ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > ข้อเท็จจริง 10 ปีระบบข้าราชการไทย

ข้อเท็จจริง 10 ปีระบบข้าราชการไทย

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 3 เม.ย. 2558 เปิดอ่าน : 9,189 ครั้ง
Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
ข้อเท็จจริง 10 ปีระบบข้าราชการไทย

Advertisement

คอลัมน์ช่วยกันคิด

โดย ศิริกัญญา ตันสกุล, เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ

เมื่อเร็ว ๆ นี้มีการอนุมัติขึ้นเงินเดือนพนักงานรัฐวิสาหกิจเฉลี่ย 6.5% โดยก่อนหน้านี้ไม่นาน ก็เพิ่งมีการปรับเงินเดือนข้าราชการเพิ่มขึ้นคนละอย่างน้อย 4%และขยายเพดานเงินเดือนอีก 10% ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดูสมเหตุสมผล

เพื่อให้เงินเดือนของข้าราชการสะท้อนค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นหลังจากที่ไม่ได้มีการปรับฐานเงินเดือนมาตั้งแต่ปี2554และครั้งนี้จะเป็นการปรับครั้งที่6 ในรอบ 10 ปี


ภาพจาก ประชาชาติธุรกิจ

 

สิบปีที่ผ่านมา ระบบข้าราชการไทยเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง ขอสรุปเป็น 6 ข้อเท็จจริง ดังต่อไปนี้

1.ปัจจุบันฐานเงินเดือนข้าราชการไม่ได้ต่ำอย่างที่คิดอีกต่อไป

จากที่เมื่อสิบปีที่แล้วเงินเดือนแรกเข้าของข้าราชการวุฒิปริญญาตรีเคยคิดเป็นเพียง2ใน3 ของเงินเดือนแรกเข้าพนักงานเอกชนที่ระดับการศึกษาเท่ากัน แต่ปัจจุบัน ข้าราชการได้เงินเดือนแรกเข้า สูงกว่า พนักงานเอกชนโดยเฉลี่ยราว 10% เนื่องจากที่ผ่านมาได้มีนโยบายปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการวุฒิปริญญาตรีให้ได้15,000 บาทต่อเดือน

2.จำนวนกำลังคนภาครัฐเพิ่มขึ้นเกือบ 50%

ขณะนี้กำลังคนภาครัฐอยู่ที่ราว 2.2 ล้านคน หลังจากที่มีการริเริ่มการปฏิรูประบบราชการ โดยการปรับลดกำลังคน ผลคือจำนวนข้าราชการประจำแทบไม่เพิ่มขึ้นเลยจากสิบปีที่แล้ว แต่ที่เพิ่มขึ้นมาก

คือลูกจ้างรัฐ และพนักงานรัฐ ซึ่งเพิ่มขึ้น 6 เท่า บางกระทรวงมีลูกจ้างและพนักงาน มากกว่า ข้าราชการประจำ เช่น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีข้าราชการประจำเพียง 10,000 คนเท่านั้น แต่มีลูกจ้างและพนักงานของรัฐร่วม 50,000 คนเป็นต้น

3.ข้าราชการตั้งแต่ซี 9 ขึ้นไป เพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า

ในขณะที่ข้าราชการตั้งแต่ซี 9 ขึ้นไป เพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า แต่จำนวนข้าราชการประจำโดยรวมลดลง ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มกระทรวงใหม่ 6 กระทรวง ทำให้มีกรมเพิ่มขึ้นกว่า 40 กรมเป็น 168 กรม เมื่อปี 2545 ส่งผลให้ภาครัฐสุ่มเสี่ยงกับปัญหาขาดแคลนกำลังคน โดยเฉพาะระดับปฏิบัติการ

4.งบบุคลากรภาครัฐเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่าจากเมื่อสิบปีก่อน

ถ้าหากรวมเอาภาระงบบุคลากร รวมทั้งสวัสดิการข้าราชการอื่น ๆ อย่างค่ารักษาพยาบาลและบำเหน็จบำนาญ ก็ร่วม 1.1 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของรายได้ของรัฐ

5.งบบุคลากรองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็เพิ่มขึ้นถึง6เท่าจากเมื่อสิบปีก่อน

ในขณะที่จำนวนกำลังคนภาครัฐในระดับท้องถิ่นนั้นเพิ่มขึ้น 3 เท่า ตามจำนวนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เพิ่มขึ้น

6.เมื่อเทียบกับจีดีพี งบบุคลากรภาครัฐของไทยสูงเป็นอันดับต้น ๆ ในเอเชีย

งบบุคลากรภาครัฐของไทย เป็นรองจากบาห์เรน และมัลดีฟส์ โดยสัดส่วนงบบุคลากรภาครัฐต่อจีดีพีของไทยอยู่ประมาณ 7% สูงกว่าเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย (6%) ฟิลิปปินส์ (5%) หรือสิงคโปร์ (3%)

แล้วงบบุคลากรที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ส่งผลต่องานของภาครัฐในสิบปีที่ผ่านมาอย่างไร?

ประสิทธิภาพของรัฐบาลแย่ลงจากเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ซึ่งจากผลการวิจัยของ ธนาคารโลก พบว่า ความมีประสิทธิผลของรัฐบาลไทยอยู่อันดับ 74 จาก 196 ประเทศ ตกลงจากอันดับ 65 เมื่อสิบปีก่อน นอกจากนี้จากการสำรวจความเห็นของนักธุรกิจของ World Economic Forum (WEF) ตั้งแต่ปี 2551- 2556 พบว่าความไร้ประสิทธิภาพของภาครัฐ เป็น 1 ใน 5 ของปัจจัยที่เป็นปัญหาในการทำธุรกิจในประเทศไทย

ปัญหาคอร์รัปชั่นในภาครัฐก็แย่ลงเช่นกัน

จากผลวิจัยของธนาคารโลกเช่นเดียวกันพบว่าไทยตกลงจากอันดับ91เมื่อสิบปีก่อนมาเป็นอันดับ 98 จาก 196 ประเทศ หรือถ้าหากดูจากดัชนีการรับรู้เรื่องคอร์รัปชั่น (Corruption Perception Index) ก็ร่วงจากอันดับ 70 เป็นอันดับ 102 จาก 174 ประเทศ WEF จัดอันดับเรื่องการเล่นพรรคเล่นพวกของข้าราชการไทยอยู่อันดับ 93 จาก 148 ประเทศ อันดับใกล้เคียงกับประเทศอินเดีย (94) และมาลาวี (92)

 

 

การปฏิรูประบบราชการจะต้องเป็นวาระที่สำคัญเป็นอันดับต้น ๆ

และที่สำคัญ ต้องทำโดยเร่งด่วน เพราะจะเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้การปฏิรูปด้านอื่น ๆ สำเร็จได้ และตอนนี้จะเป็นโอกาสที่ดี เพราะจะมีข้าราชการราว 40% จะเกษียณอายุในอีก 15 ปีข้างหน้า จึงควรเริ่มจากขนาดกำลังคนที่เล็กลง ปรับปรุงประสิทธิภาพและความโปร่งใส ตรวจสอบได้เช่น ลดจำนวนตัวชี้วัด แต่ให้เชื่อมโยงกับการพิจารณาจัดสรรงบประมาณ และเพิ่มสัดส่วนการจ่ายค่าตอบแทนตามผลงาน (Pay for Performance)

ซึ่งถ้ามาตรการต่าง ๆ ได้ผลจริง การปรับขึ้นเงินเดือนของข้าราชการให้สูงขึ้น ก็จะไม่เป็นปัญหา ตัวอย่างจากประเทศสิงคโปร์ที่เป็นอันดับ 1 ของโลกในเรื่องประสิทธิภาพของภาครัฐ และความโปร่งใส ในขณะเดียวกันก็เป็นประเทศที่จ่ายเงินเดือนข้าราชการสูงเช่นกัน

โดยให้เหตุผล เพื่อเป็นการดึงดูดและรักษาคนเก่งให้อยู่ในระบบราชการ รวมทั้งเพื่อลดปัญหาคอร์รัปชั่นด้วย โดยกำหนดให้เงินเดือนข้าราชการอาวุโสต้องเทียบเท่ากับเงินเดือนเฉลี่ยของพนักงานเอกชน ที่ได้รายได้สูงสุดใน 6 สาขาอาชีพหลัก ในขณะที่ภาระงบบุคลากรต่อจีดีพีของสิงคโปร์นั้น ไม่ถึงครึ่งหนึ่งของประเทศไทย

 

 

 

ที่มา ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ 03 เม.ย 2558

 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> ข้อเท็จจริง 10 ปีระบบข้าราชการไทย , , ข้อเท็จจริง , 10 , ปีระบบข้าราชการไทย << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
จี้กำหนดกรอบการพัฒนาสอบวิชาเอก☕ 20 ต.ค. 2564
จี้กำหนดกรอบการพัฒนาสอบวิชาเอก
เปิดอ่าน 291 ครั้ง
สพฐ.เตรียมพร้อมจัดตั้งสถาบันหลักสูตรและการเรียนรู้☕ 20 ต.ค. 2564
สพฐ.เตรียมพร้อมจัดตั้งสถาบันหลักสูตรและการเรียนรู้
เปิดอ่าน 341 ครั้ง
นักวิชาการจี้ศธ.วิจัยข้อดี-ข้อเสียก่อนใช้หลักสูตรสมรรถนะ☕ 20 ต.ค. 2564
นักวิชาการจี้ศธ.วิจัยข้อดี-ข้อเสียก่อนใช้หลักสูตรสมรรถนะ
เปิดอ่าน 349 ครั้ง
การคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการฯ ตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ สังกัด สพฐ. ปี พ.ศ. 2564☕ 15 ต.ค. 2564
การคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการฯ ตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ สังกัด สพฐ. ปี พ.ศ. 2564
เปิดอ่าน 6,536 ครั้ง
ดีป้า จับมือ 6 สถาบันการศึกษาพัฒนาสื่อการสอน “โลกแห่งอุปกรณ์อัจฉริยะ” ส่งต่อคุณครูเพื่อเสริมความรู้ด้านดิจิทัลแก่เยาวชนทั่วประเทศกว่า 100,000 คน☕ 15 ต.ค. 2564
ดีป้า จับมือ 6 สถาบันการศึกษาพัฒนาสื่อการสอน “โลกแห่งอุปกรณ์อัจฉริยะ” ส่งต่อคุณครูเพื่อเสริมความรู้ด้านดิจิทัลแก่เยาวชนทั่วประเทศกว่า 100,000 คน
เปิดอ่าน 821 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เผยแพร่แนวทางการจัดทำรายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา SAR (ไฟล์ Word)เผยแพร่แนวทางการจัดทำรายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา SAR (ไฟล์ Word)
เปิดอ่าน 7,454 ครั้ง
เลือดกำเดาไหลเลือดกำเดาไหล
เปิดอ่าน 14,493 ครั้ง
มหาลัยล้น ห้องเรียนร้าง วิกฤตอุดมศึกษาไทยมหาลัยล้น ห้องเรียนร้าง วิกฤตอุดมศึกษาไทย
เปิดอ่าน 29,778 ครั้ง
สาวไส้ความง่อยเปลี้ยระบบศึกษาไทย ใครอยู่เบื้องหลังความเหวอะหวะซ้ำซาก?สาวไส้ความง่อยเปลี้ยระบบศึกษาไทย ใครอยู่เบื้องหลังความเหวอะหวะซ้ำซาก?
เปิดอ่าน 16,825 ครั้ง
"เจตพังคี" คืออะไร?"เจตพังคี" คืออะไร?
เปิดอ่าน 8,260 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com

แนวข้อสอบท้องถิ่น
แนวข้อสอบ กพ


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ