ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > เรื่องราวจากสมาชิก > ปทุมมา' ไม้ดอกล้ำค่า ....มากสรรพคุณทางยา....สร้างรายได้
ปทุมมา' ไม้ดอกล้ำค่า ....มากสรรพคุณทางยา....สร้างรายได้
✎ โพสต์เมื่อวันที่ : 17 ส.ค. 2552 เปิดอ่าน : 2,527 ครั้ง
Advertisement

☰แชร์เลย >  
เพิ่มเพื่อน
ปทุมมา

Advertisement

ปทุมมา' ไม้ดอกล้ำค่า



มากสรรพคุณทางยา...สร้างรายได้


"ปทุมมา" เป็นดอกไม้ที่มีสีสันสวยงามสะดุดตาและมีความคงทน แต่คนไทยน้อยคนนักที่ จะรู้จัก ในขณะที่ชาวต่างชาติกลับชื่นชม ให้ความสนใจนำปทุมมาไปปรับปรุงสายพันธุ์ให้มีความสวยงามโดดเด่นเพิ่มมากขึ้น ปัจจุบันเกษตรกรไทยได้พัฒนาดอกไม้ชนิดนี้จนกลายเป็นดอกไม้ ส่งออกสร้างรายได้เข้าประเทศมากเป็นอันดับ 2 รองจากกล้วยไม้ นับเป็นดอกไม้ที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์เป็นสมบัติของชาติ
   
ประวัติการค้นพบปทุมมา  มีมายาวนาน รศ.ดร.สุรวิช วรรณไกรโรจน์ อาจารย์คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับเขตร้อน เล่าว่า เริ่มจากการค้นพบไม้พื้นเมืองสายพันธุ์หนึ่งของ พระยาวินิจวนันดร นักธรรมชาติวิทยาที่มีชื่อเสียงของไทยในอดีต โดยท่านได้ค้นพบในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีลักษณะช่อดอกคล้ายดอกบัวที่ชาวบ้านเรียกว่า ดอกกระเจียว จึงตั้งชื่อว่า กระเจียวบัว ต่อมาได้นำไป  ถวายแด่ พระวินัยโกศล แห่งวัดเจดีย์หลวง จังหวัดเชียงใหม่ กระเจียวบัวจึงถูกตั้งชื่อใหม่ว่า 
"ปทุมมา"  ซึ่งคำว่า ปทุม แปลว่า ดอกบัว และมา แปลว่า ดวงจันทร์ จึงแปลว่า ดอกบัวของดวงจันทร์
   
จากนั้นในปี พ.ศ. 2519 ดร.พิศิษฐ์ วรอุไร ผู้เชี่ยวชาญด้านไม้ดอกไม้ประดับ นำมาเพาะปลูก โดยนำไปปลูกที่โครงการหลวงห้วยทุ่งจ๊อ และพื้นที่อื่น ๆ ของจังหวัดเชียงใหม่จนเป็นที่แพร่หลายและเริ่มมีการส่งออกเหง้าของปทุมมาพันธุ์นี้ไปต่างประเทศครั้งแรกคือ ที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2528 จนกระทั่งปทุมมากลายเป็นไม้ดอกเศรษฐกิจที่สำคัญในการส่งออกสู่ตลาดโลกสูงเป็นอันดับ 2 ของไทยรองจากกล้วยไม้ รวมทั้งเป็นที่ประทับใจและชื่นชอบของชาวต่างประเทศจนได้สมญาว่า
สยามทิวลิป (Siam Tulip)
   
ลักษณะของปทุมมาเป็นพืชล้มลุกมีเหง้าอยู่ในดิน จะพักตัวในฤดูหนาวและร้อน เมื่อถึงฤดูฝนจะเริ่มผลิใบและดอก ต้นสูงประมาณ 2 ฟุต ใบยาวคล้ายใบพาย มีหลากหลายสี เช่น สีขาว ชมพู แดง ซึ่ง สีที่หายากที่สุดคือ สีม่วงลาเวนเดอร์ เติบโตได้ในอากาศชื้นเย็น มีถิ่นกำเนิดในแถบประเทศอินโดจีน พม่า และไทย โดยอยู่ในสกุลขมิ้นของวงศ์ขิงมีอยู่ประมาณ 70 ชนิด สำหรับ ในประเทศไทยมีราว  30 ชนิด กระจายพันธุ์อยู่ทั่วประเทศ แบ่งเป็น 2 สกุลย่อย   คือ กระเจียว และปทุมมา
   
ไม้ดอกในกลุ่มปทุมมามีความเด่นตรงที่ก้านช่อดอกยาวใช้เป็นไม้ตัดดอกได้ มีก้านช่อเล็กไม่อมน้ำจึงใช้น้ำน้อย ลักษณะดอกมีหลายรูปทรงทั้งบัวตูมบัวบานแต่พันธุ์แรกที่พบเป็นบัวตูมมีความสวยที่สุดอยู่ที่จังหวัดเชียงราย เพราะมีอากาศเย็นชื้นและมีแสงแดด ส่วนประเทศอื่นที่มีแสงน้อยไม่สามารถปลูกไม้ตัดดอกชนิดนี้ได้ เพราะหากแสงน้อยจะได้หัวพันธุ์ที่เล็กลง คุณภาพต่ำ ต่างประเทศจึงต้องรับซื้อจากประเทศไทยไปปลูก ส่วนไม้ดอกในกลุ่มกระเจียวมีความสวยงามอยู่ที่ใบประดับที่มีสีสันสดใสและเป็นมัน มีก้านดอกใหญ่ อวบน้ำทำให้ใช้น้ำเยอะ จึงเหมาะแก่การเป็นไม้ดอกสั้นในกระถาง
   
ปทุมมาและกระเจียวมีระยะเวลาในการเจริญเติบโตประมาณ 7-30 วัน จะสามารถเห็นได้หลังจากปลูกและขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของเหง้าและการพักตัว จากนั้นประมาณ 35-120 วัน ต้นจึงจะออกดอกให้ตัดขายได้
โดยแหล่งปลูกปทุมมาของไทยเพื่อการส่งออกอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน พะเยา เลย และชัยภูมิ ส่วนพันธุ์ปทุมมาที่ต่างชาตินิยม  และไทยมีการส่งออก ได้แก่ พันธุ์ชมพูพิงค์ ดอยตุง บลูมูน ชมพูพร้าว ขาวสันทราย เขียวมรกต และพันธุ์เชียงใหม่พิงค์
   
นอกจากปทุมมาจะให้ความสวยงามแล้วยังมีคุณประโยชน์ทางโภชนาการด้วย เพราะช่วยในเรื่องการขับถ่าย ชาวบ้านนิยมรับประทานเป็นผักกับลาบ ก้อย ส้มตำ ได้แก่ หน่ออ่อน ดอกอ่อนและดอกแก่ ซึ่งสามารถบริโภคแบบสดได้ ส่วนดอกอ่อนนำมาลวก รับประทานกับน้ำพริก หรือนำมาแกงได้ บางบ้านเก็บจากป่าธรรมชาติมาเพื่อจำหน่ายและรับประทานเอง สำหรับดอกอ่อนหัวอ่อนของ กระเจียวแดงมีรสเผ็ดร้อน กลิ่นหอม ต้มกับน้ำ มีสรรพคุณขับลมและสมานแผลได้   
   
คุณค่าทางเศรษฐกิจปัจจุบันประเทศไทยมีมูลค่าการส่งออกปทุมมาปีละประมาณ 30-40 ล้านบาท ขณะที่ตลาดโลกมีความต้องการหัวปทุมมาไม่น้อยกว่า 200 ล้านบาทต่อปี ตลาดนำเข้าหลักได้แก่ ญี่ปุ่น เนเธอร์แลนด์ สหรัฐอเมริกา เยอรมนี โปรตุเกส  อิสราเอล เบลเยียม อิตาลี จีน และไต้หวัน ถือเป็นตลาดที่มีคุณภาพและมีกำลังซื้อสูง มีความต้องการหัวพันธุ์ปทุมมารวมปีละ 2-3 ล้านหัว ประเทศไทยจึงส่งออกต่างประเทศ 75 เปอร์ เซ็นต์และเก็บไว้ทำพันธุ์ในปี ต่อไป 25 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งขณะนี้ได้ขยายการส่งออกปทุมมาไปทั่วทวีปยุโรปและแอฟริกาใต้
       
ปทุมมา นับเป็นทรัพยากรธรรมชาติชนิดหนึ่งที่มีความล้ำค่าและสำคัญยิ่งของคนไทย ถึงเวลาแล้วที่เราทุกคนจะได้ตระหนัก และร่วมกันอนุรักษ์สายพันธุ์ไว้ให้ลูกหลานได้พัฒนา ก่อนที่ทุก อย่างจะสายเกินไป.

ชวนชมความสวยงามของ 'ทุ่งปทุมมา' ในงานเอ็มโพเรียม บลอซซั่ม สยามทิวลิป 09

(Emporium Blossom Siam Tulip' 09)


ดิ เอ็มโพเรียม ร่วมกับสมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทย กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร พร้อมภาครัฐและเอกชนหลายแห่ง จัดงาน "Emporium Blossom Siam Tulip'09"เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสทรงพระเจริญพระชนม พรรษา 77 พรรษา โดยภายในงานร่วมสัมผัสปรากฏ การณ์ความงามแห่ง "ทุ่งดอกปทุมมา" หรือที่ได้รับการกล่าวขานจากชาวต่างชาติว่า "สยามทิวลิป" ที่ถูกเนรมิตไว้ที่ห้างสรรพสินค้า ดิ เอ็มโพเรียม เพื่อให้ชาวไทยและชาวต่างประเทศได้ชื่นชมและสัมผัสความงามของดอกปทุมมากว่า 20 สายพันธุ์ จำนวนกว่า 100,000 ดอก
   
นอกจากนี้ยังถือเป็นการเฉลิมฉลองในโอกาสวันแม่แห่งชาติ เปิดโอกาสให้ทุกท่านสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างกันในครอบครัว ให้ลูก ๆ ได้พาคุณแม่มาชมความงามของดอกปทุมมาและเพลิดเพลินกับกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย อาทิ นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ   พระบรมราชินีนาถ บริเวณ โมชั่น ฮอลล์ ชั้นจี,ผลงานภาพวาดที่ถ่ายทอดความงามของดอกปทุมมาผ่านปลายพู่กันของกลุ่มศิลปินธารศิลป์ รักษ์จิตรกร พร้อมกิจกรรมเวิร์กช็อป วาดภาพโดยศิลปินชั้นนำ การสาธิตการจัดดอกไม้ โดยนักจัดดอกไม้ชื่อดังจากประเทศญี่ปุ่น, เพลิดเพลินกับดนตรีหลากหลายรูปแบบ การขับร้องโอเปร่า โดยศิลปินรุ่นเยาว์มากความสามารถ ฯลฯ ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมชมงานได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 16 สิงหาคม 2552 ที่ห้างสรรพสินค้าดิ เอ็มโพเรียม.





ข้อมูลจาก เดลินิวส์:

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> ปทุมมา' ไม้ดอกล้ำค่า ....มากสรรพคุณทางยา....สร้างรายได้ ปทุมมา'ไม้ดอกล้ำค่า....มากสรรพคุณทางยา....สร้างรายได้ << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

:: เรื่องปักหมุด ::

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 27,645 ครั้ง
วิธีปฐมพยาบาลบาดแผลธรรมดา
วิธีปฐมพยาบาลบาดแผลธรรมดา

เปิดอ่าน 9,878 ครั้ง
ความต่างของ 3จี กับ 3.9จี
ความต่างของ 3จี กับ 3.9จี

เปิดอ่าน 7,859 ครั้ง
เข้าใจธรรมชาติของเด็ก มิติใหม่ครูไทยยุคดิจิตอล
เข้าใจธรรมชาติของเด็ก มิติใหม่ครูไทยยุคดิจิตอล

เปิดอ่าน 6,885 ครั้ง
เทคนิคนวดผมพาเพลิน
เทคนิคนวดผมพาเพลิน

เปิดอ่าน 44,016 ครั้ง
ครู-คนสอนคอมพิวเตอร์กับคอมพิวเตอร์สอนคน
ครู-คนสอนคอมพิวเตอร์กับคอมพิวเตอร์สอนคน

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com

แนวข้อสอบท้องถิ่น
แนวข้อสอบ กพ


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ