การรักษาอาการ ไมเกรน ด้วยอาหาร
|
อาการปวดศีรษะจากไมเกรนหลายๆ คนคงรู้ซึ้งดี วันนี้มีคำแนะนำเกี่ยวกับวิธีรักษามาฝากค่ะ...
|
ไมเกรนคืออะไร
อาการ ปวดหัวแบบ ไมเกรน จะเป็นอาการปวดที่สร้างความรำคาญ ทรมานให้กับผู้ป่วย โดยจะมีตั้งแต่ระดับปานกลางไปจนถึงมากจนกระทบกับการด ำรงชีวิตประจำวัน อาจจะมีอาการปวดตุ๊บๆ แถวขมับ หรืออาจจะจะปวดบริเวณเบ้าตาเหมือนหัวใจเต้นตุ๊บๆ ที่ปวดน้อยๆ มักจะไม่ใช่ไมเกรน อาการปวดไมเกรน อาจจะปวดได้นาน 2-3 วันหรืออาจจะปวด 2-4 ชั่วโมง และอาจจะมีอาการคลื่นไส้อาเจียน อาการปวดไมเกรนเวลาหายปวดจะหายสนิท อาการปวดไมเกรน มักจะมีอาการนำมาก่อนที่จะเกิดอาการปวด เรียก Aura อาจจะเห็นแสงแวบ แสงจ้า ตาพร่ามัว ซึ่งเป็นช่วงสั้นๆ ก่อนจะมีอาการปวดไม่แน่เสมอไปที่ว่าอาการปวดหัวข้างเดียวคืออาการปวดไมเกรน อาจจะเกิดจากสาเหตุอื่น เช่น คอตกหมอน เนื้องอก เป็นต้น
สารอาหารที่มีหลักฐานการวิจัยว่าช่วยรักษาอาการไมเกรน
สารอาหารที่พบว่ามีหลักฐานยืนยันอย่างชัดเจน
► 5-HTP
► แคลซียม /แมกนีเซียม
► Feverfew
► Riboflavin (Vitamin B2)
สารอาหารที่พบว่าน่าจะมีผล
► St. John's wort
นอก จากนี้แล้วอาหารพวก วิตามินบี ก็มีรายงานว่าสามารถช่วยในรายที่มีอาการไมเกรน บ่อยได้ อีกทั้งการรับประทานอาการพวกปลาซึ่งจะมีสารอาหาร Omega-3 ก็จะทำให้ลดการเกิดอาการไมเกรนได้
วิธีรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
ทั้ง แคลซียม และ แมกนีเซียม สารอาหารที่ดีในการช่วยป้องกันอาการไมเกรน คือพวกมันจะไปบำรุงระบบหลอดเลือดและการทำงานของสารสื ่อประสาท ยังมีรายงานด้วยว่าคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับไมเกรนมักจะ มีอาการขาด แมกนีเซียม และทั้ง แคลซียม และ แมกนีเซียมเป็นสารอาหารที่สามารถรับประทานได้ต่อเนื่ องได้โดยไม่มีปัญหา
นอกจากนี้ยังมีสารอาหารอีก 3 ชนิดที่ช่วยป้องกันและลดโอกาสเกิดอาการไมเกรน
ตัวหนึ่งนั้นคือ Feverfew มันจะไปยับยั้งการขยายตัวของหลอดเลือดเล็กๆ ในสมอง ตัวถัดมาคือ 5-HTP มันจะไปช่วยเพิ่มปริมาณ Serotonin ในสมอง ที่จะสามารถยับยั้งการเกิดไมเกรนได้ สุดท้ายก็วิตามินบี2 (Riboflavin) ซึ่งจะช่วยการสร้างเซลของหลอดเลือด ทั้ง 3 ตัวนี้สามารถใช้ร่วมกันหรือรับประทานตัวใดตัวหนึ่ง โดยควรจะรับประทานติดต่อกันอย่างน้อย 3 สัปดาห์
เรามักจะเห็นแพทย์อาจจ่ายยากลุ่ม รักษาอาการซึมเศร้า (Antidepressant) แก่ผู้ป่วย ไมเกรน จึงเชื่อว่า St. John's wort
ซึ่งยังไม่มีการทดสอบในกลุ่มผู้ป่วยไมเกรนและมันมีผลต่อการสร้าง Serotonin เช่นกันก็มีบางท่านเชื่อว่ามันน่าจะมีผลดีคล้ายกับการรับประทานยากลุ่มรักษาอาการซึมเศร้า (Antidepressant) ถ้าจะรับประทาน St. John's wort ต้องรับประทาน 900 มิลลิกรัมติดต่อกันอย่างน้อย 4-6 สัปดาห์จึงจะเห็นผล
วิธีการรับประทานอาหารสำหรับผู้ป่วยไมเกรน
อาหารบางชนิดที่เรารับประทานเข้าอาจจะมีสารบางอย่างที่ไปกระตุ้นให้เกิดอาการไมเกรนได้ ดังนั้นผู้มีแนวโน้มว่าจะเป็นโรค ไมเกรน ควรที่จะหลีกเลี่ยงอาหารเหล่านี้
1. หลีกเลี่ยงอาหารที่จะกระตุ้นอาการปวดไมเกรน
► อาหารที่มีไทรามีน (Tyramine) ไทรามีนเป็นเอมีนชนิดหนึ่ง พบได้มากในอาหารพวก เนย ชีส ช็อคโกแลต กล้วยสุก ส้ม ไวน์แดง เป็นต้น อย่างไรก็ตามไม่ใช่คนที่เป็น ไมเกรน จะตอบสนองต่ออาหารที่มีไทรามีนทุกคน
► สารปรุงแต่งอาหาร สารที่แต่งอาหารบางชนิดก็มีผลเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดอาการ ไม่เกรนได้ เช่น
► สารไนไตรด ไนเตรด ซึ่งจะพบในอาหารพวก เบคอน ไส้กรอก ซาเซมิ แฮม
► สารแต่งรส เช่น ผงชูรส แอสปาแตม (Aspatame)
2. ลดการดื่มเหล้าหรือเครื่องดื่มที่ผสมแอลกอฮอล์ และคาเฟอีน เนื่องจากสารเหล่านี้หากดื่มในปริมาณมากจะไปมีผลต่อการขยายตัวของหลอดเลือด หรือมีผลต่อสุขภาพการนอนหลับได้ ทำให้มีผลต่อการเกิดไมเกรนได้เช่นกัน
|
|
ทีมา จันทร์เจ้าขาดอทคอม
วันที่ 3 มิ.ย. 2552
Advertisement
 เปิดอ่าน 8,960 ครั้ง  เปิดอ่าน 9,017 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,982 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,981 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,992 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,975 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,977 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,996 ครั้ง  เปิดอ่าน 9,010 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,998 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,983 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,977 ครั้ง  เปิดอ่าน 9,010 ครั้ง  เปิดอ่าน 9,081 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,987 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,982 ครั้ง
|

เปิดอ่าน 9,020 ☕ คลิกอ่านเลย |

เปิดอ่าน 8,987 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 8,969 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 8,959 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 9,026 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 9,022 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 8,964 ☕ คลิกอ่านเลย |
|
≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡ 
เปิดอ่าน 32,340 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 55,380 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 13,933 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 13,754 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 14,834 ครั้ง |
|
|