ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > ถึงเวลาของการคิดใหม่ในวงการศึกษาไทย

ถึงเวลาของการคิดใหม่ในวงการศึกษาไทย

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 7 พ.ค. 2559 เปิดอ่าน : 16,572 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

ถึงเวลาของการคิดใหม่ในวงการศึกษาไทย

Advertisement

รมช.ธีระเกียรติฯ บรรยายพิเศษ ถึงเวลาของการคิดใหม่ในวงการศึกษาไทย

มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ – นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ บรรยายพิเศษ “ถึงเวลาของการคิดใหม่ในวงการศึกษาไทย” ในการประชุมยกระดับคุณภาพการศึกษา ครั้งที่ 1 เรื่อง “จะยกระดับคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐานของกรุงเทพมหานครได้อย่างไร” เมื่อวันพุธที่ 4 พฤษภาคม 2559 ณ ห้องประชุมปรีดี พนมยงค์ โดยมี ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ อาจารย์ นักวิชาการ ตลอดจนวิทยากรจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เข้าร่วมรับฟังการบรรยาย

 

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการได้น้อมนำแนวพระราชดำรัสด้านการศึกษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาเป็นแนวทางในการปฏิรูปการศึกษาไทยจำนวนมาก อาทิ

"ครูไม่จำเป็นต้องมีความรู้ทางเทคโนโลยีมาก แต่ต้องมุ่งปลูกฝังความดี" (6 มิถุนายน 2555) กล่าวคือ รูปแบบการศึกษาในปัจจุบันทุกคนล้วนให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีและระบบดิจิทัล ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิดแต่เราต้องมีตำราเรียนที่ดีด้วย เนื่องจากตำราเรียนแบบดิจิทัลกับตำราเรียนแบบเป็นเล่มมีความแตกต่างกันมาก อีกทั้งการศึกษาวิจัยพบว่าหนังสือแบบ e-book มียอดขายลดลง เพราะผู้ที่อ่านหนังสือแบบ e-book จะจดจำรายละเอียดและเข้าใจเนื้อหาต่าง ๆ ได้น้อยกว่าผู้ที่อ่านหนังสือแบบเป็นเล่ม แต่หากเนื้อหาที่อ่านเป็นประเภทข่าวสังคม การอ่านหนังสือจาก e-book กับการอ่านหนังสือแบบเป็นเล่มมีผลลัพธ์ที่ไม่มีความแตกต่างกัน

นอกจากนี้ คนยุคปัจจุบันจะปฏิบัติต่ออุปกรณ์ไอทีเหล่านี้เหมือน Storage Device หรือแหล่งเก็บข้อมูล เช่น เมื่ออ่านแล้วไม่ต้องจำเพราะสามารถกลับมาดูข้อมูลอีกครั้งได้ หรือไม่จำเป็นต้องจำคำศัพท์เนื่องจากสามารถเปิดพจนานุกรมออนไลน์ดูความหมายของคำได้ เป็นต้น แต่เราจะไม่มีความคิดเช่นนั้นกับการอ่านหนังสือหรือตำราเพราะถือว่าหนังสือเป็นครูและมีความสำคัญมาก ในอดีตผู้ปกครองสามารถสังเกตได้ว่าบุตรหลานกำลังอ่านหนังสือประเภทใดอยู่ แต่ปัจจุบันบุตรหลานอ่านหนังสือจากอินเทอร์เน็ต ทำให้ผู้ปกครองไม่สามารถรู้ได้ว่าเด็กกำลังอ่านอะไร ซึ่งในความเป็นจริงอาจจะกำลังเล่น Social Media เช่น Facebook หรือ Line อยู่ก็เป็นได้ ดังนั้นเทคโนโลยีเป็นเรื่องดีแต่ต้องรู้จักนำเทคโนโลยีมาใช้ตามความเหมาะสม

"ต้องปรับปรุงครู ครูจะอายุ 40 หรือ 50 ก็ต้องเรียนใหม่ ต้องปฏิวัติครูอย่างจริงจัง" (6 มิถุนายน 2555) คือ ครูจำเป็นต้องเรียนรู้ไปพร้อมกับเด็ก แม้ว่าจะอายุมากก็ยังสามารถเรียนรู้ได้

"ครูต้องสอนให้เด็กนักเรียนมีน้ำใจ เป็นคนเรียนเก่ง ช่วยติวเพื่อนที่เรียนล้าหลัง มิได้สอนให้เด็กคิดแต่จะแข่งขัน (Compete) กับเพื่อนเพื่อให้ตนเองได้ลำดับดีๆ เช่น สอบได้ที่หนึ่งของชั้น แต่ต้องให้เด็กแข่งขันกับตนเอง" (11 มิถุนายน 2555) คือ การสอนให้เด็กช่วยเหลือกัน แข่งกับตัวเอง ไม่ใช่แข่งกับเพื่อน

"ปัญหาหนึ่ง คือ การขาดครูเพราะจำนวนไม่พอและครูย้ายบ่อย ดังนั้นก่อนคัดเลือกเด็กที่จะพัฒนา ต้องพัฒนาครูก่อนให้พร้อมที่จะสอนเด็กให้ได้ผลตามที่ต้องการ จึงจะต้องคัดเลือกครูและพัฒนาครู ต้องตั้งฐานะในสังคมของครูให้เหมาะสม และปลูกจิตสำนึก โดยใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง" กระทรวงศึกษาธิการจึงมีนโยบายสนับสนุนโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น เพื่อไม่ให้เกิดกรณีการโยกย้ายแล้วครูไม่พอ เพราะการเปิดโอกาสให้ครูบรรจุ 2 ปี แล้วสามารถย้ายได้ทำให้ครูไม่มีสมาธิสอนหนังสือ

"เราต้องฝึกหัดให้นักเรียนทำงานร่วมกันเป็นกลุ่มหรือหมู่คณะมากขึ้น จะได้มีความสามัคคี" (5 กรกฎาคม 2555) เพราะในขณะนี้ประเทศไทยก็ยังคงมีปัญหาเรื่องความปรองดองอยู่

"ปัญหาปัจจุบัน คือ ครูมุ่งเขียนวิทยานิพนธ์ เขียนตำราส่งผู้บริหาร เพื่อให้ได้ตำแหน่งและเงินเดือนสูงขึ้น และบางทีก็ย้ายไปที่ใหม่ ส่วนครูที่มุ่งสอนหนังสือกลับไม่ได้อะไรตอบแทน ระบบไม่ยุติธรรม เราจะต้องเปลี่ยนระเบียบตรงจุดนี้ การสอนหนังสือถือว่าเป็นความดีความชอบ หากคนใดสอนดีซึ่งส่วนมากคือมีคุณภาพและปริมาณ ต้องมีรางวัล" การขอตำแหน่งทางวิชาการทำให้รัฐมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นปีละกว่า 2 หมื่นล้าน ในขณะเดียวกันการตอบแทนด้วยวิธีแบบนี้อาจไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อโรงเรียนโดยตรง ซึ่งไม่ได้หมายความว่ารัฐไม่ต้องการจ่ายเงินครูที่ได้รับการเลื่อนวิทยฐานะ แต่ปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่จะส่งผลต่อประสิทธิภาพการศึกษา คือ ความสัมพันธ์ระหว่างครูและนักเรียนในห้องเรียน ดังนั้น ครูที่มุ่งสอนหนังสือและสอนอย่างมีคุณภาพควรได้รับรางวัลตอบแทนด้วย

"ครูบางส่วนเวลาสอนนักเรียนจะสอนไม่หมดแต่เก็บไว้บางส่วน หากนักเรียนต้องการรู้ทั้งหมดวิชาก็ต้องเสียเงินไปสมัครเรียนพิเศษกับครูท่านนั้น จะเป็นการสอนในโรงเรียนหรือส่วนตัวก็ตาม" (5 กรกฎาคม 2555)

โอกาสนี้ รมช.ศึกษาธิการ ได้ยกคำกล่าวของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ที่ได้กล่าวถึงครูอาจารย์ 3 ประเภท ดังนี้

1) อาจารย์อาชีพ คือ ครูที่มีความเป็นครูไม่ว่าจะเวลาใดก็สอนนักเรียนเสมอ หรือครูที่ไม่ได้มีความคิดว่าจะไม่สอนหนังสือหากไม่มีเงินเดือน

2) อาจารย์มืออาชีพ คือ ครูที่เก่งและมีเทคนิคการสอนที่ดี รวมทั้งมีความเป็นมืออาชีพ

3) อาชีพอาจารย์ คือ ครูที่ไม่มาทำงานหรือบางครั้งก็ไม่มาสอนหนังสือ และรอรับเงินเดือนตอนสิ้นเดือน 

 

ที่มา ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ วันที่ 4 พฤษภาคม 2559

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> ถึงเวลาของการคิดใหม่ในวงการศึกษาไทย , << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
"เลขาธิการ กศน." มอบ 12 ภารกิจเร่งด่วนขับเคลื่อนงาน กศน.☕ 20 ต.ค. 2563
"เลขาธิการ กศน." มอบ 12 ภารกิจเร่งด่วนขับเคลื่อนงาน กศน.
เปิดอ่าน 1,697 ครั้ง
"ณัฏฐพล" ล้มหลักสูตรฐานสมรรถนะ☕ 19 ต.ค. 2563
"ณัฏฐพล" ล้มหลักสูตรฐานสมรรถนะ
เปิดอ่าน 3,836 ครั้ง
กพฐ.กลับลำไม่จำกัดรับเด็ก 40 คนต่อห้อง ควบรวมโรงเรียนเล็ก นร.ต่ำกว่า 100 คน☕ 18 ต.ค. 2563
กพฐ.กลับลำไม่จำกัดรับเด็ก 40 คนต่อห้อง ควบรวมโรงเรียนเล็ก นร.ต่ำกว่า 100 คน
เปิดอ่าน 23,935 ครั้ง
ผ่าประเด็นร้อน เกณฑ์การย้ายผู้บริหารสถานศึกษา ปัญหาในทางปฏิบัติ!☕ 18 ต.ค. 2563
ผ่าประเด็นร้อน เกณฑ์การย้ายผู้บริหารสถานศึกษา ปัญหาในทางปฏิบัติ!
เปิดอ่าน 11,690 ครั้ง
จ่อเพิ่ม"สพม. "แต่ไม่ครบทุกจังหวัด อยู่ในกรอบ ไม่เพิ่มงบ-ไม่เพิ่มคน☕ 16 ต.ค. 2563
จ่อเพิ่ม"สพม. "แต่ไม่ครบทุกจังหวัด อยู่ในกรอบ ไม่เพิ่มงบ-ไม่เพิ่มคน
เปิดอ่าน 3,624 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

จำนวนตรรกยะจำนวนตรรกยะ
เปิดอ่าน 25,164 ครั้ง
ยอดวิวเยอะมาก รายการ "ดูให้รู้ ตอน คุณครูฮาร์ดคอร์"ยอดวิวเยอะมาก รายการ "ดูให้รู้ ตอน คุณครูฮาร์ดคอร์"
เปิดอ่าน 11,046 ครั้ง
วิธีสำหรับทำให้ผิวขาวใส แบบไร้สารเคมีวิธีสำหรับทำให้ผิวขาวใส แบบไร้สารเคมี
เปิดอ่าน 10,830 ครั้ง
ฮวงจุ้ยบ้านของคนเกิดปีต่าง ๆฮวงจุ้ยบ้านของคนเกิดปีต่าง ๆ
เปิดอ่าน 8,650 ครั้ง
พจนานุกรมตัวชี้วัดการประเมินผลการจัดการศึกษาของประเทศ (KPI Dictionary for Thai Education Evaluation)พจนานุกรมตัวชี้วัดการประเมินผลการจัดการศึกษาของประเทศ (KPI Dictionary for Thai Education Evaluation)
เปิดอ่าน 10,952 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ