ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ข่าวการศึกษา     ความรู้ทั่วไป     งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคมเรื่องราวจากสมาชิก  ▶ ข่าว/บทความ ▶ หน้าแรก

ศรีสะเกษลุกฮือชุมนุมใหญ่ทวงคืน?เขาวิหาร? 14 ก.ย. ? ลั่นไม่ยอมเสียแผ่นดินไทยแม้นิ้วเดียว


เรื่องราวจากสมาชิก เปิดอ่าน : 6,385 ครั้ง
ศรีสะเกษลุกฮือชุมนุมใหญ่ทวงคืน?เขาวิหาร? 14 ก.ย. ? ลั่นไม่ยอมเสียแผ่นดินไทยแม้นิ้วเดียว

Advertisement

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
กลุ่มแกนนำ ออกแจกจ่ายเอกสารเชิญชวนปปช.ศรีสะเกษลุกฮือ รวมตัวหน้าศาลากลางจังหวัดฯ รณรงค์ “ ทวงคืนเขาพระวิหาร” ครั้งใหญ่ ใน14 ก.ย.  ( 12 ก.ย.)






ศรีสะเกษ - ชาวศรีสะเกษลุกฮือ ประกาศรวมตัวหน้าศาลากลางจังหวัดฯ รณรงค์ “ ทวงคืนเขาพระวิหาร” ครั้งใหญ่ ใน14 ก.ย. นี้ แกนนำประกาศลั่นจะไม่ยอมเสียแผ่นดินไทยแม้แต่ตารางนิ้วเดียว พร้อมระดมพลรวมทวงคืนแผ่นดินไทยที่ เขาพระวิหาร ชายแดนไทย-กัมพูชา ร่วมกับมวลชนพันธมิตรฯ และ ปชช.ชาวไทยผู้รักชาติทั่วประเทศ 19 ก.ย.นี้
       
       12 ก.ย. 52 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 12.00 น. ที่บริเวณหน้าสถานีรถไฟศรีสะเกษ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ ได้มีบรรดาแกนนำสมาชิกเครือข่ายประชาชนปกป้องแผ่นดินไทยศรีสะเกษ , กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ศรีสะเกษ และ คณะกรรมการประสานงานเพื่อพัฒนาจังหวัดศรีสะเกษ นำโดย นายอรุณศักดิ์ โอชารส ประธานที่ปรึกษาเครือข่ายประชาชนปกป้องแผ่นดินไทยศรีสะเกษ และ นายโกวิท อินทรวงษ์โชติ ประธานเครือข่ายประชาชนปกป้องแผ่นดินไทยศรีสะเกษ และคณะแกนนำกว่า 10 คน ได้มารวมตัวกัน แจกจ่ายจดหมายเปิดผนึกเชิญประชาชนชาว จ.ศรีสะเกษ ที่ผ่านไปมา ได้เข้าร่วมชุมนุมรณรงค์ทวงคืนแผ่นดินไทย เขาพระวิหาร ที่หน้าศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ วันที่ 14 ก.ย.นี้
       
       โดยมีรถยนต์ติดตั้งเครื่องกระจายเสียงและติดป้ายทั้ง 2 ข้าง ระบุข้อความว่า “ ขอเชิญทุกภาคส่วนแสดงพลังร่วมกับพี่น้องชาวไทย ทวงคืนผืนแผ่นดินเขาพระวิหาร ณ สนามหน้าศาลากลาง จ.ศรีสะเกษ วันที่ 14 ก.ย. 52 เวลา 09.00 น.” ซึ่ง ได้รับความสนใจจากประชาชนชาวศรีสะเกษเป็นอย่างมาก
       
       นายอรุณศักดิ์ โอชารส ประธานที่ปรึกษาเครือข่ายประชาชนปกป้องแผ่นดินไทยศรีสะเกษ กล่าวว่า ประเทศไทยได้เสียปราสาทพระวิหารไปแล้วตามคำพิพากษาของศาลโลก และไม่มีทางที่จะเอากลับคืนมาเป็นของประเทศไทยได้ แต่ในขณะนี้พื้นที่รอบปราสาทพระวิหาร 4.6 ตารางกิโลเมตร (ตร.กม.) หรือ ร่วม 3,000 ไร่ ซึ่งเป็นผืนแผ่นดินของไทยถูกรัฐบาลเขมรยึดครองเข้ามาสร้างวัด สร้างถนน และบ้านเรือนจำนวนมาก เหมือนกับว่าเป็นผืนดินของประเทศกัมพูชาทั้ง ๆ ที่เป็นดินแดนของไทย
       
       จากการที่ตนได้มีการไปสำรวจเขตแดนบนเขาพระวิหารที่ชัดเจนแล้ว จึงเห็นว่าประชาชนชาวศรีสะเกษและชาวไทยทั่วประเทศจะยอมให้เสียดินแดนแม้แต่ตารางนิ้วเดียวให้กับกัมพูชาอีกต่อไปไม่ได้ แต่หากเราไม่ทำอะไรออกมาเลยก็จะถูกชาวกัมพูชารุกรานเอาแผ่นดินไปอย่างต่อเนื่อง
       
       ทางด้าน นายโกวิท อินทรวงษ์โชติ ประธานเครือข่ายประชาชนปกป้องแผ่นดินไทยศรีสะเกษ กล่าวว่า พวกเราในนามเครือข่ายประชาชนปกป้องแผ่นดินไทยศรีสะเกษ อยากขอเชิญชวนประชาชนชาวศรีสะเกษทุกหมู่เหล่า ทุกภาคส่วน ได้เข้ามามีส่วนร่วมแสดงพลัง โดยการร่วมเดินรณรงค์ผลักดันชาวกัมพูชาให้ออกไปจากนอกพื้นแผ่นดินไทย
       
       “โดย วันที่ 14 ก.ย. นี้ เนัดรวมตัวกันที่บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษใน เวลา 09.00 น. เพื่อร่วมกันรณรงค์ครั้งใหญ่ใน นอกจากนั้นชาวศรีสะเกษจะเข้าร่วมรณรงค์ทวงคืนผืนแผ่นดินไทยที่เขาพระวิหาร ชายแดนไทย-กัมพูชา อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ในวันที่ 19 ก.ย. นี้ พร้อมกับเครือข่ายพันธมิตรฯ และ ประชาชนชาวไทยผู้รักชาติทั่วประเทศด้วย ” นายโกวิท กล่าว

http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000106210

 

 ข้อมูลเกี่ยวกับเขาพระวิหาร  เพิ่มเติม

ภาพจากธนบัตร(รูปบน)

 

 

ศรีสะเกษ (ศก.)


"ศรีสะเกษแดนปราสาทขอม หอมกระเทียมดี

มีสวนสมเด็จ เขตดงลำดวน

หลากล้วนวัฒนธรรม เลิศล้ำสามัคคี"

 

 

@ ปราสาทเขาพระวิหาร (เขมร: PrasatPreahVihear, ปฺราสาทพฺระวิหาร อังกฤษ: Prasat Preah Vihear) เป็นปราสาทหิน อยู่บริวณเทือกเขาพนมดงรัก ในจังหวัดพระวิหาร ของกัมพูชา ติดชายแดนไทย ที่อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ อยู่ใกล้อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร นับเป็นปราสาทขอมที่สำคัญแห่งหนึ่ง ทั้งในแง่ประวัติศาสตร์การก่อสร้างเทวสถานของฮินดู ประวัติศาสตร์การเรียกร้องเขาพระวิหาร และยังเป็นแห่งท่องเที่ยวที่สำคัญทั้งของไทยและกัมพูชาด้วย

เทวาลัยหรือปราสาทหินแห่งแรกในบริเวณนี้ สร้างขึ้นเมื่อต้นคริสต์ศตวรรษที่ 9 ทั้งหมดสร้างขึ้นเพื่อถวายแด่พระศิวะ อย่างไรก็ตาม ซากปรักหักพังของเทวาลัยที่เหลืออยู่ มีอายุตั้งแต่สมัยเกาะแกร์ ในต้นคริสต์ศตวรรษที่ 10 ครั้นเมื่อนครหลวงของอาณาจักรขอมอยู่ใกล้ เมื่ออยู่ที่นครวัด นอกจากนี้ยังมีองค์ประกอบบางประการในรูปแบบศิลปะของปราสาทบันทายศรี แต่โครงสร้างส่วนใหญ่ของปราสาทแห่งนี้สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 และ สุริยวรมันที่ 2 ในครึ่งแรกของศตวรรษที่ 11 และศตวรรษที่ 12 ตามลำดับ

 @ เดิมปราสาทเขาพระวิหารอยู่ในเขตการปกครองของประเทศไทย ขึ้น
อยู่กับบ้านภูมิซรอล ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ

@ (ค.ศ.1899,ร.ศ.-118 เมื่อ พ.ศ. 2442) พระเจ้าน้องยาเธอกรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์ได้ทรงค้นพบ พระองค์ได้จารึก ร.ศ. และพระนามไว้ที่บริเวณชะง่อนผา
เป้ยตาดีว่า 118 สรรพสิทธิ

 

@ อันเนื่องมาจากสนธิสัญญาที่ประเทศไทยทำกับฝรั่งเศสเมื่อปี 2447 (ค.ศ.1904) ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 5 ฝรั่งเศสได้เขียนแผนที่ขีดเส้นพรมแดนขึ้น และจากเส้นแบ่งพรมแดนนั้น ปราสาทเขาพระวิหารจะอยู่ในอาณาเขตของไทย แต่เมื่อมีการทำสนธิสัญญาเพิ่มเติมในปี 2450 ก็มีการกำหนดเขตแดนขึ้นใหม่อีก คราวนี้ทำให้ปราสาทเขาพระวิหารต้องตกไปอยู่ในอาณาเขตของกัมพูชา แต่ไทยก็ไม่ได้ทักท้วงแต่ประการใด เพราะจำเป็นต้องยอมทำตามมหาอำนาจฝรั่งเศสในขณะนั้น จึงเท่ากับเป็นการยอมรับไปโดยปริยาย

 

@ ต่อมา เกิดสงครามเรียกร้องดินแดนระหว่างไทยกับฝรั่งเศสในปี 2483 สมัยรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม ทำให้ไทยได้ดินแดน 4 จังหวัด คือ ไชยบุรี จำปาศักดิ์ เสียมราฐ และพระตะบอง มาจากกัมพูชา

ปราสาทเขาพระวิหารก็อยู่ในเขตดินแดนที่ไทยได้มาในยุคปลุกกระแสชาตินิยมครั้งนั้นด้วย

 

@ แต่ภายหลังเมื่อญี่ปุ่นแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 ไทยจำเป็นต้องปรับสภาพตัวเองไม่ให้เป็นผู้แพ้สงครามตามญี่ปุ่น จึงต้องยอมยกดินแดนที่ได้มาทั้ง 4 จังหวัดนั้นให้กับฝรั่งเศสไป

@จนเมื่อฝรั่งเศสพ่ายแพ้ในสงครามอินโดจีนเมื่อปี 2497 ไทยจึงได้ส่งทหารเข้าไปครอบครองพื้นที่ปราสาทเขาพระวิหารอีกครั้งหนึ่ง แต่ไม่มีกฎหมายระหว่างประเทศรองรับ

@ ปี 2502 เจ้านโรดม สีหนุ กษัตริย์กัมพูชา ยื่นฟ้องต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ณ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2502 ว่าประเทศไทยรุกล้ำอธิปไตยกัมพูชา

 

@ ซึ่งวันนั้นทำให้ คนไทยเริ่มรู้จักเขาพระวิหารเป็นครั้งแรก และยังช่วยกันบริจาคเงินคนละ 1 บาท เป็นค่าใช้จ่ายให้ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช นำคณะทนายความไปต่อสู้ในศาลโลก

@  กระทั่งวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2505 ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (International Court of Justice)

ศาลโลกกรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ได้ไตร่สวน 73 ครั้ง ในระยะ 3 ปี 

ก็ตัดสินให้ปราสาทเขาพระวิหารเป็นของกัมพูชา และท้ายที่สุดก็ตกเป็นของกัมพูชาด้วยคะแนน 9 ต่อ 3 เสียง โดยใช้หลักการจากสนธิสัญญาปีค.ศ.1907ตรงกับสมัย ร.5 ที่ฝั่งเศสได้ขีดพรมแดนให้เขาพระวิหารอยู่อินโดจีน การกำหนดพรหมแดนดังกล่าว รัฐบาลสยามในสมัยนั้น ได้ยอมรับไปโดยปริยายโดยมิได้มีการท้วงติงดังนั้น การนิ่งเฉยก็เท่ากับเป็นการยอมรับ หรือ " กฏหมายปิดปาก "นั่นเอง

@ หลักฐานอย่างหนึ่งที่เขมรนำมาเป็นหลักฐานสำคัญ....

...ดังเช่น..เมื่อครั้งสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพในสมัยที่ดำรงตำแหน่งอภิรัฐมนตรีในสมัย ร. 7 เมื่อปี พ.ศ.2472 ที่เสด็จตรวจโบราณวัตถุสถานมณฑลนครราชสีมา

(ลาวกลาง)ได้เสด็จไปยังเขาพระวิหารด้วยและก็ได้ทรงแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ข้าราชการอาณานิคมของฝรั่งเศส ซึ่งก็ได้มาถวายการต้อนรับอย่างเป็นทางการ มีการประดับธงทิวฝรั่งเศสเหนือปราสาทนั้น และมีการถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐานพร้อมมีสมุดให้ลงนามว่าพระองค์ได้เสด็จขึ้นเขาฯ จริง  หลักฐานทั้ง 2 อย่างนี้ก็ได้กลายเป็นหลักฐานอย่างดีที่เขมรจะนำมาใช้ในการต่อสู้กับไทยในปี 2505 ว่า.....

...สยามยอมรับว่าเขาพระวิหารขึ้นอยู่กับอธิปไตยของอีกฟากหนึ่งของพรมแดน...

@ ผลการตัดสินของศาลโลก มีข้อกำหนด 3 ประการ คือ


   1. ให้คืนเนื้อที่ประมาณ 150 ไร่
   2. ให้คืนวัตถุโบราณจำนวน 50 ชิ้น
   3. ให้ถอนทหารและตำรวจออกจากพื้นที่

@ แต่หลังจากนั้นไม่นาน กัมพูชาเกิดสงครามกลางเมืองขึ้นภายในประเทศ ปราสาทหินแห่งนี้เปิดให้สาธารณชนเข้าชมเป็นช่วงสั้นๆ ในปี พ.ศ. 2535 แต่ปีต่อมาก็ถูกเขมรแดงเข้าครอบครอง จากนั้นก็เปิดอีกครั้งจากฝั่งประเทศไทย เมื่อปลายปี พ.ศ. 2541 และเมื่อ พ.ศ. 2546 กัมพูชาก็ได้ตัดถนนเข้าไปจนสำเร็จสมบูรณ์หลังจากรอคอยเป็นเวลาช้านาน แต่ก็มีการงดอนุญาตให้เข้าเป็นระยะโดยมิได้กำหนดล่วงหน้า

@ หนังสือพิมพ์ของเยอรมันยุคนั้นบางฉบับเขียนไว้ว่า..รัฐบาลฝรั่งเศสหาผลงานให้รัฐบาลเพื่อหาเสียง จึงหาเรื่องโยงใยฟ้องเขาพระวิหารของประเทศไทย...เพื่อเป็นผลงานของรัฐบาล...เขาว่าอย่างนั้น...

เสียค่าเข้าอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร คนไทย 20บาทค่ารถยนต์ส่วนบุคคล30บาทฝรั่งน่าจะ 400 บาท

ผามออีแดง ลงไปดูภาพสลักนูนต่ำ

ภาพสลักนูนต่ำ1500ปี คาดว่าช่างฝึกฝีมือก่อนไปสลักจริงที่เขาพระวิหาร

เดินเท้าไปอีก 1.5กม.

ตรงนี้แหละที่ฝ่ายไทยว่าเป็นเขตแบ่งชายดน

(ห่างจากประตูเหล็กประมาณ 100 - 200 เมตร) 

@ ปราสาทเขาพระวิหารมีความยาวประมาณ 800 เมตร ตามแนวเหนือใต้

และส่วนใหญ่เป็นทางเข้ายาว และบันไดสูงถึงยอดเขา จนถึงส่วนปราสาทประธาน ซึ่งอยู่ที่ยอดเขาทางใต้สุดของปราสาท (สูง 120 เมตรจากปลายตอนเหนือสุดของปราสาท และ 525 จากพื้นราบของกัมพูชา) แต่โครงสร้างปราสาทแห่งนี้ก็ยังแตกต่างอย่างมากจาก สถาปัตยกรรมปราสาทหินของหินโดยทั่วไปที่พบในพระนคร เพื่อจำลองเขาพระสุเมรุ อันเป็นที่ประทับของเทพเจ้า ตามคติความเชื่อของฮินดู

@ ทางเข้าสู่ปราสาทประธานนั้น มีโคปะรุคั่นอยู่ 5 ชั้น

 (ปกติจะนับจากชั้นในออกมา ดังนั้นโคปุระชั้นที่ 5

จึงเป็นส่วนที่ผู้เข้าชมจะพบเป็นส่วนแรก)

โคปุระแต่ละชั้นก่อนถึงลานด้านหน้า จะผ่านบันไดหลายขั้น โคปุระแต่ละชั้นจึงเปลี่ยนระดับความสูงทีละช่วง นอกจากนี้โคปะรุยังบังมิให้ผู้ชมเห็นส่วนถัดไปของปราสาท จนกว่าจะผ่านทะลุแต่ละช่วงไปแล้ว ทำให้ไม่สามารถแลเห็นโครงสร้างปราสาททั้งหมดจากมุมใดมุมหนึ่งได้

มุมมองจากข้างบนมองลงข้างล่าง

 

@ โคปุระชั้นที่ 5 เดินเท้าขึ้นทางบันได 1 เป็นบันไดหินมีลักษณะค่อน
ข้างชัน เนื่องจากมีความเชื่อกันว่าการที่จะเข้าเฝ้าเทพนั้น จะไปด้วยอาการ
เคารพนพนอบในลักษณะหมอบคลานเข้าไป 
 
เป็นศิลปะแบบเกาะแกร์ ยังมีร่องรอยสีแดงที่เคยประดับตกแต่งตัวปราสาทเอาไว้ แต่ส่วนหลังคากระเบื้องนั้นหายไปหมดแล้ว

บริเวณหน้าผาที่มองเห็นเขมรเมืองต่ำอยู่ด้านล่าง

มุมมองลงไปจากหน้าผา (เป้ยตาดี )

     
 @ เป้ยตาดี เป้ยเป็นภาษาเขมร ซึ่งแปลว่า ชะง่อนผา หรือโพงผา ตรงยอด
เป้ยตาดีสูงกว่าระดับน้ำทะเล 657 เมตร ถ้าวัดจากพื้นที่เชิงเขาพื้นราบฝั่งประ-
เทศกัมพูชาสูงประมาณ 447 เมตร ตรงชะง่อนผาเป้ยตาดี จะมีรอยสักพระ
หัตย์ของ สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์

ว่า 118-สรรพสิทธิ  เมื่อปี 2442

 แต่ก่อนมีธงไตรรงค์ของไทยอยุ่ที่ บริเวณผาเป้ยตาดี

แผนผังเขาพระวิหาร


ภาพสลักพระศิวะและพระอุมาทรงโคนนทิ(อุมามเหศวร)

 


ปราสาทเขาพระวิหาร

http://www.oknation.net/blog/kontummadha/2007/08/06/entry-1

http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=yamara-tee&month=09-2007&date=23&group=1&gblog=23

 

เพลง..เขาพระวิหาร...-  อินโดจีน

เพลงนี้ แต่งโดยน้าทวีศักดิ์ สุทาวัน (น้าวี อินโดจีน)

ชาว อ. ราษีไศล จ. ศรีสะเกษ

โพสต์โดยสมาชิกหมายเลข 923 วันที่ 13 ก.ย. 2552


ศรีสะเกษลุกฮือชุมนุมใหญ่ทวงคืน?เขาวิหาร? 14 ก.ย. ? ลั่นไม่ยอมเสียแผ่นดินไทยแม้นิ้วเดียวศรีสะเกษลุกฮือชุมนุมใหญ่ทวงคืน?เขาวิหาร?14ก.ย.?ลั่นไม่ยอมเสียแผ่นดินไทยแม้นิ้วเดียว

Advertisement

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

ทำนาธรรม

ทำนาธรรม


เปิดอ่าน 6,384 ครั้ง
เวลา...สิ่งมีค่าของทุกคนมี

เวลา...สิ่งมีค่าของทุกคนมี


เปิดอ่าน 6,380 ครั้ง
ขำ ขำ

ขำ ขำ


เปิดอ่าน 6,415 ครั้ง
เลิกสุบบุหรี่ได้แล้วนะ!!!!

เลิกสุบบุหรี่ได้แล้วนะ!!!!


เปิดอ่าน 6,381 ครั้ง
อย่านับไข่ของคุณ....

อย่านับไข่ของคุณ....


เปิดอ่าน 6,381 ครั้ง
ดอกไม้แสนอร่อย!!

ดอกไม้แสนอร่อย!!


เปิดอ่าน 6,382 ครั้ง
ความสุข   ของคนบ้านนอก

ความสุข ของคนบ้านนอก


เปิดอ่าน 6,628 ครั้ง
ไร้สาระ 3

ไร้สาระ 3


เปิดอ่าน 6,387 ครั้ง

:: เรื่องปักหมุด ::

แผนการจัดการเรียนรู้  เรื่องการแต่งคำประพันธ์

แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่องการแต่งคำประพันธ์

เปิดอ่าน 6,519 ☕ คลิกอ่านเลย

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
เคล็ดลับ......การเรียนเก่งด้วยตัวเอง
เคล็ดลับ......การเรียนเก่งด้วยตัวเอง
เปิดอ่าน 6,382 ☕ คลิกอ่านเลย

เกี่ยวกับกีฬา
เกี่ยวกับกีฬา
เปิดอ่าน 6,389 ☕ คลิกอ่านเลย

ชื่อ - นามสกุล  นี้มีจริงหรือ????
ชื่อ - นามสกุล นี้มีจริงหรือ????
เปิดอ่าน 6,445 ☕ คลิกอ่านเลย

เคล็ดลับการต้มเส้นชนิดต่าง ๆ ให้น่าทาน
เคล็ดลับการต้มเส้นชนิดต่าง ๆ ให้น่าทาน
เปิดอ่าน 6,382 ☕ คลิกอ่านเลย

อยากรู้ไหม....เวลาใดที่ไม่ควรแปรงฟัน
อยากรู้ไหม....เวลาใดที่ไม่ควรแปรงฟัน
เปิดอ่าน 6,379 ☕ คลิกอ่านเลย

การเรียนรู้หลายภาษาไม่ได้ทำให้ลูกสับสน
การเรียนรู้หลายภาษาไม่ได้ทำให้ลูกสับสน
เปิดอ่าน 6,381 ☕ คลิกอ่านเลย

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

วิดีทัศน์นำเสนอภารกิจของกระทรวงศึกษาธิการ ด้านการศึกษา
วิดีทัศน์นำเสนอภารกิจของกระทรวงศึกษาธิการ ด้านการศึกษา
เปิดอ่าน 10,776 ครั้ง

"ข้าวลืมผัว"อร่อยจนลืมผัว ข้าวชาวเขา ที่ชาวเมืองก็ควรกิน
"ข้าวลืมผัว"อร่อยจนลืมผัว ข้าวชาวเขา ที่ชาวเมืองก็ควรกิน
เปิดอ่าน 20,334 ครั้ง

ชาวโลกแห่ดูคลิป สิ่งเล็กๆ ในสังคมที่เรียกว่า “น้ำใจ“ ยอดคนดูเกือบ3ล้านครั้งแล้ว
ชาวโลกแห่ดูคลิป สิ่งเล็กๆ ในสังคมที่เรียกว่า “น้ำใจ“ ยอดคนดูเกือบ3ล้านครั้งแล้ว
เปิดอ่าน 15,181 ครั้ง

ทำไมราคายางจึงร่วงหล่น?
ทำไมราคายางจึงร่วงหล่น?
เปิดอ่าน 14,856 ครั้ง

เลี่ยงได้เลี่ยง เครื่องดื่มที่ไม่แนะนำให้ใส่กระบอกน้ำอะลูมิเนียม
เลี่ยงได้เลี่ยง เครื่องดื่มที่ไม่แนะนำให้ใส่กระบอกน้ำอะลูมิเนียม
เปิดอ่าน 584 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


· Technology
· บทความเทคโนโลยีการศึกษา
· e-Learning
· Graphics & Multimedia
· OpenSource & Freeware
· ซอฟต์แวร์แนะนำ
· การถ่ายภาพ
· Hot Issue
· Research Library
· Questions in ETC
· แวดวงนักเทคโนฯ

· ความรู้ทั่วไป
· คณิตศาสตร์
· วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
· ภาษาต่างประเทศ
· ภาษาไทย
· สุขศึกษาและพลศึกษา
· สังคมศึกษา ศาสนาฯ
· ศิลปศึกษาและดนตรี
· การงานอาชีพ

· ข่าวการศึกษา
· ข่าวตามกระแสสังคม
· งาน/บริการสังคม
· คลิปวิดีโอยอดนิยม
· เกมส์
· เกมส์ฝึกสมอง

· ทฤษฎีทางการศึกษา
· บทความการศึกษา
· การวิจัยทางการศึกษา
· คุณครูควรรู้ไว้
· เตรียมประเมินวิทยฐานะ
· ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
· เครื่องมือสำหรับครู

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ