ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ข่าวการศึกษา     ความรู้ทั่วไป     งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคมข่าวการศึกษา  ▶ ข่าว/บทความ ▶ หน้าแรก

"หั่นเนื้อหา" สอดรับ"ลดเวลาเรียน" หดชั่วโมงประถม-ม.ต้น 22 และ 27ชม.ต่อสัปดาห์


ข่าวการศึกษา 23 ก.ย. 2558 เวลา 14:01 น. เปิดอ่าน : 8,035 ครั้ง
"หั่นเนื้อหา" สอดรับ"ลดเวลาเรียน" หดชั่วโมงประถม-ม.ต้น 22 และ 27ชม.ต่อสัปดาห์

Advertisement

 ’หั่นเนื้อหา’สอดรับ’ลดเวลาเรียน’หดชั่วโมงประถม-ม.ต้น22และ27ชม.ต่อสัปดาห์/เผย13กิจกรรมสร้างเด็ก’3H’

ศธ.เผยแผนลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ หั่นเนื้อหาที่ไม่จำเป็น หดชั่วโมงเรียนระดับประถมเรียนไม่เกิน 22 ชม./สัปดาห์ มัธยมต้นไม่เกิน 27 ชม./สัปดาห์ แต่ยันต้องไม่กระทบการทำข้อสอบโอเน็ต ส่วนกิจกรรมแบ่งเป็น 13 หมวด เน้นตอบโจทย์ "3 H" Head-Heart-Hands

พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ว่า การดำเนินโครงการดังกล่าวไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพียงแต่จะมีการปรับปรุงลดเนื้อหาส่วนที่ไม่จำเป็นในแต่ละรายวิชา และจะต้องไม่กระทบกับตัวบ่งชี้ที่ใช้ในการออกข้อสอบทั้งของสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ที่จัดสอบการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือโอเน็ต ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มัธยมศึกษาปีที่ 3 และมัธยมศึกษาปีที่ 6 และการสอบประเมินคุณภาพการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือเอ็นที ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)

ในส่วนของโครงสร้างเวลาเรียนของประถมศึกษาจากเดิมที่เรียน 1,200-1,400 ชม./ปี หรือ 30-35 ชม./สัปดาห์ เปลี่ยนเป็นเรียนไม่เกิน 1,000 ชม./ปี ซึ่งจะมีการจัดการเรียนการสอนที่อยู่ในห้องเรียน 22 ชม./สัปดาห์ และจัดกิจกรรมพัฒนาทักษะผู้เรียน 8-13 ชม./สัปดาห์ และในส่วนของมัธยมศึกษาตอนต้น ที่เดิมที่เรียน 1,400 ชม./ปี หรือ 35 ชม./สัปดาห์ ปรับเป็นเรียนไม่เกิน 1,200 ชม./ปี ซึ่งจะมีการเรียนการสอนในห้องเรียน 27 ชม./สัปดาห์ และจัดกิจกรรมพัฒนาทักษะผู้เรียน 8 ชม./สัปดาห์ ขณะนี้มีโรงเรียนที่สมัครเข้าร่วมกิจกรรมแล้วกว่า 2,948 โรง แบ่งเป็น สำนักงานเขตพื้นที่มัธยมศึกษา (สพม.) จำนวน 32 เขต มีทั้งหมด 346 โรง สำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษา (สพป.) จำนวน 137 เขต มีทั้งหมด 2,602 โรง

พล.อ.ดาว์พงษ์กล่าวต่อว่า ในส่วนของกิจกรรมแบ่งออกเป็น 3 หมวด มีทั้งหมด 13 กิจกรรม หมวดที่ 1 คือ สร้างเสริมสมรรถนะและการเรียนรู้ มีกลุ่มกิจกรรม ได้แก่ การพัฒนาความสามารถด้านการศึกษา การพัฒนาความสามารถด้านการคิดและการพัฒนากรอบความคิดแบบเปิดกว้าง การพัฒนาความสามารถด้านการแก้ปัญหา การพัฒนาความสามารถด้านการใช้เทคโนโลยี การพัฒนาทักษะการเรียนรู้ที่ส่งเสริมการเรียนรู้ หมวดที่ 2 คือ สร้างเสริมคุณลักษณะและค่านิยม มีกลุ่มกิจกรรม ได้แก่ ปลูกฝังค่านิยมและจิตสำนึกการทำประโยชน์ต่อสังคม มีจิตสาธารณะ และการให้บริการด้านต่างๆ ทั้งที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองและต่อส่วนรวม ปลูกฝังความรักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม (มีวินัย ซื่อสัตย์ สุจริต เสียสละ อดทน มุ่งมั่นในการทำงาน กตัญญู) ปลูกฝังและสร้างภาคภูมิใจในความเป็นไทย หมวด 3 คือ สร้างเสริมทักษะการทำงาน การดำรงชีพ และทักษะชีวิต มีกลุ่มกิจกรรม ได้แก่ การตอบสนองความสนใจ ความถนัด และความต้องการของผู้เรียนตามความแตกต่างระหว่างบุคคล ฝึกการทำงาน ทักษะทางอาชีพ และอยู่อย่างพอเพียง การพัฒนาความสามารถด้านการใช้ทักษะชีวิต การเสริมสร้างสมรรถนะทางกาย

รมว.ศธ.อธิบายต่อว่า รูปแบบกิจกรรมทั้งหมดจะมีเมนูย่อยๆ ลงไปอีก และอาจจะมีเพิ่มจากหน่วยงานต่างๆ อาทิ กระทรวงการท่องเที่ยวฯ กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ เป็นต้น ซึ่งจะหารือร่วมกันในวันที่ 28 กันยายนนี้ โดยการจัดกิจกรรมต่างๆ จะต้องตอบโจทย์ทำให้ผู้เรียนมีเฮด ฮาร์ต และแฮนด์ รู้จักใช้สมองคือ ความคิด มีหัวใจ คือจริยธรรมและทัศนคติที่ถูกที่ควร และมีมือ คือฝึกให้มีทักษะ ซึ่งแนวทางนี้สอดคล้องกับแนวพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่เน้นในเด็กต้องเรียนรู้ใน 4 ด้าน คือ พุทธิศึกษา จริยศึกษา หัตถศึกษา และพลศึกษา

"เชื่อว่าหากเด็กมีทั้งหมดนี้จะทำให้การจัดการศึกษามีความสมบูรณ์"

รมว.ศธ.กล่าว และว่า จากนี้จะมีการเร่งอบรมครูผู้สอนและจัดสมาร์ทเทรนเนอร์ 300 ทีม ไปดูแลโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ 1 ทีมต่อ 10 โรงเรียน และจะมีการประเมินการจัดการเรียนการสอนระหว่างภาคเรียน จำนวน 2 ครั้ง และหลังปิดภาคเรียนอีก 1 ครั้ง หากประสบความสำเร็จจะขยายเพิ่มไปในโรงเรียนอื่นๆ ต่อไป โดยนโยบายนี้ไม่ต้องใช้งบประมาณเพิ่ม เพราะ สพฐ.สามารถดำเนินการได้โดยใช้งบปกติ.

 

ที่มา: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ วันที่ 23 กันยายน 2558

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

แนวทางการบริหารจัดการ เวลาเรียน "ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้"


"หั่นเนื้อหา" สอดรับ"ลดเวลาเรียน" หดชั่วโมงประถม-ม.ต้น 22 และ 27ชม.ต่อสัปดาห์หั่นเนื้อหาสอดรับลดเวลาเรียนหดชั่วโมงประถม-ม.ต้น22และ27ชม.ต่อสัปดาห์

Advertisement

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

:: เรื่องปักหมุด ::

ก.ค.ศ. อนุมัติให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีและเลื่อนเป็นวิทยฐานะเชี่ยวชาญ จำนวน 10 ราย เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2567

ก.ค.ศ. อนุมัติให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีและเลื่อนเป็นวิทยฐานะเชี่ยวชาญ จำนวน 10 ราย เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2567

เปิดอ่าน 18,903 ☕ 30 มี.ค. 2567

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
ปฏิทินการจ้างและการประเมินนักการภารโรง ระยะเวลา 5 เดือน (พฤษภาคม – กันยายน 2567)
ปฏิทินการจ้างและการประเมินนักการภารโรง ระยะเวลา 5 เดือน (พฤษภาคม – กันยายน 2567)
เปิดอ่าน 1,585 ☕ 24 เม.ย. 2567

คำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการในคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัยระดับจังหวัด
คำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการในคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัยระดับจังหวัด
เปิดอ่าน 466 ☕ 24 เม.ย. 2567

เล็งจัดงบฯ อาหารเช้าให้นักเรียน
เล็งจัดงบฯ อาหารเช้าให้นักเรียน
เปิดอ่าน 442 ☕ 24 เม.ย. 2567

มาตรการเตรียมความพร้อมการเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567
มาตรการเตรียมความพร้อมการเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567
เปิดอ่าน 6,297 ☕ 23 เม.ย. 2567

การย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู สังกัด สพฐ. (การย้ายกรณีปกติ) ประจำปี พ.ศ. 2567
การย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู สังกัด สพฐ. (การย้ายกรณีปกติ) ประจำปี พ.ศ. 2567
เปิดอ่าน 5,466 ☕ 23 เม.ย. 2567

กฏ ก.พ.ค. ว่าด้วยการร้องทุกข์และการพิจารณาวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2567
กฏ ก.พ.ค. ว่าด้วยการร้องทุกข์และการพิจารณาวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2567
เปิดอ่าน 464 ☕ 23 เม.ย. 2567

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เกร็ดน่ารู้"แพนด้ายักษ์"
เกร็ดน่ารู้"แพนด้ายักษ์"
เปิดอ่าน 14,557 ครั้ง

เทคนิคการถ่ายภาพขนมให้ไฉไลน่ากินมันไม่ได้ยาก
เทคนิคการถ่ายภาพขนมให้ไฉไลน่ากินมันไม่ได้ยาก
เปิดอ่าน 16,242 ครั้ง

การพัฒนาการศึกษาภายใต้กรอบประเทศไทย 4.0 สู่ศตวรรษที่ 21
การพัฒนาการศึกษาภายใต้กรอบประเทศไทย 4.0 สู่ศตวรรษที่ 21
เปิดอ่าน 20,560 ครั้ง

10 อาชีพเสี่ยงตกงาน “สูง”!!!
10 อาชีพเสี่ยงตกงาน “สูง”!!!
เปิดอ่าน 30,641 ครั้ง

ต้นสาคู
ต้นสาคู
เปิดอ่าน 50,569 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


· Technology
· บทความเทคโนโลยีการศึกษา
· e-Learning
· Graphics & Multimedia
· OpenSource & Freeware
· ซอฟต์แวร์แนะนำ
· การถ่ายภาพ
· Hot Issue
· Research Library
· Questions in ETC
· แวดวงนักเทคโนฯ

· ความรู้ทั่วไป
· คณิตศาสตร์
· วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
· ภาษาต่างประเทศ
· ภาษาไทย
· สุขศึกษาและพลศึกษา
· สังคมศึกษา ศาสนาฯ
· ศิลปศึกษาและดนตรี
· การงานอาชีพ

· ข่าวการศึกษา
· ข่าวตามกระแสสังคม
· งาน/บริการสังคม
· คลิปวิดีโอยอดนิยม
· เกมส์
· เกมส์ฝึกสมอง

· ทฤษฎีทางการศึกษา
· บทความการศึกษา
· การวิจัยทางการศึกษา
· คุณครูควรรู้ไว้
· เตรียมประเมินวิทยฐานะ
· ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
· เครื่องมือสำหรับครู

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ