ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม > พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของไทย

พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของไทย

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 3 ม.ค. 2551 เปิดอ่าน : 10,583 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของไทย

Advertisement

พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของไทย โดย ดร. ศักดิ์ชัย สายสิงห์
พระพุทธรูปสำคัญที่จัดเป็นพระพุทธรูป คู่บ้านคู่เมือง ที่ควรกล่าวถึงมี  ๒ องค์ คือ
 

หัวข้อ

๑. พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกต)
          พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกต) ปัจจุบันประดิษฐานใน พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม  ใน พระบรมมหาราชวัง
          ประวัติความเป็นมาของพระแก้วมรกตปรากฏในตำนานของชาวล้านนา  กล่าวว่าพระแก้วมรกตสร้างขึ้นในอินเดีย  และได้อัญเชิญมายังเมืองนครศรีธรรมราช   ละโว้ อยุธยา  ชัยนาท  สุโขทัย  กำแพงเพชร   จน กระทั่งมาถึงล้านนาตามลำดับ  หลักฐานที่พบ  และสามารถสืบค้นได้คือ  ประวัติพระแก้ว-มรกตจากพงศาวดาร  ซึ่งกล่าวว่า  ได้ค้นพบ พระแก้วมรกต ใน  พ.ศ ๑๙๗๙  ตรงกับสมัยของพระเจ้าสามฝั่งแกน ผู้ปกครองล้านนา  โดยพบในเจดีย์แห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย  ซึ่งถูกฟ้าผ่าพังทลายลงมา 
          หลังจากที่ได้พบพระแก้วมรกตแล้ว ได้มีการอัญเชิญเพื่อจะนำมาประดิษฐานยังเมืองเชียงใหม่  แต่ก็เกิดปาฏิหาริย์  จึงได้นำพระแก้วมรกตมาประดิษฐานที่วัดพระแก้วดอนเต้า  เมืองลำปาง   จนมาถึงรัชกาลพระเจ้า- ติโลกราช   ครั้นเมื่อสร้างวัดเจดีย์หลวงเสร็จแล้ว  จึงโปรดให้อัญเชิญพระแก้วมรกตจาก เมืองลำปาง  มาประดิษฐานในจระนำซุ้มด้านทิศตะวันออกของเจดีย์หลวง เมืองเชียงใหม่  ต่อมาพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช  พระอุปราช  แห่งอาณาจักรล้านช้าง   มาปกครองล้านนา เป็นเวลา ๒ ปี  เมื่อพระราชบิดาสิ้นพระชนม์  พระเจ้าไชยเชษฐาธิราชจึงเสด็จกลับไปครอง อาณาจักรล้านช้าง   พร้อมกับอัญเชิญพระแก้วมรกตไปยังเมืองหลวงพระบาง  และในภายหลังได้ย้ายมาประดิษฐานยังวัดพระแก้ว ในเมืองเวียงจันทน์ เป็นเวลานานกว่า ๒๐๐ ปี   จนถึงสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช  แห่ง กรุงธนบุรี  สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก
ได้อัญเชิญพระแก้วมรกตจากเมืองเวียงจันทน์  มายังกรุงธนบุรี  ต่อมาเมื่อย้ายราชธานีมายังกรุงเทพมหานคร  พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดเกล้าฯให้อัญเชิญพระแก้วมรกตมาประดิษฐานในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม  ซึ่งเป็นวัดสำคัญในเขตพระบรมมหาราชวัง
          พระแก้วมรกตเป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ ประทับนั่งขัดสมาธิราบเหนือฐานหน้ากระดาน เกลี้ยง  ตามความจริงแล้ว  เนื้อวัสดุนั้นไม่ใช่ มรกต  แต่เป็นหินสีเขียว (หยก) ได้มีข้อสันนิษ-ฐานเกี่ยวกับการกำหนดอายุพระแก้วมรกตอยู่   ๒  ข้อ คือ   ข้อแรก   เชื่อว่าสร้างขึ้นในอินเดีย และได้อัญเชิญมายังเมืองต่างๆตามที่ปรากฏในตำนาน   กับอีกข้อหนึ่งเชื่อว่า  สร้างขึ้นในล้านนา  ซึ่งความเป็นไปได้น่าจะสร้างขึ้นในล้านนามากกว่า  เพราะการพบครั้งแรก รวมทั้งประวัติความเป็นมาล้วนแต่เกิดขึ้นในล้านนาทั้งสิ้น  แต่ก็ยังมีข้อสงสัยในขณะนั้นว่า  รูปแบบของพระแก้วมรกตไม่เหมือนกับพระพุทธรูปกลุ่มใดๆในล้านนา
          อย่างไรก็ตาม ได้พบหลักฐานสนับสนุนว่า  พระแก้วมรกตน่าจะสร้างขึ้นในล้านนา  และเป็นฝีมือช่างในแหล่งที่พบคือ แถบเมืองเชียงรายพะเยา  กล่าวคือ ได้พบพระพุทธรูปหินทรายในสกุลช่างพะเยากลุ่มหนึ่ง  มีลักษณะเช่นเดียวกับพระแก้วมรกต  ทั้งรูปแบบและวิธีการสร้าง รายละเอียดเกี่ยวกับอายุสมัยและรูป-แบบของพระแก้วมรกตนั้น เนื่องจากพระ-แก้วมรกตมีรูปแบบใกล้เคียงกับพระพุทธรูปแบบล้านนาระยะแรก  แต่ก็มีอิทธิพลของศิลปะสุโขทัยผสมแล้ว  จึงเชื่อว่า พระแก้ว-มรกตเป็นพระพุทธรูปศิลปะล้านนาระยะแรกที่รับอิทธิพลของศิลปะสุโขทัยในสมัยพระเจ้ากือนา  ที่ได้อาราธนาพระสุมนเถระจากสุโขทัยขึ้นไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาในล้านนา ใน  พ.ศ.  ๑๙๑๓    ดังนั้น  ปีที่สร้าง  พระแก้วมรกตจึงน่าจะอยู่ในระหว่าง  พ.ศ. ๑๙๑๓  -  ๑๙๗๙
          ประกอบกับในตำนานที่กล่าวถึงพระ-แก้วมรกต  ระบุว่า ได้มาปรากฏในล้านนาใน สมัยของท้าวมหาพรหม    ซึ่งเป็นพระอนุชาของ พระเจ้ากือนา โดยพระองค์ได้เป็นผู้อัญเชิญพระ-แก้วมรกตจากเมืองกำแพงเพชรมาประดิษฐานยังเมืองเชียงราย   จึงนับเป็นหลักฐานที่สัมพันธ์กับการแผ่อิทธิพลของสุโขทัยในล้านนาในช่วงระยะเวลานี้   พระแก้วมรกตซึ่งเป็นพระพุทธรูปสำคัญ  น่าจะเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างพระพุทธรูปล้านนาระยะต่อๆมา โดยเฉพาะในกลุ่มพระพุทธรูปหินทรายสกุลช่างพะเยาดังกล่าว  ดังนั้น ระยะเวลาในการสร้างงานน่าจะมีความใกล้เคียงกันด้วยคือ  อยู่ในราว ๆ ต้น - กลางพุทธศตวรรษที่ ๒๐

[กลับหัวข้อหลัก]
 
๒. พระพุทธสิหิงค์
           พระพุทธสิหิงค์  มีอยู่รวม ๓ องค์ที่มีชื่ออย่างเดียวกัน องค์แรกประดิษฐานในพระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร   ส่วนองค์ที่ ๒  ประดิษฐานในวิหารลายคำ  วัดพระสิงห์  จังหวัดเชียงใหม่   และองค์ที่ ๓  ประดิษฐานใน   หอพระพุทธสิหิงค์  จังหวัดนครศรีธรรมราช พระพุทธสิหิงค์มีปรากฏอยู่ในตำนานของชาวล้านนา  กล่าวว่า  สร้างขึ้นในลังกาและได้อัญเชิญมายังนครศรีธรรมราช  ละโว้  สุโขทัย   อยุธยา  ชัยนาท   กำแพงเพชร   ก่อนที่จะนำมายังล้านนา  โดยท้าวมหาพรหม   เจ้าเมืองเชียงราย  เป็นผู้ไปอัญเชิญมาจากเมืองกำแพงเพชร  เมื่อราวๆต้นพุทธศตวรรษที่  ๒๐
           จากรูปแบบของพระพุทธสิหิงค์ทั้ง  ๓ องค์ที่พบ  มีลักษณะเฉพาะของแต่ละสกุลช่าง แตกต่างกัน   และเป็นรูปแบบที่เกิดขึ้นในแต่ละ  ท้องถิ่น  ดังนั้น ที่กล่าวว่า ได้อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์มาจากลังกานั้น จึงเป็นเพียงตำนาน  เมื่อแต่ละท้องถิ่นรับมา  จึงได้มาสร้างพระ-พุทธรูปตามรูปแบบของตนเองขึ้น

           พระพุทธสิหิงค์   ประดิษฐานใน   พระที่นั่งพุทไธสวรรย์  พิพิธภัณฑสถาน แห่งชาติพระนคร กรุงเทพมหานคร    เป็น พระพุทธรูปสมัยสุโขทัย หรือศิลปะล้านนาที่ได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะสุโขทัย อายุราวๆพุทธศตวรรษที่ ๒๐ - ๒๑  เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ  ขัดสมาธิราบ  พระพักตร์รูปไข่  พระรัศมีเป็นเปลว  ชายสังฆาฏิยาวมาจรดพระนาภี 

           - พระพุทธสิหิงค์  ประดิษฐานในวิหารลายคำ  วัดพระสิงห์  จังหวัดเชียงใหม่   เป็นพระพุทธรูปศิลปะล้านนาแบบที่เรียกว่า  “เชียงแสน  สิงห์หนึ่ง”   อายุราวๆต้นพุทธศตวรรษที่ ๒๐   เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย    ประทับนั่งขัดสมาธิเพชร  พระเศียรเดิมถูกตัดไปแล้ว  ปัจจุบันเป็นเศียรที่หล่อขึ้นใหม่   พระวรกายอวบอ้วน   ชายสังฆาฏิสั้นเหนือพระถัน

          - พระพุทธสิหิงค์  ประดิษฐานในหอพระพุทธสิหิงค์  จังหวัดนครศรีธรรมราช  เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ประทับนั่ง  ขัดสมาธิเพชร   ชายสังฆาฏิสั้นเหนือพระถัน พระวรกายอวบอ้วนอย่างมาก  นิยมเรียกว่าแบบ  “ขนมต้ม”  จัดเป็นสกุลช่างนครศรี-ธรรมราช มีอายุราวๆพุทธศตวรรษที่  ๒๒

          ดูเพิ่มเติมเรื่อง การศาสนา เล่ม 5 ประติมากรรม เล่ม 14 พระไตรปิฎกและการชำระพระไตรปิฎก เล่ม 16 ศาสนาและระบบความเชื่อในประเทศไทย เล่ม 20 และวัดไทย เล่ม 28

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของไทย , , พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของไทย , << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
กฎหมายตราสามดวง

กฎหมายตราสามดวง
เปิดอ่าน 29,362 ครั้ง
คลิกอ่าน!
พรหมวิหาร 4

พรหมวิหาร 4
เปิดอ่าน 26,460 ครั้ง
คลิกอ่าน!
ทำไมต้องใส่ชุดดำไปงานศพ

ทำไมต้องใส่ชุดดำไปงานศพ
เปิดอ่าน 39,432 ครั้ง
คลิกอ่าน!
คำอธิษฐานวันลอยกระทง

คำอธิษฐานวันลอยกระทง
เปิดอ่าน 11,542 ครั้ง
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
25 พฤศจิกายน วันวชิราวุธ

25 พฤศจิกายน วันวชิราวุธ
เปิดอ่าน 15,127 ครั้ง
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
วันมาฆบูชา☕ คลิกอ่านเลย
วันมาฆบูชา
เปิดอ่าน 10,293 ครั้ง
การสวดยอดพระกัณฑ์พระไตรปิฎก☕ คลิกอ่านเลย
การสวดยอดพระกัณฑ์พระไตรปิฎก
เปิดอ่าน 19,134 ครั้ง
บุญบั้งไฟ☕ คลิกอ่านเลย
บุญบั้งไฟ
เปิดอ่าน 11,473 ครั้ง
หลวงประจักษ์ศิลปาคม นักรบคู่พระราชหฤทัยพระพุทธเจ้าหลวง ☕ คลิกอ่านเลย
หลวงประจักษ์ศิลปาคม นักรบคู่พระราชหฤทัยพระพุทธเจ้าหลวง
เปิดอ่าน 21,770 ครั้ง
พระพรหม (พระธาดา) ☕ คลิกอ่านเลย
พระพรหม (พระธาดา)
เปิดอ่าน 12,302 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เพลงลอยกระทงเพลงลอยกระทง
เปิดอ่าน 8,634 ครั้ง
5 วิธีดื่มเบียร์ไม่ให้หนุ่ม ๆ อ้วนจนพุงปลิ้น5 วิธีดื่มเบียร์ไม่ให้หนุ่ม ๆ อ้วนจนพุงปลิ้น
เปิดอ่าน 10,092 ครั้ง
ทฤษฎีจิตวิเคราะห์ของฟรอยด์ ทฤษฎีจิตวิเคราะห์ของฟรอยด์
เปิดอ่าน 182,467 ครั้ง
คุณภาพผู้เรียนวัดจาก NT-ONET เส้นทางที่ลางเลือน!คุณภาพผู้เรียนวัดจาก NT-ONET เส้นทางที่ลางเลือน!
เปิดอ่าน 4,837 ครั้ง
ถั่วพร้าถั่วพร้า
เปิดอ่าน 9,391 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ