ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > ศธ.ปรับวิธีวัดและประเมินผลของนักเรียน ภาคเรียนที่ 1/2564 ใหม่แทนการกาข้อสอบ
ศธ.ปรับวิธีวัดและประเมินผลของนักเรียน ภาคเรียนที่ 1/2564 ใหม่แทนการกาข้อสอบ
✎ โพสต์เมื่อวันที่ : 16 ส.ค. 2564 เปิดอ่าน : 23,302 ครั้ง
Advertisement

☰แชร์เลย >  
เพิ่มเพื่อน
ศธ.ปรับวิธีวัดและประเมินผลของนักเรียน ภาคเรียนที่ 1/2564 ใหม่แทนการกาข้อสอบ

Advertisement

ภาคเรียนที่1ปรับวิธีการสอบใหม่
รมว.ศึกษาธิการ ประกาศ การจัดการศึกษาภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ปรับการวัดและประเมินผลของนักเรียน โดยภาคเรียนที่ 1 ปรับการรูปแบบสอบใหม่ ให้ทำโครงงาน โปรเจคท์งาน หรือใบงานแทนการมานั่งกาข้อสอบ

เมื่อวันที่ 16 ส.ค.ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ เป็นประธานในการแถลงข่าว “จุดยืนลดภาระทางการศึกษา” เพื่อชี้แจงแนวทางในการช่วยเหลือนักเรียน ผู้ปกครอง และครู ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ตามมาตรการลดภาระทางการศึกษา ของ ศธ.และรัฐบาล โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวเปิดงานว่า รัฐบาลมีความมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือผู้ปกครองในภาวะวิกฤติ และส่งเสริมให้นักเรียนนักศึกษาได้รับการเรียนรู้อย่างเต็มที่ตามศักยภาพ โดยฝากให้ รมว.ศธ. เร่งมอบเงินให้ถึงมือผู้ปกครองโดยเร็ว และขอบคุณ ศธ.ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ขอให้ ศธ.และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พัฒนารูปแบบการศึกษาให้ตอบโจทย์การเรียนวิถีใหม่ และต้องลดภาระผู้ปกครอง นักเรียน และครู ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ด้าน น.ส.ตรีนุช กล่าวว่า ศธ.ออกมาตรการลดภาระทางการศึกษา ได้แก่ 1.การจ่ายเงิน “เยียวยานักเรียน” ทุกคนทุกสังกัด คนละ 2,000 บาท โดยผู้ปกครองรับเงินเต็มจำนวน ต่อนักเรียน 1 คน โดยไม่หักค่าใช้จ่ายใดๆ สังกัด ศธ. ทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงสถานศึกษานอกสังกัด ศธ. 2.อินเทอร์เน็ตฟรีสำหรับการเรียน โดยสนับสนุนใน 2 รูปแบบ คือ แบบที่ 1 ช่วย Top-up แพ็กเกจอินเทอร์เน็ตมือถือให้เบอร์ที่นักเรียนใช้เรียนออนไลน์ ทั้งระบบเติมเงินและรายเดือน และแบบที่ 2 ช่วยจ่ายค่าอินเทอร์เน็ตบ้าน โดยหักจากบิลค่าบริการ เดือนละ 79 บาท (ยังไม่รวม VAT) เป็นเวลา 2 เดือน ซึ่งนักเรียนสามารถเลือกรับสิทธิได้อย่างใดอย่างหนึ่ง และรับได้ 1 คนต่อ 1 สิทธิ 3.การลดภาระงานครูและนักเรียน โดยให้ครูลดการรายงานและโครงการต่างๆ ให้คงไว้เฉพาะที่จำเป็น ส่วนนอกเหนือจากนี้ให้ชะลอไปก่อนจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น รวมถึงลดการประเมินต่างๆ ทั้งที่เป็นงานของหน่วยงานภายในและภายนอก ให้เหลือ 3 โครงการ หรือ 1% จากเดิมที่มี 72 โครงการ หรือ 32% เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสอนของครูให้มากขึ้น

รมว.ศธ.กล่าวต่อไปว่า ส่วนเงินเยียวยาจำนวนดังกล่าวขณะนี้ตนทราบดีว่าผู้ปกครองกำลังรออยู่ ซึ่ง ศธ.ได้เร่งรัดกระบวนการจ่ายเงินจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ซึ่งเป็นเรื่องระบบของทางราชการ ดังนั้นเมื่อเงินมาถึง ศธ.เราจะรีบดำเนินการภายใน 7 วันทันที สำหรับการวัดและเมินผลนักเรียนนั้น ขณะนี้กำลังสอบปลายภาคเรียนที่ 1 แล้ว โดยเร็วๆ นี้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จะจัดประกาศเรื่องการวัดและประเมินผลนักเรียนใหม่ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 โดยเฉพาะเรื่องการสอบต่างๆ จะลดลง โดยจากนี้ไปการวัดและประเมินผลด้วยการสอบจะเปลี่ยนใหม่ให้สอดคล้องกับการเรียนในยุคนี้ เช่น การมอบหมายการทำโครงงาน หรือโปรเจคชิ้นงาน รวมถึงการนับชั่วโมงเรียน เป็นต้น ซึ่งการวัดและประเมินผลจะต้องยืดหยุ่นมากขึ้น

ด้านนายอัมพร  พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า เมื่อเราจัดการศึกษามาได้ระยะหนึ่งเราจะพบว่าหากเราจัดการสอบแบบเดิมเหมือนการเรียนที่โรงเรียนแบบปกติจะเกิดปัญหา เพราะนักเรียนไม่ได้มาเรียนที่โรงเรียน แต่เป็นการเรียนในรูปแบบอื่นๆ เช่น ออนไลน์ หรือ แจกใบงานให้ไปทำที่บ้าน เป็นต้น ดังนั้นการวัดและประเมินผลที่ผ่านมาจะต้องมีการสอบกาคำตอบที่ถูกต้องด้วย ก ข ค ง แต่การเรียนในยุตวิกฤตเช่นนี้ต้องยืดหยุ่นไม่จำเป็นต้องมานั่งทำข้อสอบ เพราะนักเรียนไม่ได้เรียนวิชาการแบบเต็มรูปแบบ เช่น การสอบผ่านรูปแบบใบงาน การปฏิบัติ แฟ้มสะสมงานแทน เป็นต้น
เลขาธิการ กพฐ.กล่าวต่อไปว่า ส่วนภาคเรียนที่ 2 ซึ่งเป็นการสอบเพื่อเลื่อนชั้นและจบการศึกษาของนักเรียนชั้น ป.6 ม.3 และ ม.6 หากไม่มีการวัดและประเมินผลด้วยการสอบก็จะไม่มีคะแนนใช้ศึกษาต่อได้ ดังนั้นเราต้องไม่ทำให้เด็กช่วงชั้นเหล่านี้เสียสิทธิ แต่จะต้องหาวิธีการวัดและประเมินผลให้ยืดหยุ่นด้วยเช่นกัน  สำหรับมาตรฐานการวัดและประเมินผลของแต่ละสถานศึกษานั้นจะทำอย่างไรเพื่อไม่ให้มีการปล่อยเกรดเกิดขึ้น เรื่องนี้ต้องยอมรับว่าบริบทของสถานศึกษาแต่ละแห่งไม่เท่ากันอยู่แล้ว แต่การวัดและประเมินผลในสถานการณ์เช่นนี้ก็ต้องประเมินเพื่อให้เห็นว่านักเรียนมีการพัฒนาขึ้น ซึ่งถือว่าดีแล้ว โดยตนได้ย้ำกับสถานศึกษามาตลอดว่าการจัดการเรียนการสอนต้องยึดความปลอดภัยของครูและนักเรียน ส่วนมาตรฐานที่นักเรียนสามารถแข่งขันได้คงต้องรอหลังจากที่สถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายแล้วค่อยมาเติมทักษะให้ดีขึ้น


ขอบคุณที่มาเนื้อหาข่าวและอ่านเพิ่มเติมได้จาก เดลินิวส์ วันที่ 16 สิงหาคม 2564 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> ศธ.ปรับวิธีวัดและประเมินผลของนักเรียน ภาคเรียนที่ 1/2564 ใหม่แทนการกาข้อสอบ ศธ.ปรับวิธีวัดและประเมินผลของนักเรียนภาคเรียนที่12564ใหม่แทนการกาข้อสอบ << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

ประกาศผลการคัดเลือกนวัตกรรมเพื่อสุขภาวะที่ดีของนักเรียน ประจำปี 2564

ประกาศผลการคัดเลือกนวัตกรรมเพื่อสุขภาวะที่ดีของนักเรียน ประจำปี 2564
เปิดอ่าน 1,493 ครั้ง
ว 1/2565 หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งศึกษานิเทศก์ สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ

ว 1/2565 หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งศึกษานิเทศก์ สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ
เปิดอ่าน 1,780 ครั้ง
ว 2/2565 หลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งฯ อาจารย์,ผศ.,รศ.,ศ. เป็นกรณีพิเศษ ในสถาบันการอาชีวศึกษา สังกัด สอศ.

ว 2/2565 หลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งฯ อาจารย์,ผศ.,รศ.,ศ. เป็นกรณีพิเศษ ในสถาบันการอาชีวศึกษา สังกัด สอศ.
เปิดอ่าน 1,096 ครั้ง
ประกาศผลสอบท้องถิ่น 2564 ภาค ก และ ภาค ข และรายชื่อผู้มีสิทธิเข้าสอบภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง (ภาค ค)

ประกาศผลสอบท้องถิ่น 2564 ภาค ก และ ภาค ข และรายชื่อผู้มีสิทธิเข้าสอบภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง (ภาค ค)
เปิดอ่าน 3,128 ครั้ง
จุดเน้นของ สพฐ. 9 จุดเน้น ที่จะใช้เป็นแนวทางในการจัดสรรงบประมาณ พ.ศ.2566

จุดเน้นของ สพฐ. 9 จุดเน้น ที่จะใช้เป็นแนวทางในการจัดสรรงบประมาณ พ.ศ.2566
เปิดอ่าน 1,776 ครั้ง
ขรก.เฮ! ครม.ไฟเขียวลาคลอดเต็มพิกัด 188 วัน ขรก.ชายลาเลี้ยงลูก 15 วันสอดคล้องอนามัยโลก

ขรก.เฮ! ครม.ไฟเขียวลาคลอดเต็มพิกัด 188 วัน ขรก.ชายลาเลี้ยงลูก 15 วันสอดคล้องอนามัยโลก
เปิดอ่าน 3,529 ครั้ง
สพฐ.ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

สพฐ.ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
เปิดอ่าน 3,520 ครั้ง

:: เรื่องปักหมุด ::

เปิดอ่าน 3,529 ☕ 11 ม.ค. 2565
ขรก.เฮ! ครม.ไฟเขียวลาคลอดเต็มพิกัด 188 วัน ขรก.ชายลาเลี้ยงลูก 15 วันสอดคล้องอนามัยโลก
ขรก.เฮ! ครม.ไฟเขียวลาคลอดเต็มพิกัด 188 วัน ขรก.ชายลาเลี้ยงลูก 15 วันสอดคล้องอนามัยโลก

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
เปิดอ่าน 1,363 ☕ 16 ม.ค. 2565
"รัชชัยย์" ขอให้ ก.ค.ศ.พิจารณาลดโทษงดโทษ ผู้ถูกกล่าวหาคดีฟุตซอล
"รัชชัยย์" ขอให้ ก.ค.ศ.พิจารณาลดโทษงดโทษ ผู้ถูกกล่าวหาคดีฟุตซอล

เปิดอ่าน 1,157 ☕ 15 ม.ค. 2565
ศบค.ชุดเล็กเห็นชอบจัดฉีดวัคซีนเด็ก 5-11 ปี "ตรีนุช" เตรียมแผนเผชิญเหตุเปิดเรียน On-site
ศบค.ชุดเล็กเห็นชอบจัดฉีดวัคซีนเด็ก 5-11 ปี "ตรีนุช" เตรียมแผนเผชิญเหตุเปิดเรียน On-site

เปิดอ่าน 1,778 ☕ 14 ม.ค. 2565
สมศ. เปิดรับสมัครผู้ประเมินภายนอก ประจำปี 65
สมศ. เปิดรับสมัครผู้ประเมินภายนอก ประจำปี 65

เปิดอ่าน 740 ☕ 14 ม.ค. 2565
กรรมการปฏิรูปฯ การศึกษา ชี้โจทย์ปี 65 เร่งเพิ่มทักษะ "ครูอาชีวะ"
กรรมการปฏิรูปฯ การศึกษา ชี้โจทย์ปี 65 เร่งเพิ่มทักษะ "ครูอาชีวะ"

เปิดอ่าน 2,197 ☕ 13 ม.ค. 2565
สพฐ.ตั้งงบฯปี 66 รวม 2.8 แสนล้าน พัฒนาจุดเน้นตาม 12 นโยบาย 7 วาระเร่งด่วน
สพฐ.ตั้งงบฯปี 66 รวม 2.8 แสนล้าน พัฒนาจุดเน้นตาม 12 นโยบาย 7 วาระเร่งด่วน

เปิดอ่าน 700 ☕ 13 ม.ค. 2565
กยศ.หั่นดอกเบี้ยกู้-ลดเงินต้น กระตุ้นเด็กเรียน "อาชีวะ-ปริญญาตรี"
กยศ.หั่นดอกเบี้ยกู้-ลดเงินต้น กระตุ้นเด็กเรียน "อาชีวะ-ปริญญาตรี"

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 21,203 ครั้ง
กฎ ก.ค.ศ.ว่าด้วยการอุทธรณ์และการพิจารณาอุทธรณ์ พ.ศ.๒๕๕๐
กฎ ก.ค.ศ.ว่าด้วยการอุทธรณ์และการพิจารณาอุทธรณ์ พ.ศ.๒๕๕๐

เปิดอ่าน 9,918 ครั้ง
ประวัติการผลิตเบียร์
ประวัติการผลิตเบียร์

เปิดอ่าน 10,889 ครั้ง
อวสาน Hotmail ไมโครซอฟท์เปิดตัว Outlook.com แล้ว
อวสาน Hotmail ไมโครซอฟท์เปิดตัว Outlook.com แล้ว

เปิดอ่าน 8,629 ครั้ง
ราชภัฏมหาวิทยาลัยในศตวรรษที่ 21
ราชภัฏมหาวิทยาลัยในศตวรรษที่ 21

เปิดอ่าน 6,101 ครั้ง
ชาวเน็ตแชร์คลิปเสียดสีสังคม ไทยเท ไทยฮุบ ไทยผีเข้า ไทยหัวสูง
ชาวเน็ตแชร์คลิปเสียดสีสังคม ไทยเท ไทยฮุบ ไทยผีเข้า ไทยหัวสูง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ