ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


Advertisement

ข่าวการศึกษา     ความรู้ทั่วไป     งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคมเรื่องราวจากสมาชิก  ▶ ข่าว/บทความ ▶ หน้าแรก

การรักษาโรคตาแห้ง


เรื่องราวจากสมาชิก

8,942

views
Advertisement

การรักษาโรคตาแห้ง

❝ การรักษาโรคตาแห้ง ❞

การรักษาโรคตาแห้ง

ตาแห้ง คือ การที่ปริมาณน้ำตาที่มาหล่อเลี้ยง ให้ความชุ่มชื่นกับดวงตา เคลือบกระจกตาดำไม่พอ
การรักษาโรคตาแห้ง
ใครที่รู้ตัวว่าเป็นโรคตาแห้ง วันนี้เดลินิวส์ออนไลน์มีวิธีการรักษาโรคตาแห้งมาฝาก...

ตาแห้ง คือ การที่ปริมาณน้ำตาที่มาหล่อเลี้ยง ให้ความชุ่มชื่นกับดวงตา เคลือบกระจกตาดำไม่พอ พบในผู้ป่วยทุกเพศและทุกวัย แต่พบบ่อยมากในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน

การรักษาโรคตาแห้ง

1. ลดการระเหยของน้ำตาให้น้อยลง เป็นวิธีที่ง่ายและได้ผลดี คือ หลีกเลี่ยงการปะทะโดยตรงกับแดดและลม โดยสวมแว่นกันแดดเมื่ออยู่กลางแจ้ง ไม่นั่งในที่ที่มีลมพัดหรือแอร์เป่าใส่หน้า

2. กระพริบตาถี่ ๆ ในภาวะปกติคนเราจะกระพริบตานาทีละ 20-22 ครั้ง ทุกครั้งที่กระพริบตา เปลือกตาจะรีดผิวน้ำตาให้มาฉาบผิวกระจกตา แต่ถ้าในขณะที่จ้องหรือเพ่ง ตาจะลืมค้างไว้นานกว่าปกติ ทำให้กระพริบตาเพียง 8-10 ครั้ง น้ำตาก็จะระเหยออกไปมาก ทำให้ตาแห้งเพิ่มขึ้นจึงควรพักสายตา โดยการหลับตา กระพริบตา หรือลุกขึ้นเปลี่ยนอิริยาบถ ประมาณ 2-3 นาที ในทุกครึ่งชั่วโมง

3. สำหรับผู้ที่ตาแห้งมาก อาจใช้กรอบแว่นชนิดพิเศษที่มีแผ่นคลุมปิดกันลมด้านข้าง แว่นชนิดนี้มีคุณสมบัติช่วยครอบทั้งดวงตาและป้องกันลมด้วย หรือจะใช้แผ่นซิลิโคนชนิดพิเศษที่ใสบางและนุ่ม นำมาตัดให้เข้ากับด้านข้างของกรอบแว่นตาคู่เดิม ซึ่งเรียกว่า Moist Chamber

4. ใช้น้ำตาเทียม หรือ ยาหยอดตาที่ใช้เพื่อหล่อลื่นและให้ความชุ่มชื้นกับผู้ที่ตาแห้ง น้ำตาเทียมมี 2 ชนิด คือ
  • น้ำตาเทียมชนิดน้ำ เหมาะที่จะใช้ในเวลากลางวัน เพราะไม่เหนียว และไม่ทำให้ตามัว แต่มีข้อจำกัด คือ ต้องหยอดตาบ่อย

  • น้ำตาเทียมชนิดเจลและขี้ผึ้ง มีลักษณะเหนียว หล่อลื่นและคงความชุ่มชื้นได้นานกว่าชนิดน้ำ แต่จะทำให้ตามัวชั่วขณะหลังป้ายยา จึงควรใช้ป้ายตาแต่น้อยก่อนเข้านอน
การรักษาด้วยวิธีใช้น้ำตาเทียม เวลาในการหยอดตาจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการตาแห้ง หากวันใดไม่ถูกลม แล้วรู้สึกสบายตาก็ไม่จำเป็นต้องหยอด แต่ถ้ารู้สึกเคืองตามาก ก็หยอดบ่อย ๆ ได้ตามความต้องการ
ข้อควรระวังในการใช้น้ำตาเทียม

ผู้ป่วยที่ตาแห้งน้อย หยอดตาไม่เกินวันละ 4-5 ครั้ง สามารถใช้ยาหยอดตาชนิดขวดที่มีสารกันบูดได้ กรณีผู้ป่วยที่ตาแห้งมาก และหยอดตามากกว่าวันละ 6 ครั้ง จักษุแพทย์จะสั่งน้ำตาเทียมชนิดพิเศษที่ไม่มีสารกันบูด (Preservative-Free Tear) ให้ใช้แทน ซึ่งมีข้อจำกัด คือ ยาจะบรรจุในหลอดเล็ก เมื่อเปิดใช้แล้วต้องใช้ให้หมดภายใน 16 ชั่วโมง หากใช้นานกว่านี้ อาจะเกิดการปนเปื้อนของเชื้อโรค

5. การอุดรูระบายน้ำตา สำหรับผู้ที่มีอาการตาแห้งอย่างรุนแรง จักษุแพทย์จะใช้วิธีอุดรูระบายน้ำตาเพื่อขังน้ำตาที่มีอยู่ให้หล่อเลี้ยงตาอยู่ได้นาน ๆ ไม่ปล่อยให้ไหลทิ้งไป เหมือนกับการสร้างเขื่อนกั้นเก็บกักน้ำไว้ใช้

วิธีและขั้นตอนในการอุดรูระบายน้ำตามี 2 วิธี คือ
  • การอุดแบบชั่วคราว จักษุแพทย์จะสอดคอลลาเจนขนาดเล็กเข้าไปในรูท่อน้ำตา ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกสบายตาขึ้น โดยคอลลาเจนจะสลายไปเอง ภายใน 3 สัปดาห์

  • สำหรับผู้ป่วยที่มีน้ำตาแห้งมาก จักษุแพทย์จะอุดรูระบายน้ำตาแบบถาวรให้ ทั้งนี้ จะใช้วิธีใดขึ้นอยู่กับความเหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย
รู้อย่างนี้แล้ว ก็อย่าลืมดูแลตัวเองไม่ให้เป็นโรคตาแห้งจะดีกว่า.


ที่มาข้อมูล : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
ข้อมูลโดย : นิตยสาร หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

โพสต์โดยสมาชิกหมายเลข 1756 วันที่ 20 พ.ค. 2552


การรักษาโรคตาแห้ง

Advertisement

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

สมาธิ...วัยเรียน วัยทำงาน

สมาธิ...วัยเรียน วัยทำงาน


เปิดอ่าน 8,950 ครั้ง
¤ โปรดอ่านนี่คือคำเตือน ¤

¤ โปรดอ่านนี่คือคำเตือน ¤


เปิดอ่าน 8,951 ครั้ง
แตงโม...มีทีเด็ดๆ

แตงโม...มีทีเด็ดๆ


เปิดอ่าน 8,964 ครั้ง

:: เรื่องปักหมุด ::

นิทานสอนใจ   เล่าให้นักเรียนฟัง...ทำไมหมาจึงหวงก้าง...?

นิทานสอนใจ เล่าให้นักเรียนฟัง...ทำไมหมาจึงหวงก้าง...?

เปิดอ่าน 8,953 ☕ คลิกอ่านเลย

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก เมื่อวันที่ 07-07-07 ได้แก่...
1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก เมื่อวันที่ 07-07-07 ได้แก่...
เปิดอ่าน 8,961 ☕ คลิกอ่านเลย

 งานวิจัยเรื่อง การสร้างและหาประสิทธิภาพหนังสืออ่านเพิ่มเติม กลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ห
งานวิจัยเรื่อง การสร้างและหาประสิทธิภาพหนังสืออ่านเพิ่มเติม กลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ห
เปิดอ่าน 8,962 ☕ คลิกอ่านเลย

ธรรมใด ก็ไร้ค่า ถ้าไม่ทำ
ธรรมใด ก็ไร้ค่า ถ้าไม่ทำ
เปิดอ่าน 8,933 ☕ คลิกอ่านเลย

เล่ยกวงอี่ว์ : ฝนน้ำตา (ฟังเพลง)
เล่ยกวงอี่ว์ : ฝนน้ำตา (ฟังเพลง)
เปิดอ่าน 8,939 ☕ คลิกอ่านเลย

ชีวิตครู ตอน เมื่อผมเป็นครูสอนหมอ(ดู)
ชีวิตครู ตอน เมื่อผมเป็นครูสอนหมอ(ดู)
เปิดอ่าน 8,971 ☕ คลิกอ่านเลย

   มาแล้ว  10 อันดับกับ เมืองน่าอยู่ ของเอเชีย ! ! ! กรุงเทพฯ โดนแซง...
มาแล้ว 10 อันดับกับ เมืองน่าอยู่ ของเอเชีย ! ! ! กรุงเทพฯ โดนแซง...
เปิดอ่าน 8,942 ☕ คลิกอ่านเลย

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ทำไมตรุษจีน จึงจุดประทัดและเชิดสิงโต
ทำไมตรุษจีน จึงจุดประทัดและเชิดสิงโต
เปิดอ่าน 16,337 ครั้ง

ย้อนอดีตสอนภาษาไทย : แจกลูก-สะกดคำ
ย้อนอดีตสอนภาษาไทย : แจกลูก-สะกดคำ
เปิดอ่าน 39,115 ครั้ง

กฎสามส่วน (Rule of Third)
กฎสามส่วน (Rule of Third)
เปิดอ่าน 52,339 ครั้ง

โรคตาแดง
โรคตาแดง
เปิดอ่าน 16,978 ครั้ง

Verb Tenses (Past Tenses )
Verb Tenses (Past Tenses )
เปิดอ่าน 56,688 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


· Technology
· บทความเทคโนโลยีการศึกษา
· e-Learning
· Graphics & Multimedia
· OpenSource & Freeware
· ซอฟต์แวร์แนะนำ
· การถ่ายภาพ
· Hot Issue
· Research Library
· Questions in ETC
· แวดวงนักเทคโนฯ

· ความรู้ทั่วไป
· คณิตศาสตร์
· วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
· ภาษาต่างประเทศ
· ภาษาไทย
· สุขศึกษาและพลศึกษา
· สังคมศึกษา ศาสนาฯ
· ศิลปศึกษาและดนตรี
· การงานอาชีพ

· ข่าวการศึกษา
· ข่าวตามกระแสสังคม
· งาน/บริการสังคม
· คลิปวิดีโอยอดนิยม
· เกมส์
· เกมส์ฝึกสมอง

· ทฤษฎีทางการศึกษา
· บทความการศึกษา
· การวิจัยทางการศึกษา
· คุณครูควรรู้ไว้
· เตรียมประเมินวิทยฐานะ
· ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
· เครื่องมือสำหรับครู

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ