ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


Advertisement

ข่าวการศึกษา     ความรู้ทั่วไป     งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคมเรื่องราวจากสมาชิก  ▶ ข่าว/บทความ ▶ หน้าแรก

คราบหินปูน...มีอะไรที่ควรรู้..!!


เรื่องราวจากสมาชิก

8,432

views
Advertisement

คราบหินปูน...มีอะไรที่ควรรู้..!!


ถาม : ถาม.คราบฟันหรือหินปูนเกิดขึ้นได้อย่างไร 
ตอบ : หินปูนหรือหินน้ำลาย คือ แผ่นคราบจุลินทรีย์ที่แข็งตัว เนื่องจากมีธาตุแคลเซียม จากน้ำลายเข้าไปตกตะกอน แผ่นคราบจุลินทรีย์ หรือ Bacterial plaque คือ คราบสีขาวขุ่นนิ่ม ที่ประกอบด้วยเชื้อโรค ติดอยู่บนตัวฟัน แม้ว่าจะบ้วนน้ำ ก็ไม่สามารถหลุดออกได้ ขบวนการเกิดคราบจุลินทรีย์ เริ่มต้นหลังจากที่แปรงฟัน แล้วเพียง 2-3 นาที โดยจะมีเมือกใสของน้ำลาย มาเกาะที่ตัวฟัน จากนั้นเชื้อโรคที่มีอยู่มากในปาก จะมาเกาะทับถมกันมากๆ เข้าเกิดเป็นคราบจุลินทรีย์ คราบจุลินทรีย์นี้เอง เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิด โรคฟันผุและโรคปริทันต์ เมื่อรับประทานอาหารเข้าไป คราบจุลินทรีย์นี้ จะใช้น้ำตาลจากอาหาร สร้างกรดและสารพิษ โดยกรดจะทำลายเคลือบฟัน ทำให้ฟันผุ สารพิษจะทำให้เหงือกอักเสบ ทำให้เกิดโรคปริทันต์ ถ้าไม่กำจัดคราบจุลินทรีย์ โดยการทำความสะอาดฟัน และเหงือกอย่างดีทุกวัน คราบนี้จะเพิ่มมากขึ้น และทำอันตรายต่อฟันและเหงือก มักพบคราบจุลินทรีย์มาก โดยเฉพาะที่คอฟัน บริเวณขอบเหงือกและซอกฟัน สามารถใช้สีย้อม ให้เห็นคราบได้ชัดเจน แต่ในรายที่คราบหนามากๆ สามารถเห็นและรู้สึกได้ เมื่อใช้ลิ้นสัมผัสไปตามฟัน
     
ถาม : ความสำคัญและความจำเป็นในการขูดหินปูน
ตอบ : บนพื้นผิวหินน้ำลาย จะมีคราบจุลินทรีย์ปกคลุม หินน้ำลายที่โผล่พ้นขอบเหงือก จะมองเห็นได้ แต่ส่วนที่อยู่ใต้เหงือก จะมองไม่เห็น หินปูนหรือคราบจุลินทรีย์ ที่ยึดติดอยู่บนหินปูนใต้เหงือก ไม่สามารถกำจัดออกได้ โดยวิธีการทำความสะอาดฟันด้วยตัวเอง ต้องอาศัยทันตแพทย์ ช่วยกำจัดหินปูนให้ ทันตแพทย์จะขูดหินปูนออก ทั้งเหนือเหงือกและใต้เหงือก จากนั้นทำรากฟันให้เรียบ (root planning) ปราศจากสารพิษใดๆ เพื่อให้เหงือกยึดแน่น รอบตัวฟันเหมือนเดิม

การขูดหินปูนให้หมดจริงๆ อาจต้องใช้เวลาพอควร อาจต้องนัดครั้งละ 30-45 นาที เป็นเวลา 2-4 ครั้ง หรือมากกว่านั้น ขึ้นกับ ความมากน้อยของหินปูน ความลึกของร่องลึกปริทันต์ ความแข็งของหินปูนเป็นต้น

หลังจากนั้นประมาณ 4-6 อาทิตย์ ทันตแพทย์จะประเมินผลดูว่า ผู้ป่วยหายจากโรคปริทันต์หรือไม่ โดยดูลักษณะเหงือกว่า กลับสู่สภาพเดิมหรือยัง มีเลือดออกเวลาแปรงฟัน และเมื่อใช้เครื่องมือวัดร่องลึกปริทันต์ ว่าตื้นขึ้น หรือเข้าสู่ภาวะปกติหรือไม่ ถ้ายังมีความลึกของ ร่องลึกปริทันต์อยู่ ทันตแพทย์จะพิจารณาว่า ควรจะทำการผ่าตัดหรือไม่ ทั้งนี้ขึ้นกับ การร่วมมือของผู้ป่วย ในการทำความสะอาดด้วย แม้ว่าเหงือกจะกลับคืนสู่สภาวะปกติแล้ว แต่ถ้าผู้ป่วยละเลย ไม่ทำความสะอาด อย่างถูกต้องและสม่ำเสมอ ก็สามารถที่จะกลับมาเป็นโรคปริทันต์ได้อีก 
     
ถาม : ควรเริ่มขูดหินปูนตั้งแต่วัยใด
ตอบ : สามารถขูดหินปูนได้ทุกวัย แม้กระทั่งในวัยเด็กที่มีฟันน้ำนมขึ้นแล้วไปจนกระทั่งผู้สูงอายุ
     
ถาม : ระยะความถี่ห่างของการขูดหินปูนที่เหมาะสม
ตอบ : ในระยะแรกๆ หลังการขูดหินปูน ควรกลับมาให้ทันตแพทย์ ตรวจและทำความสะอาด ภายใน 2-3 เดือน จากนั้น ถ้าผู้ป่วยสามารถทำความสะอาดได้ดี ไม่มีเหงือกอักเสบ หรือไม่มีร่องลึกปริทันต์ ทันตแพทย์จะนัดผู้ป่วย มาตรวจและขูดหินปูน ภายใน 5-6 เดือน โดยทุกครั้ง จะดูความร่วมมือของผู้ป่วย และอาจทบทวน วิธีการทำความสะอาด ฟันและเหงือกด้วย
     
ถาม : การขูดหินปูนบ่อยๆ จะมีผลกระทบต่อฟันหรือไม่
ตอบ : ในบางครั้ง จะทำให้เกิดอาการเสียวฟันได้บ้าง ภายหลังการขูดหินปูน และอาจมีการเจ็บเหงือกบ้างบางครั้ง แต่การดูแลรักษาความสะอาดที่ถูกต้อง จะทำให้อาการดังกล่าวหายไป
     
ถาม : ถ้าไม่ขูดหินปูนจะเกิดผลเสียอย่างไร
ตอบ : จะทำให้เกิดโรคปริทันต์ โดยท่านอาจมีอาการดังนี้

  1. เลือดออกขณะแปรงฟัน
  2. เหงือกบวมแดง
  3. มีกลิ่นปาก
  4. เหงือกร่น
  5. มีหนองออกจากร่องเหงือก
  6. ฟันโยก
  7. ฟันเคลื่อนออกจากกัน
 
     
ถาม : ผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกกับเลือดหยุดยาก สามารถขูดหินปูนได้หรือไม่

ตอบ : ผู้ป่วยที่มีเลือดหยุดยาก ควรจะมีการปรึกษาแพทย์ เพื่อแพทย์จะได้ปรึกษา และวางแผนการรักษาร่วมกับทันตแพทย์ โดยอาจจะต้องหยุดยา ที่ทำให้เลือดแข็งตัวช้า หรือในกรณีที่มีเลือด ที่มีความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด อาจต้องให้เลือด หรือสารทดแทนก่อนขูดหินปูน เพื่อป้องกันปัญหาแทรกซ้อน หรือเลือดไหลไม่หยุด
     
ถาม : การป้องกันในการเกิดคราบหินปูน

ตอบ : ประกอบด้วยการทำความสะอาดฟัน นั้นคือ การแปรงฟันให้ถูกวิธี การทำความสะอาดซอกฟัน รวมทั้งการนวดเหงือก ซึ่งมีหลายวิธี เช่นการใช้เส้นใยขัดฟัน (flossing) ปุ่มนวดเหงือก (rubber tip) แปรงระหว่างซอกฟัน (proxmal brush) ผ้าก็อซ (gauze strip) ไม้กระตุ้นเหงือก การที่จะเลือกใช้อุปกรณ์ตัวใด ขึ้นอยู่กับการพิจารณา และคำแนะนำของทันตแพทย์
    
 
ถาม : ข้อแนะนำท้ายรายการ
ตอบ : ท่านสามารถป้องกันโรคฟันผุ และโรคปริทันต์ ได้โดยการกำจัดคราบจุลินทรีย์ ในช่องปากของท่าน โดยการ

  1. แปรงฟันวันละ 2 ครั้ง ตอนเช้าและก่อนนอน การแปรงฟันหลังอาหารทุกมื้อ เป็นสิ่งที่ดีมาก แต่ถ้าไม่สามารถกระทำได้ ให้บ้วนน้ำแรงๆ 2-3 ครั้ง หลังอาหาร
  2. ทำความสะอาดซอกฟัน อย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง
  3. หลีกเลี่ยงอาหารหวานๆ โดยเฉพาะระหว่างมื้อ
  4. พบทันตแพทย์อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง เพื่อตรวจสภาพเหงือกและฟัน เพื่อทำความสะอาดฟัน บริเวณที่เหลือ จากการทำความสะอาด และรับการรักษาระยะเริ่มแรก ก่อนที่ท่านจะต้องสูญเสียฟันของท่าน เนื่องจากโรคฟันผุและปริทันต์
 
 

ทพ. มหิศร วิเศษจัง
   
        
แหล่งข้อมูล : Siriraj E-Public Library - www.si.mahidol.ac.th

โพสต์โดยสมาชิกหมายเลข 1712 วันที่ 18 พ.ค. 2552

[ซื้อ 1 แถม 1] ไฟโซล่าเซลล์ ไฟสปอร์ตไลท์ LED โซล่าเซลล์สปอตไลท์ solar light กันน้ำและกันฟ้าผ่ เปิดปิดอัตโนมัติ

฿74 - ฿1,153

https://s.shopee.co.th/801HUF4aRi?share_channel_code=6


คราบหินปูน...มีอะไรที่ควรรู้..!!

Advertisement

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

 มารยาทในห้องประชุม....

มารยาทในห้องประชุม....


เปิดอ่าน 8,527 ครั้ง
คำคมโดนใจ.....จากแจ่มใส

คำคมโดนใจ.....จากแจ่มใส


เปิดอ่าน 8,406 ครั้ง
"ร้อยบุปผา"..วันอาทิตย์

"ร้อยบุปผา"..วันอาทิตย์


เปิดอ่าน 8,379 ครั้ง
วิธีทำให้ผมยาวเร็วขึ้น

วิธีทำให้ผมยาวเร็วขึ้น


เปิดอ่าน 8,398 ครั้ง
ไปด้วยกันมั๊ย.../

ไปด้วยกันมั๊ย.../


เปิดอ่าน 8,392 ครั้ง
"คิดถึง " กับภาพเหงาๆ

"คิดถึง " กับภาพเหงาๆ


เปิดอ่าน 8,537 ครั้ง

:: เรื่องปักหมุด ::

แนวปฏิบัติการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนข้าราชการ ครั้งที่ 2 (1 ตุลาคม 2552) เพิ่มเติม

แนวปฏิบัติการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนข้าราชการ ครั้งที่ 2 (1 ตุลาคม 2552) เพิ่มเติม

เปิดอ่าน 8,371 ☕ คลิกอ่านเลย

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
10 เหตุการณ์ .....ที่ทำให้เชื่อว่ามนุษย์ต่างดาวมีจริง
10 เหตุการณ์ .....ที่ทำให้เชื่อว่ามนุษย์ต่างดาวมีจริง
เปิดอ่าน 8,473 ☕ คลิกอ่านเลย

เคล็ดลับน่ารู้ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ....ไม่อ่านจะเสียใจนะ
เคล็ดลับน่ารู้ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ....ไม่อ่านจะเสียใจนะ
เปิดอ่าน 8,405 ☕ คลิกอ่านเลย

เผยแพร่นวัตกรรม
เผยแพร่นวัตกรรม
เปิดอ่าน 8,374 ☕ คลิกอ่านเลย

บลูเบอรี่
บลูเบอรี่
เปิดอ่าน 8,430 ☕ คลิกอ่านเลย

นาฬิกาหาย???
นาฬิกาหาย???
เปิดอ่าน 8,371 ☕ คลิกอ่านเลย

ผู้ชนะไม่เคยท้อถอย ผู้ท้อถอยไม่เคยชนะ
ผู้ชนะไม่เคยท้อถอย ผู้ท้อถอยไม่เคยชนะ
เปิดอ่าน 8,376 ☕ คลิกอ่านเลย

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ปลูกว่านเสริมชะตา
ปลูกว่านเสริมชะตา
เปิดอ่าน 19,745 ครั้ง

ผักสีสดช่วยคุณฟิตได้
ผักสีสดช่วยคุณฟิตได้
เปิดอ่าน 13,672 ครั้ง

กรมอนามัยแนะ4ขั้นตอนออกกำลังกายให้ปลอดภัย
กรมอนามัยแนะ4ขั้นตอนออกกำลังกายให้ปลอดภัย
เปิดอ่าน 17,442 ครั้ง

ชวนรู้เรื่อง "มะเร็งลำไส้"
ชวนรู้เรื่อง "มะเร็งลำไส้"
เปิดอ่าน 12,023 ครั้ง

พร้อมตอบคำถาม หม้อแปลงไฟฟ้า คืออะไร มีกี่ชนิด ทำงานอย่างไร
พร้อมตอบคำถาม หม้อแปลงไฟฟ้า คืออะไร มีกี่ชนิด ทำงานอย่างไร
เปิดอ่าน 1,636 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


· Technology
· บทความเทคโนโลยีการศึกษา
· e-Learning
· Graphics & Multimedia
· OpenSource & Freeware
· ซอฟต์แวร์แนะนำ
· การถ่ายภาพ
· Hot Issue
· Research Library
· Questions in ETC
· แวดวงนักเทคโนฯ

· ความรู้ทั่วไป
· คณิตศาสตร์
· วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
· ภาษาต่างประเทศ
· ภาษาไทย
· สุขศึกษาและพลศึกษา
· สังคมศึกษา ศาสนาฯ
· ศิลปศึกษาและดนตรี
· การงานอาชีพ

· ข่าวการศึกษา
· ข่าวตามกระแสสังคม
· งาน/บริการสังคม
· คลิปวิดีโอยอดนิยม
· เกมส์
· เกมส์ฝึกสมอง

· ทฤษฎีทางการศึกษา
· บทความการศึกษา
· การวิจัยทางการศึกษา
· คุณครูควรรู้ไว้
· เตรียมประเมินวิทยฐานะ
· ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
· เครื่องมือสำหรับครู

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ