ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ > สรุปผลการประชุมผู้บริหารองค์กรหลัก ศธ. 19 ธันวาคม 2555

สรุปผลการประชุมผู้บริหารองค์กรหลัก ศธ. 19 ธันวาคม 2555

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 24 ธ.ค. 2555 เปิดอ่าน : 5,152 ครั้ง

Advertisement


☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
สรุปผลการประชุมผู้บริหารองค์กรหลัก ศธ. 19 ธันวาคม 2555

Advertisement

นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ประชุมผู้บริหาร ๕ องค์กรหลักของกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๕๕ ณ ห้องประชุมจันทรเกษม โดยมีนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และผู้บริหารฝ่ายการเมืองเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ คือ ดร.พวงเพ็ชร ชุนละเอียด ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ ศ.พิเศษ ภาวิช ทองโรจน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ศ.ธเนศวร์ เจริญเมือง ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ผศ.ประแสง มงคลศิริ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และนายวรกร คำสิงห์นอก ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ สรุปสาระสำคัญดังนี้

นางพนิตา กำภู ณ อยุธยา ปลัด ศธ. กล่าวถึงการจัดเตรียมงานของ สป.ในช่วงเดือนมกราคม ๒๕๕๖ ดังนี้

๑) วันเด็กแห่งชาติ ซึ่งมีกิจกรรมหลัก ๒ ส่วน คือ ในวันที่ ๙ มกราคม ๒๕๕๖ เวลา ๑๐.๐๐ น. รมว.ศธ.จะนำเด็กและเยาวชนที่ทำชื่อเสียงให้แก่ประเทศชาติ เข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรี ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ส่วนงานวันเด็กแห่งชาติของ ศธ. ๑๒ มกราคม ๒๕๕๖ เวลา ๙.๐๐ น. ที่สนามเสือป่า นายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานเปิดงาน ในปีนี้นายกรัฐมนตรีได้ให้คำขวัญวันเด็กภายใต้แนวคิด "รักษาวินัย ใฝ่เรียนรู้ เพิ่มพูนปัญญา นำพาไทยสู่อาเซียน"

๒) วันครู ๑๖ มกราคม ๒๕๕๖ ซึ่งจะมีการทำบุญตักบาตรในเวลา ๗.๐๐ น. ที่สนามหน้า ศธ. จากนั้นในเวลา ๙.๐๐-๑๑.๐๐ น. นายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานพิธีเปิดงาน และประกอบพิธีต่างๆ รวมทั้งมอบรางวัลเข็มเชิดชูเกียรติสำหรับผู้ทำคุณประโยชน์แก่ ศธ. และครูดีเด่น

๓) การระดมเงินเข้ากองทุนครูชายแดนใต้ โดยจัดโครงการวิ่งและขี่จักรยานทางไกลเพื่อสันติภาพแด่ครูชายแดนภาคใต้ เพื่อต้องการระดมเงินบริจาคและจัดกิจกรรมหารายได้ก่อตั้ง “กองทุนช่วยเหลือครูชายแดนใต้” ระหว่างวันที่ ๖-๑๗ มกราคม ๒๕๕๖ มีกิจกรรมประกอบด้วยวิ่งมาราธอน ขี่จักรยานทางไกลของเหล่านักกีฬา ศิลปิน ดารา รวมทั้งข้าราชการ ครู บุคลากรทางการศึกษา นักเรียน นิสิตนักศึกษา สื่อมวลชน และประชาชนทั่วไป คอนเสิร์ต การประมูลของที่ระลึก การจำหน่ายเสื้อที่ระลึก รวมทั้งกิจกรรมทางศาสนา ซึ่งกำหนดจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ดังนี้

วันที่ ๖ มกราคม ๒๕๕๖ พิธีเปิดตัวโครงการในเวลา ๑๕.๓๐ น. ณ บริเวณลานกิจกรรม ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน โดยมีมินิคอนเสิร์ตเพื่อรับบริจาค จำหน่ายของชำร่วยและประมูลของที่ระลึกศิลปิน-ดารา

วันที่ ๘ มกราคม ๒๕๕๖ พิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับครูที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยจะจัดพิธีทั้งทางพระพุทธศาสนาและทางศาสนาอิสลาม ซึ่งมี รมว.ศธ. รวมทั้ง รมช.ศธ. ข้าราชการการเมือง และผู้บริหาร ศธ.เข้าร่วมพิธี จากนั้นจะมีพิธีปล่อยตัวนักกีฬาวิ่งมาราธอนและขี่จักรยานทางไกล เริ่มต้นจากบริเวณหน้า ศธ.ไปยังจังหวัดนครปฐม จากนั้นจะวิ่งผ่านจังหวัดต่างๆ ตามลำดับ คือ สุพรรณบุรี นครสวรรค์ พิจิตร พิษณุโลก อุตรดิตถ์ ลำปาง ลำพูน และไปสิ้นสุดที่เชียงใหม่ ในวันครู ๑๖ มกราคม ๒๕๕๖ โดยจะมีคอนเสิร์ตศิลปินดาราชั้นนำของไทย ณ สนามกีฬา ๗๐๐ ปี พร้อมทั้งมีการถ่ายทอดสดทางไทยทีวีสีช่อง ๓

รมว.ศธ. กล่าวให้นโยบายด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ดังนี้

ติดตามความก้าวหน้านโยบายต่างประเทศ จากการที่นายกรัฐมนตรีเดินทางไปพบและหารือกับผู้นำหลายๆ ประเทศ ขอให้ปลัด ศธ./รองปลัด ศธ.รวบรวมรายละเอียดจากการหารือ รวมทั้ง MOU เดิมที่เคยทำไว้กับประเทศต่างๆ เพื่อติดตามความก้าวหน้าและดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

► การสรุปเรื่องเข้า ครม. ศธ.เสนอเรื่องเข้าที่ประชุม ครม.จำนวนมาก และแต่ละเรื่องก็มีเอกสารประกอบเพื่อพิจารณามากมาย ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสรุปประเด็นประมาณ ๑-๒ แผ่น เพื่อให้ง่ายต่อการแถลงหรือนำเสนอในที่ประชุม ครม. รวมทั้งข้อมูลที่กระชับประมาณครึ่งหน้าในการแถลงข่าวไว้ด้วย โดยประการสำคัญคือ ให้เน้นว่าเกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างไร

► การจัดพิมพ์หนังสือแบบเรียน ย้ำว่าในปีการศึกษา ๒๕๕๖ การจัดพิมพ์หนังสือเรียนจะต้องเสร็จทันก่อนเปิดภาคเรียน ดังนั้นต้องไปตรวจดูระบบองค์การค้าของ สกสค.ให้จัดพิมพ์อย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ หากจำเป็นต้องจ้างที่อื่นจัดพิมพ์หรือเช่าเครื่องพิมพ์อื่นๆ ก็ต้องเทียบราคา และมั่นใจว่าโปร่งใสจริงๆ ดังนั้นหากจัดพิมพ์ไม่ทัน ถือว่าผู้รับผิดชอบล้มเหลว

► ให้เร่งดำเนินการตาม ๑๐ โครงการสำคัญ (Flagship Projects) ในการยกระดับคุณภาพการใช้ภาษาอังกฤษ การเตรียมความพร้อมของมหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาต่างๆ เพื่อรองรับการเคลื่อนย้ายนักศึกษาระหว่างประเทศในอาเซียน (- การแก้ไขปัญหาข้อจำกัดด้านทักษะภาษาอังกฤษ และภาษาต่างประเทศอื่น – การสร้างอัตลักษณ์ความเป็นประชาคมอาเซียน – การแก้ไขปัญหาการอ่านออกเขียนได้ของประชากรอาเซียน – การเปิดเสรีและการลงทุนของสถานศึกษาเอกชนในอาเซียน - การแลกเปลี่ยน-เทียบโอนหน่วยการเรียน - การสร้าง/ส่งเสริมสนับสนุนศูนย์การเรียนรู้ในอาเซียน – การพัฒนาบุคลากรทางการศึกษาและการส่งเสริมกิจกรรมเยาวชนในอาเซียน – การยกระดับคุณภาพการเรียนการสอนเพื่อสนับสนุนการเคลื่อนย้ายในประชาคมอาเซียน – การจัดทำหลักสูตรมาตรฐานสำหรับการศึกษาขั้นพื้นฐาน – การผลิตบุคลากรให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน)


 

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)

ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการ กพฐ. ได้รายงานความก้าวหน้าโครงการต่างๆ ของ สพฐ.เช่น

๑) โครงการ “พัฒนาคุณภาพการศึกษาในระดับตำบล” ซึ่งได้เสนอโครงการให้ รมว.ศธ.ทราบล่วงหน้าแล้วเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และในวันนี้ได้จัดทำโครงการเรียบร้อยแล้ว โดยคำแนะนำของ รมช.ศธ. ซึ่งมีหลายส่วนของการดำเนินการซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาในชนบท เช่น มีข้อมูลเปรียบเทียบ หลักการเคลื่อนย้ายนักเรียนไปในห้องเรียนที่มีจำนวนนักเรียนสูงขึ้นที่จะส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพของเด็กโดยการใช้รถยนต์รับ-ส่งนักเรียน ไม่ว่าจะเป็นวิธีการเช่าหรือซื้อ ก็ได้นำเสนอความชัดเจนให้ รมว.ศธ.ได้พิจารณาในเชิงนโยบาย

๒) เงินวิทยฐานะที่ค้างจ่ายครู มี ๓ ช่วง คือ ระหว่างเดือนสิงหาคม ๒๕๕๔-กันยายน ๒๕๕๔, เดือนตุลาคม ๒๕๕๔-กันยายน ๒๕๕๕ และตุลาคม ๒๕๕๕ จนถึงปัจจุบัน ซึ่ง รมช.ศธ.ให้ข้อแนะนำว่าไม่ควรค้างจ่ายเกิน ๑ ปีงบประมาณ ดังนั้น สพฐ.จึงจะขอใช้งบกลางฯ ของรัฐบาลจ่ายในช่วงแรกไปก่อนเป็นจำนวน ๑,๘๐๐ ล้านบาท จากเงินค้างจ่ายทั้งสิ้น ๑๓,๐๐๐ ล้านบาท

รมว.ศธ. มอบให้

สพฐ.รวบรวมรายชื่อโรงเรียนให้ทราบ คือ โรงเรียนเอกชนและการศึกษาพิเศษในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่มีระบบจัดการเรียนการสอนน่าสนใจ รวมทั้งโรงเรียนสุดยอดและโรงเรียนที่ต้องการพัฒนาอย่างเร่งด่วนของ สพฐ.เพื่อจะได้ไปตรวจเยี่ยมระบบการเรียนการสอนในโอกาสต่อไป

การประเมินวิทยฐานะครู ที่ผ่านมาเมื่อเราจัดระบบการประเมินครูแบบหนึ่งแบบใดออกไป ก็ทำให้ครูต้องปฏิบัติตามระบบนั้น ที่ผ่านมาครูจึงไปทุ่มเทกับการจัดทำเอกสารทางวิชาการเพื่อพยายามให้ผลงานผ่านตามกติกาที่เราวางไว้ บางรายต้องเสียเงินให้มือปืนรับจ้างจัดทำผลงานให้แทน ดังนั้น ศธ.ควรจะต้องทบทวนระบบการประเมิน โดยเน้นไปที่การสอนให้เด็กมีคุณภาพ

 


 

สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)

นายอภิชาติ จีระวุฒิ เลขาธิการ กกอ. กล่าวถึงการสภาพปัญหาดำเนินงานของการอุดมศึกษา ดังนี้

๑) นโยบายการตั้งมหาวิทยาลัยของรัฐแห่งใหม่ มติ ครม.ปี ๒๕๕๔ ไม่ต้องการให้เพิ่มมหาวิทยาลัยแห่งใหม่ เว้นแต่เป็นการควบรวม เช่น มหาวิทยาลัยสุรินทร์ และมหาวิทยาลัยจันทบุรี แต่ในการประชุม ครม.นอกสถานที่ ก็ได้มีการเห็นชอบให้ตั้งมหาวิทยาลัยแห่งใหม่ คือ มหาวิทยาลัยอันดามัน และมหาวิทยาลัยอุดรธานี

๒) ปัญหาทางปฏิบัติกรณีสภามหาวิทยาลัยและอธิการบดีครบวาระดำรงตำแหน่งแล้ว แต่ยังไม่เสนอตั้งใหม่ มหาวิทยาลัยบางแห่งใช้ระยะเวลาในการดำเนินการเป็นเวลานานเกือบปีแล้ว



รมว.ศธ. กล่าวให้แนวทางนโยบายในการอุดมศึกษา ดังนี้

• หลักการดำเนินการเรื่องใดๆ ต้องถือปฏิบัติตามมติ ครม.เป็นกรอบใหญ่ แต่ในบางกรณี เช่น การตั้งมหาวิทยาลัยของรัฐแห่งใหม่นั้น อาจมีข้อยกเว้น ซึ่งก็ต้องถือปฏิบัติตามมติ ครม.นั้นๆ

• กรณีปัญหาการไม่เสนอขอแต่งตั้งสภามหาวิทยาลัยหรืออธิการบดีเมื่อหมดวาระแล้วนั้น คงต้องไปวางกติกาว่า เราสามารถออกกติกาโดยไม่ต้องแก้ไข พ.ร.บ.ได้หรือไม่ เพื่อไม่ให้ขัดกับกฎหมาย ส่วนการแต่งตั้งอธิการบดีนั้น ที่ปรึกษา รมว.ศธ.(ภาวิช ทองโรจน์) ก็ยืนยันว่าไม่น่าเป็นห่วงเพราะเป็นธรรมชาติการเมืองภายในมหาวิทยาลัยอยู่แล้วที่จะต้องสรรหาอธิการบดีให้ได้โดยเร็ว นอกจากนี้ทราบว่าอธิการบดีมหาวิทยาลัยหลายแห่งเมื่อดำรงตำแหน่งครบ ๒ วาระแล้ว แต่ยังหมุนเวียนกันระหว่างมหาวิทยาลัย ทำให้ไม่เปิดโอกาสให้ผู้อื่นเข้ามาดำรงตำแหน่งอธิการบดีมากนัก

• ให้ สกอ.พิจารณากลไกในการกำกับค่าเล่าเรียนของนักศึกษาไม่ให้แพงเกินไป ซึ่งควรจะต้องจัดระบบให้ผู้ซื้อมีพลังอำนาจในการเลือก ดังนั้นหากมหาวิทยาลัยใดที่เก็บค่าเรียนแพง แต่ไม่มีคุณภาพเพียงพอ ก็อาจมีผลต่อการจัดสรรงบประมาณ และสุดท้ายผู้เรียนก็เลือกที่จะไม่เข้าไปเรียน มหาวิทยาลัยก็จะอยู่ไม่ได้ จึงย้ำให้มหาวิทยาลัยรัฐและเอกชน เน้นจัดการเรียนการสอนที่มีคุณภาพ

• ในวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๕ ได้มีการมอบนโยบายและร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับอธิการบดี และสมาชิกที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย ก็จะได้นำเสนอข้อมูลต่างๆ ให้ที่ประชุมรับทราบด้วย

• ให้ สกอ.ติดตามมติ ครม. วันที่ ๕ มิถุนายน ๒๕๕๕ เกี่ยวกับ AIT และมติ ครม.วันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๕๕ เรื่อง โครงการผลิตแพทย์เพิ่มแห่งประเทศไทย พ.ศ.๒๕๕๖–๒๕๖๐ โดยมีเป้าหมายการผลิตแพทย์เพิ่ม ๙,๐๓๙ คน จากการผลิตแพทย์ตามแผนปกติที่มีอยู่เดิม ๔,๗๘๐ คน รวมเป็นผลิตแพทย์ทั้งสิ้น ๑๓,๘๑๙ คน


 

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)

ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการ กอศ. กล่าวถึงแนวทางดำเนินการใน ๔ ประเด็น

๑) ความร่วมมือกับต่างประเทศ จากการที่นายกรัฐมนตรีเดินทางไปหารือกับผู้นำแห่งสหพันธรัฐเยอรมนี เกี่ยวกับความร่วมมือด้านการอาชีวศึกษาด้วยนั้น สอศ.ได้ติดตามและประสานผลการหารือดังกล่าวกับหน่วยงานกลางที่ดูแลมาตรฐานการอาชีวศึกษาของเยอรมนี พร้อมทั้งได้จัดสรรงบประมาณดำเนินการไว้แล้วจำนวน ๒๐ ล้านบาท ซึ่งจะเป็นการดำเนินการในลักษณะสถาบันเทคโนโลยีไทย-เยอรมัน เช่นในอดีต

๒) เร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณ สอศ.ได้ก่อหนี้ผูกพันมากกว่าร้อยละ ๙๐ ได้ทันระยะเวลา แต่หากโครงการใดไม่ทัน ก็จะขอขยายระยะเวลาต่อไป

๓) การตั้งคณะกรรมการการอาชีวศึกษา หลังจากหมดวาระแล้วจะต้องตั้งภายใน ๖๐ วัน ขณะนี้อยู่ในระหว่างการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิ ๑๗ ราย จากกรรมการทั้งสิ้น ๓๒ ราย คาดว่าภายในวันที่ ๒๘ ธันวาคมนี้ จะสรรหาและเสนอชื่อได้ครบถ้วน และสามารถทำงานได้ทันภายในต้นเดือนมกราคม ๒๕๕๖

๔) ลูกจ้างอาชีวะ สอศ.มีครูผู้สอนจำนวน ๒๔,๐๐๐ คน ในจำนวนนี้เป็นอัตราจ้าง ๘,๐๐๐ คน ซึ่งที่ผ่านมาได้เสนอให้ ครม.พิจารณาบรรจุเป็นข้าราชการ แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องซึ่งดูแลกำลังคนและงบประมาณได้ขอให้กลับมาทบทวน เพราะไม่ได้อยู่ในแผนพัฒนาราชการ และไม่ได้กำหนดไว้ในแผนเพิ่มเงิน/เพิ่มคน เพราะสายพยาบาลและครูอัตราจ้าง สพฐ.ก็ได้รับการพิจารณาแล้ว สอศ.จึงต้องการให้ดูแลทั้งระบบด้วย

รมว.ศธ. กล่าวให้แนวทางนโยบายการอาชีวศึกษา ดังนี้

• ขอให้เร่งรัดดำเนินการสรรหาคณะกรรมการการอาชีวศึกษาโดยเร็ว เพื่อให้ทันต่อการเปิดสอนปริญญาตรีในปีการศึกษา ๒๕๕๖ ซึ่ง สอศ.ก็ยืนยันต่อที่ประชุมว่า สามารถดำเนินการได้ทัน โดยได้กำหนดแผนรับนักศึกษา ปวส.เข้าเรียนปริญญาตรีอาชีวะไว้แล้วภายในเดือนเมษายน ๒๕๕๖ ใน ๒๘ สาขา ซึ่งคาดว่าในปีแรกที่อาชีวะเปิดสอนปริญญาตรี สามารถรับผู้เรียนปริญญาตรีสายอาชีพได้ประมาณ ๑,๒๐๐ คน

• อัตราบุคลากรภาครัฐ ได้ดูแลส่วนนี้ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีด้วย จึงทราบว่าจะเป็นภาระต่องบประมาณของประเทศสูงมากในอนาคต ดังนั้นหน่วยงานทั้งหลายหากจะรับหรือบรรจุบุคลากร จะต้องคำนึงถึงความจำเป็นและมีเหตุผลจริง ขณะเดียวกันหากทรัพยากรใดที่มีอยู่แล้วก็ควรจะนำมาใช้ร่วมกันให้คุ้มค่าที่สุด อย่างไรก็ตามต้องการให้พิจารณาสัดส่วนครูว่า เราแบกรับเรื่องนี้ไว้คนเดียวหรือไม่ เช่น หากเราต้องจัดการเรียนการสอนให้แก่ผู้เรียนอาชีวะหัวละ ๒๐,๐๐๐ บาท ในขณะที่สถานศึกษาอาชีวะเอกชนได้รับจัดสรรถูกกว่าแต่จัดได้มีคุณภาพมากกว่า เราก็ไม่ควรแบกภาระมาจัดเอง เป็นต้น

• การเปิดสอนปริญญาตรีอาชีวะ ควรให้มีความแตกต่างจากมหาวิทยาลัยราชมงคล

• ต้องการเห็นภาพการผลิตผู้เรียนอาชีวะว่าสอดคล้องกับความต้องการของประเทศมากน้อยเพียงใด เพราะจะได้เห็นกำลังการผลิตที่แท้จริง โดยขอให้แยกแต่ละสาขา เพื่อให้เห็นกำลังการผลิตที่แท้จริง และสาขาใดที่มีคนเรียนมาก ก็ควรส่งสัญญาณว่าเป็นสาขาที่ไม่มีอนาคต ต่อไปก็ไม่มีคนเข้าไปเรียนเอง


สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)

ดร.สุทธศรี วงษ์สมาน รองเลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่า สกศ.จะจัดประชุมทางวิชาการในการจัดทำร่างแผนการศึกษาแห่งชาติฯ ๒ ครั้งในวันที่ ๒๑ และ ๒๔ ธันวาคมนี้ พร้อมทั้งจะจัดการประชุมสัมมนาการพัฒนาการเรียนรู้สร้างสรรค์ด้วยปัญญา ในวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๕๖ ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล



รมว.ศธ. ขอให้ สกศ.พิจารณาดำเนินการ ดังนี้

• ทบทวนข้อมูลการศึกษาให้ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน จากการประชุมปฏิบัติการด้านการศึกษากับนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๕๕ สภาพัฒน์ฯ ได้เสนอเอกสาร “การระดมสมองเรื่องการศึกษา” ซึ่งนายกรัฐมนตรีขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปตรวจสอบและทบทวนตัวเลขต่างๆ ให้ถูกต้องตามความเป็นจริงและเป็นปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สกศ.ควรมีสถิติข้อมูลสารสนเทศทางการศึกษาที่ชัดเจนในการวางแผนการศึกษากับองค์กรหลักอื่นๆ ของ ศธ.ทุกระดับทุกประเภท สำหรับตัวเลขผู้เรียนอาชีวะ ขอให้พิจารณาจากจำนวนผู้เรียนทั้งในสถานศึกษาอาชีวะ และมัธยมศึกษาตอนปลายสายอาชีพ ของ สพฐ.ด้วย

• การปฏิรูปหลักสูตร ให้ตั้งคณะกรรมการปฏิรูปหลักสูตร ซึ่งขณะนี้ได้มอบให้ รศ.ภาวิช ทองโรจน์ ที่ปรึกษา รมว.ศธ.เป็นผู้ดูแลในเรื่องนี้ เพื่อจะได้เดินหน้าขับเคลื่อนการปฏิรูปหลักสูตรต่อไป

• บทบาทภารกิจหน้าที่ของ สกศ. นอกจากพัฒนานโยบาย แผน มาตรฐานการศึกษาของชาติ สร้างเสริมคุณภาพการเรียนรู้ ส่งเสริมการวิจัย และเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขัน ประเมินผลการจัดการศึกษาตามแผนการศึกษาแห่งชาติ และนโยบายการศึกษาของรัฐบาล พัฒนากฎหมายให้เอื้อต่อการเสริมสร้างโอกาสในการศึกษาและสร้างระบบการศึกษาที่มีคุณภาพ ควรต้องทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับทุกองค์กรหลัก เพื่อให้สามารถทำงานประสานเชื่อมโยงกัน

 

ที่มา http://www.moe.go.th/websm/2012/dec/344.html

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> สรุปผลการประชุมผู้บริหารองค์กรหลัก ศธ. 19 ธันวาคม 2555 , , สรุปผลการประชุมผู้บริหารองค์กรหลัก , ศธ. , 19 , ธันวาคม , 2555 << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
มติ ครม.ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา 8 กุมภาพันธ์ 2554☕ คลิกอ่านเลย
มติ ครม.ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา 8 กุมภาพันธ์ 2554
เปิดอ่าน 12,021 ครั้ง
เชิญร่วมโครงการ"สร้างกิจกรรมปรากฏการณ์หัวใจใหม่เพื่อการท่องเที่ยวไทยยั่งยืน"☕ คลิกอ่านเลย
เชิญร่วมโครงการ"สร้างกิจกรรมปรากฏการณ์หัวใจใหม่เพื่อการท่องเที่ยวไทยยั่งยืน"
เปิดอ่าน 4,856 ครั้ง
ความก้าวหน้านโยบาย ศธ.☕ คลิกอ่านเลย
ความก้าวหน้านโยบาย ศธ.
เปิดอ่าน 9,779 ครั้ง
จุดเน้นการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลด้านการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา☕ คลิกอ่านเลย
จุดเน้นการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลด้านการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา
เปิดอ่าน 9,156 ครั้ง
สภาวการณ์การจัดเก็บข้อมูลทางการศึกษา☕ คลิกอ่านเลย
สภาวการณ์การจัดเก็บข้อมูลทางการศึกษา
เปิดอ่าน 4,160 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ต้นมันปูต้นมันปู
เปิดอ่าน 18,378 ครั้ง
ครม.มีมติตั้งอำเภอใหม่ กัลยาณิวัฒนา จ.เชียงใหม่ครม.มีมติตั้งอำเภอใหม่ กัลยาณิวัฒนา จ.เชียงใหม่
เปิดอ่าน 8,096 ครั้ง
ตีแผ่ชีวิตเด็กจีนต้องปีนเขาสูง 800ม.เพื่อไปเรียนหนังสือตีแผ่ชีวิตเด็กจีนต้องปีนเขาสูง 800ม.เพื่อไปเรียนหนังสือ
เปิดอ่าน 9,388 ครั้ง
"ผักกูด" ผักที่อุดมไปด้วยสารเบต้าแคโรทีนและธาตุเหล็ก"ผักกูด" ผักที่อุดมไปด้วยสารเบต้าแคโรทีนและธาตุเหล็ก
เปิดอ่าน 11,924 ครั้ง
ปฏิรูปการศึกษา...สังคมได้อะไร ?ปฏิรูปการศึกษา...สังคมได้อะไร ?
เปิดอ่าน 6,545 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ