ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม > โบราณคดีพระราชวังจันทร์ พิษณุโลก

โบราณคดีพระราชวังจันทร์ พิษณุโลก

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 17 มิ.ย. 2551 เปิดอ่าน : 32,897 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
โบราณคดีพระราชวังจันทร์ พิษณุโลก

Advertisement

พระราชวังจันทร์ พิษณุโลก



พระราชวังจันทร์ ตั้งอยู่ภายในกำแพงเมืองพิษณุโลก บนฝั่งแม่น้ำน่านด้านทิศตะวันตก ตรงข้ามกับวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ เป็นพระราชวังเมืองพิษณุโลกที่เคยเป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์ตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนต้น สมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระราชสมภพที่พระราชวังแห่งนี้

ทางด้านทิศใต้มีวัดวิหารทอง และวัดศรีสุคต ซึ่งน่าจะเป็นวัดประจำพระราชวัง เช่นเดียวกับวัดพระศรีสรรเพชญ เป็นวัดประจำพระราชวังกรุงศรีอยุธยา

เมืองพิษณุโลก เป็นเมืองที่ตั้งคร่อมสองฝั่งแม่น้ำน่านหรือเป็นลักษณะเมืองอกแตกที่มีแม่น้ำไหลผ่านกลางเมือง จากแนวกำแพงเมืองทางด้านทิศเหนือไปออกกำแพงเมืองด้านทิศใต้ เป็นเมืองที่มีกำแพงล้อมรอบ เมืองพิษณุโลกในทางประวัติศาสตร์มีชื่อเรียกเป็นอย่างอื่นอีกสองชื่อ คือสองแควกับชัยนาท

เมืองสองแคว เป็นชื่อดั้งเดิมที่ปรากฏหลักฐานในศิลาจารึกสมัยสุโขทัยยุคต้น เพราะมีแม่น้ำไหลผ่านเมืองสองสายคือแม่น้ำน่านกับแม่น้ำน้อย เป็นเมืองสำคัญของอาณาจักรสุโขทัย โดยเฉพาะในสมัยพระมหาธรรมราชาลิไท ได้เสด็จมาประทับที่เมืองสองแควถึง 7 ปี(พ.ศ.1905-1912)

เมืองชัยนาท ชื่อที่ปรากฏในหนังสือชินกาลมาลีปกรณ์ แต่งโดยพระรัตนปัญญาเถระ เมื่อพ.ศ.2060 และในหนังสือลิลิตยวนพ่าย แต่งขึ้นหลัง พ.ศ.2031 นอกจากนี้พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาได้กล่าวถึงสมเด็จพระนครินทราชาธิราช พระมหากษัตริย์กรุงศรีอยุธยา(พ.ศ.1952-1967) ให้โอรสคือเจ้าสามพระยาไปครองเมืองชัยนาท ต่อมาเจ้าสามพระยาได้ครองกรุงศรีอยุธยา ทรงพระนามว่าสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 (พ.ศ.1967-1991)

เมืองชัยนาทที่ระบุในเอกสารดังกล่าวข้างต้น ศาสตราจารย์ ดร.ประเสริฐ ณ นคร ได้แสดงหลักฐานที่ชี้ให้เห็นจนเป็นที่ยอมรับว่า ชัยนาทเป็นชื่อหนึ่งของพิษณุโลก หาใช่เมืองชัยนาทในเขตจังหวัดชัยนาทปัจจุบัน

นายพิเศษ เจียจันทน์พงษ์ ได้กล่าวให้เหตุผลไว้ว่า เมืองพิษณุโลกฝั่งตะวันออกที่มีวัดพระศรีรัตนมหาธาตุเป็นศูนย์กลาง คือเมืองสองแคว เป็นเมืองที่มีมาแล้วตั้งแต่สมัยสุโขทัยยุคต้นๆ โบราณสถานสำคัญที่กำหนดอายุในสมัยสุโขทัย ได้แก่ พระอัฏฐารศในพระวิหารเก้าห้อง ทางด้านทิศตะวันออกของพระปรางค์ประธานวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ และพระเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์วัดเจดีย์ยอดทอง ตั้งอยู่นอกเมืองทางด้านทิศตะวันออก

ส่วนฝั่งตะวันตกของแม่น้ำน่านคือเมืองชัยนาท ที่เจ้าสามพระยาได้สถาปนาขึ้นพร้อมกับพระราชวังจันทน์ที่เป็นศูนย์กลางอำนาจทางการปกครอง นอกจากนี้ยังพบว่าโบราณสถานสำคัญฝั่งตะวันตก ได้แก่วัดวิ หารทอง วัดศรีสุคตและวัดโพธิ์ทอง ล้วนมีรูปแบบที่อยู่ในช่วงระยะเวลาที่ตรงกับสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น

ส่วนชื่อเมืองพิษณุโลกนั้นน่าจะเรียกในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ(พ.ศ.1991-2031) ภายหลังจากทรงลาผนวชเมื่อ พ.ศ.2008 และโปรดฯ ให้ก่อกำแพงเมือง เพื่อเชื่อมเมืองทั้งสองสมัยบนสองฝั่งแม่น้ำให้เป็นเมืองเดียวกัน

สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงกล่าวถึงวังจันทน์เมืองพิษณุโลก ในสาสน์สมเด็จลายพระหัตถ์ลงวันที่ 5 พฤษภาคม 2481 ว่า คำว่าวังจันทน์ น่าจะมาจากคำว่า ตำหนักจันทน์หรือเรือนจันทน์ ในสมัยโบราณเรือนที่อยู่อาศัยทำด้วยไม้ทั้งสิ้น แต่สำหรับเรือนของพระเจ้าแผ่นดิน และเจ้านายที่ศักดิ์สูง เรือนจะสร้างด้วยไม้จันทน์ที่มีกลิ่นหอม คำว่าวังจันทน์ จึงน่าจะมาจากวังตำหนักจันทน์

สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงครองเมืองพิษณุโลก เสด็จประทับที่วังจันทน์มาก่อน ต่อมาทรงสร้างวังสำหรับประทับเวลาที่เสด็จลงมากรุงศรีอยุธยา พระราชพงศาวดารเรียกวังที่สร้างใหม่ว่า วังใหม่ จนสมัยเมื่ออพยพผู้คนเมืองเหนือลงมากรุงศรีอยุธยา พวกชาวเมืองเหนือที่ตามเสด็จเรียกวังใหม่ว่า วังจันทน์ เหมือนวังที่เคยประทับที่เมืองพิษณุโลก วังจันทน์เมืองพิษณุโลกจึงเป็นต้นเค้าชื่อเรียกวังจันทน์เกษมของกรุงศรีอยุธยา

เรื่องราวเกี่ยวกับพระราชวังจันทน์พิษณุโลก ปรากฏหลักฐานในหนังสือจดหมายระยะทางไปพิษณุโลก พระนิพนธ์สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ พ.ศ.2444 คราวเสด็จเมืองพิษณุโลก เกี่ยวกับการหล่อพระพุทธชินราชที่จะอัญเชิญมาประดิษฐานเป็นพระประธานในพระอุโบสถวัดเบญจมบพิตร ทรงกล่าวถึงวังเมืองพิษณุโลกว่า

“..มีกำแพงสองชั้น ด้านทิศตะวันออกคงจะเป็นหน้าวัง ส่วนนอกกำแพงวังด้านทิศตะวันตกมีสระใหญ่ เรียกหนองสองห้อง และมีรับสั่งให้ขุนศรีเทพบาลทำแผนที่วัง...”

ในปี พ.ศ.2444 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสหัวเมืองฝ่ายเหนือ เพื่อทรงนมัสการพระพุทธชินราช และทรงหล่อพระพุทธชินราชจำลองที่เมืองพิษณุโลก มีพระราชหัตถเลขาเกี่ยวกับพระราชวังจันทน์ไว้ว่า

“มีกำแพงวังสองชั้น กำแพงวังชั้นนอกทรุดโทรมเหลือพ้นดินเล็กน้อย กำแพงวังชั้นในยังเหลือถึง 2 ศอกเศษ ในวังยังมีฐานซึ่งเข้าใจว่าเป็นพระที่นั่ง โดยยาว 22วา กว้าง 7วา มีกำแพงแก้วล้อมรอบ เหมือนพระที่นั่งจันทรพิศาล เมืองลพบุรี ฝีมือจะเป็นครั้งกรุงเก่า”



ขุดแต่ง–อนุรักษ์–พัฒนา



ภายหลังสงครามอะแซหวุ่นกี้ ในปี พ.ศ.2318 พระราชวังจันทน์คงถูกทิ้งร้างให้ทรุดโทรมและพัง ทลายลงตามลำดับ แต่ความสำคัญและความทรงจำของผู้คนเกี่ยวกับพระราชวังเมืองพิษณุโลกยังคงมีอยู่ตลอด

ในปี พ.ศ.2474 กระทรวงศึกษาธิการได้ย้ายโรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคมจากฝั่งวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ มาตั้งในบริเวณพระราชวังจันทน์ กระทั่งในปี พ.ศ.2479 กรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานพระราชวังจันทน์ และในปี พ.ศ.2537 ประกาศขอบเขตที่ดินโบราณสถานตามประกาศในราชกิจจานุเบกษาจำนวนพื้นที่ 128 ไร่ 2 งาน 50 ตารางวา

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติโครงการบูรณะพระราชวังจันทน์ และย้ายโรงเรียนพิษณุโลกฯ เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2545 เงินงบประมาณที่อนุมัติ 403,034,900 บาท แบ่งเป็นงบประมาณในส่วนของกรมศิลปากรจำนวน 261 ล้านบาทเศษ และงบประมาณในส่วนของกรมสามัญศึกษาจำนวน 141 ล้านบาทเศษ

สำนักศิลปากรที่ 6 สุโขทัย ได้มอบหมายให้มหาวิทยาลัยนเรศวรพิษณุโลกจัดทำแผนแม่บทโครงการบูรณะพระราชวังจันทน์ และย้ายโรงเรียนพิษณุโลกฯ ในปี พ.ศ.2546 เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินงานอนุรักษ์พัฒนาพระราชวังจันทน์และพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง โดยมีแนวทางการดำเนินงานโยกย้ายบ้านเรือนราษฎร ที่ทำการราชการ สำรวจขุดค้นขุดแต่งโบราณคดี บูรณะโบราณสถาน ควบคุมการใช้ที่ดินในเขตพระราชวังและพื้นที่แวดล้อม ปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์มีความกลมกลืนและสอดคล้องกับโบราณสถาน เป็นต้น

จากการขุดค้นโบราณคดีบริเวณพื้นที่โรงเรียนพิษณุโลกฯ ครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.2535 มาถึงปัจจุบันพบว่าพระราชวังนี้มีการก่อสร้างซ้อนทับ 3 สมัย ภาพรวมสมัยที่ 1 ร่องรอยเป็นแนวเขื่อนก่ออิฐ บริเวณพื้นที่ทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือ หลักฐานมีไม่มาก เนื่องจากระดับพื้นใช้งานอยู่ต่ำกว่าระดับแนวโบรารสถานในสมัยหลัง

สมัยที่ 2 อยู่ในช่วงหลังสมัยที่ 1 ขอบเขตพระราชวังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า วางตัวในแกนทิศเหนือ-ใต้ เบนไปทางทิศตะวันตกเล็กน้อย พระราชวังหันหน้าไปทางตะวันออกสู่แม่น้ำน่าน กำแพงด้านนอกขอบเขตโดย รวม185 เมตร ยาว300 เมตร กำแพงหนา 1 เมตร นอกจากนี้พบแนวกำแพงกั้นแบ่งพื้นที่พระราชวังออกเป็น 3 ส่วน ชั้นนอก กลางและใน เช่นเดียวกับพระราชวังโบราณกรุงศรีอยุธยา และพระนารายณ์ราชนิเวศน์ เมืองลพบุรี

สมัยที่ 3 อยู่ในช่วงสุดท้ายพระราชวัง ซากสิ่งก่อสร้างเห็นได้ชัดที่สุด คือแนวกำแพงวังสองชั้น กำแพงชั้นนอกขอบเขตกว้าง 192.5 เมตร ยาว 267.5 เมตร ก่ออิฐเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าครอบคลุมพื้นที่พระราชวัง ตามแนวกำแพงมีกรอบรูปที่เรียกว่าทิมดาบ ขนาดความยาว 7 เมตรเป็นระยะต่อ เนื่องกันไป นอกจากนี้ยังพบช่องประตูด้านตะวันออกและตก ตรงกับประตูกำแพงชั้นนอก ด้านหน้าทิศเหนือก่อเป็นมุขยื่นออกมา อาคารหลังนี้น่าจะตรงกับพระราชหัตถเลขารัชกาลที่ 5 ทรงกล่าวว่าเหมือนพระที่นั่งจันทรพิศาล เมืองลพบุรี

โบราณวัตถุที่ขุดค้นพบ เช่น กระเบื้องมุงหลังคาดินเผาแบบกาบกล้วย แผ่นดินเผาสำหรับปูพื้นตะปูจีน(ยึดเครื่องไม้) ภาชนะดินเผารูปแบบต่างๆ จากแหล่งเตาเผาบ้านเตาไห เตาตาปะขาวหายพิษณุโลก เตาแม่ น้ำน้อยสิงห์บุรี เตาทุเรียงเมืองสุโขทัย และเตาเผาเมืองศรีสัชนาลัย เครื่องถ้วยราชวงศ์หยวน-หมิง-ชิง เป็นต้น

ปีงบประมาณ 2552 ทำการปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์ในเขตพระราชวัง ขุดค้นขุดแต่งโบราณคดีบริเวณวัดวิหารทอง กำแพงเมืองพิษณุโลกบริเวณวัดโพธิญาณ รื้อย้ายบ้านเรือนราษฎรในเขตโบราณสถานจำนวน 137 หลัง และสร้างอาคารศูนย์ประวัติศาสตร์พระราชวังจันทน์ 1 หลัง

พระราชวังจันทน์เมืองพิษณุโลก นับเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญยิ่งแห่งหนึ่งของประเทศไทย เป็นหลักฐานทางกายภาพที่สัมผัสได้ แสดงถึงประวัติศาสตร์อันรุ่งโรจน์และยาวนานของเมืองพิษณุโลก อันนอก เหนือที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม หมายถึงคนในถิ่นด้านเศรษฐกิจ เป็นแหล่งเรียนรู้ของผู้คนทุกระดับ

รวมทั้งจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของเมืองพิษณุโลก



สัญจร/อนันต์ ชูโชติ
ผอ.สำนักศิลปากรที่ 6 สุโขทัย


แหล่งข้อมูลจาก สยามรัฐ

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> โบราณคดีพระราชวังจันทร์ พิษณุโลก , , โบราณคดีพระราชวังจันทร์ , พิษณุโลก << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
140 ที่สุดในโลก

140 ที่สุดในโลก
เปิดอ่าน 33,238 ครั้ง
คลิกอ่าน!
วันมาฆบูชา

วันมาฆบูชา
เปิดอ่าน 17,219 ครั้ง
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
ประวัติศาสตร์ไทย

ประวัติศาสตร์ไทย
เปิดอ่าน 35,765 ครั้ง
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
เทศกาล ไหว้พระจันทร์ ☕ คลิกอ่านเลย
เทศกาล ไหว้พระจันทร์
เปิดอ่าน 13,689 ครั้ง
ประวัติศาสนาพุทธ☕ คลิกอ่านเลย
ประวัติศาสนาพุทธ
เปิดอ่าน 15,883 ครั้ง
มรรค 8 ( อัฏฐังคิกมรรค ) ☕ คลิกอ่านเลย
มรรค 8 ( อัฏฐังคิกมรรค )
เปิดอ่าน 47,992 ครั้ง
ประชาธิปไตย คืออะไร☕ คลิกอ่านเลย
ประชาธิปไตย คืออะไร
เปิดอ่าน 70,879 ครั้ง
9 มิ.ย.ของทุกปีเป็น "วันรัฐพิธี" ตามมติ ครม.☕ คลิกอ่านเลย
9 มิ.ย.ของทุกปีเป็น "วันรัฐพิธี" ตามมติ ครม.
เปิดอ่าน 7,502 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

การลำดับรุ่นเครื่องคอมพิวเตอร์การลำดับรุ่นเครื่องคอมพิวเตอร์
เปิดอ่าน 14,030 ครั้ง
มรดกโลกของไทย มรดกโลกของไทย
เปิดอ่าน 16,010 ครั้ง
งานบันทึกเสียงมีความเป็นมาอย่างไร?งานบันทึกเสียงมีความเป็นมาอย่างไร?
เปิดอ่าน 17,230 ครั้ง
7 หลักเลี่ยงไขมันพอกตับ7 หลักเลี่ยงไขมันพอกตับ
เปิดอ่าน 9,157 ครั้ง
ทำไมเครื่องบินกระดาษจึงบินได้ทำไมเครื่องบินกระดาษจึงบินได้
เปิดอ่าน 30,833 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ