ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ข่าวการศึกษา     ความรู้ทั่วไป     งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคมบทความการศึกษา  ▶ ข่าว/บทความ ▶ หน้าแรก

"พ่อแม่รังแกฉัน"(ใครกันจะรังแกลูกได้เท่าพ่อแม่)


บทความการศึกษา 2 พ.ย. 2558 เวลา 05:21 น. เปิดอ่าน : 13,901 ครั้ง
"พ่อแม่รังแกฉัน"(ใครกันจะรังแกลูกได้เท่าพ่อแม่)

Advertisement

/ ดร.แพง ชินพงศ์

พ่อแม่คือผู้ที่มีอิทธิพลมากที่สุดในชีวิตของลูก เพราะพ่อแม่เป็นผู้ให้กำเนิดและอบรมเลี้ยงดูลูกใกล้ชิดกับลูกมากที่สุด ดังนั้น การที่ลูกจะเติบโตขึ้นเป็นคนดีหรือคนไม่ดีหรือไม่อย่างไรนั้น พ่อแม่เป็นผู้ที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

เมื่อกล่าวถึงพ่อแม่ที่อบรมเลี้ยงดูลูกไม่ดี เรามักจะนึกถึงพ่อแม่ที่ชอบดุด่า ตบตี กดขี่ข่มเหงและปฏิบัติอย่างอยุติธรรมกับลูก แต่นอกเหนือจากพ่อแม่ประเภทนี้ก็คือพ่อแม่ประเภท "พ่อแม่รังแกฉัน" ซึ่งมีอยู่หลายลักษณะอันพอจะยกตัวอย่างได้ ดังนี้

1.พ่อแม่ที่ตามใจลูกมากเกินไป หมายถึง พ่อแม่ที่ยอมให้ลูกทุกอย่าง ไม่ว่าลูกจะขออะไรก็ไม่เคยขัด แม้ว่าสิ่งนั้นจะเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมหรือไม่สมควรก็ตาม จนทำให้ลูกกลายเป็นคนมีนิสัยเอาแต่ใจตัวเอง อยากได้อะไรก็ต้องได้ ใครขัดใจไม่ได้เลย จึงทำให้เป็นคนที่มีนิสัยก้าวร้าวเห็นแก่ตัวและรักใครไม่เป็น

2.พ่อแม่ที่เห็นว่าลูกน่ารักไปหมด คือ พ่อแม่ที่รักลูกจนหลง มองว่าลูกของตนนั้นน่ารักกว่าใคร เก่งกว่าใคร ดีกว่าใคร มักเยินยอลูกอยู่ตลอดเวลาโดยไม่เคยว่ากล่าวตักเตือนลูกเวลาที่ลูกทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง จึงส่งผลให้ลูกเติบโตมาเป็นคนที่ไม่เคยยอมรับความผิดของตนเอง ชอบโทษคนอื่นอยู่เสมอ มีนิสัยหลงตนเอง ใจดำ จนกลายเป็นคนที่เข้ากับคนอื่นยากและน่ารังเกียจในสายตาของคนทั่วไป

3.พ่อแม่ที่ไม่ได้ส่งเสริมให้ลูกฉลาด ความฉลาดของคนเรานั้นขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัย คือ พันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม อันได้แก่การอบรมเลี้ยงดูของพ่อแม่ ซึ่งมีพ่อแม่หลายคนที่ไม่ได้สร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีให้กับลูกในการส่งเสริมทางด้านสติปัญญา ยกตัวอย่างเช่น การให้ลูกหมกมุ่นจดจ่ออยู่กับโทรทัศน์ สมาร์ทโฟนและแทปเล็ตมากเกินไป ซึ่งสิ่งเหล่านี้ส่งผลให้เด็กขาดพัฒนาการในการปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง ทำให้แปลกแยกและไม่มีสังคม

4.พ่อแม่ที่ทอดทิ้งลูก มีพ่อแม่มากมายที่มุ่งทำแต่งานหรือยุ่งแต่เรื่องของตนเองโดยไม่มีเวลามาสนใจลูกและใช้วิธีชดเชยที่คิดว่าถูกต้องโดยการซื้อของเล่นให้หรือให้เงินลูกเยอะๆแทน แต่อย่าลืมว่าแท้ที่จริงแล้วของเล่นที่ดีที่สุดสำหรับลูกก็คือพ่อแม่นั่นเอง พ่อแม่ที่ทอดทิ้งลูกจะทำให้ลูกรู้สึกว้าเหว่ ขาดความอบอุ่นและคิดว่าพ่อแม่ไม่รัก ซึ่งส่งผลให้ลูกเติบโตขึ้นเป็นคนขี้เหงา เข้ากับคนอื่นได้ยากและขาดความเชื่อมั่นในตนเอง

5.พ่อแม่ที่เป็นแบบอย่างที่ไม่ดี มีพ่อแม่มากมายที่มีความประพฤติที่ไม่เหมาะสม เช่น พูดจาหยาบคาย ขี้โกหก ดื่มสุรา เสพสารเสพติด ไม่ซื่อสัตย์ต่อคู่ครอง สุรุ่ยสุร่าย ไม่รักษากฎหมาย ไม่ซื่อสัตย์ ฯลฯ ซึ่งเมื่อลูกได้เห็นความประพฤติเหล่านั้นก็จะซึมซับเข้าไปจนกลายเป็นพฤติกรรมของตนเองโดยไม่รู้ตัว ซึ่งมีให้เห็นกันอยู่ทั่วไปว่าเด็กที่พูดจาหยาบคายมักมาจากครอบครัวที่พ่อแม่พูดคำด่าคำให้เขาได้ยินอยู่เป็นประจำ

มีเรื่องจริงที่เกิดขึ้นเรื่องหนึ่งซึ่งผู้เขียนอยากนำมาเป็นตัวอย่างให้เห็นว่า ชีวิตของคนๆหนึ่งจะดีชั่วเช่นไร พ่อแม่นับว่าเป็นผู้ที่มีอิทธิพลเป็นอย่างมาก ซึ่งพ่อแม่รังแกฉันจากเรื่องนี้มีดังนี้

บอล (นามสมมติ) เติบโตมาในครอบครัวที่พ่อแม่เป็นนักธุรกิจมีฐานะร่ำรวยและเป็นเจ้าของโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง บอลเป็นเด็กผู้ชายคนเดียวในครอบครัวคนจีนขนาดใหญ่ จึงทำให้ปู่ย่าตายายและพ่อแม่รักและทุ่มเทให้กับเขามากเมื่อเขาอยากได้อะไรพ่อแม่ก็จะหามาประเคนให้เขาหมดทุกอย่าง อีกทั้งไม่ว่าบอลจะทำอะไร ในสายตาของพ่อแม่และปู่ย่าตายายนั้นเป็นสิ่งที่น่ารักน่าเอ็นดูและถูกต้องเสมอ เมื่อถึงวัยที่บอลต้องเข้าโรงเรียน เขาได้เข้าเรียนในโรงเรียนที่เป็นธุรกิจของครอบครัว วันหนึ่งเมื่อบอลกลับมาถึงบ้าน บอลได้มาฟ้องพ่อแม่ว่าถูกคุณครูดุ พ่อแม่ก็จะไปต่อว่าเอาเรื่องกับคุณครูคนนั้นทันที จนไม่มีครูคนไหนกล้าแตะต้องตักเตือนบอลอีกเพราะเกรงกลัวอิทธิพลของเจ้าของโรงเรียน

ในที่สุดบอลก็ติดนิสัยเป็นคนเกเร เอาแต่ใจ ชอบแกล้งเพื่อนและทำตัวเป็นอันธพาลประจำโรงเรียนซึ่งพ่อแม่ก็ไม่เคยว่ากล่าวตักเตือนแต่อย่างใด ปล่อยให้บอลติดนิสัยเช่นนี้ไปจนโต จนกระทั่งบอลได้เข้าไปเรียนในมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง บอลก็ยังคงทำตัวเป็นนักเลงหาเรื่องชกต่อยกับคนอื่นเสมอ ในที่สุดบอลก็ต้องออกจากมหาวิทยาลัยแห่งนั้นและย้ายที่เรียนไปเรื่อยๆ เพื่อนๆในรุ่นเดียวกันกับบอลเรียนจบมหาวิทยาลัยแล้วในขณะที่บอลเรียนไม่จบอะไรเลย บอลจึงขอพ่อแม่ไปเรียนที่ต่างประเทศ ซึ่งแน่นอนทีเดียวที่พ่อแม่จะต้องตามใจเขาเช่นเคย

เมื่อบอลไปอยู่ต่างประเทศ เขาก็ใช้ชีวิตอย่างอิสระและทำตัวเป็นนักเลงเช่นที่เคยเป็นมา บอลเรียนอยู่ต่างประเทศได้ไม่ถึงปีก็มีเรื่องชกต่อยกับนักศึกษาที่นั่นจนไม่สามารถเรียนอยู่ที่นั่นได้อีกจึงต้องกลับมาเมืองไทย ในขณะนั้นบอลอายุ30ปีแล้ว แต่ยังเรียนไม่จบและไม่ได้ทำงานอะไรเลย ใช้ชีวิตเที่ยวเตร่เป็นนักเลงและสำมะเลเทเมาจนในที่สุดก็เข้าไปอยู่ในวังวนของยาเสพติดและผู้หญิงไม่ดีจนติดโรคเอดส์และเสียชีวิตเมื่ออายุได้ 33 ปีเท่านั้น

จะเห็นได้ว่าเด็กจะเติบโตขึ้นเป็นคนดีหรือคนเลวนั้น การอบรมเลี้ยงดูของพ่อแม่ถือเป็นปัจจัยที่สำคัญมาก ดังนั้น การเป็นพ่อแม่ที่ดีนอกจากต้องเลี้ยงดูลูกด้วยความรักแล้ว ควรเอาใจใส่อบรมสั่งสอนให้ลูกเป็นคนรู้จักผิดชอบชั่วดีตั้งแต่เล็ก อีกทั้งส่งเสริมให้ลูกมีสติปัญญาที่ดีโดยการสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีและเหมาะสมให้กับลูก

ที่สำคัญพ่อแม่ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูกด้วย เพื่อที่จะไม่เกิดกรณี "พ่อแม่รังแกฉัน" ดังตัวอย่างที่กล่าวมาข้างต้นนั้น

 

ที่มา ASTVผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 2 พฤศจิกายน 2558 


"พ่อแม่รังแกฉัน"(ใครกันจะรังแกลูกได้เท่าพ่อแม่)

Advertisement

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

เงินเดือนเป็นความลับ

เงินเดือนเป็นความลับ


เปิดอ่าน 21,609 ครั้ง

:: เรื่องปักหมุด ::

หนี้การศึกษา

หนี้การศึกษา

เปิดอ่าน 7,961 ☕ คลิกอ่านเลย

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
ไอเดีย..โครงสร้างศธ.รูปแบบใหม่สลาย5แท่งหวนสู่ "กรม"!
ไอเดีย..โครงสร้างศธ.รูปแบบใหม่สลาย5แท่งหวนสู่ "กรม"!
เปิดอ่าน 22,766 ☕ คลิกอ่านเลย

ปัจจัยแห่งความล้มเหลว ในการปฏิรูปการศึกษาไทยคืออะไร โดย เพชร เหมือนพันธุ์
ปัจจัยแห่งความล้มเหลว ในการปฏิรูปการศึกษาไทยคืออะไร โดย เพชร เหมือนพันธุ์
เปิดอ่าน 20,620 ☕ คลิกอ่านเลย

FOCUS ประเด็นจาก PISA : การกำกับดูแลที่มีประสิทธิผลส่งผลอย่างไรต่อการเรียนรู้
FOCUS ประเด็นจาก PISA : การกำกับดูแลที่มีประสิทธิผลส่งผลอย่างไรต่อการเรียนรู้
เปิดอ่าน 7,791 ☕ คลิกอ่านเลย

"ครู" ผู้เปลี่ยนชีวิต "ศิษย์"
"ครู" ผู้เปลี่ยนชีวิต "ศิษย์"
เปิดอ่าน 11,537 ☕ คลิกอ่านเลย

ทั่วโลกยอมรับ นร.เก่งได้เพราะครูเก่ง
ทั่วโลกยอมรับ นร.เก่งได้เพราะครูเก่ง
เปิดอ่าน 20,795 ☕ คลิกอ่านเลย

ความเสียหายจากมหาวิทยาลัยไทยปิดเปิดเทอมตามอาเซียน
ความเสียหายจากมหาวิทยาลัยไทยปิดเปิดเทอมตามอาเซียน
เปิดอ่าน 12,336 ☕ คลิกอ่านเลย

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

สีสันกับสุขภาพจิต
สีสันกับสุขภาพจิต
เปิดอ่าน 12,946 ครั้ง

โลกออนไลน์ชื่นชม ผอ.โรงเรียนเข้ารับตำแหน่ง ร่ายกลอนลำและอารมณ์ขัน สร้างบรรยากาศที่ดีในโรงเรียน
โลกออนไลน์ชื่นชม ผอ.โรงเรียนเข้ารับตำแหน่ง ร่ายกลอนลำและอารมณ์ขัน สร้างบรรยากาศที่ดีในโรงเรียน
เปิดอ่าน 50,666 ครั้ง

คนนอนกรนไม่ต้องกลัวเป็นโรคหัวใจไม่เกี่ยวพันกับโรคหัวใจและหลอดเลือด
คนนอนกรนไม่ต้องกลัวเป็นโรคหัวใจไม่เกี่ยวพันกับโรคหัวใจและหลอดเลือด
เปิดอ่าน 9,529 ครั้ง

การรักษาโต๊ะคอมให้ใช้งานได้ยาวนาน
การรักษาโต๊ะคอมให้ใช้งานได้ยาวนาน
เปิดอ่าน 18,708 ครั้ง

ซ้อมขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ประจำปี 2555
ซ้อมขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ประจำปี 2555
เปิดอ่าน 9,253 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


· Technology
· บทความเทคโนโลยีการศึกษา
· e-Learning
· Graphics & Multimedia
· OpenSource & Freeware
· ซอฟต์แวร์แนะนำ
· การถ่ายภาพ
· Hot Issue
· Research Library
· Questions in ETC
· แวดวงนักเทคโนฯ

· ความรู้ทั่วไป
· คณิตศาสตร์
· วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
· ภาษาต่างประเทศ
· ภาษาไทย
· สุขศึกษาและพลศึกษา
· สังคมศึกษา ศาสนาฯ
· ศิลปศึกษาและดนตรี
· การงานอาชีพ

· ข่าวการศึกษา
· ข่าวตามกระแสสังคม
· งาน/บริการสังคม
· คลิปวิดีโอยอดนิยม
· เกมส์
· เกมส์ฝึกสมอง

· ทฤษฎีทางการศึกษา
· บทความการศึกษา
· การวิจัยทางการศึกษา
· คุณครูควรรู้ไว้
· เตรียมประเมินวิทยฐานะ
· ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
· เครื่องมือสำหรับครู

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ