ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > พบพิรุธค่าตอบแทนโครงการเงินกู้ ช.พ.ค.ถูกใช้ผิดประเภท

พบพิรุธค่าตอบแทนโครงการเงินกู้ ช.พ.ค.ถูกใช้ผิดประเภท

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 2 ม.ค. 2562 เปิดอ่าน : 9,488 ครั้ง

ลิงก์ผู้สนับสนุน

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

พบพิรุธค่าตอบแทนโครงการเงินกู้ ช.พ.ค.ถูกใช้ผิดประเภท

Advertisement

‘อรรถพล’ พบ พิรุธ ค่าตอบแทนโครงการเงินกู้ ช.พ.ค.ถูกใช้ผิดประเภท เตรียมรวบรวมข้อมูลทั้งหมดแก้ปัญหาต่อไป

เมื่อวันที่ 1 ม.ค.2562 นายอรรถพล ตรึกตรอง ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ปฎิบัติหน้าที่เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) เปิดเผยว่า ตนและผู้บริหารสำนักงาน สกสค.ทั้งในส่วนกลางและต่างจังหวัด ได้หารือร่วมกับ นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน และทีมผู้บริหารของธนาคารออมสิน ใน 3 เรื่อง เรื่องที่ 1.สำนักงาน สกสค.ได้ขอให้ทางธนาคารออมสินได้ทบทวน MOU โครงการเงินกู้การฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเหลือเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) ซึ่งได้มีการทำกันมาแล้วจำนวน 4 ฉบับ ฉบับที่ 1 ลงวันที่ 9 ก.ย.2548 ฉบับที่ 2 ลงวันที่ 29 ม.ค.2551 ฉบับที่ 3 ลงวันที่ 25 พ.ค.2552 และฉบับที่ 4 ลงวันที่ 5 ส.ค.2553 โดยเนื้อหาสาระของ MOU แต่ละฉบับจะคล้ายๆ กัน จะมีแตกต่างกันบ้างก็คือ การกำหนดให้ทางธนาคารออมสินจ่ายค่าตอบแทน โดยบางฉบับกำหนดให้จ่ายค่าตอบแทนเข้ากองทุนสนับสนุนกิจการของสำนักงาน สกสค. และบางฉบับจ่ายเงินค่าตอบแทนสนับสนุนกิจการของ ช.พ.ค. แต่ประเด็นอยู่ที่ว่าหลังจากตนเข้ามาปฎิบัติหน้าที่เลขาธิการ สกสค.ได้ตรวจสอบพบว่าค่าตอบแทนที่ได้รับจากธนาคารออมสินในอดีตที่ผ่านมา สำนักงาน สกสค.ได้รวบเอาเข้าไปไว้ในกองทุนสนับสนุนกิจการของสำนักงาน สกสค.ทั้งหมด ทั้งที่ MOU ในแต่ละฉบับกำหนดไว้ชัดเจนว่าจะต้องนำเงินค่าตอบแทนดังกล่าวไปไว้ในส่วนใดบ้าง จากนั้นก็มีการอนุมัตินำเงินออกไปใช้จ่ายกัน ซึ่งถือเป็นการใช้เงินผิดประเภท

ปฎิบัติหน้าที่เลขาธิการ สกสค. กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังพบข้อสังเกตุที่เกี่ยวข้องกับ MOU ทั้ง 4 ฉบับอีกก็คือ ตั้งแต่ฉบับที่ 1-3 มีข้อตกลงร่วมกันว่ากรณีผู้กู้เงินซึ่งเป็นสมาชิก ช.พ.ค.ถึงแก่กรรมให้สำนักงาน สกสค.ส่งเงินสงเคราะห์รายศพไปจ่ายหนี้ให้กับธนาคารออมสินเพื่อชำระเงินกู้ ช.พ.ค.แทนสมาชิก แต่พอมาถึง MOU ฉบับที่ 4 มีการกำหนดเงื่อนไขพิเศษกว่า 3 ฉบับ โดยกำหนดให้สำนักงาน สกสค.ส่งเงินสงเคราะห์รายศพให้กับธนาคารออมสินเช่นกัน แต่ยกเว้นกรณีที่ผู้กู้ที่ถึงแก่กรรมรายใดมีเงินประกันสินเชื่อเอาไว้ไม่ต้องส่งเงินสงเคราะห์รายศพให้กับธนาคารออมสิน แต่จากการตรวจสอบย้อนหลังกลับพบว่า แม้จะมีข้อกำหนดใน MOU เกี่ยวกับเรื่องการส่งเงินสงเคราะห์รายศพไว้ชัดเจน แต่สำนักงาน สกสค.กยังส่งเงินสงเคราะห์รายศพผู้ที่ได้ทำประกันสินเชื่อเอาไว้ไปให้กับธนาคารออมสิน ดังนั้นทางธนาคารออมสินจึงรับที่จะไปตรวจสอบให้ แต่ในส่วนของสำนักงาน สกสค.ก็ต้องมาจัดทำรายละเอียดว่าผู้กู้เงินโครงการ ช.พ.ค. 6 และ 7 ซึ่งได้ทำสัญญาตาม MOU ฉบับที่ 4 นี้มีการส่งเงินสงเคราะห์รายศพของสมาชิกที่เสียชีวิตไปให้ธนาคารออมสินแล้วจำนวนกี่ราย และเป็นเงินจำนวนเท่าใด เพื่อนำข้อมูลมาใช้ในการแก้ไขปัญหาต่อไป

นายอรรถพล กล่าวต่อไปว่า เรื่องที่ 2.สำนักงาน สกสค.ได้ขอต่อรองให้ธนาคารออมสินปรับแก้ไขสัญญาเงินกู้โครงการ ช.พ.ค. 6 และ 7 เนื่องจากในสัญญาข้อ 6 กำหนดว่า กรณีผู้กู้ที่มีประกันจะต้องต่ออายุประกันภายใน 30 วัน ถ้าไม่ต่อธนาคารออมสินจะเป็นผู้ชำระเบี้ยประกัน แล้วนำค่าเบี้ยประกันไปเพิ่มเป็นเงินกู้โดยอัตโนมัติ ซึ่งในส่วนนี้สำนักงาน สกสค.ได้ขอต่อรองว่ากรณีที่ผู้กู้มีหนี้คงเหลือไม่เกิน 7 แสนบาท ซึ่งเงินสงเคราะห์รายศพของกองทุน ช.พ.ค.สามารถชำระแทนครูได้เพียงพออยู่แล้ว จึงไม่ควรบังคับหรือตั้งเป็นเงื่อนไขให้ครูต้องต่อประกันได้หรือไม่ หรือหากครูจะทำก็ขอให้ทำด้วยความสมัครใจไม่ใช่การบังคับทำ โดยในประเด็นนี้ธนาคารออมสินรับปากที่จะนำไปหารือกับบอร์ดของธนาคาร หากบอร์ดเมตตาช่วยครูในประเด็นนี้ ก็สามารถทำข้อตกลงแนบท้ายในสัญญาในภายหลังได้ ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ให้กับครูได้ไม่น้อย

“สำหรับเรื่องที่ 3.สำนักงาน สกสค.เห็นว่า การทำประกันเงินกู้รอบใหม่การพิจารณาบริษัทประกันจะต้องพิจารณาร่วมกันระหว่างธนาคารออมสินกับสำนักงาน สกสค. ดังนั้นผมจึงเสนอว่าบริษัทประกันที่จะเข้ามารับทำประกันชีวิตให้กับครูจะต้องเป็นการทำประกันชีวิตจริง ๆ ไม่ใช่เป็นการทำสัญญาแบบประกันวินาศภัยเหมือนที่ผ่านมา ขณะเดียวกันจะต้องเป็นการทำประกันประเภทประกันสินเชื่อที่ทุนประกันจะต้องลดลงตามหนี้ เพื่อให้เบี้ยประกันถูกลง ที่สำคัญจะต้องปลอดค่าคอมมิชชั่นทุกชนิด เพื่อให้มีเบี้ยประกันที่ถูกที่สุด นอกจากนี้บริษัทประกันที่จะเข้ามาจะต้องให้ครูเลือกอัตราเบี้ยประกันตามเพศ ตามอายุ และตามระยะเวลาที่เอาประกัน ไม่ให้บังคับว่าครูจะต้องทำประกันกี่ปี อย่างไรก็ตามเนื่องจากธนาคารออมสินถือเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ทางธนาคารจึงเสนอให้มีการตั้งคณะกรรมการร่วม 2 ชุด ชุดที่ 1 ทำหน้าที่กำหนดมาตรฐานขั้นต่ำของบริษัทประกันชีวิต โดยมีกรรมการจากทางสำนักงาน สกสค.เป็นประธาน ทั้งนี้คณะกรรมการชุดนี้จะต้องจัดทำกรอบมาตรฐานขั้นต่ำของบริษัทประกันชีวิตให้แล้วเสร็จภายในต้นเดือน ม.ค.2562 นี้ จากนั้นจะกำหนดวันให้บริษัทประกันที่มีคุณสมบัติเป็นไปตามกรอบมาตรฐานได้ยื่นซองเพื่อแข่งขันราคาเบี้ยประกัน โดยมีคณะกรรมการอีกชุดเพื่อทำการคัดเลือกบริษัทที่เสนอราคาเบี้ยประกันถูกที่สุด มีนายชาติชาย เป็นประธาน เมื่อได้บริษัทประกันแล้วก็จะเรียกครูไปทำสัญญาต่อไป” นายอรรถพล กล่าว

นายอรรถพล กล่าวอีกว่า จากข้อมูลมีครูที่จะต้องต่อประกันชีวิตในปี 2561-2562 จำนวนทั้งสิ้น 385,705 คน ในจำนวนนี้กรมธรรม์หมดอายุไปแล้ว 1 หมื่นกว่าคน ทางบริษัททิพยประกันภัยได้ต่ออายุกรรมธรรม์ให้ไปแล้ว และจะหมดอายุในเดือน ม.ค.นี้อีก 1,175 คน เดือน ก.พ.อีก 587 คน ซึ่งทั้ง 2 เดือนนี้ เนื่องจากยังอยู่ระหว่างการจัดหาบริษัทประกันใหม่ ดังนั้นจึงให้ธนาคารออมสินเจรจากับบริษัททิพยประกันภัยช่วยต่อสัญญากรมธรรม์ให้กลุ่มนี้ไปก่อน แต่มีสัญญาไม่เกิน 1 ปี เพื่อให้ผู้กู้สามารถเลือกบริษัทประกันได้ใหม่ในปีต่อไป อย่างไรก็ตามยังมีผู้กู้โครงการ ช.พ.ค. 6 และ 7 ที่จะต้องต่อประกันแบบอัตโนมัติ เนื่องจากกรมธรรม์จะหมดอายุในเดือน มิ.ย.2562 อีกจำนวน 343,991 คน ดังนั้นหากมีการจัดหาบริษัทประกันใหม่ตามแนวทางที่ได้มีการพูดคุยกันนี้ ครูกลุ่มนี้ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะต้องเสียเงินค่าเบี้ยประกันชีวิตที่แพงอีกต่อไป เท่าที่ตนมีข้อมูลในมือขณะนี้คาดว่าครูจะเสียค่าเบี้ยประกันถูกกว่าที่เดิม 50% หรืออาจจะมากกว่านั้นแน่นอน ถือเป็นของขวัญปีใหม่ที่สำนักงาน สกสค.และธนาคารออมสินได้ตั้งใจทำให้ครู

สำหรับสมาชิก ช.พ.ค.ที่ยังค้างชำระเงินกู้อยู่ขณะนี้มีจำนวนทั้งสิ้น 421,565 คน แบ่งเป็นโครงการ ช.พ.ค.1 จำนวน 10,193 คน เป็นเงิน 1,966 ล้านบาท โครงการ ช.พ.ค.2-3 จำนวน 21,007 คน เป็นเงิน 2,422 ล้านบาท โครงการ ช.พ.ค.4 จำนวน 4,610 คน เป็นเงิน 583 ล้านบาท โครงการ ช.พ.ค. 5 จำนวน 41,714 คน เป็นเงิน 19,109 ล้านบาท โครงการ ช.พ.ค.6 จำนวน 155,377 คน เป็นเงิน 142,000 กว่าล้านบาท และโครงการ ช.พ.ค.7 จำนวน 188,614 คน เป็นเงิน 230,000 กว่าล้านบาท โดยกลุ่มผู้กู้ที่เป็นหนี้มากที่สุดคือกลุ่มอายุ 51-60 ปี มีมากถึง 168,000 กว่าคน ส่วนผู้กู้ที่ค้างชำระเงินกู้มากที่สุดคือกลุ่มที่กู้เงิน 600,000-1,000,000 บาท รองลงมาคือกลุ่มที่กู้ 1,000,000 บาทขึ้นไป.

ขอบคุณที่มาเนื้อหาข่าวจาก เดลินิวส์ วันอังคารที่ 1 มกราคม 2562

 

 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> พบพิรุธค่าตอบแทนโครงการเงินกู้ ช.พ.ค.ถูกใช้ผิดประเภท , , พบพิรุธค่าตอบแทนโครงการเงินกู้ , ช.พ.ค.ถูกใช้ผิดประเภท << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องล่าสุดในหมวดหมู่นี้ ≡
4 นโยบาย ของ รมว.ศธ.ที่ เลขา กพฐ.นำเสนอต่อที่ประชุมบอร์ด กพฐ.☕ 15 พ.ย. 2562
4 นโยบาย ของ รมว.ศธ.ที่ เลขา กพฐ.นำเสนอต่อที่ประชุมบอร์ด กพฐ.
เปิดอ่าน 668 ครั้ง
นายก ส.บ.ม.ท.แนะ ผอ.รร. ประสานโรงเรียนใหม่ก่อนย้ายไปรับตำแหน่ง☕ 15 พ.ย. 2562
นายก ส.บ.ม.ท.แนะ ผอ.รร. ประสานโรงเรียนใหม่ก่อนย้ายไปรับตำแหน่ง
เปิดอ่าน 2,411 ครั้ง
โครงสร้างข้อสอบปลายปี ปีการศึกษา 2562☕ 14 พ.ย. 2562
โครงสร้างข้อสอบปลายปี ปีการศึกษา 2562
เปิดอ่าน 2,688 ครั้ง
"รมว.ศธ."ไฟเขียวแล้ว อบรมอย่างเข้มรองผอ.สพท.-ศน.ใหม่☕ 14 พ.ย. 2562
"รมว.ศธ."ไฟเขียวแล้ว อบรมอย่างเข้มรองผอ.สพท.-ศน.ใหม่
เปิดอ่าน 8,028 ครั้ง
ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ (กระทรวงศึกษาธิการ)☕ 14 พ.ย. 2562
ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ (กระทรวงศึกษาธิการ)
เปิดอ่าน 2,441 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

คุณภาพการศึกษา...คืออะไรคุณภาพการศึกษา...คืออะไร
เปิดอ่าน 49,785 ครั้ง
แบบเต็ม ๆ อีกครั้ง สำหรับชุดประจำชาติไทยสู่เวทีสากลแบบเต็ม ๆ อีกครั้ง สำหรับชุดประจำชาติไทยสู่เวทีสากล
เปิดอ่าน 19,218 ครั้ง
การเต้นเป็นกลุ่มที่เรียกว่า "ฮาร์เล็ม เชค Harlem Shake" คืออะไร?การเต้นเป็นกลุ่มที่เรียกว่า "ฮาร์เล็ม เชค Harlem Shake" คืออะไร?
เปิดอ่าน 26,941 ครั้ง
ข้อควรปฏิบัติ เมื่อสารเคมีหก ข้อควรปฏิบัติ เมื่อสารเคมีหก
เปิดอ่าน 10,013 ครั้ง
นม ร.ร.ป้องกัน มะเร็ง ช่วยไม่ให้เกิดขึ้นเมื่อตอนเป็นผู้ใหญ่นม ร.ร.ป้องกัน มะเร็ง ช่วยไม่ให้เกิดขึ้นเมื่อตอนเป็นผู้ใหญ่
เปิดอ่าน 9,875 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย


เว็บไซต์พันธมิตร

  • IELTS
  • TOEIC Online
  • chulatutor
  •  
     
    สนามเด็กเล่น
    เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
    หมวดหมู่เนื้อหา
    [ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
    ข่าวล่าสุด

    ครูบ้านนอกดอทคอม

    เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

          kroobannok.com

    © 2000-2020 Kroobannok.com  
    All rights reserved.


    Design by : kroobannok.com


    ครูบ้านนอกดอทคอม
    การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

    วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
     

    ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

    เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

    Email : kornkham@hotmail.com
    Tel : 081-3431047

    สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
    คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ