ส. พลายน้อย เล่าว่า เครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ของการแพทย์ที่ใช้เป็นรูปงูตัวเดียวพันไม้เท้านั้น เดิมทีเป็นเครื่องหมายหรือตราของเอสคูลาปิอุส (Aesculapius) กล่าวกันว่าในโบสถ์หลายแห่งของอิตาลียุคแรก ๆ มีรูปปั้นเป็นคนเครายาวถือไม้เท้ามีงูพัน รูปปั้นนั้นคือรูปของเอสคูลาปิอุสที่กล่าวถึงนี่เอง
เอสคูลาปิอุสผู้นี้มีประวัติตามนิยายของกรีกโบราณว่าคนเลี้ยงแพะได้ไปพบทารกคนหนึ่งนอนร้องไห้อยู่บนภูเขา โดยมีแพะตัวหนึ่งเอานมของมันให้เด็กดูดกิน คนเลี้ยงแพะจึงเข้าไปอุ้ม ก็เห็นรัศมีเกิดขึ้นรอบ ๆ ศีระเด็กเป็นที่น่าอัศจรรย์คนเลี้ยงแพะก็รู้ได้ทันทีว่าเด็กนั้นเป็นบุตรของเทพเจ้า และความจริงนั้นก็เป็นบุตรของเทพเจ้าจริง ๆ คือเป็นบุตรของเทพอพอลโล (Apollo) กับนางโคโรนิส (Coronis) แต่เทพอพอลโลทราบว่านางมีชู้จึงยิงด้วยธนู แล้วผ่าเอาทารกในครรภ์ของนางโคโรนิสไปฝากคิรอน (Chiron) ไว้ ต่อมาเด็กคนนี้มีชื่อว่า เอสคูลาปิอุส
เอสคูลาปิอุสได้อยู่กับคิรอน ซึ่งเป็นนักรบมีร่างประหลาด คือ มีร่างครึ่งม้าครึ่งคน และได้ช่วยคิรอนเลี้ยงแพะเลี้ยงแกะ คิรอนก็ใด้สั่งสนอนเอสคูลาปิอุสให้รู้จักสรรพคุณของต้นหญ้าหรือสมุนไพรต่าง ๆ มีความรู้เชี่ยวชาญในการรักษาโรคบางแห่งว่าเอสคูลาปิอุสได้ค้นพบสรรพคุณยาบางอย่าง ซึ่งสามารถรักษาโรคให้พวกนักรบที่ไปเอาเครื่องราชอิสริยาภรณ์ขนแกะทองคำของราชาออสเตรียและสเปน ซึ่งมีม้ามังกรเฝ้าอยู่นั้นมาได้ จึงทำให้ชาวเมืองพากันเลื่อมใสพากันมารักษาเป็นอันมาก
ความสามารถของเอสคูลาปิอุสนั้นกล่าวตามนิยายว่า สามารถรักษาคนตายให้ฟื้นขึ้นมาได้ทีเดียว และยาที่รักษาก็ว่าใช้กาฝากต้นโอ๊ก แต่ว่าความสามารถอันนี้เองที่ทำใท้เอสคูลาปิอุสอายุสั้น ทั้งนี้ก็เนื่องจากเอสคูลาปิอุสได้ช่วยรักษาคนให้ตายน้อยลง เทพพลูโตหรือพญายมจึงขัดเคือง เพราะทำให้ยมโลกเงียบเหงา จึงไปร้องทุกข์ต่อเทพจูปีเตอร์ (บางแห่งว่าเทพพลูโตหาว่าเอสคูลาปิอุสหวังจะได้ราชบัลลังก์ จึงได้พยายามหลอกลวงประชาชนเพื่อให้ประชาชนหลงรัก) เทพจูปีเตอร์ฟังความข้างเดียวก็ส่งสายฟ้าฟาดลงมาต้องเอสคูลาปิอุสตายทันที เทพอพอลโลโกรธมากที่ลูกของตนตาย จึงจับยักษ์ตาเดียวของเทพพลูโตฆ่าเสียเป็นการแก้แค้น ต่อมาเทพจูปีเตอร์ทราบความจริงรู้สึกเสียใจในความหุนหันของตน จึงเสด็จลงมาอุ้มเอสคูลาปิอุสไปยังภูเขาโอลิมปัสเพื่อให้วิญญาณของเอสคูลาปิอุสได้ไปจุติเป็นเทพเจ้างูพิษ (ในสมัยนั้นเขามักจะรักษาโรคกันด้วยงู คือเอาพิษของงูมาทำยา เห็นจะเป็นเซรุ่มนั่นเอง) มีเรื่องกล่าวกันว่า ครั้งหนึ่งในกรุงโรมได้เกิดกาฬโรค ผู้คนล้มตายกันมากมาย เอสคูลาปิอุสได้เอางูพิษมาซ่อนไว้ตามกอหญ้าแถวริมแม่น้ำในประเทศอิตาลี ปรากฏว่า ผู้ที่เป็นโรคนี้และได้มาอาบกินน้ำในแม่น้ำที่งูได้คายพิษไว้ พากันหายจากโรคร้ายอย่างน่าอัศจรรย์มาก
การที่งูเข้ามาเกี่ยวข้องกับเอสคูลาปิอุส มีเรื่องเล่ากันว่าในสมัยก่อนคริสตกาล ๑,๒๐๐ ปี ขณะที่เอสคูลาปิอุสกำลังรักษาคนไข้อยู่ ก็มีงูตัวหนึ่งเลื้อยเข้ามาในคลินิกของเขา และขึ้นไปพันอยู่โดยรอบคทาของหมอ ด้วยเหตุนี้เองคนทั่ว ๆ ไปจึงเชื่อว่างูตัวนั้นได้บันดาลให้เอสคูลาปิอุสมีปัญญารักษาโรคได้เก่งกว่าหมออื่น ๆ
ตามเทพนิยายกล่าวว่า เมื่อเทพจูปีเตอร์ฆ่าเอสคูลาปิอุสแล้ว ก็ได้ทำรูปจำลองเป็นเทพปฏิมาขึ้นไว้บนสวรรค์ ตามรูปอยู่ในท่ามือถืองู แต่รูปเอสคูลาปิอุสนั้นมีต่าง ๆ กัน และสรุปได้ว่าจะต้องมีงูอยู่ด้วยเสมอ และในสมัยต่อมาถือว่าเอสคูลาปิอุสเป็นบรมครูของการเเพทย์
การที่ในวงการแพทย์ใช้งูเป็นเครื่องหมาย ก็เพราะถือตามโบราณว่างูรักษาโรคได้ ซึ่งเรื่องนี้ชาวจีนโบราณก็เชื่อกันมาก่อนว่างูรักษาโรคได้ จึงเกิดมียาดองงูเห่า และในนิยายโบราณก็มีเรื่องคนกินเหล้าที่มีงูตกลงไปตายแล้วหายจากโรคร้ายปรากฏอยู่
นอกจากนี้ชาวกรีกยังถือกันอีกว่า งูเป็นสัญลักษณ์ของความเจริญของชีวิต ของการเกิดใหม่ ทั้งนี้เพราะเขาถือว่าการที่งูลอกคราบนั้นเป็นการคืนชีพ
“ข้อมูลสนับสนุนจากหนังสือ ๑๐๘ ซองคำถาม / สำนักพิมพ์สารคดี”
บ้านน็อคดาวน์ทรงโมเดิร์น
฿65,000https://s.shopee.co.th/2Vm01N027C?share_channel_code=6
Advertisement
 เปิดอ่าน 4,775 ครั้ง  เปิดอ่าน 37,517 ครั้ง  เปิดอ่าน 27,467 ครั้ง  เปิดอ่าน 10,210 ครั้ง  เปิดอ่าน 15,168 ครั้ง  เปิดอ่าน 10,775 ครั้ง  เปิดอ่าน 1,894 ครั้ง  เปิดอ่าน 27,570 ครั้ง  เปิดอ่าน 20,496 ครั้ง  เปิดอ่าน 2,180 ครั้ง  เปิดอ่าน 17,456 ครั้ง  เปิดอ่าน 2,162 ครั้ง  เปิดอ่าน 16,644 ครั้ง  เปิดอ่าน 15,053 ครั้ง  เปิดอ่าน 3,496 ครั้ง  เปิดอ่าน 38,050 ครั้ง
|

เปิดอ่าน 3,498 ☕ คลิกอ่านเลย |

เปิดอ่าน 12,893 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 9,084 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 15,693 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 16,961 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 18,348 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 13,483 ☕ คลิกอ่านเลย |
|
≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡ 
เปิดอ่าน 136,537 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 20,725 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 13,617 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 25,092 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 13,785 ครั้ง |
|
|