ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ความรู้ทั่วไป > งูพันไม้เท้าสัญลักษณ์ของการแพทย์

งูพันไม้เท้าสัญลักษณ์ของการแพทย์

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 6 ต.ค. 2551 เปิดอ่าน : 10,105 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
งูพันไม้เท้าสัญลักษณ์ของการแพทย์

Advertisement

ส. พลายน้อย เล่าว่า เครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ของการแพทย์ที่ใช้เป็นรูปงูตัวเดียวพันไม้เท้านั้น เดิมทีเป็นเครื่องหมายหรือตราของเอสคูลาปิอุส (Aesculapius) กล่าวกันว่าในโบสถ์หลายแห่งของอิตาลียุคแรก ๆ มีรูปปั้นเป็นคนเครายาวถือไม้เท้ามีงูพัน รูปปั้นนั้นคือรูปของเอสคูลาปิอุสที่กล่าวถึงนี่เอง

เอสคูลาปิอุสผู้นี้มีประวัติตามนิยายของกรีกโบราณว่าคนเลี้ยงแพะได้ไปพบทารกคนหนึ่งนอนร้องไห้อยู่บนภูเขา โดยมีแพะตัวหนึ่งเอานมของมันให้เด็กดูดกิน คนเลี้ยงแพะจึงเข้าไปอุ้ม ก็เห็นรัศมีเกิดขึ้นรอบ ๆ ศีระเด็กเป็นที่น่าอัศจรรย์คนเลี้ยงแพะก็รู้ได้ทันทีว่าเด็กนั้นเป็นบุตรของเทพเจ้า และความจริงนั้นก็เป็นบุตรของเทพเจ้าจริง ๆ คือเป็นบุตรของเทพอพอลโล (Apollo) กับนางโคโรนิส (Coronis) แต่เทพอพอลโลทราบว่านางมีชู้จึงยิงด้วยธนู แล้วผ่าเอาทารกในครรภ์ของนางโคโรนิสไปฝากคิรอน (Chiron) ไว้ ต่อมาเด็กคนนี้มีชื่อว่า เอสคูลาปิอุส

เอสคูลาปิอุสได้อยู่กับคิรอน ซึ่งเป็นนักรบมีร่างประหลาด คือ มีร่างครึ่งม้าครึ่งคน และได้ช่วยคิรอนเลี้ยงแพะเลี้ยงแกะ คิรอนก็ใด้สั่งสนอนเอสคูลาปิอุสให้รู้จักสรรพคุณของต้นหญ้าหรือสมุนไพรต่าง ๆ มีความรู้เชี่ยวชาญในการรักษาโรคบางแห่งว่าเอสคูลาปิอุสได้ค้นพบสรรพคุณยาบางอย่าง ซึ่งสามารถรักษาโรคให้พวกนักรบที่ไปเอาเครื่องราชอิสริยาภรณ์ขนแกะทองคำของราชาออสเตรียและสเปน ซึ่งมีม้ามังกรเฝ้าอยู่นั้นมาได้ จึงทำให้ชาวเมืองพากันเลื่อมใสพากันมารักษาเป็นอันมาก

ความสามารถของเอสคูลาปิอุสนั้นกล่าวตามนิยายว่า สามารถรักษาคนตายให้ฟื้นขึ้นมาได้ทีเดียว และยาที่รักษาก็ว่าใช้กาฝากต้นโอ๊ก แต่ว่าความสามารถอันนี้เองที่ทำใท้เอสคูลาปิอุสอายุสั้น ทั้งนี้ก็เนื่องจากเอสคูลาปิอุสได้ช่วยรักษาคนให้ตายน้อยลง เทพพลูโตหรือพญายมจึงขัดเคือง เพราะทำให้ยมโลกเงียบเหงา จึงไปร้องทุกข์ต่อเทพจูปีเตอร์ (บางแห่งว่าเทพพลูโตหาว่าเอสคูลาปิอุสหวังจะได้ราชบัลลังก์ จึงได้พยายามหลอกลวงประชาชนเพื่อให้ประชาชนหลงรัก) เทพจูปีเตอร์ฟังความข้างเดียวก็ส่งสายฟ้าฟาดลงมาต้องเอสคูลาปิอุสตายทันที เทพอพอลโลโกรธมากที่ลูกของตนตาย จึงจับยักษ์ตาเดียวของเทพพลูโตฆ่าเสียเป็นการแก้แค้น ต่อมาเทพจูปีเตอร์ทราบความจริงรู้สึกเสียใจในความหุนหันของตน จึงเสด็จลงมาอุ้มเอสคูลาปิอุสไปยังภูเขาโอลิมปัสเพื่อให้วิญญาณของเอสคูลาปิอุสได้ไปจุติเป็นเทพเจ้างูพิษ (ในสมัยนั้นเขามักจะรักษาโรคกันด้วยงู คือเอาพิษของงูมาทำยา เห็นจะเป็นเซรุ่มนั่นเอง) มีเรื่องกล่าวกันว่า ครั้งหนึ่งในกรุงโรมได้เกิดกาฬโรค ผู้คนล้มตายกันมากมาย เอสคูลาปิอุสได้เอางูพิษมาซ่อนไว้ตามกอหญ้าแถวริมแม่น้ำในประเทศอิตาลี ปรากฏว่า ผู้ที่เป็นโรคนี้และได้มาอาบกินน้ำในแม่น้ำที่งูได้คายพิษไว้ พากันหายจากโรคร้ายอย่างน่าอัศจรรย์มาก

การที่งูเข้ามาเกี่ยวข้องกับเอสคูลาปิอุส มีเรื่องเล่ากันว่าในสมัยก่อนคริสตกาล ๑,๒๐๐ ปี ขณะที่เอสคูลาปิอุสกำลังรักษาคนไข้อยู่ ก็มีงูตัวหนึ่งเลื้อยเข้ามาในคลินิกของเขา และขึ้นไปพันอยู่โดยรอบคทาของหมอ ด้วยเหตุนี้เองคนทั่ว ๆ ไปจึงเชื่อว่างูตัวนั้นได้บันดาลให้เอสคูลาปิอุสมีปัญญารักษาโรคได้เก่งกว่าหมออื่น ๆ

ตามเทพนิยายกล่าวว่า เมื่อเทพจูปีเตอร์ฆ่าเอสคูลาปิอุสแล้ว ก็ได้ทำรูปจำลองเป็นเทพปฏิมาขึ้นไว้บนสวรรค์ ตามรูปอยู่ในท่ามือถืองู แต่รูปเอสคูลาปิอุสนั้นมีต่าง ๆ กัน และสรุปได้ว่าจะต้องมีงูอยู่ด้วยเสมอ และในสมัยต่อมาถือว่าเอสคูลาปิอุสเป็นบรมครูของการเเพทย์

การที่ในวงการแพทย์ใช้งูเป็นเครื่องหมาย ก็เพราะถือตามโบราณว่างูรักษาโรคได้ ซึ่งเรื่องนี้ชาวจีนโบราณก็เชื่อกันมาก่อนว่างูรักษาโรคได้ จึงเกิดมียาดองงูเห่า และในนิยายโบราณก็มีเรื่องคนกินเหล้าที่มีงูตกลงไปตายแล้วหายจากโรคร้ายปรากฏอยู่

นอกจากนี้ชาวกรีกยังถือกันอีกว่า งูเป็นสัญลักษณ์ของความเจริญของชีวิต ของการเกิดใหม่ ทั้งนี้เพราะเขาถือว่าการที่งูลอกคราบนั้นเป็นการคืนชีพ

“ข้อมูลสนับสนุนจากหนังสือ ๑๐๘ ซองคำถาม / สำนักพิมพ์สารคดี”

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> งูพันไม้เท้าสัญลักษณ์ของการแพทย์ , << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
ทำไมแมวไม่ชอบน้ำ

ทำไมแมวไม่ชอบน้ำ
เปิดอ่าน 6,664 ครั้ง
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
วันพ่อแห่งชาติ (5 ธันวาคม)

วันพ่อแห่งชาติ (5 ธันวาคม)
เปิดอ่าน 10,249 ครั้ง
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
กำเนิดไอศครีม มาจากที่ใด☕ คลิกอ่านเลย
กำเนิดไอศครีม มาจากที่ใด
เปิดอ่าน 15,886 ครั้ง
เคล็ดลับขายของออนไลน์อย่างไรไม่ขาดทุน☕ คลิกอ่านเลย
เคล็ดลับขายของออนไลน์อย่างไรไม่ขาดทุน
เปิดอ่าน 6,654 ครั้ง
มาดู 6 วิธีหลีกหนี "สิว"☕ คลิกอ่านเลย
มาดู 6 วิธีหลีกหนี "สิว"
เปิดอ่าน 14,569 ครั้ง
6 วิตามินและแร่ธาตุที่ดีต่อสุขภาพช่องปาก☕ คลิกอ่านเลย
6 วิตามินและแร่ธาตุที่ดีต่อสุขภาพช่องปาก
เปิดอ่าน 7,805 ครั้ง
เคล็ดลับในการเลือกอาหารไขมันต่ำ☕ คลิกอ่านเลย
เคล็ดลับในการเลือกอาหารไขมันต่ำ
เปิดอ่าน 7,049 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

หยุดผมร่วงด้วยบรั่นดีหยุดผมร่วงด้วยบรั่นดี
เปิดอ่าน 15,358 ครั้ง
ประวัติ ความเป็นมาของ "วันเด็กแห่งชาติ"ประวัติ ความเป็นมาของ "วันเด็กแห่งชาติ"
เปิดอ่าน 12,399 ครั้ง
โอเมก้า 3 ใน ปลา ก็มีโทษโอเมก้า 3 ใน ปลา ก็มีโทษ
เปิดอ่าน 15,073 ครั้ง
ประวัติ วัน คริสต์มาสประวัติ วัน คริสต์มาส
เปิดอ่าน 25,310 ครั้ง
ทำไม? คนเราถึงไม่ซื่อสัตย์ทำไม? คนเราถึงไม่ซื่อสัตย์
เปิดอ่าน 6,932 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
 
สนามเด็กเล่น
เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
ข่าวล่าสุด

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ