ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > สุขศึกษาและพลศึกษา > "กระทุ่ม" ดอกหอมเป็นยา

"กระทุ่ม" ดอกหอมเป็นยา

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 27 ต.ค. 2555 เปิดอ่าน : 28,750 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
"กระทุ่ม" ดอกหอมเป็นยา

Advertisement

 

กระทุ่ม ชนิดนี้พบขึ้นตามป่าดิบ ป่าเบญจ-พรรณทุกภาคของประเทศไทย โดยจะขึ้นในที่ชุ่มชื้นใกล้น้ำ บนพื้นที่สูงจากระดับน้ำทะเล 500-1,500 เมตร ในต่างประเทศพบที่อินเดีย ศรีลังกา พม่า มาเลเซีย และภูมิภาคอินโดจีน มีชื่อวิทยา-ศาสตร์ อย่างเป็นทางการว่า ANTHOCEPHALUS CHINENSIS (LAMK.) A.RICH.EX WALP. อยู่ในวงศ์ RUBIACEAE เป็นไม้ยืนต้น ลำต้นตั้งตรง สูง 15-30 เมตร กิ่งตั้งฉากกับลำต้น ปลายกิ่งโน้มลง เปลือกต้นเป็นสีเทาแก่ มีรอยแตกเป็นร่องตามยาว ใบเป็นใบเดี่ยวออกตรงกันข้าม รูปไข่ ปลายแหลม โคนสอบหรือป้าน สีเขียวสด

ดอก ออกเป็นช่อกระจุกแน่น โดยออกเป็นดอกเดี่ยวๆที่ปลายกิ่ง เป็นรูปทรงกลม เส้นผ่า ศูนย์กลางประมาณ 4-5 ซม. เป็นสีเหลืองอ่อน ดอกมีกลิ่นหอม เวลามีดอกดกและดอกบานพร้อมกันทั้งต้นจะดูสวยงามแปลกตาและส่งกลิ่นหอมกระจายทั่วบริเวณใกล้เคียงเป็นที่ชื่นใจยิ่ง “ผล” เป็นผลรวม อุ้มน้ำ มีเมล็ดเล็ก ดอกออกทั้งปี ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดและตอนกิ่ง  มีชื่อเรียกตามพื้นที่ต่างๆในประเทศไทยอีกคือ กระทุ่มบก, ตะกู, ตะโกส้ม (ภาคกลาง) ตุ้มขี้หมู (ใต้) ตุ้มหลวง (เหนือ) ทุ่มพราย (ตะวันออกเฉียงเหนือ) ชื่อ กระทุ่ม มีอีกหลายชนิด เช่น กระทุ่มเขา กระทุ่มโคก และ กระทุ่มหูกวาง เป็นต้น มีลักษณะทางพฤกษศาสตร์ใกล้เคียงกันมากทั้งดอกและต้น แต่ประโยชน์ใช้สอยและสรรพคุณทางสมุนไพรแตกต่างกัน บางชนิดไม่มีสรรพคุณทางยาเลย

สำหรับสรรพคุณของ “กระทุ่ม” ที่เสนอในคอลัมน์วันนี้ ใบและเปลือกต้น มีแอลคาลอยด์หลายชนิด มีการนำแอลคาลอยด์บางชนิดไปศึกษาฤทธิ์ทางยากับหนูขาว พบว่าสามารถลดความดันโลหิตได้และออกฤทธิ์ได้นาน อินเดีย ใช้เปลือกต้นต้มน้ำดื่มแก้ไข้ แก้ปวดมดลูก แก้โรคลำไส้ และอมกลั้วคอแก้อาการอักเสบของเยื่อเมือกในปาก ผลเป็น ยาฝาดสมานในโรคท้องร่วงครับ.

“นายเกษตร”

ที่มา ไทยรัฐ


ข้อมูลเพิ่มเติม

เอ่ยถึง ‘ดอกกระทุ่ม’ เชื่อว่าคนรุ่นใหม่คงไม่รู้จัก ยิ่งเป็น ‘ผมทรงดอกกระทุ่ม’ แล้ว เกือบทั้งร้อยส่ายหน้า บอกว่าไม่เคยเห็น ไม่เคยได้ยิน (รู้จักแต่ทรงสกินเฮดด์-ผมสั้นเกรียนติดหนังหัว) แต่สำหรับสาวๆ ในสมัยรัชกาลที่ 5 ทุกคนต้องไว้ผมทรงดอกกระทุ่มกันทั้งบ้านทั้งเมือง ตามขนบธรรมเนียมประเพณีที่ได้มีการปรับปรุงขึ้นใหม่

กระทุ่ม มาจากคำว่า ‘กทัมพะ’ ในภาษาบาลี มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Anthocephalus chinensis (Lamk.) A. Rich. ex Walp. อยู่ในวงศ์ Rubiaceae และมีชื่อพื้นเมืองที่เรียกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่นของไทย เช่น กระทุ่มบก, โกหว่า, ตะกู, ตะโกส้ม, ตุ้มก้านยาว, ตุ้มเนี่ยง, ตุ้มหลวง, ตุ้มพราย เป็นต้น

เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ลำต้นตรง สูงราว 15-30 เมตร เรือนยอดเป็นพุ่มกลมใบ เป็นใบเดี่ยว รูปไข่ ออกเป็นคู่ตรงข้ามกัน และมีหูใบรูปสามเหลี่ยมอยู่ระหว่างโคนก้านใบ ดอกสีเหลืองอ่อนออกเป็นช่อกลม กระจุกแน่นตามปลายกิ่ง มีกลิ่นหอม ซึ่งจะส่งกลิ่นหอมในราวเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน ผลมีลักษณะกลม เป็นผลย่อย ออกเป็นกระจุก เกิดจากวงกลีบรองดอกของแต่ละดอกเชื่อมติดกัน ผลจะสุกราวเดือนสิงหาคม-ตุลาคม แต่ละผลมีเมล็ด ขนาดเล็กมากมาย และจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองและสีน้ำตาลเมื่อแก่

ต้นกระทุ่มเป็นไม้ที่เจริญเติบโตรวดเร็วมากเมื่อเทียบกับไม้อื่นๆ พบในหลายประเทศ เช่น อินเดีย เนปาล บังคลาเทศ ศรีลังกา พม่า จีน อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และประเทศในภูมิภาคอินโดจีน ขึ้นตามป่าดิบและป่าเบญจพรรณที่ชุ่มชื้น ใกล้น้ำ ที่ระดับความสูง 500-1,500 เมตร

ปัจจุบันนิยมปลูกเป็นสวนป่าเพื่อการใช้สอย เพราะเนื้อไม้ของกระทุ่มมีความละเอียด มีสีเหลืองหรือขาว และมีคุณสมบัติแห้งเร็วมาก อีกทั้งมีลำต้นตรง เหมาะในการทำฝาบ้าน ทำประตู หน้าต่าง เพดาน กระดาน ทำกล่องต่างๆ ทำเยื่อกระดาษ รวมทั้งอุปกรณ์ตกแต่งอื่นๆ




ในพระไตรปิฏกได้แสดงภูมิที่เกิดของมนุษย์ว่า ‘มนุสสภูมิ’ คือที่เกิดของมนุษย์นั้น มี 4 ทวีป คือ
1. ปุพพวิเทหทวีป อยู่ทางทิศตะวันออกของภูเขาสิเนรุ
2. อมรโคยานทวีป อยู่ทางทิศตะวันตกของภูเขาสิเนรุ
3. ชมพูทวีป (คือโลกนี้) อยู่ทางทิศใต้ของภูเขาสิเนรุ
4. อุตตรกุรุทวีป อยู่ทางทิศเหนือของภูเขาสิเนรุ




ส่วนในคัมภีร์วิสุทธิมรรค ซึ่งเป็นคัมภีร์สำคัญทางพุทธศาสนา ได้กล่าวถึงกระทุ่มว่าเป็นต้นไม้ประจำอมรโคยานทวีป รวมทั้งต้นไม้ประจำทวีปอื่นๆ ในหัวข้อ ‘ขนาดภูเขาสิเนรุและต้นไม้ประจำทวีป’ ไว้ดังนี้ “อนึ่ง ในจักรวาลที่ตั้งอยู่พร้อมมูลอย่างนี้นั้น มีภูเขาสิเนรุอันเป็นภูเขาสูงที่สุด หยั่ง ( ลึก) ลงไปในมหาสมุทร 84,000 โยชน์สูงขึ้นไป (ในฟ้า) ก็ประมาณเท่ากันนั้น ภูเขาใหญ่ทั้งหลาย คือภูเขายุคันธร ภูเขาอิสินธร ภูเขากรวีกะ ภูเขาสุทัสสนะ ภูเขาเนมินธระ ภูเขาวินตกะ ภูเขาอัสสกัณณะ อันตระการไปด้วยรัตนะหลากๆ ราวกะภูเขาทิพย์ หยั่ง (ลึก) ลงไป (ในมหาสมุทร ) และสูงขึ้นไป (ในฟ้า) โดยประมาณกึ่งหนึ่งแต่ประมาณแห่งภูเขาสิเนรุไปตามลำดับ ภูเขาใหญ่ทั้ง 7 นั้น (ตั้งอยู่) โดยรอบ ภูเขาสิเนรุเป็นที่อยู่ของจาตุมหาราช เป็นที่ที่เทวดาและยักษ์อาศัยอยู่

ภูเขาหิมวาสูง 500 โยชน์ ยาวและกว้าง 3,000 โยชน์ (เท่ากัน) ประดับไปด้วยยอดถึง 84,000 ยอด ต้นชมพู (หว้า) ชื่อนคะ วัดรอบลำต้นได้ 15 โยชน์ ลำต้นสูง 50 โยชน์ และกิ่ง (แต่ละกิ่ง) ก็ยาว 50 โยชน์ แผ่ออกไปวัดได้ 100 โยชน์โดยรอบ และสูงขึ้นไปก็เท่ากันนั้น ด้วยอานุภาพของต้นชมพู (นี้) ไรเล่า ทวีปนี้จึงถูกประกาศชื่อว่า ชมพูทวีป ก็แลขนาดของต้นชมพูนี้ใด ขนาดนั้นนั่นแหละเป็นขนาดของต้นจิตรปาฏลี (แคฝอย) ของพวกอสูร ต้นสิมพลี (งิ้ว) ของพวกครุฑ ต้นกทัมพะ (กระทุ่ม) ในอมรโคยานทวีป ต้นกัปปะในอุตตรกุรุทวีป ต้นสิรีระ (ซึก) ในบุพพวิเทหทวีป ต้นปาริฉัตตกะในดาวดึงส์...”

 

ที่มา http://www.baanpud.net/forum/viewtopic.php?f=7&t=1158

คำบรรยายภาพ
คำบรรยายภาพ
คำบรรยายภาพ
Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> "กระทุ่ม" ดอกหอมเป็นยา , << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
เด็กกับโรคหวัด

เด็กกับโรคหวัด
เปิดอ่าน 13,713 ครั้ง
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
การบริหารกล้ามเนื้อตา☕ คลิกอ่านเลย
การบริหารกล้ามเนื้อตา
เปิดอ่าน 15,984 ครั้ง
สุนัขบ้ากัด☕ คลิกอ่านเลย
สุนัขบ้ากัด
เปิดอ่าน 17,896 ครั้ง
ทําไมลูกไม่หายไอสักที ?☕ คลิกอ่านเลย
ทําไมลูกไม่หายไอสักที ?
เปิดอ่าน 14,194 ครั้ง
อาหารกับการออกกำลัง ☕ คลิกอ่านเลย
อาหารกับการออกกำลัง
เปิดอ่าน 11,009 ครั้ง
ไข้กาฬหลังแอ่น☕ คลิกอ่านเลย
ไข้กาฬหลังแอ่น
เปิดอ่าน 11,816 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

โยคะในรถยามจราจรติดขัดโยคะในรถยามจราจรติดขัด
เปิดอ่าน 7,189 ครั้ง
เก่งภาษาอังกฤษ...แบบนีน่า เก่งภาษาอังกฤษ...แบบนีน่า
เปิดอ่าน 43,385 ครั้ง
ปฏิรูปการศึกษาสิงคโปร์ปฏิรูปการศึกษาสิงคโปร์
เปิดอ่าน 7,210 ครั้ง
8 การออกกำลังดีที่สุด และแย่ที่สุดสำหรับหัวใจ8 การออกกำลังดีที่สุด และแย่ที่สุดสำหรับหัวใจ
เปิดอ่าน 10,209 ครั้ง
ลูกขี้อาย ... ทำอย่างไรดี?ลูกขี้อาย ... ทำอย่างไรดี?
เปิดอ่าน 9,372 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ