ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


Advertisement

ข่าวการศึกษา     ความรู้ทั่วไป     งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคมเรื่องราวจากสมาชิก  ▶ ข่าว/บทความ ▶ หน้าแรก

ที่มากระดาษสีสวย........ หุ้มกล่องของขวัญ


เรื่องราวจากสมาชิก

8,389

views
Advertisement

ที่มากระดาษสีสวย........ หุ้มกล่องของขวัญ


ที่มากระดาษสีสวย หุ้มกล่องของขวัญ





ต้นคริสต์มาส ตุ๊กตาหิมะ และลุงซานต้า ตัวการ์ตูนน่ารักคิกขุ ลวดลายกราฟิกเก๋ไก๋ กระดาษหลากสีส่งแสงระยิบระยับ เมื่อประดับด้วยริบบิ้นสีสวย ของขวัญที่เป็นปริศนาในกล่องก็ดูมากค่า

เทศกาลแห่งความสุขอย่างนี้ ไปที่ไหนก็เต็มไปด้วยของขวัญในกล่องสีสวย

น้องๆ นึกสงสัยไหมว่าเราเริ่มให้ของขวัญกันตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วกระดาษห่อของขวัญมีมานานแล้วหรือยัง

นิตยสารเล่มโปรด ฉบับเดือนธันวาคม ส่งท้ายปี 2552 เล่าถึงธรรมเนียมการให้ของขวัญว่ามีมาตั้งแต่สมัยโรมันแล้ว จะเห็นได้จากการถวายของบูชาแด่เทพเจ้าที่ตนเคารพบูชา หรือการส่งเครื่องบรรณาการให้เจ้าผู้ครองแคว้นต่างๆ

ส่วนในหมู่ชาวบ้านนิยมให้ของขวัญกันในช่วงเทศกาลสำคัญ เช่น วันขึ้นปีใหม่ของโรมัน วันฉลองเทพเจ้าต่างๆ วันเหมายัน เป็นต้น

ต่อมาการให้ของขวัญถูกโยงเข้ากับเรื่องราวการประสูติของพระเยซู จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลคริสต์มาส

ในสมัยก่อนของขวัญที่ส่งให้กันอาจมีหนังสัตว์หรือผ้าห่อไว้ ต่อมาในปีค.ศ.105 เริ่มมีการใช้กระดาษห่อของขวัญ ประ เทศที่ริเริ่มก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากจีน เพราะเป็นชนชาติแรกที่ประดิษฐ์กระดาษ ชาวจีนนิยมห่อของขวัญด้วยกระดาษสีแดง เพราะเชื่อว่าจะนำโชคลาภมาให้

1.แปลงร่างเป็นเพื่อนตัวน้อย

2.กล่องของขวัญจากกระดาษสีสวย และการห่อแบบฟุโรชิกิ

3.ทรีคิงส์เสด็จมอบของขวัญวันพระเยซูเกิด

4.ลวดลายบนผ้าฟุโรชิกิ

5.ลวดลายกิโมโน

6.การห่อฟุโรชิกิแนวใหม่



ในช่วงนั้น การใช้กระดาษห่อของขวัญยังมีอยู่แต่ในจีน เพราะไม่มีใครรู้วิธีผลิตกระดาษ เนื่องจากเป็นความลับ ใครที่นำไปเผยแพร่จะมีโทษถึงตาย แต่เมื่อถึงคริสต์ศตวรรษที่ 8 ในระหว่างที่จีนทำสงครามกับชาติอาหรับ ทำให้ความลับการผลิตกระดาษหลุดรอดไปยังตะวันออก กลาง และส่งต่อไปถึงยุโรปผ่านสงครามครูเสดในคริสต์ศตวรรษที่ 11

เมื่อยุโรปผลิตกระดาษใช้เองได้ การห่อของขวัญก็เริ่มแพร่หลายและฮิตสุดๆ ในยุควิกตอเรีย ซึ่งตรงกับคริสต์ศตวรรษที่ 19 แต่ก็เฉพาะในหมู่ผู้ดีมีเงินเท่านั้น

กระดาษห่อของขวัญที่พิมพ์ลวดลายสวยงามรูปทิวทัศน์ในหน้าหนาว โบสถ์ เตาผิง นางฟ้า นักบุญนิโคลัส เป็นที่นิยมมาก และถ้าจะให้หรูหราต้องตกแต่งด้วยริบบิ้นและผ้าลูกไม้

ว่าแต่ไม่มีกระดาษกาว ไม่มีสก๊อตเทป แล้วสมัยก่อนเขาห่อของขวัญกันอย่างไร

ก็ใช้ขี้ผึ้งทากระดาษให้ติดกันแล้วผูกด้วยเชือกนั่นเอง

ต่อมาในปีค.ศ.1920 อุตสาหกรรมการผลิตกระดาษเจริญรุดหน้าจึงมีกระดาษหลากสีใช้ แต่กระดาษห่อของขวัญสีที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ ขาว แดง เขียว ซึ่งเป็นสีของเทศกาลคริสต์มาส



ในปีค.ศ.1917 เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของวงการกระดาษห่อของขวัญ ในช่วงเทศกาลคริสต์มาส กระดาษห่อของขวัญขาดตลาด ร้านขายของพี่น้องตระกูลฮอลล์ ที่เคนซัส สหรัฐอเมริกา จึงนำกระดาษสีสันสวยงามจากฝรั่งเศส ที่ตอนแรกจะเอามาใช้ทำซองจดหมายด้านในมาขายแทน

ปรากฏว่าขายหมดอย่างรวดเร็ว และได้รับผลตอบรับดีเกินคาดในปีต่อมา ทำให้ร้านนี้ประสบความสำเร็จ ซึ่งต่อมาก็คือบริษัทฮอลล์มาร์ก ยักษ์ใหญ่ของธุรกิจกระดาษห่อของขวัญ

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ธุรกิจต่างๆ ซบเซากันทั้งนั้น มีเพียงธุรกิจกระดาษห่อของขวัญที่รัฐบาลไม่ได้บังคับให้ขายแบบปันส่วน เพราะอยากกระตุ้นให้คนมีความสุข และส่งของขวัญเป็นกำลังใจให้เหล่าทหารในต่างแดน ธุรกิจนี้จึงเติบโตมากกว่าเดิมถึงร้อยละ 20

ปัจจุบันธุรกิจกระดาษห่อของขวัญมีรายได้เฉลี่ย 2.6 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี



ในญี่ปุ่นมีธรรมเนียมการห่อของขวัญเหมือนกัน เรียกว่า "ฟุโรชิกิ"

ยิ่งในช่วงกระแสลดโลกร้อน ลดการใช้ถุงพลาสติกอย่างนี้ การห่อของ ห่อกล่องข้าวเบนโตะ ห่อหนังสือ รวมไปถึงการห่อของขวัญแบบฟุโรชิกิ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผ้าไหม ผ้าฝ้าย หรือผ้าป่าน ที่ลวดลายบนผ้าสวยงามแบบกิโมโนกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง โดยดัดแปลงในรูปแบบใหม่ๆ ให้ทันสมัยและกิ๊บเก๋มากขึ้น

ย้อนกลับไปในสมัยนาระ ประมาณ ค.ศ.710-794 ของญี่ปุ่น ชนชั้นสูงหรือผู้มีสกุลจะนิยมใช้ห้องอาบน้ำสาธารณะที่เรียกว่า "เซนโต" เวลาไปอาบน้ำจะใช้ผ้าผืนใหญ่มีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีชื่อเรียกว่า "ฟุโรชิกิ" เพื่อห่ออุปกรณ์อาบน้ำ เสื้อผ้า และใช้ปูพื้นเพื่อวางของในห้องอาบน้ำ

ต่อมาในสมัยเอโดะ ประมาณ ค.ศ.1603-1868 การอาบน้ำในห้องน้ำสาธารณะเริ่มแพร่หลาย คนทั่วไปใช้บริการมากขึ้น การห่อฟุโรชิกิจึงเป็นที่นิยมตามไปด้วย

ฟุโรชิกิ (furoshiki) มาจากคำว่า ฟุโร แปลว่าห้องอาบน้ำ และคำว่า ชิกิ แปลว่าแผ่ออก

การห่อของขวัญแบบฟุโรชิกิ นอกจากผู้รับจะได้ลุ้นไปกับของขวัญสื่อแทนใจที่ผู้ให้ส่งมอบให้แล้ว

ผ้าฟุโรชิกิยังเป็นอีกหนึ่งของขวัญที่มีคุณค่าไม่น้อยทีเดียว

 

 


ที่มา  ข่าวสดรายวันวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2552

โพสต์โดยสมาชิกหมายเลข 3183 วันที่ 28 ธ.ค. 2552

ชุดไทยจิตรลดา โทนสีดำ ตัดเย็บจากผ้าไหมแพรทิพย์ งานละเอียดปราณีต แพทเทิร์นเข้ารูป สวยหรู ทันสมัย #ภาพถ่ายจากสินค้าจริง

฿1,790

https://s.shopee.co.th/8ANnSpUT4P?share_channel_code=6


ที่มากระดาษสีสวย........ หุ้มกล่องของขวัญที่มากระดาษสีสวย........หุ้มกล่องของขวัญ

Advertisement

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

ครู 10 ประเภท

ครู 10 ประเภท


เปิดอ่าน 8,779 ครั้ง
<< ...ทำไมท้องฟ้าเป็นสีฟ้า....>>

<< ...ทำไมท้องฟ้าเป็นสีฟ้า....>>


เปิดอ่าน 8,520 ครั้ง
ฉี่บ่อย..สัญญานเตือนภัย

ฉี่บ่อย..สัญญานเตือนภัย


เปิดอ่าน 8,359 ครั้ง
ภัยเงียบ!! ในที่ทำงาน

ภัยเงียบ!! ในที่ทำงาน


เปิดอ่าน 8,375 ครั้ง
โรคจิตใครคิดว่าไม่สำคัญ

โรคจิตใครคิดว่าไม่สำคัญ


เปิดอ่าน 8,361 ครั้ง

:: เรื่องปักหมุด ::

เผยแพร่ผลงานวิจัย

เผยแพร่ผลงานวิจัย

เปิดอ่าน 8,398 ☕ คลิกอ่านเลย

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
จัดสวนรึ!!!...เรื่องกล้วยๆ....
จัดสวนรึ!!!...เรื่องกล้วยๆ....
เปิดอ่าน 8,359 ☕ คลิกอ่านเลย

   ด่วน...ฟ้าพิโรธ หนัง   " แหยมยโสธร 2 "   ตาย 3  ขณะเตรียมเข้าฉาก "หม่ำ" รอด
ด่วน...ฟ้าพิโรธ หนัง " แหยมยโสธร 2 " ตาย 3 ขณะเตรียมเข้าฉาก "หม่ำ" รอด
เปิดอ่าน 8,383 ☕ คลิกอ่านเลย

ความรัก  การแต่งงาน
ความรัก การแต่งงาน
เปิดอ่าน 8,372 ☕ คลิกอ่านเลย

ความคิดถึง
ความคิดถึง
เปิดอ่าน 8,355 ☕ คลิกอ่านเลย

การสร้างระบบบริหารจัดการที่ดีในสังคมไทย
การสร้างระบบบริหารจัดการที่ดีในสังคมไทย
เปิดอ่าน 8,344 ☕ คลิกอ่านเลย

นภัทรศ์ชนกฎ์ พิศอ่อน
นภัทรศ์ชนกฎ์ พิศอ่อน
เปิดอ่าน 8,372 ☕ คลิกอ่านเลย

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ไข้กาฬหลังแอ่น
ไข้กาฬหลังแอ่น
เปิดอ่าน 18,721 ครั้ง

เด็กไทยมีไอคิวต่ำลงจริงหรือ?
เด็กไทยมีไอคิวต่ำลงจริงหรือ?
เปิดอ่าน 18,155 ครั้ง

โรคไบโพลาร์
โรคไบโพลาร์
เปิดอ่าน 12,470 ครั้ง

ขจัดไขมันบนพุงด้วยการแขม่วท้อง
ขจัดไขมันบนพุงด้วยการแขม่วท้อง
เปิดอ่าน 20,164 ครั้ง

หัวเผือก-หัวมัน กินเล่น ๆ แต่ได้ประโยชน์จริง
หัวเผือก-หัวมัน กินเล่น ๆ แต่ได้ประโยชน์จริง
เปิดอ่าน 22,414 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


· Technology
· บทความเทคโนโลยีการศึกษา
· e-Learning
· Graphics & Multimedia
· OpenSource & Freeware
· ซอฟต์แวร์แนะนำ
· การถ่ายภาพ
· Hot Issue
· Research Library
· Questions in ETC
· แวดวงนักเทคโนฯ

· ความรู้ทั่วไป
· คณิตศาสตร์
· วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
· ภาษาต่างประเทศ
· ภาษาไทย
· สุขศึกษาและพลศึกษา
· สังคมศึกษา ศาสนาฯ
· ศิลปศึกษาและดนตรี
· การงานอาชีพ

· ข่าวการศึกษา
· ข่าวตามกระแสสังคม
· งาน/บริการสังคม
· คลิปวิดีโอยอดนิยม
· เกมส์
· เกมส์ฝึกสมอง

· ทฤษฎีทางการศึกษา
· บทความการศึกษา
· การวิจัยทางการศึกษา
· คุณครูควรรู้ไว้
· เตรียมประเมินวิทยฐานะ
· ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
· เครื่องมือสำหรับครู

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ