|
 |
| |
| Pet Therapy สัตว์รักษาคนได้ |
| |
ในต่างประเทศได้มีการใช้สัตว์หลากหลายประเภท เช่น สุนัข ม้า หรือแม้กระทั่งปลาโลมา เข้ามาช่วยในการบำบัดบุคคลออทิสติก ซึ่งผลที่พบก็ยืนยันว่า การใช้สัตว์ช่วยในการบำบัดสามารถส่งเสริมด้านปฏิสัมพันธ์ ทักษะทางสังคม ภาษาและการสื่อความหมาย รวมถึงการแสดงออกและการตอบสนองทางอารมณ์ อีกทั้งช่วยลดพฤติกรรมแบบออทิสติกได้
ประเทศไทยนั้นนับเป็นแห่งแรกของโลกที่นำ "ช้างไทย" มาช่วยในการบำบัด เนื่องจากช้างเป็นสัตว์ฉลาด สุภาพ อ่อนโยน และเป็นสัตว์สังคม สามารถอยู่รวมกันเป็นกลุ่มและดูแลซึ่งกันและกันเช่นเดียวกับมนุษย์ โดยจะเห็นได้จากการทดลองนำบุคคลออทิสติกจำนวน 4 คน โดยใช้ระยะเวลารักษาเบื้องต้น 12 ครั้ง พบว่าบุคคลออทิสติกมีอาการดีขึ้น สามารถปรับตัวเข้ากับสังคมและผู้คนรอบข้างได้เป็นอย่างดี
"ช้างมีการสื่อสารที่มีภาษา มีการพัฒนาของสมองเหมือนมนุษย์ ช่วยสร้างการเรียนรู้ เสริมให้เด็กออทิสติกซึ่งขาดทักษะด้านการสื่อสาร กระตุ้นให้เด็กคลำ สัมผัส แลกเปลี่ยน ตามธรรมชาติของเด็กออทิสติกจะกลัว แต่ช้างเป็นสัตว์น่ารัก ถือเป็นการฝึก social skill ซึ่งบรรยากาศที่ผ่อนคลายจะช่วยให้สมองทำงานได้ดี ถือเป็นการสร้างความสนใจในระยะยาว ฝึกสมาธิ โดยช้างจะยืนนิ่งแต่หูจะพัดอยู่ตลอด เด็กจะมองตาม ซึ่งมีงานวิจัยระบุด้วยว่า เด็กที่เข้าโปรแกรมมีพัฒนาการที่ดีขึ้นถึง 30 เท่า" ประสพ ทิพย์ประเสริฐ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องช้างองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้อธิบาย
ช้างที่เข้าโปรแกรมจะต้องมีพื้นฐานมาจากครอบครัวที่ดี ช้างขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ซึ่งมีมานาน 62 ปีแล้ว จึงสามารถคัดเลือกและดูแลมาตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่ ต้องเป็นช้างที่มีสุขภาพกาย สุขภาพใจที่ดี ควาญช้างเองก็ต้องเข้าใจว่ากิจกรรมบำบัดเป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับจิต ตอนนี้มีช้าง 5 เชือกที่ผ่านการฝึก กำลังหาอีก 5 เชือก โดยใช้เวลาในการฝึกประมาณ 5 เดือน เพื่อฟื้นฟูจิตใจและสุขภาพกายใจ ช้างต้องนิ่ง เพื่อช่วยเรื่องการเคลื่อนไหว โดยฝึกเดิน 4 กิโลเมตร/ชั่วโมง ซึ่งการฝึกช้างต่างจากการฝึกสุนัขตรงที่จะต้องฝึกในอารมณ์ที่ต้องการฝึก เช่น ช่วงเวลาเช้าๆ ให้อาหารครั้งแรก
สัตว์ไม่เพียงฟื้นฟูจิตใจและเสริมสร้างทักษะในการเรียนรู้ของผู้ป่วย สัตว์บางชนิดยังถูกใช้เป็นต้นแบบของเครื่องมือทางการแพทย์
สุนัขเป็นแรงบันดาลใจให้สร้างเครื่อง "อิเล็กทรอนิก ไบโอเซ็นเซอร์" (electronic biosensor) เพื่อตรวจหานิวโมเนียหรือโรคปอดอักเสบในผู้ป่วยขั้นวิกฤต เพราะสุนัขสามารถตรวจพบโรคได้จากตัวอย่างลมหายใจ อย่างเช่นวัณโรค นักวิทยาศาสตร์พบว่า สุนัขสามารถตรวจพบความผิดปกติทางจิตของเด็กได้อีกด้วย นักวิจัยที่ฝรั่งเศสได้ค้นพบเรื่องที่เหลือเชื่อนี้ เมื่อเสื้อผ้าของเด็กออทิสติกถูกนำมาใส่หุ่น สุนัขดมกลิ่นสามารถแยกได้จากเด็กปกติ สุนัขมีปฏิกิริยากับเสื้อผ้าของเด็กออทิสติก
สุนัขไม่ได้อาศัยแค่กลิ่นเท่านั้น ยังสามารถใช้ประสาทอื่นในการตรวจหาโรคได้อีกด้วย และหนึ่งในตัวอย่างที่น่าทึ่งก็เกิดขึ้นในเรือนจำที่มีการรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนา นั่นคือ "ศูนย์แก้ไขความประพฤติสำหรับผู้หญิงในวอชิงตัน" ซึ่งมีการค้นพบที่น่าทึ่งเกี่ยวกับสุนัขว่า เมื่อไรที่นักโทษคนหนึ่งจะเกิดอาการกำเริบด้วยโรคลมชักจะมีสุนัขเดินมาหา และจะมาเตือนประมาณ 20 นาทีล่วงหน้าก่อนอาการกำเริบ ทำให้มีเวลามากพอที่จะหาคนมาช่วย
ข้อมูลจาก : 
|
|
วันที่ 17 พ.ค. 2552
บ้านน็อคดาวน์ทรงโมเดิร์น
฿65,000https://s.shopee.co.th/2Vm01N027C?share_channel_code=6
Advertisement
 เปิดอ่าน 8,449 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,346 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,428 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,393 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,383 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,424 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,418 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,448 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,415 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,430 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,361 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,367 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,431 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,376 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,389 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,373 ครั้ง
|

เปิดอ่าน 8,350 ☕ คลิกอ่านเลย |

เปิดอ่าน 8,348 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 8,487 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 8,439 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 8,391 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 8,431 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 8,924 ☕ คลิกอ่านเลย |
|
≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡ 
เปิดอ่าน 15,763 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 20,767 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 15,509 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 19,740 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 42,442 ครั้ง |
|
|