ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > จดหมายเปิดผนึกถึง กพฐ. ฉบับที่ 1 เรื่อง ไม่เห็นด้วยกับการยุบโรงเรียนและการตัดอัตรากำลังครูสำหรับโรงเรียนที่มีนักเรียนต่ำกว่า 120 คน

จดหมายเปิดผนึกถึง กพฐ. ฉบับที่ 1 เรื่อง ไม่เห็นด้วยกับการยุบโรงเรียนและการตัดอัตรากำลังครูสำหรับโรงเรียนที่มีนักเรียนต่ำกว่า 120 คน

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 17 ส.ค. 2562 เปิดอ่าน : 11,963 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
จดหมายเปิดผนึกถึง กพฐ. ฉบับที่ 1  เรื่อง ไม่เห็นด้วยกับการยุบโรงเรียนและการตัดอัตรากำลังครูสำหรับโรงเรียนที่มีนักเรียนต่ำกว่า 120 คน

Advertisement

 
จดหมายเปิดผนึกถึง คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ฉบับที่ 1

เรื่อง ไม่เห็นด้วยกับการยุบโรงเรียนและการตัดอัตรากำลังครูสำหรับโรงเรียนที่มีนักเรียนต่ำกว่า 120 คน 

เรียน ประธานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

ตามที่ประธานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ) แจ้งว่าเมื่อเร็วๆนี้ที่ประชุมคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้หารือถึงการควบรวมสถานศึกษาโดยนำเด็กนักเรียนไปเรียนโรงเรียนอื่น 100 % แล้วสองปี มั่นใจว่าไม่มีปัญหาแล้วให้ทำเรื่องเลิกสถานศึกษาซึ่งน่าจะเป็นขั้นบันไดในการเลิกสถานศึกษาที่ดีและขณะนี้ได้แจ้งให้ สพฐ ได้ไปดูระเบียบ แนวปฏิบัติ ประกาศ ของสพฐเกี่ยวกับการควบรวมสถานศึกษา เลิกสถานศึกษา และเสนอแนะให้ยกเลิกของเก่าทั้งหมด แล้วออกเป็น ประกาศใหม่ฉบับเดียวเพื่อไม่ให้คำสั่งที่มีอยู่ขัดแย้งกัน นอกจากนี้คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (กพร.)ไม่อนุมัติอัตราครูและผู้บริหารสถานศึกษาให้โรงเรียนที่มีนักเรียนต่ำกว่า 120 คน หากมีครูเกษียณก็จะไม่มีการเติมครูและผู้บริหารให้ บางโรงเรียนที่ไม่มีนักเรียนก็ยังยุบเลิกไม่ได้เพราะต้องเป็นความยินยอมของชุมชนดังนั้นถ้าไม่ทุบโต๊ะและปล่อยให้ชุมชนคิด คงไม่มีวันสำเร็จ นั้น เห็นว่า

1. การยุบหรือควบรวมสถานศึกษาโดยอาศัยช่องทางทางกฎหมายอย่างเดียวแต่เพียงฝ่ายเดียวหากไม่มีการทำประชาพิจารณ์หรือไม่ให้โอกาสชุมชนผู้มีส่วนได้เสียได้เสนอแนะแสดงความคิดเห็นนั้นย่อมไม่สามารถทำได้เพราะเป็นการกระทำที่ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 77 ซึ่งบัญญัติไว้มีสาระสำคัญว่ารัฐพึงจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้อง วิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมายอย่างรอบด้านและเป็นระบบ การออกกฎหมายที่จะยุบและควบรวมโรงเรียนโดยที่ไม่มีการรับฟังชุมชนผู้มีส่วนได้เสียจึงเป็นการริดรอนสิทธิขั้นพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญ และยังขัดกับรัฐธรรมนูญมาตรา 58 ซึ่งบัญญัติไว้มีสาระสำคัญว่าการดำเนินการใดของรัฐ ถ้าการนั้นอาจมีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตหรือส่วนได้เสียสำคัญอื่นใดของประชาชน รัฐต้องดำเนินการให้มีการศึกษาและประเมินผลกระทบต่อประชาชน

2. การที่ คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (กพร.)ไม่อนุมัติอัตราครูและผู้บริหารสถานศึกษาให้โรงเรียนที่มีนักเรียนต่ำกว่า 120 คน หากมีครูเกษียณก็จะไม่มีการเติมครูและผู้บริหารให้ นั้นก็จะเห็นได้ว่าเป็นการดำเนินการที่นอกจากจะขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 77 และ มาตรา 58 แล้วก็ยังขัดกับรัฐธรรมนูญมาตรา 54 ที่บัญญัติไว้เป็นสาระสำคัญว่ารัฐต้องให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลา 12 ปี อย่างไม่มีค่าใช้จ่าย การที่รัฐไม่อนุมัติอัตราครูหรือไม่อนุมัติอัตราผู้บริหารโรงเรียน จึงเป็นการดำเนินการที่เป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา54

3. สิทธิตามกฎหมายของนักเรียนนั้นคือการได้รับการศึกษาใกล้บ้าน ได้รับการสนับสนุนทางด้านการศึกษาจากชุมชนใกล้บ้าน มีความสะดวกในการเดินทาง มีความสะดวกของผู้ปกครองในการนำอาหารกลางวันมาส่งให้บุตรหลานที่โรงเรียนหรือความสะดวกของนักเรียนในการกลับไปรับประทานอาหารกลางวันที่บ้าน ความสะดวกในการกลับถึงบ้านเร็วเพื่อช่วยเหลือผู้ปกครองอันเป็นวิถีชีวิตของชุมชนในชนบท การที่จำนวนนักเรียนลดลงโดยไม่ใช่ความผิดของนักเรียนหรือความผิดของชุมชน แต่รัฐกลับแก้ปัญหาโดยการจะยุบโรงเรียน และใช้วิธีการการตัดอัตรากำลังครูไม่ให้ไปสอน ตัดอัตรากำลังโดยไม่ส่งผู้บริหารโรงเรียนไปทำหน้าที่ จึงเป็นการแก้ปัญหาที่บ่งบอกถึงการดำเนินการที่นอกจากจะขัดรัฐธรรมนูญแล้วยังเป็นการสวนทางกับการประกาศนโยบายของรัฐในเรื่องการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา นอกจากนี้ที่มีการประกาศในเรื่องการยุบโรงเรียนว่า “ถ้าไม่ทุบโต๊ะและปล่อยให้ชุมชนคิดคงไม่ประสบความสำเร็จนั้น” เป็นแนวคิดที่สะท้อนให้เห็นถึงความไม่เข้าใจในเรื่องของหลักการมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา มีมุมมองว่าการตัดสินใจของชุมชนทั้งหลายไม่มีมาตรฐาน ซึ่งเป็นแนวคิดที่เป็นอุปสรรคในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาและมีรากเหง้ามาจากความเป็นเผด็จการอย่างยิ่ง

ผมเชื่อว่าบรรดาคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานที่มีความคิดให้ยุบโรงเรียนแล้วให้นักเรียนไปเรียนท่ีอื่นนอกชุมชนของตนเองนั้น ล้วนแล้วแต่เป็นผู้ที่ไม่ได้เคยสัมผัสชีวิตในสังคมชนบทมาก่อน จึงไม่เข้าใจจิตใจและรับรู้ความเดือดร้อนของบุคคลที่มีวิถีชีวิตเช่นนั้น การคิดในเรื่องการจัดการศึกษาที่อาศัยเพียงหลักเศรษฐศาตร์อย่างเดียวโดยพิจารณาในเรื่องกำไรขาดทุนที่เป็นตัวเงินนั้นไม่สามารถนำมาใช้กับการพัฒนาคุณภาพการศึกษาได้ ผมอยากให้ กพฐ ดูตัวอย่างที่ประเทศญี่ปุ่นกล่าวคือที่สถานีรถไฟคิวชิราทากิ บนเกาะฮอกไกโดของประเทศญี่ปุ่นซึ่งเดิมจะปิดสถานีเพราะผู้โดยสารน้อยและได้สร้างสถานีรถไฟแห่งใหม่ในย่านชุมชนที่อยู่ห่างออกไปแล้ว แต่การรถไฟประเทศญี่ปุ่นได้ เปลี่ยนใจยอมเดินรถเพื่อรับ-ส่ง เด็กหญิงฮาราดะ คานะ นักเรียนหญิงที่เป็นผู้โดยสารคนเดียวตั้งแต่เมื่อ 3 ปีก่อน จนถึงทุกวันนี้ โดยรถไฟจะจอดที่สถานีนี้วันละ 2 ครั้ง ตามเวลาไปกลับโรงเรียนของเด็กคนนี้ จนกว่าจะจบการศึกษาในปีนี้ ตัวอย่างเช่นนี้ย่อมแสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญของคุณค่าทางด้านการศึกษาของมนุษย์ที่แม้เพียงคนเดียวก็มีค่ามากมายเกินกว่าที่จะมาคิดเรื่องกำไรขาดทุนได้ ผมอยากให้คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานคิดในเรื่องที่ สพฐ ปรึกษาหารือ มากกว่าจะคิดในแง่มุมเชิงอำนาจ หรืออาจคิดในเรื่องของการให้ข้อเสนอแนะเชิงสร้างสรรค์ในเรื่องการพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้มากกว่านี้เช่นการเสนอแนะให้มีการวิเคราะห์หลักสูตรว่าเหมาะสมกับโลกยุคปัจจุบันหรือไม่ เป็นต้น และหลายๆเรื่องก็ควรปล่อยให้ส่วนราชการต้นสังกัดได้มีโอกาสคิดและตัดสินใจเองบ้าง การคิดที่จะยุบ ควบรวมโรงเรียนหรือการไม่จัดสรรอัตรากำลังให้โรงเรียนที่มีจำนวนนักเรียนต่ำกว่า 120 คนโดยไม่มีแผนรองรับที่เหมาะสมและยอมรับได้ของชุมชน นั้น สุ่มเสี่ยงต่อการถูกฟ้องร้องให้ยกเลิกเพิกถอนและจะสร้างความเสียหายให้กับรัฐมาก เรื่องการไม่จัดสรรอัตรากำลังให้โรงเรียนทีมีนักเรียนต่ำกว่า 120 คนนั้น ผมจะเสนอเรื่องให้ฝ่ายการเมืองพิจารณาและแก้ไขปัญหาในเร็ววันนี้

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบและพิจารณาดำเนินการให้เป็นไปเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญและขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงมา ณ โอกาสนี้


ขอแสดงความนับถือ

นายรัชชัยย์ ศรสุวรรณ

นายกสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> จดหมายเปิดผนึกถึง กพฐ. ฉบับที่ 1 เรื่อง ไม่เห็นด้วยกับการยุบโรงเรียนและการตัดอัตรากำลังครูสำหรับโรงเรียนที่มีนักเรียนต่ำกว่า 120 คน , , จดหมายเปิดผนึกถึง , กพฐ. , ฉบับที่ , 1 , , เรื่อง , ไม่เห็นด้วยกับการยุบโรงเรียนและการตัดอัตรากำลังครูสำหรับโรงเรียนที่มีนักเรียนต่ำกว่า , 120 , คน << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
ชี้งบฯ64รัฐให้ความสำคัญการศึกษาน้อยลง☕ 7 ก.ค. 2563
ชี้งบฯ64รัฐให้ความสำคัญการศึกษาน้อยลง
เปิดอ่าน 31 ครั้ง
“สสวท.” เปิดตัว “Project 14” โครงการสอนออนไลน์ยุคนิวนอร์มอล☕ 4 ก.ค. 2563
“สสวท.” เปิดตัว “Project 14” โครงการสอนออนไลน์ยุคนิวนอร์มอล
เปิดอ่าน 3,354 ครั้ง
ส.บ.ม.ท.เสนอแนวทางการขอใช้อัตราว่างเพื่อเรียกบรรจุบุคคลเข้ารับราชการในตำแหน่งครูผู้ช่วย☕ 4 ก.ค. 2563
ส.บ.ม.ท.เสนอแนวทางการขอใช้อัตราว่างเพื่อเรียกบรรจุบุคคลเข้ารับราชการในตำแหน่งครูผู้ช่วย
เปิดอ่าน 2,287 ครั้ง
เจรจาแก้หนี้ครู 3 สถาบันการเงินตกผลึก คาดเริ่มใช้ช่วยแม่พิมพ์ ก.ย.นี้☕ 4 ก.ค. 2563
เจรจาแก้หนี้ครู 3 สถาบันการเงินตกผลึก คาดเริ่มใช้ช่วยแม่พิมพ์ ก.ย.นี้
เปิดอ่าน 10,699 ครั้ง
สพฐ.แจ้งชะลองบประมาณเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการตรวจและประเมินวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ ปีงบประมาณ พ.ศ.2563☕ 4 ก.ค. 2563
สพฐ.แจ้งชะลองบประมาณเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการตรวจและประเมินวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ ปีงบประมาณ พ.ศ.2563
เปิดอ่าน 5,072 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เคล็ดลับการเรียนเก่งด้วยตัวเองเคล็ดลับการเรียนเก่งด้วยตัวเอง
เปิดอ่าน 48,580 ครั้ง
15 วิธีการเลือกรถยนต์มือสองด้วยตัวเอง15 วิธีการเลือกรถยนต์มือสองด้วยตัวเอง
เปิดอ่าน 11,737 ครั้ง
"หนี้ครู" ปัญหาอมตะคู่แม่พิมพ์ของชาติ"หนี้ครู" ปัญหาอมตะคู่แม่พิมพ์ของชาติ
เปิดอ่าน 8,776 ครั้ง
24 กันยายน วันมหิดล24 กันยายน วันมหิดล
เปิดอ่าน 15,020 ครั้ง
เทคนิคการถ่ายภาพขนมให้ไฉไลน่ากินมันไม่ได้ยากเทคนิคการถ่ายภาพขนมให้ไฉไลน่ากินมันไม่ได้ยาก
เปิดอ่าน 9,441 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ