สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
กระทรวงศึกษาธิการ กทม. 10300
ที่ ศธ 04006/ว 9477 วันที่ 9 มิถุนายน 2569
เรื่อง ซักซ้อมการเก็บเงินบำรุงการศึกษาของสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
เรียน ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกเขต
อ้างถึง
1. ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง การเก็บเงินบำรุงการศึกษาของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประกาศ ณ วันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2555
2. หนังสือสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ด่วนที่สุด ที่ ศธ 04006/ว 5110 ลงวันที่ 27 พฤศจิกายน 2567
3. ประกาศสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เรื่อง นโยบายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการรับนักเรียน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีการศึกษา 2569 ประกาศ ณ วันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2568
ตามประกาศและหนังสือที่อ้างถึง 1 - 2 กระทรวงศึกษาธิการและสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้กำหนดหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติในการจัดเก็บเงินบำรุงการศึกษาของสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยให้ดำเนินการตามประกาศ หลักเกณฑ์ และแนวปฏิบัติที่กำหนดอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งให้แจ้งค่าใช้จ่ายและรายละเอียดการจัดเก็บเงินบำรุงการศึกษา รวมถึงจำนวนเงินที่เรียกเก็บไว้ในประกาศการรับนักเรียนของโรงเรียน เพื่อให้ผู้ปกครองและนักเรียนได้รับทราบอย่างชัดเจน และเปิดเผยข้อมูลให้ทราบโดยทั่วกัน อีกทั้งตามประกาศที่อ้างถึง 3 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้กำหนดบทบาทของโรงเรียน ในข้อ 2.8 ข้อย่อยที่ 2.8.5 หน้าที่ 7 ให้โรงเรียนแจ้งค่าใช้จ่ายและรายละเอียดการเก็บเงินบำรุงการศึกษาไว้ในประกาศการรับนักเรียนของโรงเรียน เพื่อให้ผู้ปกครองนักเรียนได้รับทราบไว้โดยชัดเจน ความละเอียดแจ้งแล้ว นั้น
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ขอแจ้งว่า ในทางปฏิบัติได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ปกครองนักเรียนเกี่ยวกับการเก็บเงินบำรุงการศึกษาของสถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น เพื่อให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาในสังกัด ดำเนินการในเรื่องดังกล่าวอย่างถูกต้อง เป็นไปในทิศทางเดียวกัน จึงขอซักซ้อมการเก็บเงินบำรุงการศึกษาของสถานศึกษา ดังนี้
1. สถานศึกษาที่จะดำเนินการเก็บเงินบำรุงการศึกษาตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการที่อ้างถึง 1 จักต้องจัดการเรียนการสอนที่นอกเหนือจากหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยหลักสูตรต้องมีเนื้อหาสาระมากกว่าปกติ มีการสอนด้วยบุคลากรพิเศษ จัดการเรียนการสอนด้วยรูปแบบหรือวิธีการที่แตกต่างจากการเรียนการสอนปกติ หรือการสอนที่ใช้สื่อนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่จัดหาให้เป็นพิเศษ โดยต้องกำหนดอัตราที่เหมาะสมกับสภาพฐานะทางเศรษฐกิจของท้องถิ่น ภายใต้หลักเกณฑ์การเก็บเงินบำรุงการศึกษาที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนด
2. การเก็บเงินบำรุงการศึกษาของสถานศึกษา ภายใต้หลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนด ตามข้อ ข, ค, ง, จ และ ฉ ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และต้องได้รับอนุมัติจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาต้นสังกัดก่อน จึงจะดำเนินการขอรับการสนับสนุนได้
3. สถานศึกษาจักต้องแจ้งค่าใช้จ่ายและรายละเอียดการเรียกเก็บเงินบำรุงการศึกษา พร้อมจำนวนเงินจำแนกแต่ละรายการที่จัดเก็บ ไว้ในประกาศการรับนักเรียนของโรงเรียนในช่วงของการรับสมัครนักเรียนและช่วงเปิดภาคเรียน เพื่อให้ผู้ปกครองและนักเรียนได้รับทราบไว้โดยชัดเจน และต้องเปิดเผยให้ทราบโดยทั่วกัน พร้อมทั้งรายงานให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทราบ เพื่อทำหน้าที่ควบคุม กำกับ ดูแลให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ถูกต้อง ตามกฎ ระเบียบ และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อมิให้เกิดข้อร้องเรียน
4. การเรียกเก็บเงินบำรุงการศึกษาของสถานศึกษา จักต้องเป็นไปโดยความสมัครใจของผู้ปกครองและนักเรียน
5. การเรียกเก็บค่าใช้จ่ายใด ๆ โดยสมาคมผู้ปกครองและครู หรือสมาคมศิษย์เก่า มิให้ผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ครูและบุคลากรทางการศึกษา เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในการดำเนินการร่วมกับสมาคมฯ ดังกล่าว
6. ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากำกับ ติดตาม และตรวจสอบการเก็บเงินบำรุงการศึกษาของสถานศึกษา ให้เป็นไปตามหนังสือฉบับนี้
จึงเรียนมาเพื่อทราบและดำเนินการ พร้อมแจ้งให้สถานศึกษาในสังกัดทราบและถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด
ขอแสดงความนับถือ
(นายวิษณุ ทรัพย์สมบัติ)
รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปฏิบัติราชการแทน
เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน


ที่มา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน