ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

รายงานการประเมินโครงการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุข โรงเรียนบ้านภูมินิยมพัฒนา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 3

บทคัดย่อ

การประเมินเรื่อง : รายงานการประเมินโครงการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและ

อบายมุข โรงเรียนบ้านภูมินิยมพัฒนา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

ประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 3

ผู้ประเมิน : ยุทธนา สัมฤทธิ์ผ่อง

ปีที่ทำการวิจัย : ปีการศึกษา 2560

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาบริบทหรือสภาพแวดล้อม ความพร้อมของปัจจัยเบื้องต้น กระบวนการและผลผลิต รวมทั้งทัศนคติที่มีผลต่อการดำเนินงานของโครงการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุข โรงเรียนบ้านภูมินิยมพัฒนา 2) เพื่อเปรียบเทียบความคิดเห็นของกลุ่มตัวอย่างที่มีต่อการดำเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุข ระหว่าง ครู นักเรียน ผู้ปกครองและคณะกรรมการสถานศึกษา 3) เพื่อหาแนวทางในการพัฒนาการดำเนินการโครงการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุข โรงเรียนบ้านภูมินิยมพัฒนา

ประชากรในการศึกษา ได้แก่ ครู นักเรียน ผู้ปกครองและคณะกรรมการสถานศึกษา ของโรงเรียนบ้านภูมินิยมพัฒนา จำนวน 316 คน โดยแบ่งเป็นนักเรียนจำนวน 150 คน ผู้ปกครอง 150 คน ครู 9 คน คณะกรรมการสถานศึกษาจำนวน 7 คน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ได้แก่ ครู นักเรียน ผู้ปกครองนักเรียนและคณะกรรมการสถานศึกษาของ โรงเรียนบ้านภูมินิยมพัฒนา จำนวน 102 คน โดยกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาข้อมูลครั้งนี้เป็นกลุ่มตัวอย่างที่ไม่เป็นไปตามโอกาสทางสถิติ ( Non-Probability Sampling ) โดยใช้การสุ่มแบบเจาะจง ( Purposive Sampling ) ประกอบด้วยครูผู้สอน จำนวน 9 คน นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 - 6 จำนวน 41 คน ผู้ปกครองนักเรียน จำนวน 45 คน (โดยคัดเลือกจากตัวแทนผู้ปกครองนักเรียนระดับชั้นอนุบาล 1- ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ห้องละ 5 คน ที่มีวุฒิทางการศึกษาระดับ ม.3 ขึ้นไป ) คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานจำนวน 7 คน

ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้

1. ผลการประเมินโครงการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุขของโรงเรียน

บ้านภูมินิยมพัฒนา ตามความคิดเห็นของคณะครู นักเรียน ผู้ปกครอง และ คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยรวมพบว่าอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณารายด้านพบว่าอยู่ในระดับมากทั้ง 4 ด้าน พบว่าผลการประเมินในภาพรวมอยู่ในระดับมาก (x̄=4.230,S.D.=0.681) เมื่อแยกเป็นรายด้านพบว่า อยู่ในระดับมากทั้ง 4 ด้าน โดยเรียงลำดับจากค่าเฉลี่ยมากไปหาน้อยได้ดังนี้ ด้านผลผลิต (Product) (x̄ =4.420, S.D.=0.539), ด้านกระบวนการ (Process) (x̄ =4.188, S.D.=0.754), ด้านปัจจัย (Input) (x̄ =4.181, S.D.=0.741), และด้านสภาพแวดล้อม (Context) (x̄ =4.131, S.D.=0.698)

2. ผลการเพื่อเปรียบเทียบความคิดเห็นของกลุ่มตัวอย่างที่มีต่อการดำเนินงานโครงการ สถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุข ระหว่าง ครู นักเรียน ผู้ปกครองและคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผลการวิเคราะห์ Significant โดยใช้สถิติ One Way ANOVA หรือผลการวิเคราะห์การแปรปรวนทางเดียวเปรียบเทียบความคิดเห็นที่มีต่อการดำเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุข โรงเรียนบ้านภูมินิยมพัฒนา พบว่า มีนัยสำคัญที่ระดับ .01 หรือที่ระดับความเชื่อมั่น 99% ( Sig. = .000 น้อยกว่า .01) โดยพบว่ามีอย่างน้อยหนึ่งกลุ่มที่มีความคิดเห็นแตกต่างกัน

3. แนวทางในการพัฒนาการดำเนินโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและ อบายมุขของโรงเรียนบ้านภูมินิยมพัฒนา จากการจัดทำ Focus Group เพื่อหาแนวทางในการ พัฒนาโครงการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุขโดยผู้ที่รับผิดชอบงานด้านโครงการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุขหรือผู้ที่เคยมีประสบการณ์ในการดำเนินโครงการดังกล่าวพบว่า แนวทางที่ต้องดำเนินการเพื่อการพัฒนาโครงการมีดังนี้

3.1 ครูที่ปรึกษาต้องให้ความสำคัญกับการคัดกรองนักเรียน และการช่วยเหลือ นักเรียนในเบื้องต้นให้มากกว่านี้

3.2 การส่งต่อนักเรียนระหว่างครูที่ปรึกษากับครูแนะแนวจะต้องทำให้มี ประสิทธิภาพมากกว่านี้

3.3 โรงเรียนจัดกิจกรรมที่หลากหลายในการรณรงค์ต่อต้านยาเสพติด เช่น ครูแดร์ D.A.R.E. , โครงการ TO BE NUMBER ONE ฯลฯ

3.4 โรงเรียนจัดกิจกรรมห้องเรียนสีขาวให้เป็นรูปธรรมและนักเรียนทุกคนได้มีส่วนร่วมในการลงมือปฏิบัติจริง

3.5 ควรปรับตู้แดงเสมารักษ์เป็นไลน์เสมารักษ์เนื่องจากนักเรียนไม่กล้าแจ้งเบาะแส และไม่รวดเร็ว

3.6 ควรพัฒนางานคลินิกเสมารักษ์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

3.7 การอบรมหน้าเสาธงควรมีการสอดแทรกเรื่องยาเสพติดให้บ่อยขึ้น

3.8 ควรให้ครอบครัวมีส่วนรับทราบปัญหามากขึ้นทั้งนี้ส่วนใหญ่นักเรียนอยู่กับตา ยายซึ่งดูแลนักเรียนไม่ค่อยได้

3.9 รณรงค์ไม่ให้ร้านค้าขายสิ่งเสพติดให้กับนักเรียน

3.10 ประสานหน่วยงานภายนอกให้เข้ามาดูแลเรื่องสิ่งเสพติดในชุมชนโดยรอบ

3.11 พัฒนาสถานที่โดยรอบบริเวณโรงเรียนให้สะอาดไม่ให้มีมุมอับ ไม่ให้มีป่ารก

3.12 ครูทุกคนควรช่วยกันสอดส่องพฤติกรรมของนักเรียน

3.13 ให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการดูแลนักเรียน

3.14 จัดให้มีห้องคลินิกเสมารักษ์

3.15 ผู้บริหารต้องมีการสร้างขวัญกำลังใจให้กับผู้ปฏิบัติงานด้านนี้มากขึ้น

3.16 การออกเยี่ยมบ้านต้องทำ 100 เปอร์เซ็นต์

3.17 ให้ความรู้ผู้ปกครองในการดูแลและตักเตือนนักเรียน

3.18 ให้มีการสร้างเครือข่ายสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุขกับโรงเรียนอื่น

โพสต์โดย ผู้บริหาร : [11 มิ.ย. 2562 เวลา 15:52 น.]
อ่าน [102239] ไอพี : 1.10.255.18
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 13,969 ครั้ง
คลิปการทำให้เสื้อที่ซักเรียบเหมือนรีด ด้วยน้ำแข็งเพียง 3ก้อน
คลิปการทำให้เสื้อที่ซักเรียบเหมือนรีด ด้วยน้ำแข็งเพียง 3ก้อน

เปิดอ่าน 34,941 ครั้ง
"ผู้บ่าวขาเรียน" เพลงแก้ "ผู้สาวขาเลาะ"
"ผู้บ่าวขาเรียน" เพลงแก้ "ผู้สาวขาเลาะ"

เปิดอ่าน 14,049 ครั้ง
รูปหัวใจทำไมเป็นแบบนี้
รูปหัวใจทำไมเป็นแบบนี้

เปิดอ่าน 17,071 ครั้ง
วิธีแก้อาการอ่อนเพลีย หลังเดินทาง
วิธีแก้อาการอ่อนเพลีย หลังเดินทาง

เปิดอ่าน 104,547 ครั้ง
หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พ.ศ. 2560
หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พ.ศ. 2560

เปิดอ่าน 14,932 ครั้ง
หลักเกณฑ์และวิธีการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา
หลักเกณฑ์และวิธีการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา

เปิดอ่าน 18,155 ครั้ง
ดื่มน้ำ 8 แก้วไม่เพียงพอแล้ว
ดื่มน้ำ 8 แก้วไม่เพียงพอแล้ว

เปิดอ่าน 14,815 ครั้ง
นาฬิกาชีวิต องค์รวมสุขภาพแบบ A.M./P.M.
นาฬิกาชีวิต องค์รวมสุขภาพแบบ A.M./P.M.

เปิดอ่าน 15,084 ครั้ง
หลักในการออกแบบสวน
หลักในการออกแบบสวน

เปิดอ่าน 1,783 ครั้ง
จัดบ้านเสริมฮวงจุ้ย เพื่อความสุขในทุกวัน
จัดบ้านเสริมฮวงจุ้ย เพื่อความสุขในทุกวัน

เปิดอ่าน 14,074 ครั้ง
คลิปฮา อ.เนลสันคัมแบ๊ก เต้นเพลงไทยครั้งแรก เต้นเพลงอะไร ชมเลย
คลิปฮา อ.เนลสันคัมแบ๊ก เต้นเพลงไทยครั้งแรก เต้นเพลงอะไร ชมเลย

เปิดอ่าน 905 ครั้ง
บ้านแถวพระราม 2 ดียังไง ? ทำไมทำเลนี้ถึงน่าจับตามอง
บ้านแถวพระราม 2 ดียังไง ? ทำไมทำเลนี้ถึงน่าจับตามอง

เปิดอ่าน 3,426 ครั้ง
สุขอนามัยที่ดีในการนอนหลับ 10 ประการ
สุขอนามัยที่ดีในการนอนหลับ 10 ประการ

เปิดอ่าน 13,816 ครั้ง
คลิป ดช ตาบอด 4 ขวบ ไม่ท้อชีวิต ใช้ไม้เท้าฝึกข้ามถนนเอง
คลิป ดช ตาบอด 4 ขวบ ไม่ท้อชีวิต ใช้ไม้เท้าฝึกข้ามถนนเอง

เปิดอ่าน 38,987 ครั้ง
5คำแนะนำป้องกันครูจากการเป็นหนี้
5คำแนะนำป้องกันครูจากการเป็นหนี้

เปิดอ่าน 1,915 ครั้ง
ออกแบบมัลติมีเดียปฏิสัมพันธ์ต้องเริ่มยังไง
ออกแบบมัลติมีเดียปฏิสัมพันธ์ต้องเริ่มยังไง
เปิดอ่าน 105,337 ครั้ง
บัญชีเงินเดือนใหม่ 2 มกราคม 2552
บัญชีเงินเดือนใหม่ 2 มกราคม 2552
เปิดอ่าน 31,053 ครั้ง
เคล็ดลับหุงข้าวอย่างมืออาชีพ
เคล็ดลับหุงข้าวอย่างมืออาชีพ
เปิดอ่าน 92,884 ครั้ง
ประโยชน์ของ "หอยขม" ตามตำราแพทย์แผนไทย
ประโยชน์ของ "หอยขม" ตามตำราแพทย์แผนไทย
เปิดอ่าน 13,969 ครั้ง
การนำหลักคณิตศาสตร์ มาเล่นกับตัวเลข ให้กลายเป็นสิ่งที่น่าทึ่งที่สุด ชมคลิป
การนำหลักคณิตศาสตร์ มาเล่นกับตัวเลข ให้กลายเป็นสิ่งที่น่าทึ่งที่สุด ชมคลิป

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ