ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ข่าวการศึกษา     ความรู้ทั่วไป     งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคมเรื่องราวจากสมาชิก  ▶ ข่าว/บทความ ▶ หน้าแรก

ชีวิตครูของผม ตอน โรงเรียนในฝันหรือโรงเรียนรังแกฉัน (3)


เรื่องราวจากสมาชิก เปิดอ่าน : 6,391 ครั้ง
ชีวิตครูของผม ตอน โรงเรียนในฝันหรือโรงเรียนรังแกฉัน (3)

Advertisement

❝ ก็คงเป็นบทสรุปในตอนี้ที่ท่านผู้อ่านคงจะสามารถตัดสินได้ว่าตกลงโรงเรียนจะเป็นโรงเรียนในฝันหรือโรงเรียนรังแกฉัน ซึ่งบางครั้งความหวังดีของนโยบายโรงเรียน อาจจะกลายเป็นผลร้ายที่เกิดขึ้นกับเด็กนักเรียนในอนาคต ❞  

ช่วงนี้ก็เป็นช่วงที่ครูใหญ่คนเก่าเสียชีวิต ได้ครูใหญ่คนใหม่เข้ามา แต่ก็ไม่มีผลอะไรกับผมหรอก ถึงตอนนี้ก็คงเริ่มด้านวินัย ผมตั้งกฎกับนักเรียนว่า ถ้าใครมาช้าเกินกว่า 5 นาทีต้องโดนลงโทษ โดยการยึดพื้น นาทีละ 5 ครั้ง เพราะผมมองเห็นว่า เด็กกำลังเจริญเติบโต ถ้าได้ออกกำลังกายยืดเส้นยืดสายบ้าง ร่างกายก็จะกระปรี้กระเปร่า เพราะคาบสอนผมเป็นช่วงหลังอาหารกลางวัน หนังท้องตึง หนังตากำลังหย่อน ดังนั้นการตั้งกฎแบบนี้ ผมถือว่าได้ผลดี 2 ประการคือ สร้างวินัย กับสร้างร่างกายให้กับเด็ก ผลปรากฏว่า ชั่วโมงของผมอัตราการเข้าห้องสายน้อยลง จนทุกคนจะต้องมาก่อนเวลา เพราะกลัวถูกลงโทษ อันนี้ผ่านไป ขั้นตอนต่อมาคือคุยกันในชั้นเรียนไม่สนใจการเรียน ผมก็จะให้ใบงานเป็นคำถามก่อน โดยคำตอบจะอยู่ในเนื้อหาที่อธิบาย หากใครตอบผิดทั้งที่มีคำตอบอยู่แล้วก็จะมีการออกกำลังกายเช่นกัน ผลก็ออกมาสวยงาม แม้จะเขียนผิดเพี้ยนไปบ้างก็ถือว่าอนุโลม แก้ปัญหาในชั้นเรียนไปได้ จากนั้นก็ถูกย้ายมาสอนในวิชาสังคมชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ก็ยังใช้วิธีนี้อยู่ซึ่งได้ผล แต่ในชั้นมัธยมปลายมีปัญหาแถมมาอีกมากมายที่ต้องเข้าไปทำ อันแรก พอเช็คชื่อเสร็จก็หนีไประหว่างเราหันหน้าเข้ากระดาน อันนี้ผมก็เลยต้องส่งชื่อให้ฝ่ายปกครอง ฝ่ายปกครองก็ลงโทษ พออีกวันผมเข้าไปสอน เจ้าก่อเหตุก็ชี้หน้าผมบอกว่าอย่าให้เจอข้างนอกนะ ผมเลยของขึ้น เพราะไม่เคยเจอเด็กชี้หน้ามาก่อน ก็เลยบอกว่า ถ้าจะตีกันมาตีกันเดี๋ยวนี้เลยก็ได้ ไม่ต้องรอถึงข้างนอกหรอก รับรองเรื่องนี้หยุดแค่นี้ไม่ไปถึงปกครอง เค้าก็เลยเงียบ (จริง ๆ ถ้าเจ้าหมอนี่มันกล้าตีผมคนที่จะแย่คือผมแหละ) เรื่องก็ผ่านไป แต่ก็มีผลนะ ไม่มีใครกล้ามาชี้หน้าผมอีก แต่ปัญหาต่อมาก็คือ เล่นการพนัน วันนึ่งผมเข้าสอน ปรากฏว่า นร.หายไปเป็นสิบคน เลยถามว่า เพื่อนเธอหายไปไหน เค้าก็อ้ำอึ้ง ตอบไม่เต็มคำ เลยถามว่าถ้าเธอรักเพื่อนเธอ เธอต้องบอกครู ความจริงเลยปรากฏว่า ไปมั่วสุมกุฎเณร เพื่อเล่นไพ่กัน ผมก็เลยตามไปถึงกุฎ ที่หน้ากุฎเนี่ย ปิดประตูใส่กุญแจ (ฉลาด) แต่ว่ารองเท้ากองหน้ากุฎแยะเลย แถมมีเสียงเถียงกันอีก (ขาดเฉลียว) ผมก็เลยไปแอบฟัง แน่นอน เล่นไพ่ชัวร์ เลยบอกว่า พวกอยู่ข้างในออกมาซะดี ๆ ไม่งั้นจะเจอโทษหนัก ก็ยังดื้อไม่ออก สุดท้ายผมก็กระโดดถีบประตูกุฎเข้าไป เจอลูกศิษย์เรานั่งงง บางคืนสูบบุหรี่ บางคนถือไพ่ พอได้สติเท่านั้น วงแตก วิ่งหนีออกไปคนละทาง หน้าต่าง ฝากุฎพังไปหมด แต่เราก็ตามจัดการได้ทุกคน จนนักเรียนผมตั้งสมญญานามผมว่า อาจารย์พ่อ เรื่องไพ่เนี่ยยังเล็ก ๆ ยังมีเรื่องชู้สาวผ่านมาอีก (ทำไมผมต้องเจอแบบนี้ด้วยนะ) วันนั้นคุมสอบ นักศึกษาสาวสองคนสองสถาบัน มาตบกันหน้าห้องสอบที่เราคุม ก็เลยต้องชำระความ ว่าเหตุมาจากอะไร ปรากฎว่า ชอบผู้ชายคนเดียวกัน เลยต้องอัญเชิญเจ้าตัวต้นเหตุมาพบ พอเห็นหน้าเท่านั้นแหละ พ่อเจ้าประคุณเอ๋ย หน้าตาสุดยอดแห่งความไม่หล่อ เลยถามสองสาวว่าชอบคนหน้าแปลกเหรอ จากนั้นก็อบรมแล้วก้ให้แยกย้าย ไม่อยากหรอกที่จะแจ้งไปยังโรงเรียนต้นสังกัด ผ่านไปก็มีอีก คราวนี้เปิดโรงแรมกันเลย ต้องไปร่วมกับโรงเรียนคู่กรณี อันนี้จริง ๆ ไม่ใช่หน้าที่ครูพิเศษอย่างผมหรอก แต่อย่างที่บอก ไม่มีใครสนใจ เราเลยต้องทำหน้าที่แทน ไปเจอกำลังนัวเนียกันอยู่ ก็ค้นกระเป่า อาจารย์ใหญ่โรงเรียนคู่กรณีค้นพบยาคุมกำเนิดในกระเป๋าลูกศิษย์สาว ท่านก็ถามว่ารู้ไหมนี่อะไร หล่อนก็ทำหน้า(น่าตบ)บอกอาจารย์ด้วยความมั่นใจว่า สงสัยจะเป็นยาสระผมมั้งคะ มันคงนึกในใจว่า (อี กระบือ เป็นถึง ผอ. ยังไม่รู้จักยาคุม)อันนี้ไม่ได้ใส่ร้ายนะ ได้ยินเด็กมันพูดกับหู เสร็จจากเรื่องนี้ก็เจอรูปลามากอีก รอบนี้ผมเจอเอง ก็จัดการเผาซึ่งหน้าซะ สะใจ แต่ก็โดนอาฆาตแหละ ผมไม่กลัวหรอก ช่วงนี้ก้เป็นช่วงที่มีการเปลี่ยนระบบการสอนเป็น Child centre ที่เน้นนักเรียนเป็นศูนย์กลาง (ที่เด็ก ๆ บางคนแอบนินทาว่าเป็นควายเซ็นเตอร์) ซึ่งผมก็เข้ารับการอบรมที่ยังไม่รู้อะไรชัดเจน รู้แต่ว่าเน้นที่ตัวเด็กเป็นสำคัญ ซึ่งแรก ๆ ก็มีการเข้าใจสับสนพอสมควร เช่น ครูต้องเน้นให้นักเรียนเรียนอย่างมีความสุข ดังนั้นเด็กไม่พร้อมครูจะไปบังคับไม่ได้ (อะไรวะ) อันนี้ได้รับการชี้แจงจากวิทยากรจริงๆ นะ เราก็ว่าผมสอนสังคม สอนอังกฤษ เนี่ย เด็กมันไม่พร้อมตลอดแน่ เค้าก็บอกว่าต้องสร้างแรงจูงใจ เราก็นำไปใช้ เข้าไปถึงเริ่มนำเข้าสู่บทเรียนเลยแหละ หน้าตาแจ่มใส ชวนเด้กคุยว่ารู้ไหมวันวาเลนไทน์คือวันอะไร เด็กก็ตอบว่า วันที่ 14 ก.พ. เริ่มเข้าเค้า เราก็ถามว่ามีความสำคัญยังไง อันนี้ก็ได้คำตอบว่า วันที่ผมกับแฟนมีไรกัน ,วันที่แฟนผมเสียสาว ฯลฯ อันนี้ก็พอยอมรับได้นะ เพราะถือว่าเป็นการแสดงความคิดเห็น พอจะเริ่มสอน นักเรียนก็เริ่มหลับ เราว่าเอาไงดี ก็คุยว่าสิ่งจำเป็นในการเรียนคืออะไร สิ่งที่ได้คำตอบก็คือ ครูจะสอนอะไรก็สอนไป ผมง่วง จะนอน เท่านั้นแหละการเข้าสู่บทเรียนก็เปลี่ยนเป็นบทเดิม คือด่ากระตุ้นสมอง ซึ่งได้ผล ลุกมาตั้งใจเรียนกันต่อ นี่เป็นตัวอย่างของการเรียนแบบใหม่ที่ผมได้เจอมา จริงๆ แล้วผมมาทราบตอบหลังก็คือการเรียนระบบนี้ ครูต้องปรับวิธีการสอนให้น่าสนใจ โดยเน้นให้เด็กมีส่วนค้นคว้าและปฏิบัติในเนื้อหานั้น โดยทั้งครูและนักเรียนร่วมศึกษาไปด้วยกัน และเป็นช่วงเวลาที่หักไม้เรียว คือห้ามตี นักเรียนยิ่งได้ใจ จนกระทั่งสอบปลายภาคเรียน นักเรียนทุจริตในการสอบวิชาผม แล้วผมจับได้ จึงเขียนรายงานถึงครูใหญ่ว่า ขอให้นักเรียนที่ทุจริต ติด ร. และทำงานแก้ เนื่องจากมีคะแนนเก็บสูง ถ้าปรับตก จะแย่ เพราะอยากให้รู้สำนึกในสิ่งที่ทำ  ปรากฎว่าทางวิชาการบอกว่า ให้เด็กติด ร. โรงเรียนไม่มีนโยบายทั้งให้ตก และติด ร.รวมถึงการให้เกรดน้อย ผมก็ถามว่า แล้วจะให้นักเรียนมีคุณภาพหรือปริมาณมากกว่ากัน เค้าก็จะเน้นปล่อยเกรด เพื่อเด็กจะได้มีคะแนนประเมินเข้ามหาวิทยาลัยมาก (ใครนะช่างคิด) ผมก็ไม่ยอม สุดท้ายสิ่งที่ไม่เคยได้เห็นก็ได้เห็น ครูใหญ่ให้อาจารย์หมวดวิทยาศาสตร์มาแก้เกรดนักเรียนผม แถมให้เกรดเรียบร้อย จึงมาบอกผม ผมจึงถามว่าทำไมไม่ให้หัวหน้าหมวดสังคม และหมวดภาษาอังกฤษมาแก้ เค้าบอกว่าเป็นเด็กนักเรียนของเค้า (เด็กในสังกัดอาจารย์ท่านนี้) ผมก็เลยเรียนครูใหญ่ว่า ต่อไปก็คงไม่ต้องสอบ ดูหน้าแล้วให้เกรดก็แล้วกัน ท่านก็ไม่ว่าอะไร พอเปิดเทอมใหม่ก็ไม่มีชื่อผมสอนในโรงเรียนนี้ โดยเหตุผลว่า ผมเข้มงวดกับนักเรียน จนนักเรียนเข้าชื่อกันไล่ผมออก ไม่อย่างนั้นนักเรียนจะลาออกไปที่อื่น ผมจึงหมดหน้าที่ในการเป็นครูพิเศษของโรงเรียนนี้ อะไรไม่เจ็บใจเท่า คือสอนฟรีมา 7 ปี พอจะให้ออก ให้ผมออกแบบมีมลทิน ที่ครูใหญ่เอาไปพูดว่า ผมไม่มีสิทธิ์ให้เกรดนักเรียนแต่ต้น ผมเลยโต้ว่าถ้าผมไม่มีสิทธิ์แต่ต้น ที่ผมให้เกรดไปจึงเป็นโมฆะ จึงต้องมีผลย้อนหลัง ท่านต้องเรียก นักเรียนที่จบไปน่ะมาสอบเอาเกรดใหม่ ท่านก็ไม่พูดอะไร แต่จริง ๆ ก็คือ ผมไปรู้เรื่องยาเสพติดในโรงเรียน และผมก็พยายามสกัดกั้นทุกแบบ ไม่ว่าจะตรวจค้นกระเป๋านักเรียน ประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจฯลฯ เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นผลทำให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำ ผมพยายามทุกวิถีทาง แต่ครูใหญ่ท่านมองว่าเป็นการทำลายชื่อเสียงของโรงเรียน  ผมก็ไม่เถียง เพราะโรงเรียนยังต้องอาศัยรายได้จากค่าหัวนักเรียน ผมเองก็มีงานทำมีเงินเดือนอยู่แล้วเลยจบกันไป แต่ท่านที่เป็นครู ท่านจะรู้สึกไหมที่เห็นศิษย์ของท่านค้ายา ขายตัว(นร.ชาย) เพื่อหาเงินเที่ยว ซื้อยา่  หมดอนาคต หลายท่านอาจจะไม่เห็นความสำคัญ แต่ผมซึ่งเป็นครูพิเศษ แต่ผมก็คือครู ผมต้องทำทุกวิถีทางที่จะให้ลูกศิษย์ผมได้ผ่านจากจุดนี้ไปเป็นคนดีของสังคมให้ได้ ผมเคยบอกนักเรียนผมว่าผมไม่ได้เป็นครูสอนหนังสือ ผมเป็นครูสอนคน ดังนั้นผมต้องสอนให้รู้ทั้งวิชาการ และสามารถเดินไปในสังคมได้อย่างสง่า เพราะพวกเธอเป็นคนดีของสังคมให้ได้ และแน่นอน ทุกอย่างก็ยังคงเหมือนเดิม ที่ นักเรีนรอแก้ ร. มส. หรือ  0 โดยทำกิจกรรมวันเดียว ท่านผู้อ่านคิดว่านี่คือโรงเรียนในฝันที่ใครมาเรียนต้องจบทุกคน หรือโรงเรียนรังแกฉันที่ไม่ได้ให้คุณภาพนักเรียนออกไปเลย วีรกรรมการสอนผมยังมีอีกหลายที่นะ ขอให้ติดตามตอนต่อไป

โพสต์โดยสมาชิกหมายเลข 740 วันที่ 27 ส.ค. 2551


ชีวิตครูของผม ตอน โรงเรียนในฝันหรือโรงเรียนรังแกฉัน (3)ชีวิตครูของผมตอนโรงเรียนในฝันหรือโรงเรียนรังแกฉัน(3)

Advertisement

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

Money

Money


เปิดอ่าน 6,384 ครั้ง
สาว...กับ...สี...????

สาว...กับ...สี...????


เปิดอ่าน 6,384 ครั้ง
ขำขำ : ยอดนักกินเป็ด

ขำขำ : ยอดนักกินเป็ด


เปิดอ่าน 6,385 ครั้ง
ผู้ชนะ..ไม่เคยลาออก

ผู้ชนะ..ไม่เคยลาออก


เปิดอ่าน 6,382 ครั้ง
กุ้งการ์ตูน

กุ้งการ์ตูน


เปิดอ่าน 6,412 ครั้ง
อารมณ์ ทางเพศ   555+

อารมณ์ ทางเพศ 555+


เปิดอ่าน 6,395 ครั้ง
คำถามน่ารู้

คำถามน่ารู้


เปิดอ่าน 6,381 ครั้ง

:: เรื่องปักหมุด ::

เมฆ กับ หมอก ต่างกันตรงไหน (Cloud Haze Mist)

เมฆ กับ หมอก ต่างกันตรงไหน (Cloud Haze Mist)

เปิดอ่าน 6,392 ☕ คลิกอ่านเลย

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
เมนูอาหารปลอดภัย..สำหรับผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบบี..
เมนูอาหารปลอดภัย..สำหรับผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบบี..
เปิดอ่าน 6,619 ☕ คลิกอ่านเลย

กลัวครู   !!!!!!
กลัวครู !!!!!!
เปิดอ่าน 6,392 ☕ คลิกอ่านเลย

อยากรู้ไหมว่า....สมรรถภาพทางร่างกายของคุณเป็นอย่างไร
อยากรู้ไหมว่า....สมรรถภาพทางร่างกายของคุณเป็นอย่างไร
เปิดอ่าน 6,386 ☕ คลิกอ่านเลย

เคล็ดลับ....เก็บเงินได้.....ง่ายนิดเดียว
เคล็ดลับ....เก็บเงินได้.....ง่ายนิดเดียว
เปิดอ่าน 6,384 ☕ คลิกอ่านเลย

อ่านใจธรรมชาติ ....
อ่านใจธรรมชาติ ....
เปิดอ่าน 6,382 ☕ คลิกอ่านเลย

เงิน
เงิน
เปิดอ่าน 6,380 ☕ คลิกอ่านเลย

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ฮาก๊ากคู่รักตัวกะเปี๊ยก นัดวิวาห์เหาะข้ามทวีป
ฮาก๊ากคู่รักตัวกะเปี๊ยก นัดวิวาห์เหาะข้ามทวีป
เปิดอ่าน 12,025 ครั้ง

โปรแกรมคำนวณค่า T-Score
โปรแกรมคำนวณค่า T-Score
เปิดอ่าน 136,331 ครั้ง

กรุงเทพฯ กับ บางกอก
กรุงเทพฯ กับ บางกอก
เปิดอ่าน 13,100 ครั้ง

เหตุใดคนญี่ปุ่นจึงมีความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการสูง นี่อาจจะเป็นส่วนหนึ่งของคำตอบนี้..
เหตุใดคนญี่ปุ่นจึงมีความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการสูง นี่อาจจะเป็นส่วนหนึ่งของคำตอบนี้..
เปิดอ่าน 15,324 ครั้ง

วิตามินอี ความสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม
วิตามินอี ความสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม
เปิดอ่าน 10,628 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


· Technology
· บทความเทคโนโลยีการศึกษา
· e-Learning
· Graphics & Multimedia
· OpenSource & Freeware
· ซอฟต์แวร์แนะนำ
· การถ่ายภาพ
· Hot Issue
· Research Library
· Questions in ETC
· แวดวงนักเทคโนฯ

· ความรู้ทั่วไป
· คณิตศาสตร์
· วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
· ภาษาต่างประเทศ
· ภาษาไทย
· สุขศึกษาและพลศึกษา
· สังคมศึกษา ศาสนาฯ
· ศิลปศึกษาและดนตรี
· การงานอาชีพ

· ข่าวการศึกษา
· ข่าวตามกระแสสังคม
· งาน/บริการสังคม
· คลิปวิดีโอยอดนิยม
· เกมส์
· เกมส์ฝึกสมอง

· ทฤษฎีทางการศึกษา
· บทความการศึกษา
· การวิจัยทางการศึกษา
· คุณครูควรรู้ไว้
· เตรียมประเมินวิทยฐานะ
· ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
· เครื่องมือสำหรับครู

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ