ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ข่าวการศึกษา     ความรู้ทั่วไป     งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคมเรื่องราวจากสมาชิก  ▶ ข่าว/บทความ ▶ หน้าแรก

เรื่องลี้ลับ มช.ที่ไม่ได้มีแค่ ป็อก... ป็อก...ครืด!!!!!


เรื่องราวจากสมาชิก เปิดอ่าน : 6,744 ครั้ง
เรื่องลี้ลับ มช.ที่ไม่ได้มีแค่ ป็อก... ป็อก...ครืด!!!!!

Advertisement

  เรื่องเล่านศ. ประจำเดือนตุลาคม ถือว่าเป็นบทเริ่มต้นของ เรื่องราวสยองขวัญสั่นประสาทประจำรั้วมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งที่สีสันที่ Life On Campus ได้รวบรวมมาฝาก เพื่อเป็นการเรียกน้ำย่อย ก่อนถึงวันฮาโลวีนที่จะมาถึงนี้ โดยเริ่มต้นความน่ากลัว ณ มหาวิทยาลัยชื่อดัง ประจำภาคเหนือ อย่าง "มหาวิทยาลัยเชียงใหม่" ที่ขึ้นชื่อเรื่องตำนานที่เล่าขานกันมา...นักต่อนัก

       ขึ้นชื่อว่า มหาวิทยาลัยที่มีอายุเก่าแก่กว่าครึ่งศตวรรษ เพราะถูกก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2501 อีกทั้งยังตั้งอยู่ ณ ดินแดนล้านนา อันเป็นแหล่งสะสมวัฒนธรรมอันล้ำค่ามานานนับ 700 ปี... ได้ยินถึงขนาดนี้ คงไม่ต้องเอ่ยอะไรต่อ
       
       เราลองมาฟังคนในพื้นที่อย่าง “นก” พิมพ์ชนก สัฒนะพันธ์ นักศึกษาชั้นปี 4 คณะการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่จะรวมถ่ายทอดเรื่องราวเหล่านี้
       
       เริ่มแรก "นก" เล่าถึงตำนานพื้นที่ของ มช.ที่ตนเคยได้ยินมาว่า เคยเป็นสนามรบ ดินแดนล้านนาที่เก่าแก่ ดังนั้นจึงมีตำนานเก่าแก่ที่รุ่นพี่เก่าๆ เล่าต่อๆ กันมา บวกกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ซึ่งบางเรื่องน่ากลัวจนเป็นที่รู้จักเกือบทุกมหาวิทยาลัย
       
       
อย่าง " ป๊อก...ป๊อก...ครืด" ตำนานชั้นนำแห่ง มช.ที่ว่ากันว่า
       

       
เรื่องนี้เกิดขึ้นที่ หอในหญิงของมหาวิทยาลัย ที่เรียกกันว่า “หอเจ็ด” เรื่องเกิดกับนักศึกษาสาวคู่หนึ่ง อาศัยอยู่ที่ประมาณ ชั้น 2 หรือ 3 ช่วงนั้นเป็นช่วงสอบ นักศึกษาต่างกำลังอ่านหนังสือกัน มีนักศึกษาหญิงคนหนึ่งไม่สบาย อ่านหนังสือในห้องตอนหัวค่ำ รูมเมทชวนไปทานข้าว แต่เพราะเป็นไข้อยู่ จึงไปไม่ไหว พอเมทคนนั้นเห็นเพื่อนไม่สบาย ด้วยความเป็นห่วง จึงบอกว่าเดี๋ยวไปทานข้าวเองแล้วจะซื้อของกินมาฝาก เพื่อนคนที่ไม่สบายก็ฝากซื้ออาหาร
       
       "ราดหน้าหรืออะไรซักอย่าง จำไม่ได้ เพราะบอกต่อกัน จนเมนูอาหารเริ่มเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามปากคนเล่าเรื่อง (หัวเราะ)"
       
       หลังจากที่เพื่อนออกไป เมทคนที่ไม่สบายก็นั่งอ่านหนังสือต่อ อ่านได้ซักพักก็ไม่ไหวเพราะไข้ขึ้นจึงนอน ตอนนอนอยู่นั้น สลึมสลือ คล้ายกับครึ่งหลับ ครึ่งตื่น ก็มีความรู้สึกว่านานมากแล้ว ทำไมเพื่อนยังไม่กลับมาซะที ซักพักได้ยินเสียงเบาๆ ดังจากชั้นล่างจากทางบันได
       
       ป๊อก … ป๊อก … ป๊อก …เสียงนั้นดังเป็นระยะๆ ใกล้เข้ามา จากทางบันไดเรื่อยๆ เสียงเหมือนคนกำลังแบกของหนักบางอย่างขึ้นมา และเสียงนั้นก็ดังมาจนถึงชั้นที่ห้องนักศึกษาหญิงคนนั้นอยู่ แล้วเสียงก็เปลี่ยนเป็น ครืด …. ครืด … เสียงเหมือนคนกำลังลากอะไรซักอย่างใกล้เข้ามาเรื่อย จนมาหยุดอยู่ที่หน้าห้อง
       
       นักศึกษาหญิงที่อยู่ในห้องก็เริ่มเอะใจ และมองไปทางประตู ในใจนึกว่าเพื่อนกลับมาแล้ว แต่ยังเงียบ สักพักก็มีเสียงเคาะห้อง “ ก๊อก ก๊อก ก๊อก ” แล้วเงียบไป นักศึกษาสะดุ้งสุดตัว คิดว่าไม่ใช่เพื่อนแน่แล้ว ถ้างั้นทำไมไม่เปิดเข้ามาเลย จึงเดินไปเปิดประตู ตรงลูกบิดประตูมีถุงใส่ห่อราดหน้าแขวนอยู่ พอเห็นห่อราดหน้า ก็งง ว่าเพื่อนอยู่ไหน ทำไมต้องเอามาแขวน ทำไมมีแต่รอยเปียกน้ำเป็นทางจากบันได รุ่งเช้ามีคนมาเคาะห้องบอกว่าเพื่อนตายแล้ว
       
       “หลายคนก็บอกว่า ถูกฆ่าข่มขืน สภาพศพสภาพแขนและขาทั้งสองข้างหัก อาจเกิดจากการที่คนร้ายเอาท่อนไม้ทุบตีเพื่อไม่ให้หนี บางคนก็บอกว่า ระหว่างเดินทางกลับหอ ถูกรถชน กระดูกหัก ทำให้เดินไม่ได้ จึงต้องใช้ปากคาบถุง แล้วใช้คางเกยพาตัวเองมาจนถึงหอพักแล้วใช้คางเกยบันได"
       
       และเสียง ป๊อก ป๊อก เสียง ครืด คือเสียงลากตัวเองจากบันไดมาจนถึงหน้าห้องปรากฏเป็นรอยเปียกน้ำยาวติดต่อกันหลังจากส่งห่อลาดหน้าให้ได้แล้วก็หมดห่วง
       ตอนแรกทุกคนไม่เชื่อที่นักศึกษาคนนั้นเล่า แต่หลังจากที่นักศึกษาที่พักอยู่ข้างๆ ห้องยืนยันว่า ในคืนนั้นก็ได้ยินเสียงดังกล่าวเหมือนกัน
        
       และนอกจากเรื่อง "ป็อก ป็อก ครืด"จะเป็นเรื่องราวเขย่าขวัญของเด็กมช.กนแล้วก็ยังมีเรื่องเล่าหลอนๆอื่นๆที่เล่ากันปากต่อปาก
       
       **หอนาฬิกา ..วนครบ 3 รอบเจอดีแน่
       
       เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับเพื่อนและคนรู้จัก ที่อยากลองดี อยากรู้ว่า ตำนานเรื่องหอนาฬิกาเป็นจริงหรือเปล่า มีความเชื่อที่บอกต่อๆ กันมาว่า
       
       ถ้าขับรถทวนเข็มนาฬิกา บริเวณหอนาฬิกาจะเจอดี...
       ไม่ว่าจะเป็นคนกระโดดมาจากยอดบนสุดของหอนาฬิกา หรือกระโดดลงมาบนรถที่ขับในบริเวณนั้น และอีกหลายคนที่วนครบ 3 รอบ แต่ไม่เจอ แต่พอหันไปทางกระจกรถก็เห็นว่า มีคนมองอยู่
       
       **ห้องสีชมพู
       
       ห้องสีชมพูตำนานอันลือลั่นของเด็กใหม่ปี 1 ทุกคน โดยเฉพาะ นศ.หญิงที่จะต้องพักที่หอ 8 โดยรุ่นพี่ที่เคยอยู่หอนี่จะบอกและย้ำเสมอว่า เวลาจะเข้าห้องน้ำต้องเอาเพื่อนไปด้วยเสมอ ห้ามลืมเด็ดขาด!! นี่คือคำเตือนของรุ่นพี่ประจำหอ ที่เพื่อนได้ฟังตอนปีหนึ่ง
       
       แล้วรุ่นพี่อีกคนก็เล่าให้ฟังเกี่ยวกับประวัติของห้องสีชมพูนี้ เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้วปี 32 ของนักศึกษาหญิงคนหนึ่ง ซึ่งประเพณีหรือเรียกว่ากฏของ มช.คือเด็กปีหนึ่งทุกคนต้องอยู่หอใน เพื่อที่เวลาพี่เรียกมาทำกิจกรรมรับน้องจะได้พร้อมกันอย่างรวดเร็ว ส่วนคนที่อยู่เชียงใหม่ส่วนมากจะกลับบ้านเย็นวันศุกร์กลับเข้าหอก่อนเย็นวันอาทิตย์
       
       เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อรุ่นพี่ต่างคณะเกิดมาชอบ
นศ.หญิงน้องใหม่คนหนึ่ง ความสัมพันธ์ของทั้งคู่นับวันยิ่งดูรักกันมากขึ้นทุกวันจนมาถึงกลางเทอม รุ่นพี่คนนี้เลยชวนนศ.หญิงไปอยู่ด้วยกันที่หอหลังมช. ทุกเย็นวันศุกร์หน้าหอ 8 จะมีรุ่นพี่คนนี้มาจอดรถรอ นศ.หญิงคนนี้ทุกครั้งและจะมาส่งตอนเย็นวันอาทิตย์ทุกครั้ง
       

       เป็นไปอย่างนี้เกือบจะ 5 เดือนจนเป็นที่อิจฉาของเหล่านศ.หญิงที่หอนั้น ใครเห็นก็ต่างพูดแซวอยู่ตลอดเวลา ทำให้นศ.หญิงรู้สึกดีใจและรักรุ่นพี่คนนี้มาก แต่ต่างกันรุ่นพี่คนนี้เริ่มที่จะตีตัวออกห่าง เพราะรู้สึกว่านศ.หญิงคนนี้ เริ่มที่จะจริงจังกับตนเองมากเกินไป
       
       แล้ววันที่นศ.สาวคนนี้เสียใจที่สุดและได้สร้างตำนานอันลือลั่นก็มาถึง เย็นวันศุกร์ที่รุ่นพี่จะต้องมารับเป็นประจำทุกครั้ง..แต่วันนี้รุ่นพี่มาถึงก็ดึกมากแล้ว นศ.หญิงเลยถามว่า ทำไมมาดึกซึ่งหลายคนก็บอกว่าเพราะรุ่นพี่คนนั้นไปติดพันหญิงอีกคนอยู่ นศ.หญิงคนนี้ได้ยินแล้วก็เก็บไว้ในใจตลอดไม่กล้าที่จะถามเพราะกลัวเสียคนรักไป และเธอก็บอกกับรุ่นพี่คนนี้ว่ามีเรื่องที่จะพูดด้วย เป็นเรื่องสำคัญมาก รุ่นพี่คนนี้ก็บอกให้ไปคุยกันที่หอหญิงสาวคนนี้ก็เลยซ้อนรถไปแล้วก็คุยขณะที่ซ้อนรถอยู่ บอกว่า
       
       ตนเองตอนนี้ตั้งครรภ์ได้ 3 เดือนแล้วพอได้ยินแค่นั้นรุ่นพี ่คนนี้ก็จอดรถทันที แล้วก็ถามย้ำว่าเมื่อกี้พูดว่าอะไร
       
       นศ.สาวเลยย้ำไปว่าตั้งครรภ์ได้ 3 เดือนแล้ว รุ่นพี่คนนี้ไม่รับผิดชอบหาว่าสาวนอกใจไปคบชายอื่น พอท้องแล้วจึงมาอ้างว่าตนเป็นคนทำ รุ่นพี่คนนี้ขอบอกเลิกเธอในทันที และปล่อยให้เธอเดินจากหลัง มช.กลับมาที่หอตามลำพัง
       
       ระหว่างทางนศ.สาวคนนี้ก็คิดเรื่องที่เกิดขึ้น ทั้งความรู้สึกเสียใจปนความเคียดแค้นต่อชายหนุ่มที่ทิ้งเธอไป บวกกับกลัวทางบ้านจะรู้ความจริงและทำให้พ่อแม่ผิดหวัง ทำให้เธอตัดสินใจเอาเด็กออก แต่เธอไม่กล้าพอที่จะไปที่โรงพยาบาลหรือบอกให้ใครทราบ พอมาถึงห้องเมทไม่อยู่เพราะกลับบ้านกันหมด เธอเลยเอาเด็กออกด้วยตัวเอง
       
โดยการเอาไม้บรรทัดเหล็กกระทุ้งจนมดลูกฉีกเธอทำไปโดยไม่รู้วิธีการที่ถูก ต้อง ทำให้เธอเกิดอาการตกเลือดอย่างรุนแรง ก่อนที่เธอจะเสียชีวิตเธอได้เขียนข้อความไว้บนกำแพงห้องนั้นว่า
       

       'กูมีมึงคนเดียว'
       
       วันรุ่งขึ้นเมทร่วมห้องก็เข้ามาที่หอด้วยท่าทีวิตกกังวล และได้ไปที่ห้องพักที่เธอได้พักกับนศ.สาวคนนี้ ก็ได้พบกับศพของหญิงสาว รอยเลือดกระจัดกระจายและข้อความบนกำแพงจึงแจ้งให้ป้าผู้คุมหอทราบ ก็ได้มีการสอบสวนเมทคนนี้ว่ารู้ได้อย่างไรว่าเพื่อนเสียชีวิต เมทคนนี้ก็บอกว่าเมื่อคืนฝันเห็นเพื่อนมาบอกลา และให้ไปเอาศพที่ห้องลงมาด้วย  แถมยังฝากบอกป้าคุมหออีกว่า...
ห้ามใครก็ตามมายุ่งกับห้องของเธอ
       

       หลังจากจัดการเรื่องศพและงานศพเรียบร้อยแล้ว ก็ได้มีการทำความสะอาด ห้องนั้นโดยใช้ผ้าชุดน้ำเช็ดรอยเลือดให้สีจางลง เปลี่ยนที่นอนและผ้าปูที่นอนใหม่จนห้องเกือบจะสะอาดเหมือนเดิม  แต่รุ่งขึ้นสิ่งที่ทำให้ทุกคนขนลุกก็คือ
       
       ...ทั้งรอยเลือดและข้อความที่หญิงสาวคนนั้นทิ้งไว้ไม่ได้หายไป แต่รอยเลือดกลับเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม ...
       
       ทางหอเลยพิจารณาเอาสีใหม่มาทาทับไม่ให้เห็นรอยเลือด แต่แล้วพอวันรุ่งขึ้นรอยต่างๆก็กลับมาอยู่ดังเดิมเหมือนกับไม่ได้มีการนำสีมาทาแต่อย่างใด 
       
       ทางหอเลยได้เชิญพระที่วัดฝายหินมาทำพิธีแต่พระท่านบอกว่าทำพิธีไล่ไปคงไม่ได้เพราะวิญญาณนี้เฮี้ยนมาก เพราะยังมีความอาฆาตและมีลูกในท้องอีกด้วย เลยได้แต่ทำการสะกดวิญญาณไม่ให้ไปหลอกคนในหอ หลังจากทำพิธีสะกดวิญญาณเรียบร้อยแล้ว ทางหอก็ได้ทาสีห้องใหม่แต่คราวนี้ใช้สีชมพู เพราะจะได้มองไม่เห็นคราบเลือดบนกำแพง จนกลายมาเป็นตำนานห้องสีชมพูจนถึงเดี๋ยวนี้
       
       ** ป้าลูซี่
       
       
ป้าลูซี่ เป็นใครมาจากไหน ไม่มีใครรู้ รู้แต่ว่า เขาคอยห่วงใย ดูแลเราอยู่ไม่ห่าง โดยเฉพาะช่วงเวลารับน้อง พวกเราจะเจอป้าลูซี่ทุกครั้ง....
       

       บริเวณตึกคณะมนุษยศาสตร์ มช. จะมีเนินหญ้าที่เชื่อมระหว่างธารน้ำเล็กๆ และมีสะพานเดินข้าม ซึ่งเป็นบริเวณใกล้กับสถานที่รับน้องของคณะ ซึ่งช่วงเวลาประมาณ 2 ทุ่ม จะเป็นช่วงสุดท้ายของการรับน้อง ก่อนที่จะปล่อยกลับเข้าหอพัก ก็มีนศ.ชายคนหนึ่งเกิดไม่สบาย เป็นหอบ รุ่นพี่จึงพาไปยังห้องพยาบาล ซึ่งอยู่บริเวณ เนินหญ้า หลังจากที่ปล่อยนศ.หญิงกลับหอพัก ส่วนรุ่น นศ.ชาย อยู่รับน้องต่อ
       
       จนกระทั่งมีเสียงหมาหอนดังขึ้นเป็นระยะ หลายคนสงสัยแต่ไม่มีใครพูดอะไร จนกระทั่งงานรับน้องจบลง มีนศ.น้องใหม่คนหนึ่งพูดขึ้นมาว่า เห็นผู้หญิงใส่ชุดขาว ยืนดูอยู่กิจกรรมรับน้องอยู่นาน แต่ก็ไม่พูดอะไร เพราะคิดว่า คงเป็นอาจารย์ที่เดินมาดูแลความเรียบร้อย บางคนก็บอกว่า รู้สึกเหมือนมีคนมาลูบหัว
       
       จนกระทั่งเหตุการณ์นี้ ได้คลายความสงสัยลง เมื่อรุ่นน้องที่อยู่ในห้องพยาบาล ซึ่งรับรู้เรื่องแบบนี้ หรือเรียกว่า มีจิตที่สัมผัสได้ ก็ทักขึ้นมาว่า
       
       ...
เมือคืนหนักเลยละซิ เขา(ผู้หญิงใส่ชุดขาว) เป็นห่วงกลัวเด็กๆ เกิดอันตราย เลยต้องมาดูแลอยู่ไม่ห่าง"
       

       
       
** “กุหลาบแดง
       

       แทบจะไม่เชื่อสายตาตัวเอง เพราะเราดูอยู่ตลอด แต่ทำไงได้ภาพในกล้องวีดีโอมันทำให้เราเห็นว่า น้องๆ ที่แสดงในวันนั้น ไม่ได้มีแค่ 4 คน แต่มันกลับมี 5 คน...
       
       เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อปี 2550 เมื่อคณะสื่อสารมวลชนฯ มช. ต้องทำการแสดงในช่วงค่ำคืนของวันสปอร์ตไนท์ ซึ่งถือว่าเป็นไฮไลท์ของคณะที่จะนำเสนอการแสดงของตนเอง ด้วยความเป็นที่คณะที่ถือว่า กล้าแสดงออก จึงคิดค้นการแสดงแปลก เพื่อเรียกคะแนนนิยมจากคนดู เหล่ารุ่นพี่จึงตกลงปลงใจที่จะนำเสนอการแสดงที่มีชื่อว่า
       
       “กุหลาบแดง” ซึ่งมีผู้แสดงทั้งหมด 4 คน ใส่ชุดยาวสีขาวทุกคน และต้องปืนป่ายขึ้นไปบน สแตนด์ สูงประมาณ 3 ชั้นของตึก เพื่อที่จะโรยตัวลงมา เพราะการแสดงชุดนี้ มีคอนเซ็ปต์ที่นำเสนอเกี่ยวกับ สาวที่อกหักจากหนุ่มคนรัก จึงตัดสินใจผูกคอตาย
       
       รู้ว่ามันเป็นวิธีที่เสี่ยง ถ้าน้องๆ เกิดพลาด ดึงเชือกแขวนคอจริง เราคงรับผิดชอบไม่ไหวแน่ แต่หลังจากที่ซักซ้อมมาหลายวันก็มั่นใจว่าน้องต้องไม่พลาด”
       
       หลังจากที่การแสดงจบลง ทุกอย่างเป็นตามที่ตั้งหวังไว้ การแสดงชุดนี้ได้รับความชื่นชมจากเพื่อนรวมคณะ และต่างคณะ ทุกคนพากันมาแสดงความยินดี และพูดขึ้นว่า
       

       
“ชอบจัง แสดงได้ดี น่าหวาดเสียวทั้ง 5 คนเลย”
       

       ทุกคนที่จัดการแสดงอึ้ง แบบพูดไม่ออก เพราะการแสดงชุดนี้มีผู้แสดงเพียง 4 คนเท่านั้น และคนที่ 5 เป็นใคร จากนั้นมีเพื่อนคนหนึ่งที่ถือกล้องวิดีโอบันทึกภาพ วิ่งมาอย่างหน้าตาตื่น บอกว่า
       
       ...จริงอย่างที่เพื่อนพูด การแสดงชุดนี้มี 5 คน มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่เห็นผู้แสดง 4 คน
       
       รุ่นพี่จึงตัดสินใจลบภาพ และเก็บเรื่องไว้เป็นเพียงเรื่องเล่า แต่ก็ยังมีคนนำกลับมาเล่า พร้อมกับหลักฐานที่บางคนเห็น และบางคนไม่เห็น ในเว็บไซต์ต่างๆ ลองเข้าไปดู และตัดสินช่วยพวกเราตัดสินอีกครั้งว่าการแสดงชุดนี้ มีกี่คนกันแน่?
       
       
.......แต่ก่อนที่ความน่ากลัวของรั้ว ม. ชื่อดังของภาคเหนือจะจบลง Life On Campus ขอออกตัวว่า บางเรื่องเป็นเพียงแค่ความเชื่อ ที่บอกต่อกันมา บางเรื่องอาจจะผิดเพื้ยนไป ซึ่งนั้นก็ถือว่าเป็นความเชื่อส่วนบุคคล
       
       
** ติดตาม เรื่องเล่าสยองขวัญในรั้วมหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะเป็น ศาลในห้องน้ำหญิง , โค้งยายจ้อย ริมถนนมอเตอร์เวย์ เสียงฝีเท้า คนเดินตาม ณ สนามกีฬาจาก ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าฯ ลาดกระบัง / โจงกระเบนสีแดง ณ พอเพชรรัตน์ จากม.ศิลปากร สนามจันทร์ / อย่ายืนทับที่ , เด็กผมจุก..ขอเล่นด้วย จากม.รังสิต........ ได้ที่ เรื่องเล่า นศ.(เรื่องลี้ลับ ริมม.)


http://www.manager.co.th/Campus/ViewNews.aspx?NewsID=9520000126258

 

โพสต์โดยสมาชิกหมายเลข 923 วันที่ 25 ต.ค. 2552


เรื่องลี้ลับ มช.ที่ไม่ได้มีแค่ ป็อก... ป็อก...ครืด!!!!!เรื่องลี้ลับมช.ที่ไม่ได้มีแค่ป็อก...ป็อก...ครืด!!!!!

Advertisement

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

ผู้หญิงนะคะ

ผู้หญิงนะคะ


เปิดอ่าน 6,378 ครั้ง
สีประจำวัน..กับความหมาย

สีประจำวัน..กับความหมาย


เปิดอ่าน 6,384 ครั้ง
นิทานกลางวัน

นิทานกลางวัน


เปิดอ่าน 6,377 ครั้ง
ทาน...ความเห็นแก่ตัว

ทาน...ความเห็นแก่ตัว


เปิดอ่าน 6,377 ครั้ง
จำนวนธูปกับการบูชา.....

จำนวนธูปกับการบูชา.....


เปิดอ่าน 6,381 ครั้ง
เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย

เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย


เปิดอ่าน 6,380 ครั้ง
เหมือนๆ...

เหมือนๆ...


เปิดอ่าน 6,377 ครั้ง

:: เรื่องปักหมุด ::

โรคเสื่อม..ในผู้ชายมาทางนี้ครับ!!

โรคเสื่อม..ในผู้ชายมาทางนี้ครับ!!

เปิดอ่าน 6,381 ☕ คลิกอ่านเลย

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
รูปแบบการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาไทย โรงเรียนบ้านนาต้นจั่น
รูปแบบการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาไทย โรงเรียนบ้านนาต้นจั่น
เปิดอ่าน 6,378 ☕ คลิกอ่านเลย

วิจัย ฟ้อนทอผ้าไหม
วิจัย ฟ้อนทอผ้าไหม
เปิดอ่าน 6,375 ☕ คลิกอ่านเลย

ให้ไป...และได้มา..คืออะไร?
ให้ไป...และได้มา..คืออะไร?
เปิดอ่าน 6,375 ☕ คลิกอ่านเลย

โปรดรำลึกเสมอว่า...ฉันรักเธอ"
โปรดรำลึกเสมอว่า...ฉันรักเธอ"
เปิดอ่าน 6,383 ☕ คลิกอ่านเลย

คำพยาการณ์ ขององค์สมเด็จพระสัมมาพุทธเจ้า
คำพยาการณ์ ขององค์สมเด็จพระสัมมาพุทธเจ้า
เปิดอ่าน 6,462 ☕ คลิกอ่านเลย

ของไหว้..วันตรุษจีน....
ของไหว้..วันตรุษจีน....
เปิดอ่าน 6,377 ☕ คลิกอ่านเลย

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ปล้นสะดม หรือ ปล้นสดมภ์  กันแน่
ปล้นสะดม หรือ ปล้นสดมภ์ กันแน่
เปิดอ่าน 79,586 ครั้ง

การสวดยอดพระกัณฑ์พระไตรปิฎก
การสวดยอดพระกัณฑ์พระไตรปิฎก
เปิดอ่าน 28,080 ครั้ง

โคขุน..."ไทยแบล็ค" ลูกผสมพันธุ์ใหม่ให้เนื้อมาก
โคขุน..."ไทยแบล็ค" ลูกผสมพันธุ์ใหม่ให้เนื้อมาก
เปิดอ่าน 18,348 ครั้ง

เรื่องกล้วย ๆ
เรื่องกล้วย ๆ
เปิดอ่าน 15,527 ครั้ง

10 เคล็ดลับคลายความเหนื่อยล้า ปลุกพลังกลับมาอีกครั้ง
10 เคล็ดลับคลายความเหนื่อยล้า ปลุกพลังกลับมาอีกครั้ง
เปิดอ่าน 14,828 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


· Technology
· บทความเทคโนโลยีการศึกษา
· e-Learning
· Graphics & Multimedia
· OpenSource & Freeware
· ซอฟต์แวร์แนะนำ
· การถ่ายภาพ
· Hot Issue
· Research Library
· Questions in ETC
· แวดวงนักเทคโนฯ

· ความรู้ทั่วไป
· คณิตศาสตร์
· วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
· ภาษาต่างประเทศ
· ภาษาไทย
· สุขศึกษาและพลศึกษา
· สังคมศึกษา ศาสนาฯ
· ศิลปศึกษาและดนตรี
· การงานอาชีพ

· ข่าวการศึกษา
· ข่าวตามกระแสสังคม
· งาน/บริการสังคม
· คลิปวิดีโอยอดนิยม
· เกมส์
· เกมส์ฝึกสมอง

· ทฤษฎีทางการศึกษา
· บทความการศึกษา
· การวิจัยทางการศึกษา
· คุณครูควรรู้ไว้
· เตรียมประเมินวิทยฐานะ
· ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
· เครื่องมือสำหรับครู

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ