ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


Advertisement

ข่าวการศึกษา     ความรู้ทั่วไป     งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคมเรื่องราวจากสมาชิก  ▶ ข่าว/บทความ ▶ หน้าแรก

วิถีบุญ วิถีกรรม : สะเดาะเคราะห์เสริมบุญบารมีได้จริงหรือ ?


เรื่องราวจากสมาชิก

8,510

views
Advertisement

วิถีบุญ วิถีกรรม : สะเดาะเคราะห์เสริมบุญบารมีได้จริงหรือ ?



 

การสะเดาะเคราะห์ ทำให้เกิดมงคลจริงหรือไม่ เมื่อความเสียหายหรือเรื่องเลวร้ายเหล่านี้เกิดขึ้น ต่างก็พากันคิดว่าเป็นเคราะห์ร้าย ที่ต้องหาทางสะเดาะเป็นการเร่งด่วน เพื่อให้ชีวิตรอดพ้นจากภัยพิบัติต่างๆ และมักพูดรวมกับการต่ออายุ เป็นการสะเดาะเคราะห์ต่ออายุ หรือแก้ไขสิ่งเลวร้ายให้กลายเป็นดี ที่เรียกว่าแก้กรรม โดยส่วนใหญ่นิยมทำในโอกาสสำคัญๆ เช่น

๑.สะเดาะเคราะห์วันเกิด เป็นการแก้เคราะห์ร้ายให้กลายเป็นดี เสริมดวงชะตาชีวิตให้กับ ตัวเองด้วยดวงชะตาของตัวเอง ทำให้ดวงเกิดพลังเพื่อเสริมดวงให้ดีเด่นเป็นสง่าราศีแก่ตัวเอง

 ๒.สะเดาะเคราะห์วันสำคัญของชาติหรือศาสนา เป็นการเอ่ยอ้างอัญเชิญอานุภาพพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ตลอดจนพระบารมีของพระมหากษัตริย์และเทพาอารักษ์ผู้ศักดิ์สิทธิ์ ให้มาช่วยขจัดปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายหรือเรื่องเลวร้ายที่เกิดขึ้นให้อันตรธานไปสิ้น พร้อมทั้งช่วยปกปักรักษาอภิบาลและคุ้มครองให้มีแต่ความสุขสมร่มเย็นตลอดไป

๓.สะเดาะเคราะห์วันสงกรานต์ นิยมทำพร้อมกับการทำบุญอุทิศให้บรรพบุรุษ พ่อแม่ ปู่ย่า ตายายที่เสียชีวิตแล้ว ให้ท่านเหล่านั้นอำนวยอวยพรขับไล่เสนียดจัญไรไม่ให้เข้ามาย่ำยีลูกหลาน

๔.สะเดาะเคราะห์วันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เชื่อว่าเป็นการแก้ไขสิ่งที่ไม่ดีในหนึ่งปีที่ผ่านมาให้ดีขึ้น เพิ่มความดีให้กับดวงและเสริมสง่าราศีสร้างเคล็ดส่งชีวิตสู่สูตรแห่งความสำเร็จ พร้อมกับการเริ่มต้นวันขึ้นปีใหม่ของทุกปี โดยเชื่อกันว่า เมื่อคนเราเริ่มต้นได้ดี ก็จะทำให้ชีวิตมีความสุข และประสบความสำเร็จในทุกๆ ด้านตลอดทั้งปีต่อไปอย่างแน่นอน

วิธีการสะเดาะเคราะห์ มีคนจำนวนไม่น้อยที่ได้รับคำแนะนำจากผู้รู้ ให้ทำการสะเดาะเคราะห์ ด้วยวิธีการจัดหา เครื่องสักการะและอุปกรณ์ต่างๆ มาใช้ในพิธี ไม่ว่าจะเป็นการค้ำโพธิ์ค้ำไทรของภาคกลาง ค้ำโพธิ์ค้ำไฮ อันเป็นประเพณีนิยมทางภาคเหนือ หรือภาคอีสานก็ตาม หรือการจัดเครื่องสักการะดอกไม้หรือพวงมาลัย ธูป เทียนตั้งบูชาพระเคราะห์ประจำทิศและเพื่อบูชาพระประจำวันเกิด พร้อมทั้งมีการสวดพระคาถาสะเดาะเคราะห์มีกำหนดตามอายุหรือตามกำลังวัน บางคนก็ถือโอกาสทำบุญใส่บาตร บริจาคเป็นทาน ปล่อยสัตว์ให้ชีวิตเป็นทาน สวดมนต์ไหว้พระและนั่งสมาธิ

ปัจจุบันก็ยังมีผู้ให้ความสนใจนิยมปฏิบัติอยู่เป็นประจำ บางคนเห็นว่าเป็นช่วงที่ดวงตกมากๆ เช่น งานมีอุปสรรค ธุรกิจมีปัญหา รักร้าว การเงินขัดข้อง เจ็บป่วยบ่อยๆ เพื่อให้ชีวิตและความเป็นอยู่ดีขึ้นถึงกับนิมนต์พระมาเจริญพระพุทธมนต์เป็นการสะเดาะเคราะห์ ต่ออายุให้เป็นเรื่องเป็นราวเลยก็มี โดยถือแบบอย่างมาแต่โบราณคือ

ในสมัยพุทธกาล มีเรื่องกล่าวไว้ว่า พราหมณ์หนุ่มชาวเมืองทีฆลัมพิกา ๒ คน พากันออกบวชในลัทธิหนึ่งนอกพระพุทธศาสนา เที่ยวบำเพ็ญตบะตามลัทธิของตนอยู่นานถึง ๔๘ ปี

ต่อมาพราหมณ์คนหนึ่งคิดว่า "ถ้าเรายังคงบวชอยู่อย่างนี้ คงไม่มีใครสืบสกุลแน่ ทางที่ดีเราควรสึกไปมีครอบครัวน่าจะดีกว่า"

จากนั้นก็ได้สึกออกมามีครอบครัว สร้างเนื้อสร้างตัวจนมั่นคงดี ต่อมาภรรยาก็ท้องและคลอดบุตรเป็นทารกชาย

ส่วนสหายที่บวชไม่สึก เที่ยวไปในที่ต่างๆ พอสมควรแล้วก็เดินทางกลับมาสู่เมืองนั้น พอเขารู้ว่าเพื่อนเดินทางมาถึงก็พาภรรยาพร้อมด้วยบุตรชายไปเยี่ยม

ในระหว่างที่เขากับภรรยาไหว้ เพื่อนก็พูดให้พรว่า "ขอให้ท่านจงมีอายุยืน" แต่พอเขาอุ้มลูกเข้าไปให้ไหว้เพื่อนกลับนิ่งเงียบไม่พูดจาอะไรเลย เขาเห็นผิดสังเกตจึงถามเพื่อนว่า "ท่าน เพราะเหตุใด เวลาเรากับภรรยาไหว้ ท่านพูดให้พรขอให้อายุยืน แต่พอลูกชายของเราไหว้บ้างท่านกลับนิ่งเฉย" พรามณ์บอกว่า "เด็กคนนี้จะเกิดอันตรายถึงกับต้องเสียชีวิต"

เพื่อนจึงถามพราหมณ์ว่า "เขาจะมีชีวิต อยู่ได้นานเพียงใด" พราหมณ์ตอบว่า "เพียง ๗ วันเท่านั้นเอง" "มีทางแก้ไขหรือไม่" เขาถามต่อ พราหมณ์ตอบว่า "เราไม่รู้ ท่านลองเข้าไปถามพระสมณโคดมดูสิ ท่านอาจได้คำตอบที่น่าพอใจก็ได้"

เพราะความรักที่มีต่อลูก เขาจึงเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าและ ทูลถามข้อข้องใจ พระพุทธเจ้าตรัสเหมือนที่พราหมณ์พูดไว้ไม่มีผิด เขาจึงทูลถามถึงวิธีแก้ไขกับพระองค์

พระพุทธเจ้ามีพระดำรัสว่า "ยังพอแก้ไขได้ ให้ท่านสร้างมณฑปบริเวณใกล้ๆ ประตูบ้าน แล้วตั้งโต๊ะไว้ตรงกลางปูอาสนะไว้รอบๆ โต๊ะ จำนวน ๘ หรือ ๑๖ ที่ ก็ได้ จากนั้นให้พระสาวกของเราหมุนเวียนมานั่งที่อาสนะ และสวดพระปริตรตลอดระยะเวลา ๗ วันไม่หยุด เมื่อทำได้อย่างนี้ บุตรชายของท่านก็จะไม่มีอันตรายใดๆ"

พราหมณ์ได้ปฏิบัติตามคำแนะนำทุกประการ ตลอดระยะเวลา ๗ วันที่พระสงฆ์สาวกของพระพุทธเจ้ามานั่งสวดพระปริตร วันสุดท้ายพระพุทธองค์เสด็จมาที่มณฑลพิธี ทำให้เทวดาในจักรวาลทั้งหมด มาร่วมประชุมพร้อมกัน เพื่อรับเสด็จพระพุทธองค์

ในสัปดาห์นั้นเอง อวรุทธกยักษ์ ซึ่งมีหน้าที่ปรนนิบัติท้าวเวสสุวรรณ มานานถึง ๑๒ ปี ได้รับพรจากท้าเวสสุวรรณว่า "จากวันนี้ไปอีก ๗ วัน ให้ท่านจับเด็กคนนี้กินได้" (ลูกของพราหมณ์) ในระหว่างที่พระนั่งสวดพระปริตรถึง ๗ วัน อวรุทธกยักษ์ก็มายืนรออยู่ แต่พอพระพุทธองค์เสด็จมาถึงเขตมณฑลนั้น พวกเทวดาผู้มีศักดิ์ใหญ่มาเข้าเฝ้า เทวดาผู้มีศักดิ์น้อยต่างก็ต้องร่นถอยออกไปไกล ไม่มีแม้แต่โอกาสที่จะเข้าเฝ้า ส่วนอวรุทธกยักษ์ยิ่งต้องถอยห่างออกไปไกล จนไม่สามารถเข้าใกล้เขตมณฑลพิธีได้เลย จนเวลาผ่านไปครบ ๗ วัน เห็นว่าไม่มีหวังและพ้นกำหนดพรของท้าวเวสสุวรรณแล้วจึงหนีกลับไป

ในคืนวันสุดท้าย แม้พระพุทธองค์ก็ทรงร่วมทำพระปริตรจนสว่าง เมื่อเห็นว่าผ่านเลย ๗ วันแล้ว พราหมณ์จึงได้อุ้มบุตรชายเข้ามาไหว้พระพุทธองค์อีกครั้ง เขาตื่นเต้นและดีใจมากที่พระพุทธเจ้ามีพระดำรัสว่า "ขอให้เจ้าจงมีอายุยืนเถิด"

"ทารกจะมีอายุยืนเพียงใดพระเจ้าข้า" พราหมณ์ทูลถามพระพุทธเจ้า พระองค์ทรงตอบว่า "เขาจะมีอายุยืนถึง ๑๒๐ ปี" พราหมณ์สองสามีภรรยาได้ตั้งชื่อบุตรว่า "อายุวัฒนกุมาร" และต่อมาพวกเขาก็หันเข้ามานับถือพระพุทธศาสนา

ครั้นอายุวัฒนกุมารเจริญเติบโตแล้ว ก็เข้ามาบวชในพระพุทธศาสนาและบรรลุเป็นพระอรหันต์ในที่สุด

จากเรื่องราวนี้ ทำให้ชาวพุทธถือเป็นแบบการสะเดาะเคราะห์ต่อชะตาที่ถูกต้องตามหลัก และได้รับการสืบทอดถือปฏิบัติมาจนถึงปัจจุบัน แต่การสะเดาะเคราะห์ต่อชะตาในสมัยพุทธกาล เน้นเป็นพิเศษเกี่ยวกับพลังพุทธมนต์และพลังของพระปริตรที่สวดตลอดระยะเวลาที่กำหนดไว้

อีกอย่างหนึ่งก็คือ การที่อวรุทธกยักษ์ไม่สามารถ เข้าจับทารกกินได้ นอกจากอำนาจของพระปริตร ที่พระสงฆ์กำลังสวดอยู่แล้ว ก็เป็นเพราะอานุภาพของพระพุทธเจ้าด้วย คือในวันที่ ๗ ระหว่างที่พระพุทธองค์เสด็จมาถึง ก็มีเทวดาหลายๆ ระดับชั้นพากันเข้าเฝ้า ทำให้อวรุทธกยักษ์ไม่สามารถหาโอกาสเข้ามาจับทารกไปกินได้เลย

ปัจจุบันกาลเวลาผ่านเลยไปถึง ๒,๕๔๗ ปี พระพุทธองค์พร้อมด้วยพระอริยสาวกก็ปรินิพพานแล้ว คงเหลือสมมติสงฆ์และพุทธศาสนิกชนที่ช่วนกันทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้ดำรงคงอยู่ต่อไป

ดังนั้น หากต้องการทำพิธีสะเดาะเคราะห์ต่อ ชะตาให้ได้ผลจริงๆ นอกจากมีการจัด เตรียมเครื่องสักการะดอกไม้ ธูปเทียน และอื่นๆ ตลอดจนนิมนต์พระมาเจริญพระพุทธมนต์และ สวดพระปริตรตามประเพณีนิยม อย่างถูกต้องแล้ว สิ่งที่ไม่ควรมองข้ามเลยนั่นก็คือ ต้องทำความเข้าใจให้ถูกต้องว่า

เคราะห์ คือ กรรมชั่วหรือบาปที่เคยทำไว้และตามมาให้ผลในปัจจุบัน ทำให้ประสบกับชะตากรรม อันเลวร้ายเป็นทุกข์

ส่วนโชค คือบุญหรือความดีที่ทำมาแต่อดีตตามมาให้ผลทันในปัจจุบัน ทำให้ชีวิตนี้มีแต่ความสุข ประสบแต่ความสำเร็จ และจำให้ขึ้นใจว่า

การสะเดาะเคราะห์ คือการแก้กรรม โดยวิธีการละชั่ว คือแก้กรรมใหม่ หันมาทำแต่กรรมดีพร้อมกับ รักษากรรมดีความดีเอาไว้ให้ได้ และหมั่นชำระล้างจิตใจให้ใสสะอาด ไม่มีสิ่งที่จะมาทำให้เศร้าหมองอีกต่อไป เพียงเท่านี้ก็ถือว่า ได้สะเดาะเคราะห์ต่อชะตาที่ถูกต้องแล้ว

 

 

 

ที่มานสพ.คม ชัด ลึก / www.horasaadrevision.com

โพสต์โดยสมาชิกหมายเลข 3183 วันที่ 15 พ.ค. 2552


วิถีบุญ วิถีกรรม : สะเดาะเคราะห์เสริมบุญบารมีได้จริงหรือ ?วิถีบุญวิถีกรรม:สะเดาะเคราะห์เสริมบุญบารมีได้จริงหรือ?

Advertisement

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

ภาพปริศนา : เห็นอะไร

ภาพปริศนา : เห็นอะไร


เปิดอ่าน 8,570 ครั้ง
หน้าต่าง  ของสุขภาพภายใน...

หน้าต่าง ของสุขภาพภายใน...


เปิดอ่าน 8,517 ครั้ง
คำกลอนเกี่ยวกับครู

คำกลอนเกี่ยวกับครู


เปิดอ่าน 9,363 ครั้ง
ขำขำ : ไส้ติ่งอักเสบ

ขำขำ : ไส้ติ่งอักเสบ


เปิดอ่าน 8,539 ครั้ง
พิธีไหว้ครูดนตรีไทย

พิธีไหว้ครูดนตรีไทย


เปิดอ่าน 8,621 ครั้ง
อาหารก่อนการออกกำลังกาย

อาหารก่อนการออกกำลังกาย


เปิดอ่าน 8,486 ครั้ง
เลขเด็ด 1 ธันวาคม 2552

เลขเด็ด 1 ธันวาคม 2552


เปิดอ่าน 8,713 ครั้ง
ผมมีปัญหา ทำไงดี

ผมมีปัญหา ทำไงดี


เปิดอ่าน 8,462 ครั้ง

:: เรื่องปักหมุด ::

ขอเวลาแค่ 1 นาที อ่าน Fw mail ดีๆ ที่อยากแบ่งปันครับ!!

ขอเวลาแค่ 1 นาที อ่าน Fw mail ดีๆ ที่อยากแบ่งปันครับ!!

เปิดอ่าน 8,482 ☕ คลิกอ่านเลย

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
แฟนพันธ์แท้ครูกลอน..ตอนกำเหนิดสุดสาคร
แฟนพันธ์แท้ครูกลอน..ตอนกำเหนิดสุดสาคร
เปิดอ่าน 9,025 ☕ คลิกอ่านเลย

กันตนา กรุ๊ป ขอเชิญเที่ยวงาน มหกรรมสินค้าและท่องเที่ยวไทย ?คนไทยหัวใจเกษตร ครั้งที่ 2?
กันตนา กรุ๊ป ขอเชิญเที่ยวงาน มหกรรมสินค้าและท่องเที่ยวไทย ?คนไทยหัวใจเกษตร ครั้งที่ 2?
เปิดอ่าน 8,597 ☕ คลิกอ่านเลย

ไขปริศนาลับ .....พลังเหนือมนุษย์ ศพพระธิเบตไม่เน่าเปื่อย
ไขปริศนาลับ .....พลังเหนือมนุษย์ ศพพระธิเบตไม่เน่าเปื่อย
เปิดอ่าน 8,478 ☕ คลิกอ่านเลย

เล่าเรื่องพระอภัยมณี.....ตอน : พบสามพราหมณ์และนางผีเสื้อสมุทร
เล่าเรื่องพระอภัยมณี.....ตอน : พบสามพราหมณ์และนางผีเสื้อสมุทร
เปิดอ่าน 9,739 ☕ คลิกอ่านเลย

 10 ธันวาคม ของทุกปี เป็นวันรัฐธรรมนูญ
10 ธันวาคม ของทุกปี เป็นวันรัฐธรรมนูญ
เปิดอ่าน 8,466 ☕ คลิกอ่านเลย

ข้อคิดคำคมจากขงเบ้งสำหรับนักบริหาร
ข้อคิดคำคมจากขงเบ้งสำหรับนักบริหาร
เปิดอ่าน 8,487 ☕ คลิกอ่านเลย

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

จุ่มลวก (หรือลวง)
จุ่มลวก (หรือลวง)
เปิดอ่าน 13,635 ครั้ง

สุดประทับใจ! ครูสาวแบกนร.หญิงป่วยหนัก เดินลงจากดอยไปส่งรพ.
สุดประทับใจ! ครูสาวแบกนร.หญิงป่วยหนัก เดินลงจากดอยไปส่งรพ.
เปิดอ่าน 22,857 ครั้ง

6 หนทางสู่ความร่ำรวยตั้งแต่อายุยังน้อย
6 หนทางสู่ความร่ำรวยตั้งแต่อายุยังน้อย
เปิดอ่าน 40,739 ครั้ง

ค้นพบคุณประโยชน์ของพวกผลไม้หลังสุด มีคุณมากกว่าเก่า 5 เท่า
ค้นพบคุณประโยชน์ของพวกผลไม้หลังสุด มีคุณมากกว่าเก่า 5 เท่า
เปิดอ่าน 53,520 ครั้ง

Computing Science : วิชาบังคับสำหรับนักเรียน ป.1 ไทย
Computing Science : วิชาบังคับสำหรับนักเรียน ป.1 ไทย
เปิดอ่าน 28,310 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


· Technology
· บทความเทคโนโลยีการศึกษา
· e-Learning
· Graphics & Multimedia
· OpenSource & Freeware
· ซอฟต์แวร์แนะนำ
· การถ่ายภาพ
· Hot Issue
· Research Library
· Questions in ETC
· แวดวงนักเทคโนฯ

· ความรู้ทั่วไป
· คณิตศาสตร์
· วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
· ภาษาต่างประเทศ
· ภาษาไทย
· สุขศึกษาและพลศึกษา
· สังคมศึกษา ศาสนาฯ
· ศิลปศึกษาและดนตรี
· การงานอาชีพ

· ข่าวการศึกษา
· ข่าวตามกระแสสังคม
· งาน/บริการสังคม
· คลิปวิดีโอยอดนิยม
· เกมส์
· เกมส์ฝึกสมอง

· ทฤษฎีทางการศึกษา
· บทความการศึกษา
· การวิจัยทางการศึกษา
· คุณครูควรรู้ไว้
· เตรียมประเมินวิทยฐานะ
· ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
· เครื่องมือสำหรับครู

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ