งานเป็นเครื่องมือ ฝึกฝนพัฒนาคน ทั้งนี้ต้องสร้างแรงจูงใจต่อคนในองค์กรให้เห็นพ้องและเข้าใจ จุดมุ่งหมายของชีวิตตนเองประสานกับงานเพื่อให้เกิดความสุขในการทำงาน ก็ต้องโยงกลับไปที่จุดมุ่งหมายของงาน ตามหลักธรรมชาตินั่นเอง หากสื่อสารกันในองค์กรเข้าใจจุดมุ่งหมายของงานตามหลักธรรมชาติดังกล่าวแล้ว จะเกิดพลังร่วมของหมู่คณะ มีความสามัคคี แก้ไขปัญหาร่วมกัน ที่มักนิยมเรียกว่า “ทำงานเป็นทีม” (Team Work) ซึ่งเป็นทีมที่มีคุณภาพ เพราะคนในองค์กรได้พัฒนาจาก 2 มิติร่วมกันคือ มิติทางใจกับมิติทางกาย โดยมิติทางใจได้ครบไตรสิกขาที่ประกอบด้วย ศีล สมาธิ ปัญญา ส่วนมิติทางกาย ประกอบด้วย การประสานงานกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และความพร้อมเพียงกันในการทำงาน
ปริญญา ตันสกุล (2549) (หน้า 175-184) ได้กล่าวถึงหลักการประสานงานให้มีประสิทธิภาพด้วย 4 รู้ คือ รู้หน้าที่ รู้วิธีที่จะทำงานนั้นให้สำเร็จอย่างสิ้นสุด รู้เวลาว่าเมื่อใดว่าเราต้องทำสิ่งใด และรู้ว่าตนกำลังทำอะไร เพื่อใคร ส่วนหลักการสร้างความพร้อมเพียงภายในทีมงานด้วยความพร้อม 4 ด้าน คือ พร้อมที่จะทำงานนั้น พร้อมใจกันทำงาน ทำงานนั้นพร้อมๆกัน และพร้อมที่จะทำให้บรรลุเป้าหมายเดียวกัน ความพร้อมทั้ง 4 ด้าน จะเป็นพลังแห่งความสามัคคี สามารถส่งถ่ายความรู้เฉพาะตนสู่กลุ่มทำงานจนกระทั่งองค์กรกลายเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization) ได้
การพัฒนาคนในองค์กรเป็นการปรับปรุงศักยภาพจากความเป็นจริงตามธรรมชาติ ด้วยความสามารถพิเศษของมนุษย์ที่สามารถเรียนรู้แล้ว...ยังสร้างสรรค์ พัฒนาให้ดีขึ้นได้ด้วยการฝึกฝน การเรียนรู้และการถ่ายทอดพฤติกรรม ควรจัดให้เหมาะสมตามวุฒิภาวะ แต่ละกลุ่มคน การเรียนรู้ในองค์กรเป็นแบบผู้ใหญ่ต้องออกแบบกระบวนการเรียนสอดคล้องด้วยการเกี่ยวโยงประสบการณ์ สร้างแรงจูงใจที่ถูกต้องต่อจุดมุ่งหมายของชีวิตและการทำงาน ในลักษณะที่มีความใฝ่ดี มีความใฝ่สร้างสรรค์ ที่เราเรียกว่า “ฉันทะ” เป็นเรื่องของปัญญาที่รู้เท่าทันความเป็นจริง สิ่งทั้งหลายเป็นไปตามเหตุปัจจัย ในการเรียนรู้และเข้าใจธรรมชาติของภายนอกกับจิตใจ ที่ต้องสอดคล้องประสานกันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน กล่าวคือ การพัฒนาศักยภาพต้องเพิ่มเติมทั้งศักยภาพทางกาย และศักยภาพทางใจร่วมกัน หากเน้นพัฒนามิติใดมิติหนึ่งมากไปก็ขาดความสมดุล หากการพัฒนาถึงความพร้อมทั้งสองด้านคนในองค์กรจะเกิดความสามัคคี ร่วมมือร่วมใจ รักองค์กร มองปัญหาจากการทำงาน เป็นเวทีฝึกฝนพัฒนาตน ผลของงานก็จะเป็นไปตามจุดมุ่งหมายตามหลักธรรมชาติ ความสุขก็จะบังเกิดตลอดเวลา ทั้งในขณะปฏิบัติงานและงานสำเร็จผล และผลสำเร็จนั้นก็จะเป็นไปตามกติกาสังคม ได้รับค่าตอบแทนตามผลของงาน จะเกิดความภูมิใจ มั่นใจ สมศักศรีความเป็นมนุษย์ที่ผ่านการฝึกฝนความอดทนอดกลั้น การควบคุมอารมณ์ (E.Q.) จากความมุ่งมั่นในการระดมสรรพกำลัง ที่มีส่วนร่วมในการพัฒนาที่มีส่วนร่วมอย่างมีคุณภาพ เป็นคุณสมบัติอันเลิศของผู้รู้จักครองตนในงาน ความเจริญรุ่งเรืองในตำแหน่งหน้าที่การงาน ชีวิตครอบครัวมีความสุข ชนิดที่เรียกว่า “สุขอย่างยั่งยืน” มีภูมิคุ้มกันจากปัจจัยภายนอก ในสังคมโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
วันที่ 17 พ.ค. 2552
Advertisement
 เปิดอ่าน 8,695 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,494 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,434 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,571 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,623 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,540 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,522 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,399 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,447 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,523 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,518 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,533 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,516 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,559 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,465 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,458 ครั้ง
|

เปิดอ่าน 8,451 ☕ คลิกอ่านเลย |

เปิดอ่าน 8,420 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 8,604 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 8,769 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 8,437 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 8,493 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 8,482 ☕ คลิกอ่านเลย |
|
≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡ 
เปิดอ่าน 19,944 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 7,578 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 24,019 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 2,090 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 27,863 ครั้ง |
|
|