|
ชายก็เยอะ-หญิงก็แยะฮัลโหลหื่นกาม
ปรากฏเป็นข่าวฮือฮาขึ้นอีกครั้งหลังคนดัง-ดาราเจอไล่ ๆ กัน 2 รายซ้อน สำหรับกรณีที่ถูกเรียกว่า “โทรศัพท์โรคจิต” ซึ่งจาก รายงานข่าวนั้นทางตำรวจระบุว่าเป็นคดีข้อหาละเมิดสิทธิผู้อื่น ข่มขู่คุกคาม และพูดจาลามกอนาจาร ทำให้เกิดความอับอาย ขณะที่เมื่อ มีการจับกุมผู้กระทำได้บางรายก็โดนเพียงข้อหาทำให้ผู้อื่นตกใจกลัว มีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท และจำคุกไม่เกิน 1 ปี โดยโทษจำคุกให้รอลงอาญาเอาไว้
ทั้งนี้ กับคนดัง-ดาราที่เจอปัญหานี้ล่าสุด รายแรกคือพิธีกรสาวคนดัง เอิ๊ก-พรหมพร ยูวะเวส ที่ถูกชายผู้หนึ่งโทรศัพท์ป่วน พูดจาลามก ต่าง ๆ นานา พูดจาขอมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งพิธีกรสาวได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ และต่อมาก็จับกุมผู้ที่กระทำได้ ส่วนอีกรายที่โดนเป็นดาราสาว บลู-เอลิกา พลอยอัมพร อดีตสาวดัชชี่เกิร์ล 2001 ที่ถูกชายผู้หนึ่งติดต่อทางโทรศัพท์โดยอ้างตัวเป็นช่างภาพนิตยสาร ชวนถ่ายแบบแนววาบหวิว ก่อนจะพูดจาขอมีสัมพันธ์ทางเพศ ซึ่งก็มีการแจ้งความเช่นกัน โดย ณ วันที่ 26 พ.ค. ยังไม่ทราบว่าจะจับได้หรือไม่
“โทรศัพท์โรคจิต-ลามกอนาจาร” กรณีนี้มีข่าวอยู่เรื่อย ๆ
ประเด็นหนึ่งที่น่าคิดคือกรณีแบบนี้เป็น “โรคจิต” หรือ ??
กับประเด็นนี้ กับกรณีที่ผู้กระทำมิได้ทำไปเพราะความคึกคะนอง หรือต้องการกลั่นแกล้งเหยื่อ แต่เป็นกรณีที่เกี่ยวข้องกับ “อารมณ์ทางเพศ” จริง ๆ ทางผู้เชี่ยวชาญคือ นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ผู้อำนวยการสำนักสุขภาพจิตสังคม กรมสุขภาพจิต ให้ความรู้ความเข้าใจผ่าน “สกู๊ปหน้า 1 เดลินิวส์” ว่า... ที่สื่อมักจะเรียกคนกลุ่มนี้ว่า “โทรศัพท์โรคจิต” ก็คงจะเพื่อให้ง่ายในการสื่อตามความหมายกับชาวบ้านทั่วไป
อย่างไรก็ตาม กรณีแบบนี้แท้จริงแล้วไม่ใช่อาการของโรคจิต เนื่องจากโรคจิตจะเกิดจากความผิดปกติทางสมอง การใช้โทรศัพท์ลักษณะดังกล่าวนี้ ในความหมายทางการแพทย์นั้นกลุ่มคนที่มีพฤติกรรมลักษณะนี้มีชื่อเรียกว่าเป็นกลุ่มอาการ “พาราฟิเลีย (Paraphilia)” หรือ “โรคกามวิตถาร” ที่มีอาการเบี่ยงเบน
“ลักษณะพฤติกรรมต่าง ๆ ที่จัดอยู่ในกลุ่มอาการเดียวกัน ก็ได้แก่... โทรศัพท์ลามกหรือเซ็กซ์โฟน ชอบโชว์อวัยวะเพศต่อหน้าคนอื่น แอบถ่าย แอบดู หรือถ้ำมองตามที่สาธารณะ ในที่ส่วนบุคคลของคนอื่น และกลุ่มที่ชอบมีเพศสัมพันธ์กับเด็ก กับสัตว์ หรือกลุ่มที่นิยมความรุนแรงต่อเพศและร่างกาย ก็จัดอยู่ในกลุ่มอาการนี้เช่นกัน” ...ผู้อำนวยการสำนักสุขภาพจิตสังคมระบุ
พร้อมทั้งบอกอีกว่า... สาเหตุของคนที่มีความผิดปกติในกลุ่ม อาการนี้ ปัจจุบันในทางการแพทย์ก็ยังไม่รู้สาเหตุที่ชัดเจน แต่เชื่อว่าอาจจะเกิดจากประสบการณ์ในอดีตที่ค้นพบโดยบังเอิญระหว่างการใช้ชีวิต เช่น เคยแก้ผ้าต่อหน้าคนอื่นโดยบังเอิญ ซึ่งแทนที่จะเกิดความอาย กลับพบว่าตัวเองรู้สึกมีความสุข หรือรู้สึกดี ซึ่งผิดปกติจากคนทั่ว ๆ ไป และเมื่อรู้สึกอย่างนี้แล้วหลังจากนั้นก็ไม่สามารถยับยั้งชั่งใจให้หยุดการกระทำในลักษณะดังกล่าวนี้ได้ อีกทั้งยังยิ่งเพิ่มความถี่ในการกระทำ จนที่สุดก็กลายเป็นกิจวัตรประจำของตัวเอง
“ที่สำคัญ เมื่อดูจากประวัติคนที่เคยเข้ารับการรักษาพบว่าส่วนใหญ่ไม่ได้เข้ามารักษาอาการดังกล่าวนี้โดยตรง แต่เข้ามารักษาในกลุ่มอาการอื่น เนื่องจากพฤติกรรมนี้เมื่อกระทำแล้วก็ไม่ได้สร้างความทุกข์ร้อนให้ตัวเขา จึงไม่รู้สึกผิดหรือรู้สึกว่าเป็นปัญหาสำหรับเขา จึงไม่ยอมรับการรักษา”
นพ.ทวีศิลป์บอกต่อไปว่า... โดยทั่วไปแล้วคนกลุ่มนี้จะมีความคาดหวังในกระทำการใด ๆ ที่ก่อขึ้น ยิ่งถ้าเหยื่อมีปฏิกิริยาตอบสนองกลับมา คนพวกนี้ก็จะยิ่งมีความสุข ตรงนี้ถือเป็นการสร้างแรงจูงใจให้เกิดการทำซ้ำมากขึ้น ฉะนั้นการรับมือกับคนพวกนี้ที่ดีที่สุดก็คือ การทำพฤติกรรมตรงกันข้ามกับความคาดหวังของเขา
สำหรับคำแนะนำเพื่อคุณสตรีทั้งหลาย ผู้อำนวยการสำนักสุขภาพจิตสังคมบอกว่า... ในยามที่ต้องประมือกับ “นักโทรฯหื่น” ก็มี 5 ข้อคือ... อันดับแรก...ต้องวางสายโทรศัพท์ทิ้ง, อันดับสอง...ต้องทำใจให้นิ่ง, อันดับสาม...พยายามทบทวนและจดบันทึกทุกความเคลื่อนไหว, อันดับสี่...ถ้าไม่รู้จะทำอย่างไรดีก็ให้พึ่งตำรวจ และอันดับห้า...หากยังแก้ไม่ได้-หยุดพวกนี้ไม่ได้ วิธีสุดท้ายก็เหลือเพียงการเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ใหม่
“วิธีแรก ถ้ามีเบอร์โทรฯแปลก ๆ หรือมีสายโทรฯเข้ามาในช่วงเวลาแปลก ๆ ก็ตัดสายทิ้งไปเลย ไม่ต้องรับ เป็นการตัดปัญหา วิธีที่สอง ต้องตั้งสติให้มั่น ทำใจให้นิ่ง อย่าโวยวาย หรือพูดคุยกับคนเหล่านี้ เพราะยิ่งเราโวยวาย ยิ่งยอมพูดคุยด้วย เขาจะยิ่งมีความสุข ยิ่งสะใจ หรือยิ่งเป็นการทำให้เขารู้สึกว่าเราก็สนใจเรื่องแบบนี้ ส่วนการทบทวนจดบันทึกเป็นการตรวจสอบตัวเองว่าที่ผ่านมาทิ้งเบอร์โทรศัพท์กับคนไม่รู้จักหรือไม่ เมื่อตรวจสอบได้ก็ไปแจ้งความ อย่าคิดว่าเป็นแค่เรื่องเล็ก ๆ แต่ถ้าแจ้งความแล้วยังทำอะไรไม่ได้ วิธีที่ดีที่สุดคือต้องปลง ต้องเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ใหม่” ...นพ.ทวีศิลป์ทิ้งท้าย
ทั้งนี้ กับกรณี “โทรฯหื่น” นี้โดยทั่วไปเรามักจะคุ้นแต่ผู้ชายเป็นฝ่ายกระทำต่อเหยื่อที่เป็นผู้หญิง แต่จริง ๆ แล้ว “ผู้หญิงโทรฯหื่นกับเหยื่อผู้ชาย...ก็มี !!” โดย ดร.วัลลภ ปิยะมโนธรรม นักจิตวิทยา เคยเผยผ่าน “สกู๊ปหน้า 1 เดลินิวส์” ไว้ว่า... “พฤติกรรมของผู้หญิงที่ใช้โทรศัพท์โทรฯหาผู้ชายแล้วทำเสียงสยิว หรือพูดจายั่วยวนชวนร่วมรักนั้น ในระยะหลัง ๆ ก็มีเยอะมากเช่นกัน ?!?!?”
สรุปแล้ว “โทรศัพท์หื่นกาม” นี่มิใช่อาการของโรคจิต
เรื่องแบบนี้ที่เกิดกับคนทั่วไปที่ไม่ใช่คนดังก็มีไม่น้อย
และแม้แต่ผู้ชาย...ก็ตกเป็นเหยื่อได้เช่นกัน !?!?!.
วันที่ 28 พ.ค. 2552
Advertisement
 เปิดอ่าน 9,076 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,496 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,532 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,510 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,713 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,536 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,481 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,724 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,488 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,561 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,426 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,489 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,564 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,885 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,479 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,433 ครั้ง
|

เปิดอ่าน 8,444 ☕ คลิกอ่านเลย |

เปิดอ่าน 8,485 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 8,481 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 8,499 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 8,501 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 8,537 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 8,543 ☕ คลิกอ่านเลย |
|
≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡ 
เปิดอ่าน 27,691 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 35,757 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 147,788 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 17,585 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 69,453 ครั้ง |
|
|