ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ข่าวการศึกษา     ความรู้ทั่วไป     งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคมเรื่องราวจากสมาชิก  ▶ ข่าว/บทความ ▶ หน้าแรก

รายงานการพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอนแบบร่วมมือกันเรียนรู้ (STAD) สาระที่ 1 ศาสนา ศีล


เรื่องราวจากสมาชิก เปิดอ่าน : 6,383 ครั้ง
รายงานการพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอนแบบร่วมมือกันเรียนรู้ (STAD) สาระที่ 1 ศาสนา ศีล

Advertisement

 

ชื่อเรื่อง          รายงานการพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอนแบบร่วมมือกัน 
                        เรียนรู้ (STAD) สาระที่ 1 ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม รายวิชาสังคมศึกษา
                        ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
ผู้ศึกษา            นายพรมดี สาลี
สถานศึกษา    โรงเรียนบ้านขามพิทยาคม อำเภอเมืองหนองบัวลำภู จังหวัดหนองบัวลำภู
สังกัด              สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหนองบัวลำภู เขต 1
ปีที่รายงาน      พ.ศ. 2551
 
บทคัดย่อ
 
                    การศึกษาถือเป็นเครื่องมือที่สำคัญที่ช่วยพัฒนาเยาวชนของชาติให้เป็นคนดี มีความรู้
แต่ในการจัดการศึกษาของประเทศไทยยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร โดยเฉพาะในวิชา สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ซึ่งเป็นวิชาหนึ่งที่นักเรียนมีปัญหาในการเรียน เพราะการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนยังใช้วิธีการสอนแบบบรรยาย ยังขาดการนำนวัตกรรมใหม่ ๆ มาใช้ในการเรียนการสอน จากเหตุผลดังกล่าวทำให้ผู้ศึกษาต้องการพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอนแบบ
ร่วมมือกันเรียนรู้ (STAD) เข้ามาใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
               การศึกษาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ ดังนี้  (1) เพื่อพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอนแบบร่วมมือกันเรียนรู้ (STAD) สาระที่ 1 ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม รายวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 (2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่เรียนโดยใช้รูปแบบการสอนแบบร่วมมือกันเรียนรู้ (STAD) สาระที่ 1 ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม รายวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน  (3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจในการเรียนรู้ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3  ที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอนแบบร่วมมือกันเรียนรู้ (STAD) รายวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
                กลุ่มตัวอย่าง กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/1 โรงเรียนบ้านขามพิทยาคม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหนองบัวลำภู เขต 1 จำนวน 33 คน
จาก 1 ห้องเรียน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling)
                  เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า คือ (1) แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอน
แบบร่วมมือกันเรียนรู้ (STAD) สาระที่ 1  ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม รายวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 9 แผนการเรียนรู้ (2)  แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน  ที่เรียนโดยใช้รูปแบบการสอนแบบร่วมมือกันเรียนรู้ (STAD) สาระที่ 1 ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม
รายวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 40 ข้อ ซึ่งมีค่าความยากตั้งแต่ 0.28 ถึง 0.76 มีค่าอำนาจจำแนกตั้งแต่ 0.26 ถึง 0.75 และค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.92 (3)แบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอนแบบร่วมมือกันเรียนรู้ (STAD) สาระที่ 1 ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม รายวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) มี 5 ระดับ จำนวน 1 ชุด จำนวน 18 ข้อ มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.91 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและการทดสอบสมมติฐานใช้ ค่า t-test ( Dependent Samples ) ผลการศึกษาปรากฏ ดังนี้
                    1.  แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอนแบบร่วมมือกันเรียนรู้ (STAD)  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่มีประสิทธิภาพ 86.36/86.06 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ที่ตั้งไว้
                    2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ที่เรียนด้วยแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอนแบบร่วมมือกันเรียนรู้ (STAD) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
                    3. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนด้วยแผนการจัดการเรียนรู้ โดยใช้รูปแบบการสอนแบบร่วมมือกันเรียนรู้ (STAD) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก
              โดยสรุปผลการศึกษาครั้งนี้ พบว่า แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอนแบบร่วมมือกันเรียนรู้ (STAD) ที่ได้พัฒนาขึ้นมีประสิทธิภาพ ตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้ อีกทั้งผู้เรียนยังมี ความพึงพอใจในการจัดการเรียนรู้ในระดับมาก ดังนั้นในการจัดการเรียนรู้ จึงสามารถนำ     แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้การสอนแบบร่วมมือกันเรียนรู้(STAD) ไปใช้ในการพัฒนาการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพได้
 
 

โพสต์โดยสมาชิกหมายเลข 7608 วันที่ 4 ก.ย. 2552


รายงานการพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอนแบบร่วมมือกันเรียนรู้ (STAD) สาระที่ 1 ศาสนา ศีลรายงานการพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอนแบบร่วมมือกันเรียนรู้(STAD)สาระที่1ศาสนาศีล

Advertisement

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

นมผึ้ง.....อาหารสมอง.....

นมผึ้ง.....อาหารสมอง.....


เปิดอ่าน 6,379 ครั้ง
ที่ใดมีรักที่นั่นมีทุกข์

ที่ใดมีรักที่นั่นมีทุกข์


เปิดอ่าน 6,384 ครั้ง

:: เรื่องปักหมุด ::

จัดห้องนอน....ตามหลักฮวงจุ้ย

จัดห้องนอน....ตามหลักฮวงจุ้ย

เปิดอ่าน 6,386 ☕ คลิกอ่านเลย

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
แบ่งให้คนอื่นยิ้มบ้างนะ
แบ่งให้คนอื่นยิ้มบ้างนะ
เปิดอ่าน 6,378 ☕ คลิกอ่านเลย

เคล็ดลับง่ายๆสำหรับการสอบเอ็น
เคล็ดลับง่ายๆสำหรับการสอบเอ็น
เปิดอ่าน 6,383 ☕ คลิกอ่านเลย

มารยาหญิง...ที่ผู้ชายต้องทำใจ.......
มารยาหญิง...ที่ผู้ชายต้องทำใจ.......
เปิดอ่าน 6,394 ☕ คลิกอ่านเลย

อยากสอบผู้บริหาร
อยากสอบผู้บริหาร
เปิดอ่าน 6,379 ☕ คลิกอ่านเลย

อยากได้ ข้อสอบบรรจุ ครูผู้ช่วย ของปีที่ผ่านมาครับ
อยากได้ ข้อสอบบรรจุ ครูผู้ช่วย ของปีที่ผ่านมาครับ
เปิดอ่าน 6,390 ☕ คลิกอ่านเลย

เค้กสไตล์ธรรมชาติ   น่ารักน่ากิน
เค้กสไตล์ธรรมชาติ น่ารักน่ากิน
เปิดอ่าน 6,411 ☕ คลิกอ่านเลย

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เติมความหวานด้วยของขวัญวันวาเลนไทน์ ส่งรักแทนใจให้คนพิเศษ
เติมความหวานด้วยของขวัญวันวาเลนไทน์ ส่งรักแทนใจให้คนพิเศษ
เปิดอ่าน 1,811 ครั้ง

คลิปสาธิตวิธีแต่งหน้า แบบมุตตา-มุนินทร์ ในแรงเงา 2012
คลิปสาธิตวิธีแต่งหน้า แบบมุตตา-มุนินทร์ ในแรงเงา 2012
เปิดอ่าน 23,553 ครั้ง

รูปแบบวิธีการสอน: การเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียน ปี 2562
รูปแบบวิธีการสอน: การเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียน ปี 2562
เปิดอ่าน 21,142 ครั้ง

ศธ.เปิด ตู้ ปณ. 319 รับเรื่องร้องทุกข์ แจ้งเบาะแสและข้อเสนอแนะถึง รมว.ศธ.โดยตรง
ศธ.เปิด ตู้ ปณ. 319 รับเรื่องร้องทุกข์ แจ้งเบาะแสและข้อเสนอแนะถึง รมว.ศธ.โดยตรง
เปิดอ่าน 12,810 ครั้ง

ประวัติ ชัชชาติ สิทธิพันธ์ุ ผู้ชนะการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
ประวัติ ชัชชาติ สิทธิพันธ์ุ ผู้ชนะการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
เปิดอ่าน 4,315 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


· Technology
· บทความเทคโนโลยีการศึกษา
· e-Learning
· Graphics & Multimedia
· OpenSource & Freeware
· ซอฟต์แวร์แนะนำ
· การถ่ายภาพ
· Hot Issue
· Research Library
· Questions in ETC
· แวดวงนักเทคโนฯ

· ความรู้ทั่วไป
· คณิตศาสตร์
· วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
· ภาษาต่างประเทศ
· ภาษาไทย
· สุขศึกษาและพลศึกษา
· สังคมศึกษา ศาสนาฯ
· ศิลปศึกษาและดนตรี
· การงานอาชีพ

· ข่าวการศึกษา
· ข่าวตามกระแสสังคม
· งาน/บริการสังคม
· คลิปวิดีโอยอดนิยม
· เกมส์
· เกมส์ฝึกสมอง

· ทฤษฎีทางการศึกษา
· บทความการศึกษา
· การวิจัยทางการศึกษา
· คุณครูควรรู้ไว้
· เตรียมประเมินวิทยฐานะ
· ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
· เครื่องมือสำหรับครู

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ