❝ : รายงาโดยใช้รูปแบบการสอนแบบร่วมมือกันเรียนรู้ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 นการพัฒนาผลการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ❞
ชื่อเรื่อง : รายงานการพัฒนาผลการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา
โดยใช้รูปแบบการสอนแบบร่วมมือกันเรียนรู้ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
ผู้ศึกษาค้นคว้า : นางอาทิตยา มูลบุญ
หน่วยงาน : โรงเรียนบ้านโคกม่วย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหนองบัวลำภู เขต 1
ปีที่ทำการศึกษา : พุทธศักราช 2551
บทคัดย่อ
การศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาผลการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา โดยใช้รูปแบบการสอนแบบร่วมมือกันเรียนรู้ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 เพื่อพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา โดยใช้รูปแบบ
การสอนแบบร่วมมือกันเรียนรู้ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 และเพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนต่อการสอนโดยใช้รูปแบบการสอนแบบร่วมมือกันเรียนรู้ กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
โรงเรียนบ้านโคกม่วย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหนองบัวลำภู เขต 1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2551 จำนวน 16 คน ได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า คือ แผนการจัดการเรียนรู้ โดยใช้รูปแบบการสอนแบบร่วมมือกันเรียนรู้
จำนวน 16 แผน และแบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยวัดผลประเมิน 3 ด้าน คือ ด้านความรู้ ด้านทักษะ และด้านเจตคติ และ แบบประเมินความพึงพอใจ ของนักเรียนต่อการสอนโดยใช้รูปแบบการสอนแบบร่วมมือกันเรียนรู้ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ร้อยละ (Percentage)
ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการศึกษาค้นคว้าปรากฏดังนี้
1. ด้านความรู้ นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเฉลี่ย ( ) เท่กับ 51.13
คะแนนคิดเป็นร้อยละ 85.22 จากคะแนนเต็ม 60 คะแนน และมีคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 80 ขึ้นไป คิดเป็นจำนวนร้อยละ 100
2. ด้านทักษะ นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเฉลี่ย ( ) เท่กับ 51.50
คะแนนคิดเป็นร้อยละ 85.83 จากคะแนนเต็ม 60 คะแนน และมีคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 80 ขึ้นไป คิดเป็นจำนวนร้อยละ 100
3. ด้านเจตคติ นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเฉลี่ย ( ) เท่กับ 91.25
คะแนนคิดเป็นร้อยละ 91.25 จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน และมีคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 80 ขึ้นไป คิดเป็นจำนวนร้อยละ 100
4. แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา โดยใช้รูปแบบการสอนแบบร่วมมือกันเรียนรู้ จำนวน 16 แผนการจัดการเรียนรู้ ที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้นมีประสิทธิภาพเฉลี่ย 88.63 / 88.30 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ที่ตั้งไว้
5. นักเรียนที่เรียนด้วยแผนการจัดการเรียนรู้ โดยใช้รูปแบบการสอนแบบร่วมมือ
กันเรียนรู้ จำนวน 16 แผน มีความพึงพอใจต่อกิจกรรมการเรียนการสอน โดยรวมอยู่ในระดับ
มากที่สุด มีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 4.73
วันที่ 26 ส.ค. 2552
บ้านน็อคดาวน์ทรงโมเดิร์น
฿65,000https://s.shopee.co.th/2Vm01N027C?share_channel_code=6
Advertisement
 เปิดอ่าน 8,429 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,368 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,391 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,367 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,383 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,363 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,521 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,389 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,358 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,399 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,364 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,374 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,362 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,373 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,366 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,364 ครั้ง
|

เปิดอ่าน 8,346 ☕ คลิกอ่านเลย |

เปิดอ่าน 8,359 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 8,351 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 8,372 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 8,385 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 8,412 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 8,350 ☕ คลิกอ่านเลย |
|
≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡ 
เปิดอ่าน 20,299 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 18,930 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 11,004 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 16,488 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 13,205 ครั้ง |
|
|