ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


Advertisement

ข่าวการศึกษา     ความรู้ทั่วไป     งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคมเรื่องราวจากสมาชิก  ▶ ข่าว/บทความ ▶ หน้าแรก

มองโลกทางลบ ย่อมประสบสิ่งไม่พึงประสงค์ ๑๐ อย่างทันทีทันใด


เรื่องราวจากสมาชิก

8,328

views
Advertisement

มองโลกทางลบ ย่อมประสบสิ่งไม่พึงประสงค์  ๑๐ อย่างทันทีทันใด

มองโลกทางลบ ย่อมพบจุดอับตัน

 ทุกวันมนุษย์ไม่อาจหลีกเลี่ยงการได้ยิน การมองเห็นที่ผ่านการรับรู้ทุก ๆ ด้าน การรับรู้ไม่ว่าจะเป็นด้านใดก็ตาม ภาษาพระเรียกว่า อายตนะ กล่าวคือ ทุกปฏิกิริยาของอารมณ์ภายนอกจะต้องมีจุดเชื่อมต่อเสมอ เช่น ตาทำงานควบคู่กับรูป  หูทำงานควบคู่กับเสียง และการรับรู้ทั้งหมดประมวลไปที่การทำงานของจิตใจ

ดังนั้น การทำงานของจิตใจบางครั้งไม่จำเป็นต้องมีแรงกระตุ้นจากภายนอก เนื่องจากจิตมีเสบียงภายในที่มากโขอยู่แล้ว และการทำงานของจิตนี้เองส่งผลให้มนุษย์มีพฤติกรรมการกระทำ ความคิดทัศนคติการมองโลกมองสังคม มองความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสัตว์แตกต่างกัน ซึ่งภาษาวิชาการเรียกว่า การมองโลกในแง่ลบหรือแง่บวก และการมองโลกในสองด้านนี้เองทำเกิดความแตกต่างในชีวิต กล่าวคือ หากผู้ใดต้องการความสงบสุข ใจชุ่ม ให้ฝึกมองโลกในแง่บวกให้มากไว้ กระทั่งทำให้เป็นอุปนิสัยสันดาน จนติดแน่นเป็นพฤติกรรม แล้วจะสามารถหาความสุขท่ามกลางความทุกข์ได้ เช่นเดียวกันผู้มีพฤติกรรมมองโลกในแง่ลบ มองสังคมและคนอื่นในแง่เอาเปรียบก็ย่อมได้รับความทุกข์อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง

ยอดแห่งนักจิตวิทยาเช่นพระพุทธเจ้าก็เคยบอกแก่พวกเราว่า ใครก็ตามที่มองโลกในแง่ร้ายแต่ละวันใช้เวลาให้หมดไปกับความเพียรพยายามในการนินทา  ประทุษร้ายคนอื่นย่อมประสบสิ่งไม่พึงประสงค์  ๑๐ อย่างทันทีทันใดคือ

                ๑. ความรู้สึกทุกข์  อันเกิดจากอารมณ์ที่ไม่ปกติ เนื่องจากการพยายามที่จะทำให้อีกฝ่ายได้รับในสิ่งที่ตนกำลังพยายามทำ ดังนั้น ความทุกข์ตัวแรกจะต้องเกิดกับตนก่อน อย่างน้อยที่สุดคือการก่อให้เกิดการมองโลกที่มัวหมอง

                ๒. ความหยาบคาย เป็นผลสืบเนื่องจากความรู้สึกทุกข์ หรือการแสดงอารมณ์ที่ไม่ปกติให้คนรอบข้างได้สัมผัสหรือได้เห็น หากเราด่าคนอื่น คนอื่นก็สามารถด่าเราได้เช่นกัน ภาษิตว่า การจะให้คนอื่นไหว้ตนนั้นต้องไหว้คนอื่นก่อน  การที่จะให้คนอื่นให้นั้นต้องรู้จักให้เสียก่อน

                ๓. ความเสื่อม ผู้พยายามจะทำร้ายหรือทำลายคนอื่น ย่อมได้รับความเสื่อม อย่างน้อยที่สุดในเบื้องต้น ความทุกข์ก็จะกัดกร่อนตนเองหรือเมื่อลงมือกระทำลงไปกฎหมายบ้านเมืองก็จะเข้ามามีบทบาทในการตัดสิน ทำให้เสียชื่อเสียง หน้าตาและวงศ์ตระกูล

                ๔. ได้รับบาดเจ็บ หากคู่กรณีมีการต่อสู้หรือปกป้อง อีกทั้งมีการโต้ตอบจากอีกฝ่าย ผลที่ตามมาก็คือ อาจทำให้ร่างกายพิกลพิการหรือมากกว่านั้น 

                ๕. ประสบเคราะห์หนัก กล่าว คือ ผู้ที่จ้องทำร้ายและทำลายคนอื่น จิตย่อมใฝ่ในการทำความชั่ว ดังนั้น สภาพจิตย่อมกังวล ความสะสมนี้อาจก่อให้เกิดโรคเครียดเป็นอย่างน้อย หากมากกว่านั้นก็คือ อาจมีอาการป่วยทางจิต

                ๖. สภาพจิตไม่แช่มชื่น อานิสงส์ของการมองโลกในแง่ดี ไม่คิดเบียดเบียนคนอื่น การแพทย์แผนปัจจุบันยังเชื่อว่า จะส่งผลต่อการรักษาโรคต่าง ๆ ได้ ดังนั้น คนที่คิดจะทำลายหรือทำร้ายคนย่อมเหมือนกับเทน้ำมันราดตนแล้วเผาไฟนั้นเอง

                ๗. ถูกตราหน้าว่า เป็นคนเลว ถูกกล่าวตู่ด้วยคำเท็จ ด้วยความที่ภาพลักษณ์เป็นคนจ้องทำลายและประทุษร้ายคนอื่น ไม่มองตัวมัวดูความผิดคนอื่น เมื่อถูกจับได้ก็จะถูกตราหน้าจากสังคม

                ๘.ญาติพี่น้องไม่คบหา หลังถูกตราหน้าเป็นคนเลว ความที่เป็นคนมีนิสัยประทุษร้ายคนอื่น ไม่ว่าจะด้วยปากหรือการกระทำ ย่อมทำให้คนอื่นเอาตัวออกห่างซึ่งก็รวมทั้งญาติพี่น้องด้วย โดยที่สุดแม้กระทั่งคนในครอบครัว วงศ์ตระกูล

                ๙. ทรัพย์สมบัติก็สิ้นสูญ  ไม่เพียงแต่ไม่สามารถทำให้ทรัพย์สมบัติให้เกิดได้เท่านั้น แม้ทรัพย์สมบัติเก่าที่มีอยู่ก็อาจถูกยึด ถูกริบสิ้นไปได้

                ๑๐. ย่อมตกนรก โดยที่สุดคนเช่นนี้ ในชาติปัจจุบันเขาได้ก่อความทุกข์ต่อคนอื่นและสังคม  ภายหลังสิ้นชีพเขาย่อมตกไปสู่อบายภูมิซึ่งเป็นความทุกข์ที่ยิ่งกว่า

จึงทำให้เห็นชัดว่า  คนเลว  จิตใจต่ำช้า โง่เขลา  เป็นเหมือนคนที่จุดไฟเผาเรือนตนเอง แล้วคนที่ได้รับทุกข์มากที่สุดจะเป็นใครละ                

 

 

 

                                                                                พระมหาปุณณ์สมบัติ  ปภากโร

                                                                                ผู้อำนวยการศูนย์บริการวิชาการ
มมร วิทยาเขตล้านนา

โพสต์โดยสมาชิกหมายเลข 1756 วันที่ 16 พ.ค. 2552

เต็งลั้ง โคมแดง โคมจีน โคมเต็งลั้ง โคมผ้ากำหมะหยี่ (ราคาต่อคู่) โคมตรุษจีน แขวนหน้าบ้าน ร้านค้า #60 #80 #100 #120

฿949

https://s.shopee.co.th/4q9unuFgOX?share_channel_code=6


มองโลกทางลบ ย่อมประสบสิ่งไม่พึงประสงค์ ๑๐ อย่างทันทีทันใดมองโลกทางลบย่อมประสบสิ่งไม่พึงประสงค์๑๐อย่างทันทีทันใด

Advertisement

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คนท้อไม่แท้....คนแท้ไม่ท้อ

คนท้อไม่แท้....คนแท้ไม่ท้อ


เปิดอ่าน 8,326 ครั้ง
A Beautiful Mind : ผู้ชายหลายมิติ

A Beautiful Mind : ผู้ชายหลายมิติ


เปิดอ่าน 8,349 ครั้ง
ไม่ท้อ.... ไม่ทุกข์.

ไม่ท้อ.... ไม่ทุกข์.


เปิดอ่าน 8,319 ครั้ง
Intel® Pentium® D

Intel® Pentium® D


เปิดอ่าน 8,372 ครั้ง

:: เรื่องปักหมุด ::

มาดูภาพซึ้งๆกัน

มาดูภาพซึ้งๆกัน

เปิดอ่าน 8,326 ☕ คลิกอ่านเลย

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
คราบหินปูน...มีอะไรที่ควรรู้..!!
คราบหินปูน...มีอะไรที่ควรรู้..!!
เปิดอ่าน 8,354 ☕ คลิกอ่านเลย

ฅ...ฅน
ฅ...ฅน
เปิดอ่าน 8,344 ☕ คลิกอ่านเลย

เว็บบล๊อกนี้...มีสาระดีๆ..24 ชั่วโมง....ตอน..ความเชื่อสมัยโบราณเกี่ยวกับ"แม่ซื้อ"
เว็บบล๊อกนี้...มีสาระดีๆ..24 ชั่วโมง....ตอน..ความเชื่อสมัยโบราณเกี่ยวกับ"แม่ซื้อ"
เปิดอ่าน 8,350 ☕ คลิกอ่านเลย

....อ่านเพียงนิดแต่ได้มากมาย...สมุนไพรไทยที่มีประโยชน์....>>>>???
....อ่านเพียงนิดแต่ได้มากมาย...สมุนไพรไทยที่มีประโยชน์....>>>>???
เปิดอ่าน 8,320 ☕ คลิกอ่านเลย

วรรณคดี....เรื่องไซอิ๋ว
วรรณคดี....เรื่องไซอิ๋ว
เปิดอ่าน 8,691 ☕ คลิกอ่านเลย

วิธีเลือกซื้อแว่นตาให้เหมาะสมกับใบหน้า
วิธีเลือกซื้อแว่นตาให้เหมาะสมกับใบหน้า
เปิดอ่าน 8,342 ☕ คลิกอ่านเลย

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ลายมือแบบไหนคือ "ลายมือเสน่ห์นิยม"
ลายมือแบบไหนคือ "ลายมือเสน่ห์นิยม"
เปิดอ่าน 25,953 ครั้ง

"โสม" ราชาแห่งสมุนไพร
"โสม" ราชาแห่งสมุนไพร
เปิดอ่าน 13,341 ครั้ง

ประวัติความเป็นมาของการศึกษาไทย
ประวัติความเป็นมาของการศึกษาไทย
เปิดอ่าน 712,558 ครั้ง

Chat GPT คืออะไร ใช้งานยังไง AI  สำหรับครูยุคใหม่จำเป็นต้องรู้
Chat GPT คืออะไร ใช้งานยังไง AI สำหรับครูยุคใหม่จำเป็นต้องรู้
เปิดอ่าน 48,843 ครั้ง

ปัจจัยฉุดรั้งการศึกษา (1)
ปัจจัยฉุดรั้งการศึกษา (1)
เปิดอ่าน 13,500 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


· Technology
· บทความเทคโนโลยีการศึกษา
· e-Learning
· Graphics & Multimedia
· OpenSource & Freeware
· ซอฟต์แวร์แนะนำ
· การถ่ายภาพ
· Hot Issue
· Research Library
· Questions in ETC
· แวดวงนักเทคโนฯ

· ความรู้ทั่วไป
· คณิตศาสตร์
· วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
· ภาษาต่างประเทศ
· ภาษาไทย
· สุขศึกษาและพลศึกษา
· สังคมศึกษา ศาสนาฯ
· ศิลปศึกษาและดนตรี
· การงานอาชีพ

· ข่าวการศึกษา
· ข่าวตามกระแสสังคม
· งาน/บริการสังคม
· คลิปวิดีโอยอดนิยม
· เกมส์
· เกมส์ฝึกสมอง

· ทฤษฎีทางการศึกษา
· บทความการศึกษา
· การวิจัยทางการศึกษา
· คุณครูควรรู้ไว้
· เตรียมประเมินวิทยฐานะ
· ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
· เครื่องมือสำหรับครู

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ