|
หลาย ๆ คนเมื่อตื่นเช้าขึ้นมาอาจจะลุกจากที่นอนด้วยความสดชื่นแจ่มใส ในขณะที่บางคนอาจจะรู้สึกว่า "เช้าแล้วหรอเนี่ย " พร้อมด้วยอาการงัวเงียเพราะว่าอยากจะนอนหลับต่อ......
ซึ่งถ้าคุณมีอาการอย่างหลังล่ะก็ นั่นแสดงว่า คุณเริ่มมีอาการ เริ่มที่จะเบื่องานที่คุณทำแล้วล่ะ ดีไม่ดีหลายคนอาจจะพาลเริ่มมองหางานใหม่ หรือเริ่มจะยื่นใบลาออกแล้วด้วย ช้าก่อนนะครับ ...... สมัยนี้งานหายาก แถมเศรษฐกิจก็ยังเอาแน่เอานอนไม่ได้ด้วย เพราะฉะนั้นทางที่ดีที่คุณจะสามารถอยู่ร่วมกับงานทีทำได้อย่างราบรื่นก็คือ หันหน้ามาเจอกันสักตั้ง !!~
ก่อนอื่นคุณต้องรู้จักตัวของคุณเองก่อนว่าคุณมีความสามารถมากแค่ไหน
สังเกตได้ง่าย ๆ จากงานคราวก่อน ๆ ที่คุณทำว่ามีงานไหนที่ติดขัดบ้าง จำเอาไว้ แล้วคราวหน้าก็อาสาทำงานเท่าที่ตัวคุณเองไม่ลำบาก แม้ว่างานนั้นจะเป็นงานที่จะสร้างอนาคตให้คุณได้ แต่ถ้าคุณไม่ถนัดล่ะก็ โบกมือลาไปก่อนเถอะคะ เพราะถ้าคุณดื้อรั้นที่จะทำ คุณจะต้องเครียดกับงานนั้น และอาจจะทำให้งานออกมาไม่ดี พาลส่งผลให้คุณเกลียดงานไปได้ด้วย
|
|
ถ้าเป็นไปได้ก็ควรจะสื่อสารกับหัวหน้าบ่อย ๆ
ไม่ได้หมายความว่าให้คุณไปปรึกษาเรื่องงานกับหัวหน้าทุกเรื่อง ทุกรายละเอียดปลีกย่อยนะครับ แต่หมายถึงให้คุณน่ะ คุยกับหัวหน้าในทำนองที่ว่า ตอนนี้งานเดินหน้าไปถึงไหน (เอาตามความเป็นจริงนะ) ถ้าหากงานสะดุดเพราะมีปัญหาก็ลองบอก ๆ ไปเช่น ช่วงนี้คุณรู้สึกว่าไม่ค่อยสบาย งานก้เลยอาจจะช้า ๆ ไปหน่อย แต่ไม่ต้องห่วงเพราะคุณจะรีบพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อกลับมาลุยงานอย่างเต็มที่อย่างแน่นอน ทำนองนี้ เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นก็เท่ากับว่า คุณได้ลดกระบวนการทวงงานซึ่งจะทำให้คุณเครียดไปได้เปราะหนึ่งแล้ว
เมื่อได้งานมาหลายคนอาจจะเริ่มจากงานที่ตัวเองชอบก่อน
แต่เราแนะนำว่า คุณควรจะเริ่มจากงานที่ไม่ชอบก่อนดีกว่าครับ เพราะในช่วงแรก ๆ คุณจะมีเวลามากที่จะทำงานที่ไม่ชอบให้เสร็จได้ แล้วจึงค่อยมาลุยงานที่คุณชอบทีหลัง ซึ่งหากมีเวลาไม่มาก แต่อย่างน้อยมันก็เป็นงานที่คุณชอบ คุณก็ย่อมที่จะเต็มใจที่จะทำอยู่แล้ว ดูอย่างเวลาทานข้าวสิครับ เรายังลืกเก็บของที่เราชอบไว้สุดท้ายเลย เพราะยังไง ๆ สุดท้ายเราก็ต้องกินของที่เราชอบจนหมดอยู่ดี
|
|
นอกจากนี้สิ่งที่ละเลยไม่ได้เลยก็คือ สุขภาพกายและสุขภาพจิตของคุณเอง
เพราะหากคุณมัวแต่ทำงานจนละเลยที่จะดูแลตัวเอง เมื่อถึงเวลาที่ร่างกายไม่ไหว แต่คุณยังต้องฝืนมานั่งทำงาน มันจะเป็นจุดเริ่มต้นของการไม่ชอบงานของคุณไปทีละนิด ๆ จนกลายเป็นเกลียดงานไปในที่สุดครับ เพราะฉะนั้นคุณต้องรู้จักแบ่งเวลา ว่าเวลาไหนคือเวลางาน เวลาไหนคือเวลาส่วนตัว ที่คุณต้องรู้จักหากิจจกรรมยามว่างผ่อนคลายเสียบ้าง
ใครที่รู้ตัวว่าเริ่มจะไม่ปลื้มงานที่ทำอยู่แล้วล่ะก็ ลองมาปรับตัวให้รักงานที่ทำกันอยู่เถอะนะครับ เพราะนอกจากจะดีต่อหน้าที่การงานของคุณแล้ว ยังดีต่อสุขภาพจิตของคุณด้วยนะครับ
|
|
ขอขอบคุณที่มาข้อมูลที่นี่ดอทคอม
วันที่ 25 ม.ค. 2552
บ้านน็อคดาวน์ทรงโมเดิร์น
฿65,000https://s.shopee.co.th/2Vm01N027C?share_channel_code=6
Advertisement
 เปิดอ่าน 8,438 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,363 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,360 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,392 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,742 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,466 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,367 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,373 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,408 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,366 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,409 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,385 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,373 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,368 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,380 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,373 ครั้ง
|

เปิดอ่าน 8,387 ☕ คลิกอ่านเลย |

เปิดอ่าน 8,505 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 8,368 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 8,380 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 8,401 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 8,410 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 8,469 ☕ คลิกอ่านเลย |
|
≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡ 
เปิดอ่าน 13,897 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 18,231 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 19,316 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 23,304 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 20,985 ครั้ง |
|
|