ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

รูปแบบการบริหารงานวิชาการเพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียนด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีของโรงเรียนหัวไทร(เรือนประชาบาล) สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 3 )

บทคัดย่อ

ชื่อเรื่อง รูปแบบการบริหารงานวิชาการเพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียนด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีของโรงเรียนหัวไทร (เรือนประชาบาล) สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 3 )

ชื่อผู้วิจัย นางอาภรณ์ อ่อนคง

ปีที่ทำการวิจัย 2567-2569

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาสภาพปัจจุบันและความต้องการในการบริหารงานวิชาการ สร้างรูปแบบ ทดลองใช้ และ ประเมินผลการใช้รูปแบบ โดยมีขั้นตอนการวิจัย 4ระยะ ระยะที่ 1 การศึกษาสภาพปัจจุบันและความต้องการในการบริหารงานวิชาการใช้เทคนิคพหุวิธี จากสนามวิจัย ประกอบด้วย 1.1) สอบถามสภาพปัจจุบันและความต้องการ 1.2) จัดทำ แผนที่เดินดิน (Ground Mapping) 1.3) สนทนากลุ่มเพื่อวิเคราะห์แนวทางการยกระดับคุณภาพผู้เรียน 1.4) สัมภาษณ์แบบเชิงลึกผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนที่ประสบความสำเร็จ 1.5) สรุปสภาพปัจจุบันและความต้องการ ระยะที่ 2 สร้างรูปแบบ 2.1) นำผลจากระยะที่ 1มา ร่างรูปแบบ 2.2) จัดทำคู่มือการใช้รูปแบบฉบับร่าง 2.3) ประเมินรูปแบบและคู่มือรูปแบบฉบับร่างโดยผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อตรวจสอบความถูกต้อง ความความเป็นไปได้ของรูปแบบก่อนนำไปทดลองใช้ ระยะที่ 3 การทดลองใช้รูปแบบ 3.1) การทดลองใช้รูปแบบโดยประเมินความเหมาะสมและความมีประโยชน์จากผู้ปฏิบัติ ประเมินสมรรถนะครูก่อนใช้และหลังใช้รูปแบบ ประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 3.2) นำผลการทดลองใช้รูปแบบ จากขั้นตอนที่ 3.1 มาวิเคราะห์ สังเคราะห์ และปรับปรุงรูปแบบ ระยะที่ 4 การศึกษาผลการใช้รูปแบบ 4.1) ผลการศึกษาผลฤทธิ์ทางการเรียนระดับชาติขั้นพื้นฐาน(O-NET)ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา2568 กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ระดับชาติ 4.2) ประเมินความพึงพอใจของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่อการใช้รูปแบบ 4.3) สรุป ปรับปรุงและเผยแพร่

ผลการวิจัยพบว่า

1.ผลการศึกษาสภาพปัจจุบันและความต้องการ พบว่า 1.1) สภาพปัจจุบันของการบริหารงานวิชาการ โดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง (µ = 2.95, σ = 0.15) สภาพที่พึงประสงค์ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (µ = 4.69, σ = 0.22) ค่าดัชนีความต้องการจำเป็น (PNI modified) ด้านผู้เรียนมีความต้องการจำเป็นสูงสุด (PNI modified = 0.611) 1.2) ผลการจัดทำแผนที่เดินดิน พบว่า โรงเรียนมีทรัพยากรที่พร้อม แต่ยังขาดการจัดการที่เกื้อหนุน 1.3) ผลการสนทนากลุ่มเพื่อวิเคราะห์และกำหนดแนวทางการยกระดับคุณภาพผู้เรียน พบว่าแนวทางการพัฒนาเชิงระบบ ซึ่งประกอบด้วย การสร้างพลังผู้นำร่วมและการบริหารจัดการโดยใช้ข้อมูลเป็นฐาน การพัฒนาระบบนิเทศเชิงรุกและชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ การยกระดับการจัดการเรียนรู้ที่เน้นสมรรถนะผู้เรียน และการสร้างระบบติดตามประเมินผล 1.4) ผลการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้อำนวยการสถานศึกษาและครูผู้สอนที่มีผลสำเร็จเชิงประจักษ์ พบว่าการพัฒนาการบริหารงานวิชาการเพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียนด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ควรดำเนินการอย่างเป็นระบบ แต่มีความยืดหยุ่นและสอดคล้องกับบริบทของแต่ละสถานศึกษา

2.ผลการสร้างรูปแบบ พบว่า 2.1) รูปแบบ มีองค์ประกอบดังนี้ 1)ชื่อรูปแบบ 2) หลักการแนวคิด 3) วัตถุประสงค์ 4) กระบวนการของรูปแบบ 5) การประเมินผลรูปแบบ 6)เงื่อนไขความสำเร็จ 7) แนวทางการนำรูปแบบไปใช้ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

1) ชื่อรูปแบบ 4S–E MODEL: นวัตกรรมการบริหารงานวิชาการเพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียนด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีของโรงเรียนหัวไทร (เรือนประชาบาล)

2) หลักการของรูปแบบ ประกอบด้วยแนวคิดการบริหารเชิงกลยุทธ์ การบริหารแบบสมดุล การบริหารแบบมีส่วนร่วม การออกแบบเชิงนวัตกรรม การวิจัยเชิงพัฒนา และหลักการจัดการเรียนรู้เชิงรุกเพื่อพัฒนาผู้เรียน

3) วัตถุประสงค์ของรูปแบบ เพื่อพัฒนาระบบบริหารงานวิชาการของโรงเรียนหัวไทร (เรือนประชาบาล) ให้มีความเป็นระบบ มีประสิทธิภาพ และ เพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียนด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีให้สูงขึ้น

4) กระบวนการของรูปแบบ ประกอบด้วย 5 ขั้นตอนสำคัญ ได้แก่ S1: การสร้างพลังผู้นำร่วม (Sharing Leadership) S2: การวางแผนสู่การปฏิบัติ (Strategic Planning) S3: การจัดระบบบริหารวิชาการ(Systematic Academic Management) S4: การเสริมสร้างศักยภาพทางวิชาการของผู้เรียนมุ่งสู่ผลลัพธ์ (Students’ Academic Potential) และ E: การติดตาม ประเมินผล และยกระดับคุณภาพ (Enhancement)โดยมีรายละเอียดดังนี้

5) การประเมินผลรูปแบบ มีการประเมิน1) ความถูกต้อง ความเหมาะสม ความเป็นไปได้และความมีประโยชน์ของรูปแบบ 2) ประเมินการบรรลุวัตถุประสงค์ของรูปแบบ 3) การประเมินความยั่งยืนของผลลัพธ์

6) เงื่อนไขความสำเร็จ ประกอบด้วย1)ภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์และการสร้างพลังร่วมในองค์กร 2) ระบบ

บริหารวิชาการและการจัดการทรัพยากรทางการศึกษาอย่างมีคุณภาพ 3) กลไกการติดตาม ประเมินผล และการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

7) แนวทางการนำรูปแบบไปใช้ แบ่งเป็น ระยะที่ 1: การเตรียมความพร้อมและกำหนดทิศทางเชิงกล

ยุทธ์ ระยะที่ 2: การขับเคลื่อนรูปแบบและเสริมสร้างศักยภาพ ระยะที่ 3: การประเมินผลและสร้างความยั่งยืน

2.2 ผลการประเมินรูปแบบฉบับร่างโดยผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน9 คนพบว่า การประเมินความถูกต้อง มีค่าเฉลี่ยโดยรวมอยู่ในระดับ มาก (x̄ = 4.24, S.D. = 0.25) ความเป็นไปได้ มีค่าเฉลี่ยโดยรวมอยู่ในระดับ มาก (x̄ = 4.40, S.D. = 0.15)

3.ผลการทดลองใช้รูปแบบ พบว่า3.1) ผลการประเมินความเหมาะสมและความมีประโชน์ของรูปแบบ จากกลุ่มผู้ปฏิบัติ (N = 20) พบว่า ความเหมาะสมโดยภาพรวมมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก (&#181; = 4.38, &#963; = 0.20) ความมีประโยชน์ โดยภาพรวมมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก (&#181; = 4.46, &#963; = 0.14) 3.2) ผลการเปรียบเทียบสมรรถนะครูของกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1–6 (N = 20) พบว่า โดยภาพรวมสมรรถนะครูหลังการใช้รูปแบบมีค่าเฉลี่ยสูงกว่าก่อนการใช้รูปแบบ โดยก่อนใช้รูปแบบมีค่าเฉลี่ยรวมอยู่ในระดับมาก (&#181; = 3.58, &#963; = 0.41) และหลังใช้รูปแบบมีค่าเฉลี่ยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (&#181; = 4.58, &#963; = 0.19) เมื่อทดสอบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยด้วยสถิติ t-test พบว่า สมรรถนะครูหลังการใช้รูปแบบสูงกว่าก่อนการใช้รูปแบบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t = -8.40, p < .001) 3.3) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีพบว่านักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์เฉลี่ยร้อยละ 75.29 ซึ่งสูงกว่าค่าเป้าหมายร้อยละ 5.29 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเฉลี่ยร้อยละ 78.88 ซึ่งสูงกว่าค่าเป้าหมายร้อยละ 8.88 3.4) สมรรถนะผู้เรียน พบว่านักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่1-3 มีสมรรถนะอยู่ในระดับดีขึ้นไป สูงกว่าร้อยละ70 ซึ่งสูงกว่าค่าเป้าหมายทุกสมรรถนะ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่4-6 มีสมรรถนะอยู่ในระดับดีขึ้นไป สูงกว่าร้อยละ75 ซึ่งสูงกว่าค่าเป้าหมายทุกสมรรถนะ

4.ผลการประเมินผลการใช้รูปแบบพบว่า4.1) ผลการศึกษาผลฤทธิ์ทางการเรียนระดับชาติขั้นพื้นฐาน(O-NET)ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา2568 กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยระดับชาติ พบว่า กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ มีค่าเฉลี่ยร้อยละ 35.69 สูงกว่าค่าเฉลี่ยระดับชาติซึ่งมีค่าเฉลี่ยร้อยละ 24.90 อยู่ ร้อยละ 10.79 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีค่าเฉลี่ย ร้อยละ 47.12 สูงกว่าค่าเฉลี่ยระดับชาติซึ่งมีค่าเฉลี่ยร้อยละ 35.43 อยู่ร้อยละ 11.69 4.2) ผลการประเมินความพึงพอใจที่มีต่อรูปแบบ พบว่า ความพึงพอใจโดยภาพรวมทุกด้านอยู่ในระดับมาก (&#181; = 4.46, &#963; = 0.16)

โพสต์โดย อาภรณ์ : [20 เม.ย. 2569 (14:07 น.)]
อ่าน [62] ไอพี : 49.229.224.51
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 63,722 ครั้ง
แนวทางปฏิบัติในการจัดหาพัสดุด้วยวิธี e - market และด้วยวิธี e-bidding
แนวทางปฏิบัติในการจัดหาพัสดุด้วยวิธี e - market และด้วยวิธี e-bidding

เปิดอ่าน 20,991 ครั้ง
ปรบมือให้เลย แชร์ไอเดียเด็ดๆ ของเด็กไทย! เลคเชอร์วิชาประวัติศาสตร์ขั้นเทพของเด็กม.3
ปรบมือให้เลย แชร์ไอเดียเด็ดๆ ของเด็กไทย! เลคเชอร์วิชาประวัติศาสตร์ขั้นเทพของเด็กม.3

เปิดอ่าน 3,070 ครั้ง
กรมอนามัย เผยวัยทำงานสุขภาพแย่ แนะกินถูกหลัก ออกกำลังกาย ลดเครียด
กรมอนามัย เผยวัยทำงานสุขภาพแย่ แนะกินถูกหลัก ออกกำลังกาย ลดเครียด

เปิดอ่าน 31,754 ครั้ง
การนำ e - Learning ไปใช้ประกอบกับการเรียนการสอน
การนำ e - Learning ไปใช้ประกอบกับการเรียนการสอน

เปิดอ่าน 19,444 ครั้ง
วันออกพรรษา
วันออกพรรษา

เปิดอ่าน 16,711 ครั้ง
หนังสืออ่านเพิ่มเติม เรื่องที่ 2...ฝีมือกระจ๋องหรองแหรง
หนังสืออ่านเพิ่มเติม เรื่องที่ 2...ฝีมือกระจ๋องหรองแหรง

เปิดอ่าน 10,813 ครั้ง
เสียงหัวเราะ ให้คุณมากกว่าความสดใส
เสียงหัวเราะ ให้คุณมากกว่าความสดใส

เปิดอ่าน 33,949 ครั้ง
10 อันดับของคำที่มักออกเสียงผิดบ่อยๆ
10 อันดับของคำที่มักออกเสียงผิดบ่อยๆ

เปิดอ่าน 13,557 ครั้ง
"บรมครูอินเตอร์เน็ต" ชี้อีก 50 ปี จะไม่มีหนังสือพิมพ์กระดาษ
"บรมครูอินเตอร์เน็ต" ชี้อีก 50 ปี จะไม่มีหนังสือพิมพ์กระดาษ

เปิดอ่าน 27,850 ครั้ง
วิจัยชี้ 22ตำหรับอาหารไทยต้านโรคมะเร็ง
วิจัยชี้ 22ตำหรับอาหารไทยต้านโรคมะเร็ง

เปิดอ่าน 9,229 ครั้ง
ธอส.เปิดให้ดาวน์โหลดฟรี พิมพ์เขียว แบบ "บ้านรักษ์โลก" งบไม่เกิน 1-2 ล้าน
ธอส.เปิดให้ดาวน์โหลดฟรี พิมพ์เขียว แบบ "บ้านรักษ์โลก" งบไม่เกิน 1-2 ล้าน

เปิดอ่าน 17,210 ครั้ง
9 ประโยชน์เพื่อสุขภาพของกระเทียม ที่คุณอาจคาดไม่ถึง!
9 ประโยชน์เพื่อสุขภาพของกระเทียม ที่คุณอาจคาดไม่ถึง!

เปิดอ่าน 10,074 ครั้ง
ปิดตำนาน Geocities ผู้แพ้ในโลกอินเตอร์เน็ต
ปิดตำนาน Geocities ผู้แพ้ในโลกอินเตอร์เน็ต

เปิดอ่าน 13,343 ครั้ง
กาแฟเย็นทำให้อ้วน ให้แคลอรีมากเท่ากับข้าวมื้อใดมื้อหนึ่ง
กาแฟเย็นทำให้อ้วน ให้แคลอรีมากเท่ากับข้าวมื้อใดมื้อหนึ่ง

เปิดอ่าน 16,666 ครั้ง
ไม่ต้องตอบคำถามสุขภาพสักคำ?! ประกันชีวิตอาวุโส...เรื่องที่ต้องรู้ แต่ไม่ได้บอก
ไม่ต้องตอบคำถามสุขภาพสักคำ?! ประกันชีวิตอาวุโส...เรื่องที่ต้องรู้ แต่ไม่ได้บอก

เปิดอ่าน 16,995 ครั้ง
คลิปน้อง "ธนัช" เด็กไทยอัจฉริยะ ตอน 4 ขวบ เดี่ยวไวโอลิน ที่ยอดวิวตอนนี้ 22 ล้านแล้ว
คลิปน้อง "ธนัช" เด็กไทยอัจฉริยะ ตอน 4 ขวบ เดี่ยวไวโอลิน ที่ยอดวิวตอนนี้ 22 ล้านแล้ว
เปิดอ่าน 49,019 ครั้ง
รับชมที่นี่ วีดิทัศน์ สอนการเขียนสระภาษาไทยที่ถูกต้อง
รับชมที่นี่ วีดิทัศน์ สอนการเขียนสระภาษาไทยที่ถูกต้อง
เปิดอ่าน 16,795 ครั้ง
แบบออกกำลังพื้นฐาน สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 10
แบบออกกำลังพื้นฐาน สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 10
เปิดอ่าน 13,578 ครั้ง
รู้ทันแก๊งบัตรเครดิต ขโมยง่ายกว่า ATM
รู้ทันแก๊งบัตรเครดิต ขโมยง่ายกว่า ATM
เปิดอ่าน 20,921 ครั้ง
รายงานการวิจัย สถานภาพการประยุกต์ใช้ ICT เพื่อการศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานรองรับการปฏิรูปการศึกษ
รายงานการวิจัย สถานภาพการประยุกต์ใช้ ICT เพื่อการศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานรองรับการปฏิรูปการศึกษ

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ