผล 9 พ.ย.นี้ เพื่อความเหมาะสมในการบริหารงาน
"ธนู" เซ็นย้าย 3 ผอ.สำนัก สพฐ. สลับเก้าอี้บริหาร มีผล 9 พ.ย.นี้ เพื่อความเหมาะสมในการบริหารงาน
เปิดอ่าน 4,155 ☕ 5 พ.ย. 2569

ประกาศรายชื่อสถานศึกษารางวัล IQA AWARD ประจำปีการศึกษา 2568 ระดับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ประกาศรายชื่อสถานศึกษารางวัล IQA AWARD ประจำปีการศึกษา 2568 ระดับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
เปิดอ่าน 4,732 ☕ 3 พ.ย. 2569

การขอรับงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เพื่อเป็นค่าตอบแทนคณะกรรมการตรวจการจ้างและควบคุมงานก่อสร้าง
การขอรับงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เพื่อเป็นค่าตอบแทนคณะกรรมการตรวจการจ้างและควบคุมงานก่อสร้าง
เปิดอ่าน 491 ☕ 3 พ.ย. 2569

"ศธ." จ่อรื้องบรายหัวโรงเรียนเล็ก ดัน New Budgeting ใช้ปี 71 เผยถกสำนักงบฯ แล้ว เร่ง พ.ร.บ.การศึกษาฉบับใหม่เข้า ครม.ปลายปี สั่งทุกโรงเรียนติด QR Code พิทักษ์สิทธิเด็ก เตรียมสุ่มตรวจทั่วประเทศ
"ศธ." จ่อรื้องบรายหัวโรงเรียนเล็ก ดัน New Budgeting ใช้ปี 71 เผยถกสำนักงบฯ แล้ว เร่ง พ.ร.บ.การศึกษาฉบับใหม่เข้า ครม.ปลายปี สั่งทุกโรงเรียนติด QR Code พิทักษ์สิทธิเด็ก เตรียมสุ่มตรวจทั่วประเทศ
เปิดอ่าน 1,389 ☕ 3 พ.ย. 2569

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เรื่องของเลนส์
เรื่องของเลนส์
เปิดอ่าน 51,617 ครั้ง

ครีมทาผิว เลือกอย่างไรให้ตอบโจทย์ผิว? เจาะลึกเทรนด์ที่ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญ
ครีมทาผิว เลือกอย่างไรให้ตอบโจทย์ผิว? เจาะลึกเทรนด์ที่ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญ
เปิดอ่าน 614 ครั้ง

5 เหตุผลที่องค์กรยุคใหม่ควรติดตั้งระบบ Access Control
5 เหตุผลที่องค์กรยุคใหม่ควรติดตั้งระบบ Access Control
เปิดอ่าน 2,951 ครั้ง

ภาษาอังกฤษ เริ่มได้ที่บ้าน กับ สอนลูกฝึกออกเสียงภาษาอังกฤษกับคำศัพท์เกี่ยวกับบ้าน
ภาษาอังกฤษ เริ่มได้ที่บ้าน กับ สอนลูกฝึกออกเสียงภาษาอังกฤษกับคำศัพท์เกี่ยวกับบ้าน
เปิดอ่าน 33,926 ครั้ง

หลักการใช้ Verb to be ในภาษาอังกฤษ
หลักการใช้ Verb to be ในภาษาอังกฤษ
เปิดอ่าน 801 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


· Technology
· บทความเทคโนโลยีการศึกษา
· e-Learning
· Graphics & Multimedia
· OpenSource & Freeware
· ซอฟต์แวร์แนะนำ
· การถ่ายภาพ
· Hot Issue
· Research Library
· Questions in ETC
· แวดวงนักเทคโนฯ

· ความรู้ทั่วไป
· คณิตศาสตร์
· วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
· ภาษาต่างประเทศ
· ภาษาไทย
· สุขศึกษาและพลศึกษา
· สังคมศึกษา ศาสนาฯ
· ศิลปศึกษาและดนตรี
· การงานอาชีพ

· ข่าวการศึกษา
· ข่าวตามกระแสสังคม
· งาน/บริการสังคม
· คลิปวิดีโอยอดนิยม
· เกมส์
· เกมส์ฝึกสมอง

· ทฤษฎีทางการศึกษา
· บทความการศึกษา
· การวิจัยทางการศึกษา
· คุณครูควรรู้ไว้
· เตรียมประเมินวิทยฐานะ
· ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
· เครื่องมือสำหรับครู

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ