ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > นโยบายการศึกษายุคปฏิรูป : บทบาทหน้าที่ครู

นโยบายการศึกษายุคปฏิรูป : บทบาทหน้าที่ครู

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 18 ม.ค. 2559 เปิดอ่าน : 5,789 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
นโยบายการศึกษายุคปฏิรูป : บทบาทหน้าที่ครู

Advertisement

พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ บรรยายพิเศษในหัวข้อ “นโยบายการศึกษายุคปฏิรูป : บทบาทหน้าที่ครู” ในโอกาสงานวันครู ประจำปี 2559 จัดโดยคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันศุกร์ที่ 15 มกราคม 2559 ณ ห้องพูนทรัพย์ นพวงศ์ ณ อยุธยา ชั้น 3 อาคารพระมิ่งขวัญการศึกษาไทย โดยมีศาสตราจารย์กิตติคุณ อำไพ สุจริตกุล ประธานเปิดงานวันครู 2559 พร้อมทั้งคณาจารย์ นิสิต ตลอดจนบุคลากรทางการศึกษา เข้าร่วมรับฟังการบรรยาย

 

ศธ.เน้นจัดการศึกษาที่ทำให้เด็ก ครู ผู้ปกครองมีความสุข

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวตอนหนึ่งว่า กระทรวงศึกษาธิการเน้นการจัดการศึกษาที่ทำให้เด็ก ครู และผู้ปกครองมีความสุข โดยได้น้อมนำพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาเป็นแนวทางในการกำหนดนโยบายการดำเนินงาน คือ ให้ครูรักเด็กและเด็กรักครู ครูสอนเด็กให้มีน้ำใจกับเพื่อน ไม่ให้แข่งขันกันแต่ให้แข่งขันกับตัวเอง รวมทั้งครูจัดให้เด็กทำกิจกรรมร่วมกัน ซึ่งพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นปรัชญาที่ยั่งยืน พสกนิกรทุกคนสามารถนำมาเป็นแนวทางปฏิบัติได้

ต้องการเห็นครูที่มีคุณลักษณะของครูที่ดี

"ครู" เป็นผู้ที่มีบทบาทและหน้าที่สำคัญในทุกภาคส่วนของการศึกษา ดังนิยามของคำว่าครูที่ว่า ครูคือผู้ที่ให้ความรู้ไม่จำกัดทุกที่ทุกเมื่อ ครูต้องเต็มไปด้วยความรู้และรู้จักขวนขวายหาความรู้ใหม่ สะสมความดี มีบารมีมาก และครูที่ดีจะต้องไม่ปิดบังความรู้ ควรมีจิตวิญญาณของความเป็นครู

กระทรวงศึกษาธิการจึงต้องการเห็นครูที่มีคุณลักษณะของครูที่ดี กล่าวคือ ครูต้องอยู่กับเด็กและรักเด็ก เป็นตัวอย่างที่ดีในทุกด้าน อีกทั้งเป็นครูที่มีความรู้และเทคนิคการสอน และต้องทันบริบทของสังคมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ครูต้องได้รับการดูแลในสวัสดิการทุกด้าน และได้รับความเป็นธรรมในการพิจารณาความก้าวหน้าในอาชีพด้วย

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันมีปัญหาของครูที่สะท้อนมาจากสังคม ได้แก่ ครูบางส่วนรู้ไม่ลึกในวิชาที่สอน, ครูบางส่วนขาดเทคนิคการสอน, คนเก่งไม่นิยมมาเป็นครู ครูไม่เตรียมการสอน นอกเหนือจากเสียงสะท้อนจากสังคมแล้ว ยังมีเสียงสะท้อนจากสภานักเรียน ประจำปี 2559 เกี่ยวกับปัญหาของครูในปัจจุบัน คือ ครูสอนตามมาตรฐานและตัวชี้วัดแต่การสอบในระดับชาติออกข้อสอบเกินหลักสูตร, ครูมีภาระมาก ไม่มีเวลาให้นักเรียนและมีเวลาสอนไม่เต็มที่, ครูไม่พอ, ครูมุ่งสอนเพื่อสอบ NT และ O-NET โดยเสนอให้ครูควรเยี่ยมบ้านนักเรียน เพื่อสร้างระบบการดูแลนักเรียนที่เข้มแข็ง เนื่องจากเด็กเชื่อว่าครูจะมีส่วนช่วยในการลดความขัดแย้งในครอบครัวได้ สำหรับโรงเรียนที่มีนักเรียนจำนวนมาก ครูต้องเลือกเยี่ยมบ้านนักเรียนจากการสังเกตพฤติกรรมที่มีความเสี่ยงของนักเรียนแต่ละคน

แนวทางการพัฒนาและแก้ไขปัญหาเรื่องต่างๆ ของ ศธ.ที่เกี่ยวข้องกับครู

ขณะนี้ กระทรวงศึกษาธิการได้มีแนวทางการแก้ปัญหาเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับครู อาทิ

- การคืนครูให้ห้องเรียน กระทรวงศึกษาธิการมีโครงการคืนครูให้ห้องเรียน 2 โครงการ ดังนี้

1) โครงการคืนครูผู้ทรงคุณค่าแห่งแผ่นดิน โดยการจ้างครูเกษียณที่สอนเก่งสอนดีในวิชาหลักๆ ได้แก่ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ ให้มาสอนวิชานั้นๆ ในพื้นที่ที่ขาดแคลน เพื่อถ่ายทอดเทคนิคการสอนให้กับครูรุ่นใหม่ โดยคาดว่าจะเริ่มจ้างได้ในปีการศึกษา 2559 จำนวน 1,097 คน และในปี 2560 อีก 10,000 คน

2) โครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น (คุรุทายาท) เพื่อเตรียมผลิตครูให้ตรงกับสาขาและพื้นที่ที่มีความขาดแคลน โดยจะรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 และระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ที่มีผลการเรียน 3.00 ขึ้นไป เพื่อเรียนหลักสูตรครูเป็นเวลา 5 ปี พร้อมได้รับสิทธิ์ในการบรรจุแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูทดแทนอัตราเกษียณตามภูมิลำเนา และสามารถกู้ยืมเงินได้จากกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) 100% โดยวางเป้าหมายไว้ 4,000 คนต่อปีการศึกษา พร้อมทั้งให้ทุนสนับสนุนการเรียนต่อในระดับปริญญาโทในสถานศึกษาภายในประเทศ 100 ทุน และสถานศึกษาในต่างประเทศอีก 100 ทุน ส่วนนิสิตนักศึกษาที่กำลังศึกษาในระดับปริญญาตรีและมีความต้องการที่จะเป็นครู ก็สามารถสมัครเข้าโครงการนี้ได้เช่นกัน โดยโครงการนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูล เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป

- การลดภาระครู ซึ่งสามารถดำเนินการได้ด้วยการปรับลดภาระการประเมิน การตอบแบบสำรวจ และการรายงานข้อมูล, การหลอมรวมโปรแกรมการรายงานข้อมูล และปรับการประเมินวิทยฐานะให้สอดคล้องกับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน รวมทั้งปรับลดภาระครูในการเข้าอบรม โดยมีแนวทางกำหนดช่วงเวลาการอบรมให้จัดขึ้นเฉพาะช่วงปิดเทอม หรือการอบรมทางไกลผ่านอินเทอร์เน็ต รวมทั้งอบรมหลายๆ หัวข้อพร้อมกันในการสัมมนาหนึ่งครั้ง เพื่อไม่ให้การอบรมไปรบกวนเวลาสอนของครูในชั้นเรียน

ทั้งนี้ กระทรวงศึกษาธิการขอความร่วมมือครูในการลดกิจกรรมที่ไม่เกี่ยวกับการสอนด้วย เช่น การประกวดต่างๆ, การแข่งขันทางวิชาการ, การประชุมสัมมนา และการอบรม ถึงแม้ว่าการได้รับรางวัลจะสามารถนำใช้ประกอบการขอเลื่อนวิทยฐานะของครูได้ แต่เป็นการแย่งเวลาของครูไปจากนักเรียน ซึ่งการได้รับรางวัลนั้นไม่ใช่เรื่องไม่ดี แต่ต้องร่วมมือกันทำให้ถูกต้องเหมาะสมและพอเหมาะพอควร

- การสร้างขวัญกำลังใจให้ครู กระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายที่จะซ่อมแซมบ้านพักครู 40,000 หลัง ให้แล้วเสร็จภายในปี 2561 เพื่อเป็นสวัสดิการแก่ครูทั่วประเทศ

- การโยกย้ายครูและการเข้าสู่ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา กระทรวงศึกษาธิการจะปรับปรุงหลักเกณฑ์ต่างๆ ในการแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการสถานศึกษา พร้อมทั้งส่งเสริมให้ผู้อำนวยการสถานศึกษามีหลักธรรมาภิบาล เพราะผู้บริหารสถานศึกษาที่ดีจะทำให้ครูในสถานศึกษานั้นดีไปด้วย

แนวทางแก้ไขปัญหาด้านการศึกษาตามนโยบายประชารัฐ

นอกจากนี้ กระทรวงศึกษาธิการมีแนวทางการแก้ไขปัญหาด้านการศึกษาร่วมกับภาคเอกชนตามนโยบายประชารัฐ ซึ่งมีคณะทำงานภาครัฐและภาคเอกชนทั้งหมด 12 ชุด โดยกระทรวงศึกษาธิการได้ร่วมมือกับภาคเอกชน 2 ชุด คือ ชุดที่ 4 คณะทำงานด้านการยกระดับคุณภาพวิชาชีพ (Competitive Workforce) และชุดที่ 11 คณะทำงานด้านการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ เพื่อร่วมมือกันพัฒนาการศึกษาให้เห็นผลที่เป็นรูปธรรมและมีความโปร่งใส (Transparency) ในการดำเนินการ

พร้อมจะปรับปรุงระบบบริหาร เน้นการสื่อสาร และทำงานเชิงบูรณาการ

อย่างไรก็ตาม กระทรวงศึกษาธิการจะดำเนินการแก้ไขปัญหาการบริหารงานภายในไปพร้อมกัน คือ การแก้ปัญหาการสื่อสารแนวดิ่งจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการไปสู่ครูโดยตรง ซึ่งยังไม่เห็นผลเท่าที่ควร พร้อมทั้งแก้ปัญหาการสื่อสารระหว่างหน่วยงานทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค และจะผลักดันให้เกิดการบูรณาการภายในหน่วยงาน บูรณาการระหว่างหน่วยงาน และบูรณาการข้ามกระทรวงมากขึ้น

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวด้วยว่า จากปัญหาทั้งหมดที่กล่าวมา กระทรวงศึกษาธิการจะต้องเร่งดำเนินการแก้ไขให้เสร็จสิ้นทุกด้านภายในเดือนกรกฎาคม 2560 โดยมีโครงการที่ได้เริ่มดำเนินการและเห็นผลสัมฤทธิ์แล้ว 16 โครงการ, เริ่มดำเนินการแล้ว 35 โครงการ และอยู่ระหว่างการผลักดันให้เกิดขึ้นอีก 12 โครงการ รวมทั้งสิ้น 63 โครงการ


โอกาสนี้ รมว.ศึกษาธิการได้ร่วมพิธีเปิดแพรคลุมป้ายชื่อ "ห้องพูนทรัพย์ นพวงศ์ ณ อยุธยา" ของคณะครุศาสตร์ พร้อมทั้งมอบโล่รางวัลแก่ผู้บริหารสถานศึกษาที่ทำคุณประโยชน์ด้านการศึกษาจำนวน 23 คน รวมทั้งมอบเกียรติบัตรแก่ครูรัชนก เงินงามมีสุข ครูจาก อ.ท่าสองยาง จ.ตาก ซึ่งได้ช่วยเหลือนักเรียนหญิงที่มีอาการป่วยด้วยการแบกนักเรียนลงจากภูเขามาส่งโรงพยาบาล 

 

ที่มา ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ วันที่ 15 มกราคม 2559

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> นโยบายการศึกษายุคปฏิรูป : บทบาทหน้าที่ครู , , นโยบายการศึกษายุคปฏิรูป , : , บทบาทหน้าที่ครู << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
"ครูกัลยา" โชว์ผลงานนโยบายโค้ดดิ้งครบ 2 ปี สร้างมูลค่าเพิ่มเศรษฐกิจประเทศ☕ 15 พ.ค. 2564
"ครูกัลยา" โชว์ผลงานนโยบายโค้ดดิ้งครบ 2 ปี สร้างมูลค่าเพิ่มเศรษฐกิจประเทศ
เปิดอ่าน 254 ครั้ง
บอร์ดกพฐ.ถก มาตรการรับมือเปิดภาคเรียน☕ 14 พ.ค. 2564
บอร์ดกพฐ.ถก มาตรการรับมือเปิดภาคเรียน
เปิดอ่าน 1,792 ครั้ง
Timeline ของครูรัก(ษ์)ถิ่น รุ่นที่ 3 เริ่มต้นขึ้นแล้ว!☕ 14 พ.ค. 2564
Timeline ของครูรัก(ษ์)ถิ่น รุ่นที่ 3 เริ่มต้นขึ้นแล้ว!
เปิดอ่าน 1,119 ครั้ง
"ครูเหน่ง" ตั้งคณะทำงานเร่งขับเคลื่อน Quick Win 7ข้อ☕ 14 พ.ค. 2564
"ครูเหน่ง" ตั้งคณะทำงานเร่งขับเคลื่อน Quick Win 7ข้อ
เปิดอ่าน 4,593 ครั้ง
ว7/2564 หลักเกณฑ์และวิธีการย้ายผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ☕ 14 พ.ค. 2564
ว7/2564 หลักเกณฑ์และวิธีการย้ายผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ
เปิดอ่าน 2,687 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ระวัง! ท่านอาจจะทำร้ายสมองลูกโดยไม่รู้ตัวระวัง! ท่านอาจจะทำร้ายสมองลูกโดยไม่รู้ตัว
เปิดอ่าน 13,515 ครั้ง
แห่กดไลค์ ด.ญ.จิตราภา พูดอังกฤษหน้าชั้น ผู้ใหญ่ยังอายแห่กดไลค์ ด.ญ.จิตราภา พูดอังกฤษหน้าชั้น ผู้ใหญ่ยังอาย
เปิดอ่าน 21,082 ครั้ง
อักษรไทยสมัยสุโขทัยอักษรไทยสมัยสุโขทัย
เปิดอ่าน 24,648 ครั้ง
สูตรมะนาวโซดา 10 วิธีทำน้ำมะนาวโซดาเครื่องดื่มล้างพิษสูตรมะนาวโซดา 10 วิธีทำน้ำมะนาวโซดาเครื่องดื่มล้างพิษ
เปิดอ่าน 166,992 ครั้ง
ปรับสมดุลโต๊ะทำงาน ตามราศีปรับสมดุลโต๊ะทำงาน ตามราศี
เปิดอ่าน 13,832 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ