ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > แนะปรับแผนชาติจัดการศึกษารับกลุ่มน้ำนอกท่อ

แนะปรับแผนชาติจัดการศึกษารับกลุ่มน้ำนอกท่อ

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 24 ก.ค. 2562 เปิดอ่าน : 3,835 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

แนะปรับแผนชาติจัดการศึกษารับกลุ่มน้ำนอกท่อ

Advertisement

สกศ.จัดประชุมยุทธศาสตร์ชาติสู่แผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา "กฤษณพงศ์" ชี้ประเทศไทยเด็กลงลด จำนวนคนสูงอายุพุ่ง แนะปรับระบบการจัดการศึกษารองรับกลุ่มน้ำนอกท่อ หรือ คนที่หารายได้ให้ประเทศ

วันนี้ ( 23 ก.ค.) ที่โรงแรมปรินซ์พาเลซ มหานาค กรุงเทพ ฯ ดร.สุภัทร จำปาทอง เลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) กล่าวตอนหนึ่งในการประชุมทางวิชาการ "ยุทธศาสตร์ชาติสู่แผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา " โดยมีผู้แทนองค์กรหลักของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้แทนสถาบันอุดมศึกษา ผู้และแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เข้าร่วม ว่า ขณะนี้อยู่ในช่วงกลางของกระบวนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 - 2580) และ แผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา และอยู่ระหว่างรอเสนอร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ฉบับใหม่ ต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) และรัฐบาลใหม่ ดังนั้น การขับเคลื่อนปฏิรูปการศึกษาต้องอาศัยกลไกที่มีความหลากหลาย โดยใช้ทั้งอำนาจจากกฎหมายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงเกิดประสิทธิภาพประสิทธิผล ซึ่งตนจะนำแนวคิดและข้อเสนอที่ได้จากการประชุมนี้ไปปรับปรุงพัฒนาการทำงานของ สกศ. ในะระยะเร่งด่วน 1-3 ปีต่อไป

 

ด้าน ศ.นพ.จรัส สุวรรณเวลา อดีตประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา(กอปศ.) กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ของ กอปศ.ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา พบปัญหาที่มีความหลากหลาย มีความสลับซับซ้อน และมีความเชื่อมโยงกันในหลายมิติ ทั้งนี้ เมื่อสังเคราะห์ปัญหาการศึกษาไทยพบว่ามี 4 ปัญหาใหญ่ คือ 1.คุณภาพการศึกษาไทยต่ำกว่าสากล 2.ความไม่เสมอภาคทางการศึกษา โดยเฉพาะเด็กยากจนหลายคนต้องหลุดออกจากระบบการศึกษา 3.ความสามารถในการแข่งขันนานาชาติ และ 4.ความด้อยประสิทธิภาพและธรรมาภิบาลในการบริหารงาน เช่น การใช้งบฯในการจัดการศึกษา ซึ่งไทยมีงบฯด้านการศึกษาจำนวนมาก แต่ส่วนใหญ่ใช้ไปกับเรื่องอื่น ๆ ไม่ได้ใช้เพื่อพัฒนาเด็ก โดย กอปศ. ได้จัดทำข้อเสนอรายงานต่อนายกรัฐมนตรี และเสนอแนะทางออกของการศึกษาด้วยการปฏิรูปการศึกษา 7 ประเด็นไปแล้ว

" กอปศ. ดำเนินการผลักดันกฎหมาย และจัดทำข้อเสนอรายงานต่อรัฐบาลเสร็จสิ้นไปแล้ว 3 ฉบับ ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ.กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พ.ศ. 2561 พ.ร.บ.การพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 และ พ.ร.บ.พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ. 2562 รวมถึงแผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ซึ่งผ่านการพิจารณาจากคณะรัฐมนตรีแล้ว ขณะเดียวกันร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ซึ่งเป็นเสมือนธรรมนูญทางการศึกษา ที่เป็นกลไกปรับแนวคิดค่านิยมใหม่ที่มุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษายังอยู่ระหว่างรัฐบาลพิจารณา ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องช่วยกันขับเคลื่อนและแปลงสู่การปฏิบัติโดยส่วนราชการ รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่มีประสิทธิภาพ" อดีตประธาน กอปศ. กล่าว

 

ขณะที่ ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร ประธานคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและส่งเสริมศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ กล่าวว่า ขณะนี้เด็กเกิดน้อยลง จากเด็กเกิดใหม่ปีละกว่า 1 ล้านคน ปีล่าสุดเด็กเกิดใหม่มีเพียง 7.4 แสนคน แต่คนสูงอายุจะมากขึ้น โดยในอีก 10 ปี คนสูงอายุจะเป็น 1 ใน 4 ของประชากรประเทศ คนสูงอายุยุคต่อไปจะต้องทำงาน คนวัยแรงงานก็ยังไม่ตอบโจทย์ ต้องปรับการเรียนใหม่ คนวัยทำงานมีจำนวน 35 - 40 ล้านคน ดังนั้น ต้องปรับระบบการจัดการศึกษาเพื่อรองรับคนมากกว่า 40 ล้านคน ไม่ใช่รูปแบบเดิมที่มุ่งเน้นดูแลการศึกษา แค่กลุ่มเด็กและเยาวชน เพราะการลงทุนจัดการศึกษาเด็กวัยเรียนมีความเสี่ยงสูง ปริมาณเด็กวัยเรียนลดลง สวนทางกับวัยทำงานและผู้สูงวัยที่มีมากขึ้น โจทย์การศึกษาต่อไปจึงต้องเปลี่ยนมโนทัศน์ใหม่ อาจจำเป็นต้องปรับให้โรงเรียนที่มีเป็นสถานเรียนรู้ของผูสูงวัย ต่อไปประเทศไทยกลายเป็นสังคมสูงวัยที่ต้องอาศัยความสัมพันธ์ของครอบครัว มีความเอื้ออาทร และความเผื่อแผ่ต่อกันนำมาใช้ซึมซับในระบบการศึกษามากขึ้น

"ในอีก 20 ปี ประเทศไทยต้องเร่งการพัฒนาเพื่อก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลาง เร่งหนีความจนให้ทัน เพราะมีแต่คนแก่ องค์ความรู้การศึกษาต้องหันมาตื่นตัวการส่งเสริมการเรียนรู้แก่ผู้สูงวัย รวมทั้งการฝึกเด็กรุ่นใหม่ให้มีความเข้าใจสังคมสูงวัย และสามารถร่วมงานกันได้ โจทย์ใหม่ คือ การให้การศึกษากับคนทุกระดับทั้งประเทศ ต้องทบทวนการลงทุนด้านการศึกษากับน้ำนอกท่อ คือ กลุ่มคนที่หารายได้ให้ประเทศ เป็นคนวัยทำงานและผู้สูงอายุที่มีมากถึง 40 ล้านคน ขณะที่น้ำในท่อ คือ กลุ่มเด็กในระบบการศึกษาที่น้อยลง และยังต้องมุ่งวางกรอบการพัฒนาคนตั้งแต่แรกเกิด โดยพัฒนาให้เป็นคนที่สมบูรณ์ มีความพร้อมทั้งสติปัญญา คุณธรรม และจริยธรรม" ดร.กฤษณพงศ์ กล่าว.


ขอบคุณที่มาเนื้อหาข่าวและอ่านเพิ่มเติมได้จาก เดลินิวส์ วันอังคารที่ 23 กรกฎาคม 2562

 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> แนะปรับแผนชาติจัดการศึกษารับกลุ่มน้ำนอกท่อ , << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
สพฐ.ฝากเขตพื้นที่ต่อยอดการศึกษาออนไลน์☕ 14 ก.ค. 2563
สพฐ.ฝากเขตพื้นที่ต่อยอดการศึกษาออนไลน์
เปิดอ่าน 12 ครั้ง
สอบครูผู้ช่วย สพฐ. เริ่มส่งกลิ่นซื้อขายตำแหน่ง “อำนาจ” ส่งนิติกร ตามติดใกล้ชิด☕ 12 ก.ค. 2563
สอบครูผู้ช่วย สพฐ. เริ่มส่งกลิ่นซื้อขายตำแหน่ง “อำนาจ” ส่งนิติกร ตามติดใกล้ชิด
เปิดอ่าน 3,462 ครั้ง
ผู้เข้าสอบครูผู้ช่วยร้อง เนื้อหาข้อสอบเยอะมาก "ณัฏฐพล"รับปากจะนำไปพิจารณา☕ 12 ก.ค. 2563
ผู้เข้าสอบครูผู้ช่วยร้อง เนื้อหาข้อสอบเยอะมาก "ณัฏฐพล"รับปากจะนำไปพิจารณา
เปิดอ่าน 1,457 ครั้ง
ซักซ้อมความเข้าใจแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการไว้ทรงผมของนักเรียน พ.ศ.2563 เพิ่มเติม☕ 10 ก.ค. 2563
ซักซ้อมความเข้าใจแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการไว้ทรงผมของนักเรียน พ.ศ.2563 เพิ่มเติม
เปิดอ่าน 3,217 ครั้ง
การประกวดรางวัล OBEC AWARDS ระดับชาติ ครั้งที่ 9 ประจำปีการศึกษา 2562☕ 10 ก.ค. 2563
การประกวดรางวัล OBEC AWARDS ระดับชาติ ครั้งที่ 9 ประจำปีการศึกษา 2562
เปิดอ่าน 2,178 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

Apink - Hush คลิปนี้คนดูล้านกว่าวิว (HD)Apink - Hush คลิปนี้คนดูล้านกว่าวิว (HD)
เปิดอ่าน 7,658 ครั้ง
รื้อระบบ - แก้ยกแผงดันมหาวิทยาลัยไทยสู่ระดับโลกรื้อระบบ - แก้ยกแผงดันมหาวิทยาลัยไทยสู่ระดับโลก
เปิดอ่าน 4,743 ครั้ง
"ส้มตำ" มีมานานหรือยัง?"ส้มตำ" มีมานานหรือยัง?
เปิดอ่าน 6,949 ครั้ง
ดื่มน้ำ 8 แก้วไม่เพียงพอแล้วดื่มน้ำ 8 แก้วไม่เพียงพอแล้ว
เปิดอ่าน 11,552 ครั้ง
ผลศึกษาดื่มกาแฟหลายแก้วต่อวันช่วยสยบโรคตับได้ผลศึกษาดื่มกาแฟหลายแก้วต่อวันช่วยสยบโรคตับได้
เปิดอ่าน 8,222 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ