
เส้นขนเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายที่พบได้ตามบริเวณต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นใบหน้า รักแร้ แขน ขา แผ่นหลัง หน้าอก หรือจุดซ่อนเร้น แม้เส้นขนจะมีหน้าที่ช่วยปกป้องผิวและลดการเสียดสี แต่สำหรับบางคน ขนที่มีลักษณะหนา ดก หรือขึ้นเร็ว อาจทำให้รู้สึกไม่มั่นใจ รวมถึงต้องเสียเวลากับการโกน ถอน หรือแว็กซ์อยู่เป็นประจำ
การกำจัดขนด้วยวิธีเหล่านี้อาจช่วยให้ผิวเรียบเนียนได้ชั่วคราว แต่เมื่อทำซ้ำบ่อยครั้งก็อาจทำให้เกิดปัญหาตอขน ขนคุด ตุ่มหนังไก่ รูขุมขนอักเสบ หรือผิวระคายเคืองตามมา ด้วยเหตุนี้ เลเซอร์กำจัดขน จึงกลายเป็นทางเลือกที่ได้รับความสนใจ เพราะช่วยลดการเจริญเติบโตของเส้นขนในระยะยาว ทำให้ขนใหม่ขึ้นช้าลง บางลง และดูแลผิวได้สะดวกมากขึ้น
เลเซอร์กำจัดขน คืออะไร?
เลเซอร์กำจัดขนหรือ Laser Hair Removal คือ การใช้พลังงานแสงส่งผ่านลงไปยังเส้นขนและรากขนใต้ผิว โดยพลังงานจะจับกับเม็ดสีเมลานินที่อยู่ภายในเส้นขน จากนั้นเปลี่ยนเป็นความร้อนเพื่อรบกวนการทำงานของรากขน ส่งผลให้เส้นขนที่ขึ้นใหม่มีขนาดเล็กลง สีอ่อนลง และเจริญเติบโตช้ากว่าเดิม
การทำเลเซอร์กำจัดขนอย่างต่อเนื่องตามรอบที่เหมาะสมจะช่วยลดปริมาณเส้นขนในระยะยาว อย่างไรก็ตาม เลเซอร์กำจัดขนไม่ได้หมายความว่าขนทุกเส้นจะหายไปอย่างถาวรหลังทำเพียงครั้งเดียว เพราะเส้นขนแต่ละเส้นอยู่ในช่วงการเจริญเติบโตไม่พร้อมกัน จึงจำเป็นต้องทำหลายครั้งเพื่อให้ครอบคลุมเส้นขนในแต่ละวงจร
เลเซอร์กำจัดขนสามารถใช้ได้กับหลายบริเวณ เช่น รักแร้ แขนและขา หนวดและเครา ใบหน้า แผ่นหลังและหน้าอก บิกินีและจุดซ่อนเร้น
แต่ละตำแหน่งมีความหนาของผิว ลักษณะขน และความบอบบางแตกต่างกัน จึงควรเลือกชนิดของเลเซอร์กำจัดขน และระดับพลังงานให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
เลเซอร์กำจัดขนทำงานอย่างไร?
หลักการสำคัญของเลเซอร์กำจัดขนคือการอาศัยเม็ดสีเมลานินในเส้นขนเป็นตัวรับพลังงาน เมื่อแสงเลเซอร์ถูกส่งลงสู่ผิว เม็ดสีจะดูดซับพลังงานและเปลี่ยนเป็นความร้อน ความร้อนดังกล่าวจะส่งผลต่อบริเวณรากขนและเซลล์ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเส้นขนใหม่
เมื่อรากขนได้รับพลังงานในระดับที่เหมาะสม การเจริญเติบโตของขนจะลดลง ขนที่งอกใหม่จึงมักมีลักษณะบาง อ่อน และขึ้นช้ากว่าเดิม การทำอย่างต่อเนื่องยังช่วยลดจำนวนเส้นขนในบริเวณที่รักษาได้อีกด้วย
เลเซอร์กำจัดขนมักตอบสนองต่อขนสีเข้มได้ดีกว่าขนสีอ่อน เนื่องจากขนสีเข้มมีเม็ดสีเมลานินมากกว่า จึงสามารถดูดซับพลังงานเลเซอร์ได้ดีกว่า ส่วนขนอ่อน ขนสีบลอนด์ หรือขนสีขาวอาจตอบสนองได้น้อยกว่าและควรได้รับการประเมินเป็นรายบุคคล
ทำไมเลเซอร์กำจัดขนต้องทำหลายครั้ง?
เส้นขนทุกเส้นไม่ได้เติบโตพร้อมกัน แต่มีวงจรการเติบโตที่ต่างกัน โดยแบ่งได้เป็น 3 ระยะสำคัญ ดังนี้
เป็นช่วงที่ขนกำลังเจริญเติบโตอย่างเต็มที่ รากขนยังเชื่อมต่อกับแหล่งอาหารและมีเม็ดสีอยู่มาก จึงเป็นช่วงที่เส้นขนตอบสนองต่อพลังงานเลเซอร์ได้ดี
เส้นขนเริ่มหยุดการเจริญเติบโตและค่อย ๆ แยกออกจากรากขน ทำให้ตอบสนองต่อพลังงานเลเซอร์ได้น้อยกว่าระยะ Anagen
เป็นช่วงที่ขนหยุดโตและเตรียมหลุดร่วงออกตามธรรมชาติ ก่อนที่รากขนจะกลับมาสร้างเส้นขนใหม่อีกครั้ง เส้นขนในระยะนี้มักตอบสนองต่อเลเซอร์ได้น้อย
- เนื่องจากเส้นขนในบริเวณเดียวกันอาจอยู่คนละช่วงของวงจร การทำเลเซอร์กำจัดขนเพียงครั้งเดียวจึงไม่สามารถดูแลขนได้ครบทุกเส้น การเข้ารับบริการตามรอบที่แนะนำจะช่วยให้พลังงานทำงานกับขนที่ทยอยเข้าสู่ระยะเจริญเติบโตได้มากขึ้น
เลเซอร์กำจัดขนช่วยเรื่องอะไรบ้าง?
นอกจากช่วยลดจำนวนเส้นขนแล้ว เลเซอร์กำจัดขนยังช่วยลดปัญหาที่มักเกิดจากการกำจัดขนด้วยวิธีเดิม ๆ ได้หลายด้าน ได้แก่
- ช่วยให้ขนขึ้นใหม่ช้าลง
- ทำให้เส้นขนใหม่มีขนาดบางและอ่อนลง
- ลดความถี่ในการโกน ถอน หรือแว็กซ์
- ช่วยลดการเกิดตอขน
- ลดโอกาสเกิดขนคุด
- ลดการอักเสบบริเวณรูขุมขน
- ช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น
- ลดการเสียดสีและการระคายเคืองจากการกำจัดขนบ่อยครั้ง
- เพิ่มความสะดวกในการดูแลผิวและบุคลิกภาพ
ผลลัพธ์จะแตกต่างกันตามชนิดของเส้นขน สีผิว ฮอร์โมน ตำแหน่งที่ทำ และความสม่ำเสมอในการเข้ารับบริการ

เลเซอร์กำจัดขนเหมาะกับใคร?
เลเซอร์กำจัดขนอาจเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่มีความกังวลเกี่ยวกับเส้นขนหรือปัญหาผิวที่เกี่ยวข้อง เช่น
- ผู้ที่มีขนหนา ขนดก หรือขนขึ้นเร็ว
- ผู้ที่ต้องโกนหรือถอนขนเป็นประจำ
- ผู้ที่มีตอขนเห็นชัดหลังโกน
- ผู้ที่มีปัญหาขนคุดและตุ่มหนังไก่
- ผู้ที่มีรูขุมขนอักเสบจากการถอนหรือแว็กซ์
- ผู้ที่ต้องการให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น
- ผู้ที่ต้องการลดขั้นตอนการกำจัดขนในชีวิตประจำวัน
- ผู้ที่ต้องการเพิ่มความมั่นใจในการแต่งกาย
สำหรับผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย มีโรคผิวหนัง หรือกำลังมีการอักเสบบริเวณที่จะทำ ควรแจ้งข้อมูลให้ผู้ให้บริการทราบก่อนทุกครั้ง เพื่อเลือกวิธีและพลังงานให้เหมาะสม
เลเซอร์กำจัดขนแต่ละบริเวณต้องดูแลต่างกันหรือไม่?
บริเวณต่าง ๆ ของร่างกายมีลักษณะเส้นขนและความบอบบางไม่เหมือนกัน จึงควรใช้พลังงานและวิธีดูแลที่ต่างกัน
- บริเวณรักแร้มักมีขนหนาและเกิดความอับชื้นง่าย การทำเลเซอร์กำจัดขนอาจช่วยลดการโกนซ้ำ ลดตอขน และช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น
- บริเวณแขนและขามีพื้นที่ค่อนข้างกว้าง จึงเหมาะกับเทคโนโลยีที่สามารถปล่อยพลังงานได้ครอบคลุมและทำงานได้รวดเร็ว
- บริเวณใบหน้า หนวด และเหนือริมฝีปากมีผิวค่อนข้างบอบบาง จึงควรใช้พลังงานอย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะผู้ที่มีขนอ่อนหรือมีปัญหาฮอร์โมนร่วมด้วย
- ส่วนบริเวณบิกินีและจุดซ่อนเร้นมีขนหนา ผิวบอบบาง และเกิดการเสียดสีได้ง่าย จึงควรเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะกับสีผิว พร้อมดูแลเรื่องความสะอาดและลดการระคายเคืองหลังทำ
เตรียมตัวก่อนเลเซอร์กำจัดขนอย่างไร?
ก่อนเข้ารับบริการ ควรเตรียมผิวให้พร้อมเพื่อลดความเสี่ยงต่อการระคายเคืองและช่วยให้พลังงานทำงานกับรากขนได้ดีขึ้น
- หลีกเลี่ยงการอาบแดดหรืออยู่กลางแดดจัดเป็นเวลานาน
- งดถอน แว็กซ์ หรือใช้เครื่องถอนขนก่อนทำ
- โกนขนบริเวณที่จะทำล่วงหน้าตามคำแนะนำ
- งดสครับหรือขัดผิวอย่างรุนแรง
- หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มี AHA, BHA หรือ Retinol บริเวณที่จะทำ
- งดผลิตภัณฑ์ที่อาจทำให้ผิวระคายเคือง
- แจ้งโรคประจำตัว ประวัติแพ้ยา และยาที่ใช้อยู่
- ดูแลผิวให้สะอาดและมีความชุ่มชื้น
โดยทั่วไปมักแนะนำให้โกนขนก่อนทำประมาณ 1-2 วัน เพื่อให้เหลือตอขนสั้น ๆ แต่ไม่ควรถอนหรือแว็กซ์ เพราะจะทำให้รากขนหลุดและพลังงานไม่มีเป้าหมายในการทำงาน
หลังเลเซอร์กำจัดขนควรดูแลผิวอย่างไร?
หลังทำอาจมีอาการแดง อุ่น หรือบวมรอบรูขุมขนเล็กน้อย ซึ่งมักเป็นอาการชั่วคราว การดูแลที่เหมาะสมจะช่วยให้ผิวฟื้นตัวได้ดีขึ้น
- ประคบเย็นเมื่อรู้สึกร้อนหรือระคายเคือง
- ทามอยส์เจอไรเซอร์เพื่อเติมความชุ่มชื้น
- หลีกเลี่ยงแดดจัดและทาครีมกันแดด
- งดถอนหรือแว็กซ์เส้นขนที่เหลือ
- หลีกเลี่ยงน้ำร้อนจัด ซาวน่า และอบไอน้ำ
- งดออกกำลังกายหนักในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก
- งดสครับผิวและผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวชั่วคราว
- หลีกเลี่ยงการเกาหรือแกะบริเวณที่มีอาการแดง
หากมีอาการแสบมาก บวมแดงผิดปกติ มีตุ่มน้ำ แผลพุพอง หนอง หรือสัญญาณการติดเชื้อ ควรรีบเข้ารับการประเมินจากแพทย์
สรุป
เลเซอร์กำจัดขน เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการลดจำนวนเส้นขนในระยะยาว ช่วยให้ขนขึ้นช้าลง บางลง และลดปัญหาที่เกิดจากการโกน ถอน หรือแว็กซ์บ่อยครั้ง เช่น ขนคุด ตอขน ตุ่มหนังไก่ และรูขุมขนอักเสบ ก่อนทำควรเตรียมผิวตามคำแนะนำ งดถอนหรือแว็กซ์ขน และแจ้งข้อมูลสุขภาพอย่างละเอียด ส่วนหลังทำควรหลีกเลี่ยงความร้อน แสงแดด และผลิตภัณฑ์ที่อาจทำให้ผิวระคายเคือง เพื่อช่วยให้ผิวฟื้นตัวได้อย่างเหมาะสมและได้ผลลัพธ์ที่ต่อเนื่อง
*ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ควรเข้ารับการประเมินก่อนเข้ารับบริการ
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด