ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม > พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของไทย

พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของไทย

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 3 ม.ค. 2551 เปิดอ่าน : 9,768 ครั้ง

ลิงก์ผู้สนับสนุน

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

Advertisement
พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของไทย โดย ดร. ศักดิ์ชัย สายสิงห์
พระพุทธรูปสำคัญที่จัดเป็นพระพุทธรูป คู่บ้านคู่เมือง ที่ควรกล่าวถึงมี  ๒ องค์ คือ
 

หัวข้อ

๑. พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกต)
          พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกต) ปัจจุบันประดิษฐานใน พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม  ใน พระบรมมหาราชวัง
          ประวัติความเป็นมาของพระแก้วมรกตปรากฏในตำนานของชาวล้านนา  กล่าวว่าพระแก้วมรกตสร้างขึ้นในอินเดีย  และได้อัญเชิญมายังเมืองนครศรีธรรมราช   ละโว้ อยุธยา  ชัยนาท  สุโขทัย  กำแพงเพชร   จน กระทั่งมาถึงล้านนาตามลำดับ  หลักฐานที่พบ  และสามารถสืบค้นได้คือ  ประวัติพระแก้ว-มรกตจากพงศาวดาร  ซึ่งกล่าวว่า  ได้ค้นพบ พระแก้วมรกต ใน  พ.ศ ๑๙๗๙  ตรงกับสมัยของพระเจ้าสามฝั่งแกน ผู้ปกครองล้านนา  โดยพบในเจดีย์แห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย  ซึ่งถูกฟ้าผ่าพังทลายลงมา 
          หลังจากที่ได้พบพระแก้วมรกตแล้ว ได้มีการอัญเชิญเพื่อจะนำมาประดิษฐานยังเมืองเชียงใหม่  แต่ก็เกิดปาฏิหาริย์  จึงได้นำพระแก้วมรกตมาประดิษฐานที่วัดพระแก้วดอนเต้า  เมืองลำปาง   จนมาถึงรัชกาลพระเจ้า- ติโลกราช   ครั้นเมื่อสร้างวัดเจดีย์หลวงเสร็จแล้ว  จึงโปรดให้อัญเชิญพระแก้วมรกตจาก เมืองลำปาง  มาประดิษฐานในจระนำซุ้มด้านทิศตะวันออกของเจดีย์หลวง เมืองเชียงใหม่  ต่อมาพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช  พระอุปราช  แห่งอาณาจักรล้านช้าง   มาปกครองล้านนา เป็นเวลา ๒ ปี  เมื่อพระราชบิดาสิ้นพระชนม์  พระเจ้าไชยเชษฐาธิราชจึงเสด็จกลับไปครอง อาณาจักรล้านช้าง   พร้อมกับอัญเชิญพระแก้วมรกตไปยังเมืองหลวงพระบาง  และในภายหลังได้ย้ายมาประดิษฐานยังวัดพระแก้ว ในเมืองเวียงจันทน์ เป็นเวลานานกว่า ๒๐๐ ปี   จนถึงสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช  แห่ง กรุงธนบุรี  สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก
ได้อัญเชิญพระแก้วมรกตจากเมืองเวียงจันทน์  มายังกรุงธนบุรี  ต่อมาเมื่อย้ายราชธานีมายังกรุงเทพมหานคร  พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดเกล้าฯให้อัญเชิญพระแก้วมรกตมาประดิษฐานในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม  ซึ่งเป็นวัดสำคัญในเขตพระบรมมหาราชวัง
          พระแก้วมรกตเป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ ประทับนั่งขัดสมาธิราบเหนือฐานหน้ากระดาน เกลี้ยง  ตามความจริงแล้ว  เนื้อวัสดุนั้นไม่ใช่ มรกต  แต่เป็นหินสีเขียว (หยก) ได้มีข้อสันนิษ-ฐานเกี่ยวกับการกำหนดอายุพระแก้วมรกตอยู่   ๒  ข้อ คือ   ข้อแรก   เชื่อว่าสร้างขึ้นในอินเดีย และได้อัญเชิญมายังเมืองต่างๆตามที่ปรากฏในตำนาน   กับอีกข้อหนึ่งเชื่อว่า  สร้างขึ้นในล้านนา  ซึ่งความเป็นไปได้น่าจะสร้างขึ้นในล้านนามากกว่า  เพราะการพบครั้งแรก รวมทั้งประวัติความเป็นมาล้วนแต่เกิดขึ้นในล้านนาทั้งสิ้น  แต่ก็ยังมีข้อสงสัยในขณะนั้นว่า  รูปแบบของพระแก้วมรกตไม่เหมือนกับพระพุทธรูปกลุ่มใดๆในล้านนา
          อย่างไรก็ตาม ได้พบหลักฐานสนับสนุนว่า  พระแก้วมรกตน่าจะสร้างขึ้นในล้านนา  และเป็นฝีมือช่างในแหล่งที่พบคือ แถบเมืองเชียงรายพะเยา  กล่าวคือ ได้พบพระพุทธรูปหินทรายในสกุลช่างพะเยากลุ่มหนึ่ง  มีลักษณะเช่นเดียวกับพระแก้วมรกต  ทั้งรูปแบบและวิธีการสร้าง รายละเอียดเกี่ยวกับอายุสมัยและรูป-แบบของพระแก้วมรกตนั้น เนื่องจากพระ-แก้วมรกตมีรูปแบบใกล้เคียงกับพระพุทธรูปแบบล้านนาระยะแรก  แต่ก็มีอิทธิพลของศิลปะสุโขทัยผสมแล้ว  จึงเชื่อว่า พระแก้ว-มรกตเป็นพระพุทธรูปศิลปะล้านนาระยะแรกที่รับอิทธิพลของศิลปะสุโขทัยในสมัยพระเจ้ากือนา  ที่ได้อาราธนาพระสุมนเถระจากสุโขทัยขึ้นไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาในล้านนา ใน  พ.ศ.  ๑๙๑๓    ดังนั้น  ปีที่สร้าง  พระแก้วมรกตจึงน่าจะอยู่ในระหว่าง  พ.ศ. ๑๙๑๓  -  ๑๙๗๙
          ประกอบกับในตำนานที่กล่าวถึงพระ-แก้วมรกต  ระบุว่า ได้มาปรากฏในล้านนาใน สมัยของท้าวมหาพรหม    ซึ่งเป็นพระอนุชาของ พระเจ้ากือนา โดยพระองค์ได้เป็นผู้อัญเชิญพระ-แก้วมรกตจากเมืองกำแพงเพชรมาประดิษฐานยังเมืองเชียงราย   จึงนับเป็นหลักฐานที่สัมพันธ์กับการแผ่อิทธิพลของสุโขทัยในล้านนาในช่วงระยะเวลานี้   พระแก้วมรกตซึ่งเป็นพระพุทธรูปสำคัญ  น่าจะเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างพระพุทธรูปล้านนาระยะต่อๆมา โดยเฉพาะในกลุ่มพระพุทธรูปหินทรายสกุลช่างพะเยาดังกล่าว  ดังนั้น ระยะเวลาในการสร้างงานน่าจะมีความใกล้เคียงกันด้วยคือ  อยู่ในราว ๆ ต้น - กลางพุทธศตวรรษที่ ๒๐

[กลับหัวข้อหลัก]
 
๒. พระพุทธสิหิงค์
           พระพุทธสิหิงค์  มีอยู่รวม ๓ องค์ที่มีชื่ออย่างเดียวกัน องค์แรกประดิษฐานในพระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร   ส่วนองค์ที่ ๒  ประดิษฐานในวิหารลายคำ  วัดพระสิงห์  จังหวัดเชียงใหม่   และองค์ที่ ๓  ประดิษฐานใน   หอพระพุทธสิหิงค์  จังหวัดนครศรีธรรมราช พระพุทธสิหิงค์มีปรากฏอยู่ในตำนานของชาวล้านนา  กล่าวว่า  สร้างขึ้นในลังกาและได้อัญเชิญมายังนครศรีธรรมราช  ละโว้  สุโขทัย   อยุธยา  ชัยนาท   กำแพงเพชร   ก่อนที่จะนำมายังล้านนา  โดยท้าวมหาพรหม   เจ้าเมืองเชียงราย  เป็นผู้ไปอัญเชิญมาจากเมืองกำแพงเพชร  เมื่อราวๆต้นพุทธศตวรรษที่  ๒๐
           จากรูปแบบของพระพุทธสิหิงค์ทั้ง  ๓ องค์ที่พบ  มีลักษณะเฉพาะของแต่ละสกุลช่าง แตกต่างกัน   และเป็นรูปแบบที่เกิดขึ้นในแต่ละ  ท้องถิ่น  ดังนั้น ที่กล่าวว่า ได้อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์มาจากลังกานั้น จึงเป็นเพียงตำนาน  เมื่อแต่ละท้องถิ่นรับมา  จึงได้มาสร้างพระ-พุทธรูปตามรูปแบบของตนเองขึ้น

           พระพุทธสิหิงค์   ประดิษฐานใน   พระที่นั่งพุทไธสวรรย์  พิพิธภัณฑสถาน แห่งชาติพระนคร กรุงเทพมหานคร    เป็น พระพุทธรูปสมัยสุโขทัย หรือศิลปะล้านนาที่ได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะสุโขทัย อายุราวๆพุทธศตวรรษที่ ๒๐ - ๒๑  เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ  ขัดสมาธิราบ  พระพักตร์รูปไข่  พระรัศมีเป็นเปลว  ชายสังฆาฏิยาวมาจรดพระนาภี 

           - พระพุทธสิหิงค์  ประดิษฐานในวิหารลายคำ  วัดพระสิงห์  จังหวัดเชียงใหม่   เป็นพระพุทธรูปศิลปะล้านนาแบบที่เรียกว่า  “เชียงแสน  สิงห์หนึ่ง”   อายุราวๆต้นพุทธศตวรรษที่ ๒๐   เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย    ประทับนั่งขัดสมาธิเพชร  พระเศียรเดิมถูกตัดไปแล้ว  ปัจจุบันเป็นเศียรที่หล่อขึ้นใหม่   พระวรกายอวบอ้วน   ชายสังฆาฏิสั้นเหนือพระถัน

          - พระพุทธสิหิงค์  ประดิษฐานในหอพระพุทธสิหิงค์  จังหวัดนครศรีธรรมราช  เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ประทับนั่ง  ขัดสมาธิเพชร   ชายสังฆาฏิสั้นเหนือพระถัน พระวรกายอวบอ้วนอย่างมาก  นิยมเรียกว่าแบบ  “ขนมต้ม”  จัดเป็นสกุลช่างนครศรี-ธรรมราช มีอายุราวๆพุทธศตวรรษที่  ๒๒

          ดูเพิ่มเติมเรื่อง การศาสนา เล่ม 5 ประติมากรรม เล่ม 14 พระไตรปิฎกและการชำระพระไตรปิฎก เล่ม 16 ศาสนาและระบบความเชื่อในประเทศไทย เล่ม 20 และวัดไทย เล่ม 28

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของไทย , , พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของไทย , << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
วันมาฆบูชา

วันมาฆบูชา
เปิดอ่าน 15,516 ครั้ง
คลิกอ่าน!
24 กันยายน วันมหิดล

24 กันยายน วันมหิดล
เปิดอ่าน 14,470 ครั้ง
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
กองทัพเรือไทย

กองทัพเรือไทย
เปิดอ่าน 15,531 ครั้ง
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
งานกู้ชาติ

งานกู้ชาติ
เปิดอ่าน 8,387 ครั้ง
Advertisement

≡ เรื่องล่าสุดในหมวดหมู่นี้ ≡
มาทำความรู้จักกับวันสำคัญทางพระพุทธศาสนากันเถอะ☕ คลิกอ่านเลย
มาทำความรู้จักกับวันสำคัญทางพระพุทธศาสนากันเถอะ
เปิดอ่าน 3,222 ครั้ง
สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 20 ใช้พระนาม “สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ”☕ คลิกอ่านเลย
สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 20 ใช้พระนาม “สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ”
เปิดอ่าน 7,004 ครั้ง
รายนามศิลปินแห่งชาติ 2559 จำนวน 12 ท่าน☕ คลิกอ่านเลย
รายนามศิลปินแห่งชาติ 2559 จำนวน 12 ท่าน
เปิดอ่าน 14,348 ครั้ง
ความรู้ ความเชื่อ และการปฏิบัติ☕ คลิกอ่านเลย
ความรู้ ความเชื่อ และการปฏิบัติ
เปิดอ่าน 9,979 ครั้ง
เงินตราของเวียดนามตอนที่ 1☕ คลิกอ่านเลย
เงินตราของเวียดนามตอนที่ 1
เปิดอ่าน 7,003 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ประโยชน์ของผักใบเขียวมีอะไรบ้างประโยชน์ของผักใบเขียวมีอะไรบ้าง
เปิดอ่าน 48,738 ครั้ง
ฟุตซอล(Futsal):  กติกาข้อ 8  ระยะเวลาของการแข่งขัน ฟุตซอล(Futsal): กติกาข้อ 8 ระยะเวลาของการแข่งขัน
เปิดอ่าน 43,821 ครั้ง
รักษาอาการไอแบบไม่พึ่งยา ด้วยธรรมชาติบำบัดรักษาอาการไอแบบไม่พึ่งยา ด้วยธรรมชาติบำบัด
เปิดอ่าน 10,925 ครั้ง
สุดระทึก ขับรถฝ่าไฟแดง หนีการจับกุมตำรวจสุดระทึก ขับรถฝ่าไฟแดง หนีการจับกุมตำรวจ
เปิดอ่าน 7,144 ครั้ง
ความหมายของครูความหมายของครู
เปิดอ่าน 111,830 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย


เว็บไซต์พันธมิตร

  • IELTS
  • TOEIC Online
  • chulatutor
  •  
     
    สนามเด็กเล่น
    เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
    หมวดหมู่เนื้อหา
    [ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
    ข่าวล่าสุด

    ครูบ้านนอกดอทคอม

    เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

          kroobannok.com

    © 2000-2020 Kroobannok.com  
    All rights reserved.


    Design by : kroobannok.com


    ครูบ้านนอกดอทคอม
    การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

    วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
     

    ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

    เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

    Email : kornkham@hotmail.com
    Tel : 081-3431047

    สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
    คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ