ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > ทุจริตในการสอบถือเป็นการกระทำผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพหรือไม่

ทุจริตในการสอบถือเป็นการกระทำผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพหรือไม่

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 6 พ.ค. 2556 เปิดอ่าน : 8,102 ครั้ง

ลิงก์ผู้สนับสนุน

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

Advertisement

คอลัมน์ “คุยกับครู รอบรู้คุรุสภา” เปิดกว้างให้เป็นช่องทางการสื่อสารข้อมูล ข่าวสาร และเรื่องราวต่างๆ ของคุรุสภาและเป็นช่องทางรับฟังความเห็นที่เป็นประโยชน์ของสมาชิกและผู้อ่านทุกท่าน การสื่อสารกับเรา สามารถสื่อสารผ่านทางตู้ ปณ. 13 และทาง e-mail : kuikubkru@ksp.or.th

ก่อนจะถึงเดือนเมษายนเดือนที่ร้อนที่สุดในรอบปี ในวงการศึกษาเราก็มีเรื่องร้อนๆ เกิดขึ้นแล้ว ในเดือนมีนาคม จากข่าวที่ลงในหน้าหนังสือพิมพ์หน้าหนึ่งแทบทุกฉบับ คงไม่มีใครไม่รู้เรื่องมีการทุจริตการสอบครูผู้ช่วย มูลเหตุเริ่มจากการที่มีพนักงานราชการคนหนึ่งมีรายชื่อผ่านการสอบคัดเลือกใน 2 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ซึ่งไม่น่าจะเป็นไปได้ที่คนคนเดียวกันจะสามารถไปนั่งสอบ ได้พร้อมกันทั้ง 2 เขตพื้นที่การศึกษา สืบไปสืบมาจนเป็นเรื่องราวใหญ่โตที่มีข้อมูลชัดเจนว่าต้องมีการทุจริต หรือมีคนที่กระทำาการทุจริตและกระทำกันเป็นกระบวนการ ซึ่งวิธีการก็น่าจะไม่ต่างจากการสอบเข้ารับราชการตำรวจเมื่อไม่นานมานี้ จนเป็นเรื่องที่สำานักงานสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) รับไว้เป็นคดีพิเศษ หลายคนอาจจะสงสัยว่าพิจารณาอย่างไรว่าจะเป็นคดีพิเศษ ให้พิจารณาว่าเป็นความผิดคดีอาญาในลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ (ตามที่กำหนดในพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 : http://www.dsi.go.th)

1. คดีความผิดทางอาญาที่มีความซับซ้อน จำเป็นต้องใช้วิธีการสืบสวนสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานเป็นพิเศษ
2. คดีความผิดทางอาญาที่มีหรืออาจมีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน ความมั่นคงของประเทศ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หรือระบบเศรษฐกิจหรือการคลังของประเทศ
3. คดีความผิดทางอาญาที่มีลักษณะเป็นการกระทำความผิดข้ามชาติที่สำาคัญ หรือเป็นการกระทำขององค์กรอาชญากรรม
4. คดีความผิดทางอาญาที่มีผู้ทรงอิทธิพลที่สำาคัญเป็นตัวการผู้ใช้หรือผู้สนับสนุน
5. คดีความผิดทางอาญาที่มีพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่ซึ่งมิใช่พนักงานสอบสวนคดีพิเศษหรือเจ้าหน้าที่คดีพิเศษเป็นผู้ต้องสงสัยเมื่อมีหลักฐานตามสมควรว่าน่าจะได้กระทำความผิดอาญาหรือเป็นผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ต้องหา

ท่านสมาชิกช่วยลองพิจารณาดูว่าการทุจริตการสอบครูผู้ช่วยเข้าข่ายความผิดข้อใด อย่างไรก็ดีเรื่องนี้ยังไม่จบและไม่น่าจะจบลงอย่างง่าย เพราะมีผลกระทบต่อคนหมู่มาก แม้ผู้ถูกมองว่าเข้าข่ายน่าจะทุจริตเนื่องจากมีคะแนนผลการสอบสูงผิดปกติ ก็มีจำนวน ถึง 514 คน อยู่ใน 129 เขตพื้นที่การศึกษา มาถึงคุรุสภาที่เป็นผู้อนุญาตให้เขาเหล่านั้นมีสิทธิประกอบวิชาชีพครู หรือเป็นผู้ออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูให้ จะดำเนินการอย่างไร หรือจะออกมารับผิดชอบดำเนินการอย่างไร

ในความเห็นส่วนตัวแล้ว คงต้องพิจารณาให้รอบคอบ ตั้งแต่ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูจากคุรุสภาแล้ว ถือว่าเป็นผู้มีคุณสมบัติในการประกอบวิชาชีพครู จะไปสอบบรรจุที่ไหนก็ได้ถือว่าเป็นไปอย่างถูกต้อง และขณะนี้ผลการพิจารณายังไม่สิ้นสุดทุกคนจึงยังไม่มีความผิด ต่อเมื่อผลออกมาว่าใครผิดบ้าง ก็คงต้องมาพิจารณาว่าบุคคลเหล่านั้นเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูจากคุรุสภา ซึ่งตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 มาตรา 48 กำาหนดให้ “ผู้รับใบอนุญาต ต้องประพฤติตนตามมาตรฐานและจรรยาบรรณของวิชาชีพตามที่กำาหนดในข้อบังคับของคุรุสภา” คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ คงจะต้องพิจารณากันต่อไปว่า การทุจริตในการสอบถือเป็นการกระทำผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพหรือไม่ และกระบวนการพิจารณาการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพ ก็มีขั้นตอนการดำเนินงานตามที่กฎหมายสภาครูกำหนด ดังนี

มาตรา 51 บุคคลที่ได้รับความเสียหายจากการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพของผู้ได้รับใบอนุญาต มีสิทธิกล่าวหาผู้ได้รับใบอนุญาตนั้น โดยทำเรื่องยื่นต่อคุรุสภา นอกจากนี้ กรรมการคุรุสภา กรรมการมาตรฐานวิชาชีพ หรือบุคคลอื่นมีสิทธิกล่าวโทษผู้ประกอบวิชาชีพว่าผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพ โดยแจ้งเรื่องต่อคุรุสภา นั่นหมายถึง จะต้องมีผู้ได้รับใบอนุญาตหรือผู้ประกอบวิชาชีพที่ประพฤติผิด จรรยาบรรณของวิชาชีพ มีผู้ได้รับความเสียหายจากการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพ และมีการกล่าวหาหรือกล่าวโทษ จึงเกิดกระบวนการพิจารณา

มาตรา 52 เมื่อคุรุสภาได้รับเรื่องการกล่าวหาหรือการกล่าวโทษ ให้เลขาธิการคุรุสภาเสนอเรื่องต่อคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพโดยไม่ชักช้า

มาตรา 53 ให้ประธานกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ มีหนังสือแจ้งข้อกล่าวหาหรือข้อกล่าวโทษ พร้อมทั้งส่งสำเนาเรื่องให้ผู้ถูกกล่าวหาหรือกล่าวโทษไม่น้อยกว่า 15 วันก่อนเริ่มพิจารณา และผู้ถูกกล่าวหาหรือกล่าวโทษมีสิทธิทำคำชี้แจงหรือนำพยานหลักฐานส่งให้คณะกรรมการภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง หรือภายในเวลาที่คณะกรรมการกำหนด

จากมาตรา 53 ก็จะเป็นกระบวนการพิจารณาการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพ กล่าวโดยสรุป คือ มีทั้งกระบวนการสืบสวนข้อเท็จจริง เพื่อพิจารณาว่าข้อกล่าวหาหรือข้อกล่าวโทษมีมูลหรือไม่ เพื่อนำไปสู่กระบวนการสอบสวน เพื่อการทำข้อเท็จจริงให้ปรากฏ แล้วจึงนำไปสู่การวินิจฉัยของคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ

มาตรา 54 คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพมีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้

1) ยกข้อกล่าวหา
2) ตักเตือน
3) ภาคทัณฑ์
4) พักใช้ใบอนุญาตมีกำหนดเวลาตามที่เห็นสมควร แต่ไม่เกิน 5 ปี
5) เพิกถอนใบอนุญาต

ทั้งนี้ ผู้ที่คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพวินิจฉัยตาม ข้อ 2) ถึง 5) สามารถอุทธรณ์ได้ต่อคณะกรรมการคุรุสภา ตามมาตรา 55

ที่กล่าวมาเป็นกระบวนการพิจารณาการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพของผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา เมื่อมีผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพกระทำผิด จึงเป็นเรื่องที่จะต้องแก้ปัญหาว่า จะรณรงค์ส่งเสริมอย่างไรไม่ให้ประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพ ซึ่งเป็นงานหนักของคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพอีกเรื่องหนึ่งเหมือนกัน ส่วนเรื่องผู้กระทำทุจริตการสอบบรรจุครูว่าผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพหรือไม่ ก็ต้องฝากคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพพิจารณาเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเรื่องค่ะ

ยังมีอีกเรื่องที่เป็นประเด็นสำาคัญในข่าวเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพครู เราจะเห็นว่าเมื่อเวลามีการสมัครสอบบรรจุเป็นข้าราชการครู ก็จะมีกระแสความต้องการได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ทำไมคุรุสภาให้แต่คนที่เรียนครู คนที่เรียนในสาขาวิชาเฉพาะเก่งกว่าคนที่เรียนครูมีตั้งมากมาย ทำไมไม่ให้โอกาส เขาเป็นครูเมื่อเขารักที่จะประกอบวิชาชีพครู คุรุสภาจำกัดสิทธิของบุคคลทำไม และอีกหลายๆ ประเด็นในเรื่องนี้ คุยกับครู รอบรู้คุรุสภา อยากเรียนให้ทราบถึงหลักการของการประกอบวิชาชีพทางการศึกษา หรือวิชาชีพครู ซึ่งถือว่าเป็นวิชาชีพชั้นสูง ในการเป็นวิชาชีพชั้นสูงนั้น ศาสตราจารย์ ดร. วิจิตร ศรีสอ้าน ได้สรุปคุณลักษณะวิชาชีพเพื่อเป็นเกณฑ์พิจารณาวิชาชีพชั้นสูงไว้ 6 ประการ คือ

1) วิชาชีพชั้นสูงจะต้องมีการบริการที่ให้แก่สังคมที่มีลักษณะเฉพาะเจาะจงและจำาเป็น
2) สมาชิกของวิชาชีพชั้นสูงจะต้องใช้วิธีการแห่งปัญญาในการให้บริการ
3) สมาชิกของวิชาชีพชั้นสูงจะต้องได้รับการอบรมให้มีความรู้กว้างขวาง ลึกซึ้ง โดยใช้ระยะเวลายาวนานพอสมควร
4) สมาชิกของวิชาชีพชั้นสูงจะต้องมีเสรีภาพในการใช้วิชาชีพตามมาตรฐานของวิชาชีพ
5) วิชาชีพชั้นสูงต้องมีจรรยาบรรณ
6) วิชาชีพชั้นสูงจะต้องมีสถาบันวิชาชีพเป็นแหล่งกลางในการสร้างสรรค์ จรรโลงมาตรฐานของวิชาชีพ

ถ้าจะพิจารณาจากหลักการของวิชาชีพชั้นสูง ผู้ที่จะประกอบวิชาชีพครู จะต้องได้รับการศึกษาอบรมเพื่อการประกอบวิชาชีพครู ให้มีความรู้กว้างขวาง ลึกซึ้ง โดยใช้ระยะเวลายาวนานพอสมควร ดังนั้นผู้ที่จะได้รับสิทธิในการประกอบวิชาชีพครู จึงต้องพิจารณาจากผู้ที่ศึกษาในหลักสูตรเพื่อการประกอบวิชาชีพครู ถ้าให้ผู้ที่ศึกษาในหลักสูตรอื่น ๆ มาเป็นครูได้ โดยไม่มีการศึกษาวิชาว่าด้วยการสอนแล้ว คุรุสภาจะตอบ ผู้ที่เรียนหลักสูตรโดยตรงว่าให้ประกอบวิชาชีพโดยใช้หลักเกณฑ์ใด แล้วคุรุสภาจะรับประกันได้หรือว่าจะเป็นครูได้อย่างมีคุณภาพ เหล่านี้ คือ ประเด็นความต้องการประกอบวิชาชีพครู ที่เป็นมิติใหม่ในวงการก็ว่าได้ หลังจากที่เราผ่านวิกฤตคนไม่อยากเป็นครู ไม่อยากเรียนครู แต่ปัจจุบัน คนต้องการเป็นครูจำนวนมากด้วยค่านิยมของเด็กรุ่นใหม่เปลี่ยนไป ด้วยรับทราบข้อมูลความต้องการครูจากข่าวที่ว่าอัตราครูในอีก 10 ปีข้างหน้าจะขาดครูเป็นแสนตำแหน่ง ด้วยปัจจุบันเงินเดือนครูปรับสูงขึ้นจนไม่น้อยหน้ากว่าวิชาชีพอื่น อีกทั้งมีโอกาสได้รับเงินวิทยฐานะได้เทียบเท่าข้าราชการระดับสูง โดยไม่ต้องเปลี่ยนตำแหน่งเลย เป็นต้น

นอกจากประเด็นที่กล่าวมา 2 ประเด็น ยังมีประเด็นที่จะต้องคิดตามไปด้วย คือ ประเด็นการผลิตครูเกินความต้องการ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุรวาท ทองบุ คณบดีคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ในฐานะประธานสภาคณบดีคณะครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันมีเด็กอยู่ในระบบการศึกษาขั้นพื้นฐานรวม 10 ล้านคน และมีอัตราลดลงในทุกปี ในขณะที่สถาบันผลิตครูผลิตครูรวมปีละ 29,000 คน และผลิตตามความพร้อมของแต่ละสถาบัน ไม่ได้พิจารณาตามความต้องการการใช้ ทำาให้มีการผลิตครูใน 7 สาขาวิชา เกินความต้องการ เช่น สาขาพละและสุขศึกษา การศึกษาปฐมวัย ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ ภาษาไทย วิทยาศาสตร์ และคอมพิวเตอร์ แต่ในทางตรงกันข้ามในสาขาวิชาช่าง และบางสาขา ที่เป็นความต้องการกลับผลิตน้อย และเห็นว่าควรจะมีหน่วยงานมาดูแลการวางแผนการผลิตครูให้มีความสอดคล้องกับความต้องการ

จากเรื่องที่กล่าวมาแล้วควรจะต้องพิจารณาไปด้วยกันว่า ในขณะที่มีการผลิตครูเกินความต้องการอยู่แล้ว การที่มีผู้ที่ไม่ได้ศึกษาในสาขาวิชาชีพครูต้องการประกอบวิชาชีพครูเพิ่มขึ้นอีก และความต้องการเป็นครูที่มีการแข่งขันกันสูงที่เห็นจากจำนวนคนสมัครสอบบรรจุเป็นครูเทียบกับตำาแหน่งที่เปิดรับ เป็นสาเหตุให้เกิดการทุจริตในการสอบครูผู้ช่วย มีความเป็นไปได้ไหม คิดว่าคงปฏิเสธยากว่าทั้ง 3 เรื่อง ไม่มีความเกี่ยวข้องกัน ก็คงต้องฝากผู้รับผิดชอบ ทั้งในส่วนของผู้รับผิดชอบนโยบาย สถาบันผลิตครู หน่วยงานผู้ใช้ และคุรุสภา รับไปพิจารณาแก้ไขปัญหานะคะ แล้วพบกันใหม่ฉบับหน้า สวัสดีค่ะ

 

ที่มา คอลัมน์คุยกับครู รอบรู้คุรุสภา

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> ทุจริตในการสอบถือเป็นการกระทำผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพหรือไม่ , << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องล่าสุดในหมวดหมู่นี้ ≡
กลุ่มลูกจ้างธุรการรร.บุกศธ.วอนขอเป็นพนักงานราชการ☕ 16 ต.ค. 2562
กลุ่มลูกจ้างธุรการรร.บุกศธ.วอนขอเป็นพนักงานราชการ
เปิดอ่าน 227 ครั้ง
ก.ค.ศ.เห็นชอบขยายเวลาย้ายครู-ผู้บริหารถึง 30 พ.ย.62☕ 16 ต.ค. 2562
ก.ค.ศ.เห็นชอบขยายเวลาย้ายครู-ผู้บริหารถึง 30 พ.ย.62
เปิดอ่าน 561 ครั้ง
ผลการประชุม ก.ค.ศ. ครั้งที่ 10/2562 เมื่อวันอังคารที่ 15 ตุลาคม 2562☕ 16 ต.ค. 2562
ผลการประชุม ก.ค.ศ. ครั้งที่ 10/2562 เมื่อวันอังคารที่ 15 ตุลาคม 2562
เปิดอ่าน 3,621 ครั้ง
ส.บ.ม.ท.ข้องใจการตั้งผู้แทนใน กศจ.☕ 14 ต.ค. 2562
ส.บ.ม.ท.ข้องใจการตั้งผู้แทนใน กศจ.
เปิดอ่าน 12,334 ครั้ง
เสมา 1 ตั้งทีมวิเคราะห์โครงสร้าง ศธ.ภูมิภาค☕ 14 ต.ค. 2562
เสมา 1 ตั้งทีมวิเคราะห์โครงสร้าง ศธ.ภูมิภาค
เปิดอ่าน 3,381 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เทคนิคการวิ่งไม่ให้ปวดเข่าเทคนิคการวิ่งไม่ให้ปวดเข่า
เปิดอ่าน 30,231 ครั้ง
ลมมรสุม ลมมรสุม
เปิดอ่าน 16,282 ครั้ง
โคลงโลกนิติโคลงโลกนิติ
เปิดอ่าน 44,128 ครั้ง
เสียงสะท้อนจากนิทานเรื่องมดน้อย ของลุงตู่ ต่อการปฏิรูปการศึกษา : โดย เพชร เหมือนพันธุ์เสียงสะท้อนจากนิทานเรื่องมดน้อย ของลุงตู่ ต่อการปฏิรูปการศึกษา : โดย เพชร เหมือนพันธุ์
เปิดอ่าน 5,672 ครั้ง
วิทยาศาสตร์น่าทึ่ง ทำเองได้ที่บ้านวิทยาศาสตร์น่าทึ่ง ทำเองได้ที่บ้าน
เปิดอ่าน 9,135 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย


เว็บไซต์พันธมิตร

  • IELTS
  • TOEIC Online
  • chulatutor
  •  
     
    สนามเด็กเล่น
    เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
    หมวดหมู่เนื้อหา
    [ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
    ข่าวล่าสุด

    ครูบ้านนอกดอทคอม

    เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

          kroobannok.com

    © 2000-2020 Kroobannok.com  
    All rights reserved.


    Design by : kroobannok.com


    ครูบ้านนอกดอทคอม
    การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

    วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
     

    ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

    เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

    Email : kornkham@hotmail.com
    Tel : 081-3431047

    สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
    คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ