ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


Advertisement

ข่าวการศึกษา     ความรู้ทั่วไป     งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคมข่าวการศึกษา  ▶ ข่าว/บทความ ▶ หน้าแรก

"หั่นเนื้อหา" สอดรับ"ลดเวลาเรียน" หดชั่วโมงประถม-ม.ต้น 22 และ 27ชม.ต่อสัปดาห์


ข่าวการศึกษา 23 ก.ย. 2558 เวลา 14:01 น.

8,769

views
Advertisement

"หั่นเนื้อหา" สอดรับ"ลดเวลาเรียน" หดชั่วโมงประถม-ม.ต้น 22 และ 27ชม.ต่อสัปดาห์

 ’หั่นเนื้อหา’สอดรับ’ลดเวลาเรียน’หดชั่วโมงประถม-ม.ต้น22และ27ชม.ต่อสัปดาห์/เผย13กิจกรรมสร้างเด็ก’3H’

ศธ.เผยแผนลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ หั่นเนื้อหาที่ไม่จำเป็น หดชั่วโมงเรียนระดับประถมเรียนไม่เกิน 22 ชม./สัปดาห์ มัธยมต้นไม่เกิน 27 ชม./สัปดาห์ แต่ยันต้องไม่กระทบการทำข้อสอบโอเน็ต ส่วนกิจกรรมแบ่งเป็น 13 หมวด เน้นตอบโจทย์ "3 H" Head-Heart-Hands

พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ว่า การดำเนินโครงการดังกล่าวไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพียงแต่จะมีการปรับปรุงลดเนื้อหาส่วนที่ไม่จำเป็นในแต่ละรายวิชา และจะต้องไม่กระทบกับตัวบ่งชี้ที่ใช้ในการออกข้อสอบทั้งของสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ที่จัดสอบการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือโอเน็ต ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มัธยมศึกษาปีที่ 3 และมัธยมศึกษาปีที่ 6 และการสอบประเมินคุณภาพการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือเอ็นที ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)

ในส่วนของโครงสร้างเวลาเรียนของประถมศึกษาจากเดิมที่เรียน 1,200-1,400 ชม./ปี หรือ 30-35 ชม./สัปดาห์ เปลี่ยนเป็นเรียนไม่เกิน 1,000 ชม./ปี ซึ่งจะมีการจัดการเรียนการสอนที่อยู่ในห้องเรียน 22 ชม./สัปดาห์ และจัดกิจกรรมพัฒนาทักษะผู้เรียน 8-13 ชม./สัปดาห์ และในส่วนของมัธยมศึกษาตอนต้น ที่เดิมที่เรียน 1,400 ชม./ปี หรือ 35 ชม./สัปดาห์ ปรับเป็นเรียนไม่เกิน 1,200 ชม./ปี ซึ่งจะมีการเรียนการสอนในห้องเรียน 27 ชม./สัปดาห์ และจัดกิจกรรมพัฒนาทักษะผู้เรียน 8 ชม./สัปดาห์ ขณะนี้มีโรงเรียนที่สมัครเข้าร่วมกิจกรรมแล้วกว่า 2,948 โรง แบ่งเป็น สำนักงานเขตพื้นที่มัธยมศึกษา (สพม.) จำนวน 32 เขต มีทั้งหมด 346 โรง สำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษา (สพป.) จำนวน 137 เขต มีทั้งหมด 2,602 โรง

พล.อ.ดาว์พงษ์กล่าวต่อว่า ในส่วนของกิจกรรมแบ่งออกเป็น 3 หมวด มีทั้งหมด 13 กิจกรรม หมวดที่ 1 คือ สร้างเสริมสมรรถนะและการเรียนรู้ มีกลุ่มกิจกรรม ได้แก่ การพัฒนาความสามารถด้านการศึกษา การพัฒนาความสามารถด้านการคิดและการพัฒนากรอบความคิดแบบเปิดกว้าง การพัฒนาความสามารถด้านการแก้ปัญหา การพัฒนาความสามารถด้านการใช้เทคโนโลยี การพัฒนาทักษะการเรียนรู้ที่ส่งเสริมการเรียนรู้ หมวดที่ 2 คือ สร้างเสริมคุณลักษณะและค่านิยม มีกลุ่มกิจกรรม ได้แก่ ปลูกฝังค่านิยมและจิตสำนึกการทำประโยชน์ต่อสังคม มีจิตสาธารณะ และการให้บริการด้านต่างๆ ทั้งที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองและต่อส่วนรวม ปลูกฝังความรักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม (มีวินัย ซื่อสัตย์ สุจริต เสียสละ อดทน มุ่งมั่นในการทำงาน กตัญญู) ปลูกฝังและสร้างภาคภูมิใจในความเป็นไทย หมวด 3 คือ สร้างเสริมทักษะการทำงาน การดำรงชีพ และทักษะชีวิต มีกลุ่มกิจกรรม ได้แก่ การตอบสนองความสนใจ ความถนัด และความต้องการของผู้เรียนตามความแตกต่างระหว่างบุคคล ฝึกการทำงาน ทักษะทางอาชีพ และอยู่อย่างพอเพียง การพัฒนาความสามารถด้านการใช้ทักษะชีวิต การเสริมสร้างสมรรถนะทางกาย

รมว.ศธ.อธิบายต่อว่า รูปแบบกิจกรรมทั้งหมดจะมีเมนูย่อยๆ ลงไปอีก และอาจจะมีเพิ่มจากหน่วยงานต่างๆ อาทิ กระทรวงการท่องเที่ยวฯ กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ เป็นต้น ซึ่งจะหารือร่วมกันในวันที่ 28 กันยายนนี้ โดยการจัดกิจกรรมต่างๆ จะต้องตอบโจทย์ทำให้ผู้เรียนมีเฮด ฮาร์ต และแฮนด์ รู้จักใช้สมองคือ ความคิด มีหัวใจ คือจริยธรรมและทัศนคติที่ถูกที่ควร และมีมือ คือฝึกให้มีทักษะ ซึ่งแนวทางนี้สอดคล้องกับแนวพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่เน้นในเด็กต้องเรียนรู้ใน 4 ด้าน คือ พุทธิศึกษา จริยศึกษา หัตถศึกษา และพลศึกษา

"เชื่อว่าหากเด็กมีทั้งหมดนี้จะทำให้การจัดการศึกษามีความสมบูรณ์"

รมว.ศธ.กล่าว และว่า จากนี้จะมีการเร่งอบรมครูผู้สอนและจัดสมาร์ทเทรนเนอร์ 300 ทีม ไปดูแลโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ 1 ทีมต่อ 10 โรงเรียน และจะมีการประเมินการจัดการเรียนการสอนระหว่างภาคเรียน จำนวน 2 ครั้ง และหลังปิดภาคเรียนอีก 1 ครั้ง หากประสบความสำเร็จจะขยายเพิ่มไปในโรงเรียนอื่นๆ ต่อไป โดยนโยบายนี้ไม่ต้องใช้งบประมาณเพิ่ม เพราะ สพฐ.สามารถดำเนินการได้โดยใช้งบปกติ.

 

ที่มา: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ วันที่ 23 กันยายน 2558

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

แนวทางการบริหารจัดการ เวลาเรียน "ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้"


"หั่นเนื้อหา" สอดรับ"ลดเวลาเรียน" หดชั่วโมงประถม-ม.ต้น 22 และ 27ชม.ต่อสัปดาห์หั่นเนื้อหาสอดรับลดเวลาเรียนหดชั่วโมงประถม-ม.ต้น22และ27ชม.ต่อสัปดาห์

Advertisement

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

:: เรื่องปักหมุด ::

ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ ข้าราชการพ้นจากราชการเนื่องจากมีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์ เมื่อสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ ข้าราชการพ้นจากราชการเนื่องจากมีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์ เมื่อสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

เปิดอ่าน 43,254 ☕ 31 พ.ค. 2569

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
สพฐ.แจ้งแนวทางจัดสรรงบ "เดินทางไปราชการประจำ" ของหน่วยงานในสังกัด เริ่มใช้สิงหาคม 2569
สพฐ.แจ้งแนวทางจัดสรรงบ "เดินทางไปราชการประจำ" ของหน่วยงานในสังกัด เริ่มใช้สิงหาคม 2569
เปิดอ่าน 9,725 ☕ 26 มิ.ย. 2569

สพฐ.แจ้งแนวทางบริหารกรอบพนักงานราชการในสำนักงานเขตพื้นที่ฯ ให้จัดอัตราตามกรอบใหม่ รายงานภายใน 31 กรกฎาคม 2569
สพฐ.แจ้งแนวทางบริหารกรอบพนักงานราชการในสำนักงานเขตพื้นที่ฯ ให้จัดอัตราตามกรอบใหม่ รายงานภายใน 31 กรกฎาคม 2569
เปิดอ่าน 4,706 ☕ 26 มิ.ย. 2569

สพฐ.เปิดคัดเลือก "ครูดีในดวงใจ" ครั้งที่ 24 ประจำปี 2570 ส่งรายชื่อภายใน 31 สิงหาคม 2569
สพฐ.เปิดคัดเลือก "ครูดีในดวงใจ" ครั้งที่ 24 ประจำปี 2570 ส่งรายชื่อภายใน 31 สิงหาคม 2569
เปิดอ่าน 8,611 ☕ 25 มิ.ย. 2569

ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 6/2569 เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 6/2569 เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569
เปิดอ่าน 4,146 ☕ 25 มิ.ย. 2569

ก.ค.ศ.เห็นชอบแก้เกณฑ์ย้ายครูตาม ว 18/2566 ปรับลำดับพิจารณาวิชาเอกให้สอดคล้องความต้องการจำเป็นของสถานศึกษาเป็นลำดับแรก
ก.ค.ศ.เห็นชอบแก้เกณฑ์ย้ายครูตาม ว 18/2566 ปรับลำดับพิจารณาวิชาเอกให้สอดคล้องความต้องการจำเป็นของสถานศึกษาเป็นลำดับแรก
เปิดอ่าน 1,511 ☕ 25 มิ.ย. 2569

ก.ค.ศ.เห็นชอบปรับเกณฑ์ย้ายผู้บริหารสถานศึกษา สังกัด สพฐ. ปี 2569 ตัดเกณฑ์นับการเป็นกรรมการ-คณะทำงาน-วิทยากร เน้นนวัตกรรมและผลลัพธ์ผู้เรียน
ก.ค.ศ.เห็นชอบปรับเกณฑ์ย้ายผู้บริหารสถานศึกษา สังกัด สพฐ. ปี 2569 ตัดเกณฑ์นับการเป็นกรรมการ-คณะทำงาน-วิทยากร เน้นนวัตกรรมและผลลัพธ์ผู้เรียน
เปิดอ่าน 7,763 ☕ 25 มิ.ย. 2569

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

วิลล่า เมดิคา พาอัพเดท ดูแลสุขภาพแนวใหม่
วิลล่า เมดิคา พาอัพเดท ดูแลสุขภาพแนวใหม่
เปิดอ่าน 11,284 ครั้ง

วิธีแก้แบตเตอรี่ iPhone-iPad บนiOS 5.1.1 ให้ใช้งานเต็มประสิทธิภาพ
วิธีแก้แบตเตอรี่ iPhone-iPad บนiOS 5.1.1 ให้ใช้งานเต็มประสิทธิภาพ
เปิดอ่าน 12,206 ครั้ง

อย่าด่วนตัดสินอะไรเร็วเกินไป สิ่งที่คุณเห็นอาจไม่ใช่สิ่งที่คุณคิด!
อย่าด่วนตัดสินอะไรเร็วเกินไป สิ่งที่คุณเห็นอาจไม่ใช่สิ่งที่คุณคิด!
เปิดอ่าน 29,043 ครั้ง

ทำไมต้องตีเส้นซิกแซ็กก่อนถึงทางม้าลาย
ทำไมต้องตีเส้นซิกแซ็กก่อนถึงทางม้าลาย
เปิดอ่าน 12,754 ครั้ง

การประดับพระบรมฉายาลักษณ์
การประดับพระบรมฉายาลักษณ์
เปิดอ่าน 22,223 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


· Technology
· บทความเทคโนโลยีการศึกษา
· e-Learning
· Graphics & Multimedia
· OpenSource & Freeware
· ซอฟต์แวร์แนะนำ
· การถ่ายภาพ
· Hot Issue
· Research Library
· Questions in ETC
· แวดวงนักเทคโนฯ

· ความรู้ทั่วไป
· คณิตศาสตร์
· วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
· ภาษาต่างประเทศ
· ภาษาไทย
· สุขศึกษาและพลศึกษา
· สังคมศึกษา ศาสนาฯ
· ศิลปศึกษาและดนตรี
· การงานอาชีพ

· ข่าวการศึกษา
· ข่าวตามกระแสสังคม
· งาน/บริการสังคม
· คลิปวิดีโอยอดนิยม
· เกมส์
· เกมส์ฝึกสมอง

· ทฤษฎีทางการศึกษา
· บทความการศึกษา
· การวิจัยทางการศึกษา
· คุณครูควรรู้ไว้
· เตรียมประเมินวิทยฐานะ
· ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
· เครื่องมือสำหรับครู

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ