ปุจฉา
ใส่บาตรวันไหนดี
มีคนมักจะพูดเสมอว่า การใส่บาตรในวันพระนั้นจะให้ผลบุญแก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว มากกว่าการใส่บาตรในวันธรรมดา (ที่ไม่ใช่วันพระ) จริงหรือไม่ประการใด
วิสัชนา
เป็นความเชื่อของคนเหล่านั้น ซึ่งเชื่อกันว่าวันโกน วันพระ คือวันที่นรกภูมิได้ปลดปล่อยให้วิญญาณมาเยี่ยมญาติในโลกมนุษย์
พวกเขาจึงคิดว่าทำบุญตักบาตรในวันโกนวันพระเป็นการทำบุญให้ญาติที่ล่วงลับไปแล้วโดยตรง ที่เรียกเป็นภาษาทางวิชาการว่า เปรตพลี
แต่ความเชื่อในพระพุทธศาสนาสอนให้เชื่อว่า การทำบุญบริจาคทาน คือ การทำลายความตระหนี่คับแคบ เห็นแก่ตัว ละโมบโลภมาก
อิจฉาริษยาที่มีอยู่ในใจ ในกายตนให้ลดน้อยถดถ้อยลงไป ด้วยการให้โดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทน
และเมื่อจะให้ด้วยมุ่งหวังว่าขอญาติและสัตว์ทั้งหลายจงเป็นสุข
ก็ไม่จำเป็นต้องเลือกวัน เวลา นาที เดือน ปี หรือโอกาส ผู้มีจิตเมตตาที่จะให้น่าจะให้ได้ทุกโอกาสที่นึกได้
ส่วนที่บอกกันว่าในวันพระวันโกนรู้จักทำบุญใส่บาตร บริจาคทาน รักษาศีล เจริญภาวนา เข้าวัด ฟังธรรม
คนโบราณท่านต้องการสอนให้รู้ว่าภายใน 7 วันที่ผ่านพ้นและมีชีวิตอยู่เราอาจจะทำดีบ้างไม่ดีบ้างด้วยความรู้เท่าทันหรือรู้ไม่เท่าทันก็ตาม
ก็ขอให้มีวันหนึ่งภายใน 1 สัปดาห์ที่ตั้งใจ คิดดี พูดดี และทำดี ด้วยหัวใจที่เต็มเปี่ยมไป
ด้วยความเอื้ออารีและเป็นดีที่มีในใจ ชีวิตจะได้รู้สึกโล่ง โปร่ง เบาสบาย ผ่อนคลายจากมลภาวะ และปัญหาที่หมักหมม
โดย หลวงปู่พุทธะอิสระ
การดำรงชีพ หรือเลี้ยงชีพสำหรับผู้ครองเรือนนั้น ต้องมีการทำงานหาเลี้ยงตน การใช้สิ่งของบริโภค อุปโภค
การรับรู้สิ่งกระทบต่าง ๆ ทั้งทางตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ การกระทำต่าง ๆ ทั้งทางกาย วาจา และใจ
จะเห็นได้ชัดว่า เรามีพฤติกรรมเหล่านี้เกิดขึ้นในแต่ละวัน การกระทำทางกาย วาจา และใจนั้นมีผลกระทบที่ให้เห็นได้ชัดเจน
และรวดเร็วกว่าพฤติกรรมอย่างอื่น ด้วยเหตุนี้ พระพุทธเจ้าจึงทรงสอนให้ผู้ครองเรือนมีศีล ๕ หรือมีความประพฤติอยู่ในกุศลกรรมบถ ๑๐ ตลอด
จนใจมีศีลเองเป็นปกติ การกระทำทางกาย วาจา และใจนั้นออกมาจากใจที่มีศีล ไม่เบียดเบียนตน และผู้อื่น เป็นผู้มีความสงบสุขทางใจในระดับหนึ่ง
เมื่อมีศีลในใจได้ในระดับนี้ แต่การรับรู้ทางตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจมันทำงานของมัน
ถ้าเป็นผู้ที่มีอินทรียสังวรแล้ว จะเห็นว่า สิ่งกระทบภายนอกเหล่านี้มีผลต่อจิตใจ
ความสุขทางใจนี้ไม่เที่ยง มาจากสิ่งกระทบเหล่านี้ การได้เข้าวัดเจริญทางศีลมาขึ้น เป็นศีล ๘ เจริญสมาธิภาวนา ฟังธรรม
บ้างทำให้จิตใจเราสงบสุขขึ้น ได้รู้ในสิ่งที่ยังไม่เคยฟัง เรื่องที่รู้แล้วเมื่อฟังซ้ำก็ทำให้เข้าใจมากขึ้นจากการฟังธรรมนั้น
แต่เนื่องจากผู้ครองเรือนนั้น ยังต้องทำงานหาเลี้ยงชีพ จึงหาเวลาให้ตรงกับวันพระเพื่อเข้าฟังธรรมได้ยาก
ดังนั้น ผมคิดว่าวันไหนก็ได้ที่เราสะดวก อาจจะเป็นวันหยุดของเราในสัปดาห์หนึ่งก็ได้
ไม่จำเป็นต้องตรงกับวันพระ ผมเห็นหลายที่ที่มีการจัดเทศน์วันเสาร์อาทิตย์ครับเพื่อให้สอดคล้องกับคนในสังคมยุคทุนนิยมกัน
ส่วนการปฏิบัติตัวอย่างไรในวันพระนั้น ที่ผมบอกนี้ ถ้ามีโอกาสทำได้นะครับ
ก็คือ ฝึกตนให้เป็นพิเศษเพิ่มขึ้นแบบที่พระอริยสงฆ์ทำกัน เป็นวันที่ผู้ครองเรือนฝึกตนให้เป็นพระครับ
ทำให้เพิ่มขึ้นจากเดิมที่เคยทำได้ เช่น มีศีล ๕ แล้ว วันพระก็สมาทานศีล ๘ เจริญภาวนาทางจิต
มีสติรู้ จะทำที่บ้าน หรือที่วัดก็ได้ ที่ไหนที่เอื้อให้ทำให้ได้ และสะดวกครับ
ถ้าทำได้ แต่เฉพาะวันที่หยุด ก็วันหยุดเรานี้แหละครับ เป็นวันที่เราฝึกตนเพิ่มพิเศษ
เพื่อให้ใกล้เป็นพระอริยสงฆ์มากขึ้น แม้นมันจะอยู่ห่างลิบ ๆ ก็ตาม ก็เป็นวันพระเฉพาะเรา
แต่ถ้าตรงได้ มันก็ดีเท่านั้นเอง
มีตัวอย่างของพระอรหันต์ผู้หนึ่งที่พัฒนาตนอย่างต่อเนื่อง จากผู้ครองเรือนจนได้เป็นพระอรหันต์ครับ
มีคราวหนึ่งที่พระพุทธจ้าเสด็จผ่านป่าใหญ่แห่งหนึ่ง พร้อมพระอานนท์ และภิกษุสงฆ์
พระพุทธเจ้าทรงแย้มพระโอษฐ์ พระอานนท์เห็น จึงได้ทูลถามเหตุที่พระพุทธเจ้าทรงแย้มพระโอษฐ์
พระพุทธเจ้าตรัสว่า เมื่อก่อนนี้ป่าใหญ่แห่งนี้เป็นเมืองใหญ่ แล้วทรงตรัสเล่าเรื่องของชายคนหนึ่ง ชื่อ สัมภเวสี
สัมภเวสีเกิดขึ้นในสมัยของพระพุทธเจ้ากัสสปะ สัมภเวสีนี้มีบริวารมาก ได้ถือสมาทานศีล ๕ ขาดบ้าง บกพร่องบ้าง
คิดว่าตนเองเป็นหัวหน้า มีศีล ๕ ขาดบ้าง บกพร่องบ้าง บริวารเองก็มีศีล ๕ ขาดบ้างบกพร่องบ้าง ไม่แตกต่างเลย
จึงทำให้ตนให้มีศีล ๖ ข้อ คือ เปลี่ยนจากข้อ ๓ ไม่ประพฤติผิดทางกามในลูกเมียผู้อื่น
เป็นไม่เสพสังวาสกามคุณ และเพิ่มข้อ ๖ คือ ไม่ทานอาหารหลังเที่ยงวันไปแล้ว
เมื่อท่านสัมภเวสีทำได้ บริวารเห็นก็ทำตาม สัมภเวสีจึงสมาทานศีล ๘ บริวารเห็นก็ทำตามอีก
สัมภเวสีจึงออกบวชในศาสนาของพระพุทธเจ้ากัสสปะ หลีกเร้น ปลีกวิเวก ทำความเพียร ไม่นาน ก็ได้บรรลุเป็นพระอรหันต์
เมื่อบริวารเห็นพระสัมภเวสีออกบวช และทราบว่า เป็นพระอรหันต์แล้ว ก็ออกบวชตาม หลีกเร้น ปลีกวิเวก ทำความเพียร ก็ได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ด้วยทั้งหมด
วันที่ 23 พ.ค. 2552
บ้านน็อคดาวน์ทรงโมเดิร์น
฿65,000https://s.shopee.co.th/2Vm01N027C?share_channel_code=6
Advertisement
 เปิดอ่าน 8,321 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,362 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,370 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,342 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,333 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,337 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,335 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,363 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,339 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,377 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,345 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,332 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,336 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,324 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,337 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,319 ครั้ง
|

เปิดอ่าน 8,341 ☕ คลิกอ่านเลย |

เปิดอ่าน 8,344 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 8,330 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 8,368 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 8,351 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 8,319 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 8,332 ☕ คลิกอ่านเลย |
|
≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡ 
เปิดอ่าน 19,450 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 10,925 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 16,313 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 22,721 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 16,162 ครั้ง |
|
|